Share

บทที่ 10

last update publish date: 2026-07-28 14:02:26

ไป๋เหลียนฮวาเบิกตาโพลงจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาตื่นตระหนก มือบางพยายามผลักแผ่นอกกว้างให้ถอยห่าง ทว่าคนตัวโตกลับไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งยังดึงรั้งเอวของนางลงไปนั่งบนตักเขาอีกด้วย!

“อื้อ อ่อย” 

จ้าวหลงเหว่ยบดเบียดริมฝีปากลงไป ปิดกั้นทุกคำร้องท้วงจากร่างนุ่มนิ่ม เขาขบเม้มกลีบปากสีสดทั้งบนและล่างประหนึ่งมัจฉาแทะเล็มเหยื่อ ใช้โอกาสที่หญิงสาวเปิดปากเอาอากาศเข้าปอดแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปเก็บกินความหอมหวานอย่างชำนิชำนาญ

ไป๋เหลียนฮวาตัวแข็งทื่อ ตื่นตระหนกกับสัมผัสแปลกใหม่ที่ปลามังกรตัวโตมอบให้ เป็นครั้งแรกในการปฏิบัติจริงของนาง แต่เรื่องราวในม่านมุ้งนางล้วนศึกษามาจนถ่องแท้จากผู้รู้ แม้จะไม่เคยปฏิบัติแต่ก็รู้ว่าบุรุษชอบการตอบสนองแบบใด จึงแสดงท่าทีเงอะงะตอบกลับไปอย่างรู้ความ

“อืม...”

จ้าวหลงเหว่ยเห็นการตอบสนองที่ไร้เดียงสาของนางก็ให้ร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย เผลอครางออกมาด้วยความพึงพอใจ หยอกเย้าพัวพันปลายลิ้นเล็กจนหญิงสาวตัวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมอก

ยิ่งจูบยิ่งอยากครอบครอง ยิ่งได้ลิ้มลองก็ยิ่งอยากจะได้มากกว่านี้...

“อื้อ ๆ”

ไป๋เหลียนฮวาทุบเข้าที่อกชายหนุ่ม ส่งสัญญาณให้รู้ว่าตนเองใกล้จะหมดลมหายใจ แม้จะเสียดายทว่าฮ่องเต้หนุ่มก็มิคิดทรมานคนงาม

ริมฝีปากหยักผละออกเชื่องช้าด้วยใจไม่ยินยอม มองใบหน้างามที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความพึงพอใจ เสียงหอบหายใจของไป๋เหลียนฮวาพาให้เขาจินตนาการไปไกล กอปรกับอกอวบที่กระเพื่อมขึ้นลงนั่น...เขาทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ

“ว้าย! ไต้เท้า ท่านจะทำอันใด อ๊ะ”

เสียงหวีดร้องแหลมสูงด้วยความตกใจ ดังขึ้นเมื่อร่างบางถูกกดลงบนโต๊ะเตี้ยที่ชายหนุ่มใช้สะสางฎีกา ดวงตากลมโตสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ปลามังกรยามหิวกระหายน่ากลัวเกินไปแล้ว!

“เหลียนเอ๋อร์...”

“ท่าน ท่านจะทำสิ่งใด เหลียนเอ๋อร์กลัวนะเจ้าคะ”

เสียงเล็กสั่นเทา นัยน์ตาคลอไปด้วยหยาดน้ำไม่ได้ทำให้จ้าวหลงเหว่ยนึกสงสารแม้แต่น้อย กลับกันมันยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศให้ปะทุขึ้นมาอย่างยากจะระงับ

“เหลียนเอ๋อร์อย่ากลัวนะ อย่ากลัว”

ปากปลอบว่าอย่ากลัว แต่มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างยวนตาอย่างเหิมเกริมเสียแล้ว

“มะ เอา ฮือ เหลียนเอ๋อร์ไม่เอา”

เสียงร้องไห้โยเยเรียกสติคนหน้ามืดตามัวให้หยุดทุกการกระทำ นี่เขาเป็นอะไรไป ฮ่องเต้เช่นเขาไม่เคยขาดสตรี ทว่าคนตรงหน้ากลับทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ถึงเพียงนี้...

