تسجيل الدخولอุ้ยหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผากเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ นับตั้งแต่เข้ามานั่งอยู่ในโรงพัก เธอรู้สึกร้อนวูบวาบจนต้องคอยซับเหงื่ออยู่เป็นระยะ
แล้วจะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร ในเมื่อคนที่นั่งอยู่ทางขวามือของเธอคือ อกิณา นักร้องสาวคนโปรดที่เธอติดตามผลงานมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ส่วนทางซ้ายมือก็คือ อชิระ อดีตนักร้องหนุ่มชื่อดังที่เคยสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศลาออกจากวงการ หลังคว้ารางวัลนักร้องยอดเยี่ยมแห่งปีเมื่อเจ็ดปีก่อน เพื่อเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ
หลังจากนั้น ข่าวคราวของเขาก็เงียบหายไปจากหน้าสื่อ ราวกับเจ้าตัวไม่เคยคิดจะหวนกลับมาสู่วงการบันเทิงอีกเลย
ใครจะไปนึกว่าวันนี้เธอจะโชคดีถึงขนาดได้นั่งอยู่ระหว่างนักร้องคนโปรดทั้งสองคน ซึ่งต่างก็เคยโด่งดังจนแทบไม่มีใครในยุคนั้นไม่รู้จัก
นี่มันยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเสียอีก!
ถึงสถานที่ที่พวกเขามานั่งรวมตัวกันจะเป็นโรงพักก็เถอะ...
“เจ๊ครับ! ที่ร้านมีเรื่องนิดหน่อยครับ” ถนอมผลักประตูโรงพักเข้ามา ก่อนส่งเสียงเรียกอุ้ยจากด้านหน้า
“เดี๋ยวอุ้ยมานะคะ” อุ้ยหันไปบอกอกิณากับอชิระอย่างเกรงใจ ก่อนลุกขึ้นเดินไปหาถนอม
ทันทีที่เดินพ้นประตูโรงพัก ถนอมก็หันมาถามด้วยความสงสัย
“ข้างในก็ออกจะเย็น เจ๊เป็นอะไร ทำไมเอาแต่ซับเหงื่ออยู่ได้”
“แกจะไปรู้อะไร ใครจะไปนึกฝันว่าวันหนึ่งฉันจะมีนักร้องดังระดับนั้นมานั่งขนาบซ้ายขวาใกล้ชิดขนาดนี้”
“เจ๊พูดถึงใครอะ”
“เออ พูดไปแกก็ไม่รู้จักหรอก ว่าแต่มีเรื่องอะไร รีบว่ามา”
“ตอนนี้ลูกค้ามาแน่นร้านเลยครับเจ๊ แถมยังต่อแถวรอเข้าร้านกันยาวเหยียด ติ๊ดตี่เลยให้ผมมาถามว่าจะเอายังไงดี”
“อ้าว! แล้วทำไมจู่ ๆ คนถึงแห่กันมาเยอะขนาดนั้นล่ะ”
“ก็นักร้องที่คุณผู้ชายคนนั้นเรียกมาร้องแทนพี่นานะน่ะสิครับ เขาคือ...”
“คือใครล่ะ พูดมาสิ!”
“ก็น้องฟิล์มไงเจ๊!”
“ฟิล์มไหน”
“โธ่เจ๊! ก็ฟิล์ม ศรัณย์ไง คนที่เพิ่งผ่านเข้ารอบรายการนักร้องอัจฉริยะน่ะ โอ๊ย! แค่นี้ก็จำไม่ได้”
“ห๊า! น้องฟิล์มที่หล่อ ๆ ตัวสูง ๆ เสียงเพราะ ๆ ที่ฉันนั่งเชียร์เมื่อวันเสาร์ที่แล้วน่ะนะ!”
“ใช่ครับเจ๊! โอ๊ย กว่าจะรู้เรื่อง”
อุ้ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าที่กำลังตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นกังวลทันที
“ตายห่า! แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าตัวน้องเขาล่ะเนี่ย ร้านฉันก็เล็กกระจิ๊ดริดแค่นั้นเอง!”
“เจ๊! เอาเรื่องตรงหน้าก่อนเถอะครับ ตกลงจะให้ทำยังไงดี ตอนนี้คนมายืนรอหน้าร้านกันตรึมเลย”
“เอางี้! โต๊ะแต่ละแถวมันเว้นระยะห่างกันเยอะอยู่ใช่ไหม แกให้เด็กในร้านเอาโต๊ะมาเสริมตรงช่องว่างพวกนั้น แต่ต้องไปขอโทษลูกค้าที่นั่งอยู่ก่อนด้วยนะ แล้วก็แถมกับแกล้มให้ฟรีโต๊ะละชุดไปเลย”
อุ้ยถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนโบกมืออย่างตัดใจ
“ขาดทุนก็ขาดทุนวะ! ถือซะว่าเป็นการต้อนรับน้องฟิล์มสุดหล่อก็แล้วกัน”
“ได้เลยครับเจ๊!”
ถนอมรีบเดินแยกออกไป ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรสั่งงานพนักงานที่ร้านทันที
อุ้ยมองตามหลังลูกน้องไปพลางส่ายหน้า ก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้
“คืนนี้ฉันจะโชคดีอะไรขนาดนี้วะเนี่ย...สงสัยเรื่องซวย ๆ ที่เจอมาทั้งวันจะเป็นการฟาดเคราะห์ไปหมดแล้วมั้ง” อุ้ยพึมพำกับตัวเอง ก่อนนึกถึงชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่ในโรงพัก
“ว่าแต่คุณอชิระไปเชิญน้องฟิล์มมาได้ยังไงกันนะ สุดยอดจริง ๆ”
“เจ๊! ผมบอกติ๊ดตี่แล้วนะครับ” เสียงของถนอมทำให้อุ้ยหันกลับมามอง หลังจากที่เธอยืนเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง
“มันบอกว่าน้องฟิล์มร้องเพลงเพราะมากเลยครับ มีคนถ่ายคลิปตอนน้องร้องเพลงลงโซเชียล พอคนเห็นก็แห่กันมาที่ร้าน อยากเจอตัวจริงกันทั้งนั้นเลย” ถนอมเล่าอย่างตื่นเต้น ก่อนมองหน้าเจ้านายด้วยความสงสัย “อ้าว เจ๊เป็นอะไร ทำไมนิ่งไปล่ะ”
“แกบอกเจ้าติ๊ดตี่ด้วยนะ ให้ถ่ายคลิปน้องฟิล์มร้องเพลงเก็บไว้ให้ฉันด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเปิดดู”
อุ้ยถอนหายใจอย่างเสียดาย
“เสียดายจริง ๆ อดเจอตัวจริงเลย แต่ช่างเถอะ แค่คืนนี้ได้เจอคุณอชิระก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว”
“พี่ผู้ชายคนนั้นหล่อดีนะครับเจ๊ ขนาดผมเป็นผู้ชายยังมองตาค้างเลย”
“แหงสิ! หล่อกว่าสมัยก่อนเป็นล้านเท่าเลยมั้ง เรียกว่ายิ่งอายุมากก็ยิ่งหล่อ”
“แล้วเจ๊จะกลับเข้าไปข้างในอีกไหมครับ”
“ยังดีกว่า ขอฉันเดินไปซื้อกาแฟกินก่อน”
พูดจบ อุ้ยก็ออกเดินไปทางร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพัก โดยมีถนอมเดินตามมาติด ๆ
“อ้าว! เจ๊ไม่เข้าไปนั่งให้กำลังใจพี่นานะแล้วเหรอ”
“ไม่ต้องแล้วล่ะ” อุ้ยตอบพลางยิ้มน้อย ๆ “ตอนนี้มีคนที่ให้กำลังใจนานะได้ดีกว่าฉันอยู่แล้ว”
ถนอมขมวดคิ้วทันที
“หมายถึงพี่ผู้ชายคนนั้นเหรอครับ เขาเป็นแฟนพี่นานะเหรอ”
“ตอนนี้ก็ไม่ใช่ เมื่อก่อนก็ยังไม่ใช่”
“อ้าว! แล้วตกลงยังไงกันแน่”
“เฮ้อ...เสียดายจริง ๆ ถ้าตอนนั้นนานะไม่ไปเจอไอ้ผู้ชายชั่วคนนั้นเสียก่อน ป่านนี้อาจจะลงเอยกับคุณอชิระไปแล้วก็ได้ เผลอ ๆ มีลูกด้วยกันสักสองสามคนแล้วมั้ง”
“เดี๋ยวนะเจ๊! พูดถึงใครเนี่ย ผมฟังไม่รู้เรื่องเลย”
อุ้ยได้แต่ถอนหายใจ เมื่อนึกถึงข่าวคราวในวงการบันเทิงเมื่อหลายปีก่อนที่เธอเคยติดตามอย่างใกล้ชิด เรื่องราวเหล่านั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม
>>>>>>>>>>
[ยังมีนิยายอีกเรื่องที่ยังลงต่อเนื่องอยู่นะคะ เรื่อง "เธอคือรักครั้งสุดท้าย"
กดติดตามได้นะคะ (ขอบคุณมากค่ะ)]ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ ทว่าแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นไม่อาจขับไล่ความหม่นเศร้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วห้องได้ โดยเฉพาะเมื่อเสียงเพลงแสนเศร้ายังคงคลอเบา ๆ อยู่ในความเงียบงันภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงฉันเคยคิดว่าความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจเช่นนี้คงเป็นเพียงเพราะค่ำคืนที่ล่วงเลยจนดึกดื่นแต่คำโกหกหนึ่งคำ กลับนำไปสู่อีกคำโกหกไม่รู้จบคนที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวเช่นเธอ...ฉันไม่อาจให้อภัยได้อา...เธอเลือนหายไปราวกับสายหมอกจากไปโดยไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยให้ฉันได้รู้ว่าเธออยู่แห่งหนใดฉันไม่อยากให้เธอมองว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาแต่ร่ำไห้เมื่อหัวใจต้องเจ็บช้ำเมื่อรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนฉันคงต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังอีกครั้งความรักช่างเหมือนฝันร้าย...ที่ฉันอยากลืมเลือน...อกิณาหลับตาลง ปล่อยให้ท่วงทำนองและเนื้อร้องของเพลง คนโกหก ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้เพียงได้ยินอชิระเอ่ยชื่อเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งในวันนี้ ก็ราวกับมีใครนำมีดมากรีดลงบนบาดแผลเก่าที่เธอพยายามรักษามานานหลายปีความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าผ่านพ้นไปแล้
อกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตามอกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้
ภาพความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้งเธอยังจำวันสุดท้ายที่เดินออกจากอาคารแห่งนี้ได้ดี วันนั้นเธอเพิ่งเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทที่เคยให้โอกาสและสนับสนุนเธอมาตลอด จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จได้แต่สุดท้ายเธอกลับเป็นคนทำลายเส้นทางอาชีพของตัวเองลงเสียก่อนไม่เพียงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนั้นยังทำให้ผู้บริหารและผู้คนอีกหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอต้องผิดหวังไปด้วยอกิณากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ก่อนพยายามตั้งสติแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีพนักงานสามคนนั่งประจำอยู่บริเวณโถงหน้าลิฟต์สำนักงาน“รบกวนถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” ธนัญญา พนักงานประชาสัมพันธ์ประจำอาคาร เอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรประชาชนของอกิณามาเพื่อลงทะเบียนแลกบัตรผู้มาติดต่อ“ทางเราต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทค่ะ” เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสุภาพอกิณาพยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พยายามปิดบังมาตลอดตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคารหญิงสาวหันไปทา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่มือเรียวผอมบางจะโผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม ควานสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหัวเตียง กว่าจะคลำเจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงรบกวนการนอนหลับของเธอ“สวัสดีค่ะ” อกิณารับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ดวงตายังคงปิดสนิท“สวัสดีครับ คุณนานะ”เสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยดังมาตามสาย ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนยกโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูชื่อผู้โทร แต่บนหน้าจอกลับปรากฏเพียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก“ค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ”เธอถามกลับอย่างระแวดระวัง นึกสงสัยอยู่ครามครันว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทรมาหลอกลวงหรือเปล่า“เอ่อ...คือว่า ผมชื่อณัฐพลครับ เรียกนัทก็ได้ ผมรับงานต่อจากพี่บีที่บริษัท WB น่ะครับ พอดีพี่บีลาออกไปแล้ว ทางบริษัทก็เลยมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อคุณนานะแทนครับ”สิ้นประโยคนั้น อกิณาก็เบิกตากว้าง ความง่วงงุนที่มีอยู่เมื่อครู่หายไปทันทีบีลาออกแล้วอย่างนั้นหรือ!“อ้าว เหรอคะ แล้ว...คุณนัทโทรมาหานานะเรื่องงานที่รับไว้ใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าเพลงที่ทางบริษัทให้คุณนานะแต่ง เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ”“เสร็จแล้วค่ะ เพิ่งเสร็จเมื่อคืนนี้เอง แต่คุณบีบอกว่ากำหนดส่งมะรืนนี้ไม่
“คุณอชิระครับ” เกียรติชัย ทนายความประจำตัวของอชิระ เดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนคุณเกียรติชัยดึก ๆ แบบนี้” อชิระเอ่ยอย่างเกรงใจ“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” เกียรติชัยตอบ ก่อนถามต่อ “ว่าแต่ตอนนี้คู่กรณีอยู่ที่ไหนแล้วครับ”“ทางโน้นครับ”อชิระพยักพเยิดไปยังอีกมุมหนึ่งของโรงพัก ซึ่งมีชายวัยสามสิบกว่า ๆ นั่งอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ดบน ท่าทางยังมีอาการมึนเมาหลงเหลืออยู่บ้าง ข้างกายมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นทนายความของฝ่ายนั้นเกียรติชัยได้รับทราบเรื่องราวคร่าว ๆ จากอชิระมาก่อนแล้ว เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ได้รับรายงาน เขาเห็นว่าฝ่ายอกิณามีข้อได้เปรียบอยู่ไม่น้อย หากมีหลักฐานยืนยันว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายก่อเหตุจริง อีกฝ่ายก็อาจต้องรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายด้วยซ้ำ“สวัสดีครับพี่!” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างผู้ก่อเหตุรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหา ก่อนยกมือไหว้เกียรติชัยอย่างนอบน้อมเกียรติชัยยกมือรับไหว้“ผมชัยวัฒน์ครับ เป็นทนายความของคุณสุรศักดิ์ คู่กรณีในเรื่องนี้”ชัยวัฒน์แนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ เขารู้จักชื่
อกิณาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปสองเก้าอี้ ก่อนจะรีบเบนสายตากลับมานับตั้งแต่วินาทีที่อชิระหันมาสบตาเธอ หลังได้ยินเสียงเรียกชื่อที่หลุดออกจากปากอย่างไม่ทันตั้งตัว“ไทม์...”เขาก็ยังไม่พูดอะไรกับเธออีกเลยตอนนั้นอชิระเพียงหันไปบอกอุ้ยว่าจะตามมาที่โรงพักด้วย พร้อมแจ้งว่าเขาโทรเรียกทนายความส่วนตัวให้มาช่วยดูเรื่องนี้แล้ว เผื่อจะมีอะไรที่พอช่วยเหลือกันได้จากนั้นจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มก็ยังคงเงียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเธอสักคำ“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไทม์สบายดีใช่ไหม”อชิระหันมามองหญิงสาวเต็มตา แววตาของเขามีความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันจนยากจะอ่านออก แต่สิ่งหนึ่งที่อกิณาสัมผัสได้ชัดเจนคือความขุ่นเคืองที่ดูเหมือนจะยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา“สิบปี หกเดือน สิบห้าวัน” เขาตอบเสียงห้วน ก่อนพูดต่อ“นั่นคือเวลาทั้งหมดที่เราไม่ได้เจอกัน”อกิณาชะงักไปทันที เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ความอึดอัดแล่นขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเขาจำได้แม่นยำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ...ความคิดของเธอย้อนกลับไปยังวันสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบกันวันนั้นเธอกับอชิระมีงานออกรายการเพลงด้วยกัน หลังจบรายการ ชายหนุ่มขอคุยกับเธอตามลำพังในห้อง