“ขอโทษ เหลียนเอ๋อร์ ข้าขอโทษ”

“ฮือออ ท่านเป็นคนไม่ดี”

จ้าวหลงเหว่ยกอดกระชับร่างอันสั่นเทาของไป๋เหลียนฮวาเข้าสู่อ้อมอก นึกแค้นใจตัวเองที่บุ่มบ่ามเกินไป ทว่าใครไม่เป็นเขาก็ไม่เข้าใจหรอก ลอบสบถด่าตัวเองในใจที่เมื่อเย็นตะกละกินเนื้อแพะมากเกินไป

“ใช่ ข้าไม่ดีเอง เงียบเถอะนะ เงียบเสียเด็กดี”

ยิ่งนางฝังใบหน้าร้องไห้กับอกของตน กลางกายชายหนุ่มก็ยิ่งปวดหนึบ ท่าทีไร้เดียงสาช่างปลุกความดิบเถื่อนของเขาเสียจริง!

ฝ่ายไป๋เหลียนฮวาพอได้ร้องไห้เรียกความสงสารจากอีกฝ่ายได้แล้ว มือไม้ก็ปัดป่ายมั่วซั่วผลักเขาบ้าง ลูบไล้แผ่นอกเขาบ้าง คล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจจนได้ยินเสียงสูดหายใจของฮ่องเต้หนุ่มหนักหน่วงขึ้น นางก็ยกยิ้มสมใจ

“ท่านจุมพิตข้าเพราะชอบข้าหรือเจ้าคะ”

“ใช่ ข้าชอบเจ้า ชอบตั้งแต่แรกเห็น ข้าล่วงเกินเจ้าถึงเพียงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะไม่รับผิดชอบเจ้านะ”

จ้าวหลงเหว่ยเห็นนางเงียบไปหลังจากที่เขากล่าวประโยคนี้จบก็ให้กังวลใจนัก แต่ใบหูแดงก่ำของนางก็บ่งบอกได้ชัดว่านางมิได้โกรธเคือง

ไป๋เหลียนฮวาเขินอายนัก คิดจะผลักเขาออกก็ไม่กล้า จึงทำได้เพียงขยับกายไปมาให้เขารู้ว่านางยังนั่งอยู่ตรงนี้ ทว่าผลที่ได้กลับตรงกันข้าม นอกจากชายหนุ่มจะไม่ปล่อยแล้ว ยังพลิกกายนางลงไปนอนราบบนโต๊ะอีกครั้ง

“ข้าขอแค่ข้างนอกได้หรือไม่ นะทำให้ข้าหน่อยนะเหลียนเอ๋อร์ เด็กดี”

“ทำ ทำอันใด อ๊ะ ท่าน!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 65

    เห็นได้ว่าเถียนเถาฮวาก็ตระหนักถึงเหตุผลนี้เช่นกัน นางพลันกระแอมกระไอเล็กน้อย รีบเปลี่ยนคำพูดทันที“ข้าไม่เคยรักษาบุรุษที่มีอาการเช่นนี้มาก่อน...แต่ก็ใช่ว่าจะไร้หนทางไปเสียทีเดียว”“จริงหรือ! ข้ารับรองว่าหากเจ้ารักษาจนฝ่าบาทมีทายาทในเร็ววัน ฝ่าบาทและพี่ชายผู้นี้จะต้องตกรางวัลให้เจ้าอย่างงาม” จางจื่อรุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี แม้จะยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างไรเขาก็มีความหวังมิใช่หรือ “ได้รางวัลหรือไม่ข้าล้วนไม่ใส่ใจ ขอเพียงช่วยท่านให้หลุดพ้นจากคำครหาได้ เพียงเท่านี้ข้าก็ยินดีแล้วเจ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใบหน้างดงามอ่อนหวานประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ทำให้ร่างสูงรู้สึกตาพร่าไปชั่วขณะ คล้ายหัวใจจะเต้นผิดจังหวะอีกด้วย“ขอบใจเจ้ามากเถาเถา” “ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำนี้เจ้าค่ะ ข้าขอเวลาศึกษาตัวยาปรุงกำยานสักระยะ อ้อ อีกอย่างข้ามีเรื่องสำคัญต้องรบกวนท่านให้ช่วยจัดการสักหน่อย” “มีสิ่งใดอย่าได้เกรงใจ เจ้ากล่าวมาได้เลย” “ท่านมีตำแหน่งสูงถึงเพียงนี้ คงจะหาบุรษหล่อเหลาไว้ใจได้สักผู้หนึ่งให้ข้าได้กระมัง”สิ้นคำของหญิงสาว จางจื่อรุ่ยพลันมุมปากกระตุก นี่นางอยา

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 64

    จางจื่อรุ่ยมองตามคนตัวเล็กที่เดินนำเข้าไปด้านใน ก่อนจะหันกลับไปสั่งควาคนขับรถม้าและคนสนิทอีกหลายประโยค จึงหมุนกายสาวเท้าตามหญิงสาวเข้าไป เรือนหลังนี้มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่หากมองจากภายนอกล้วนไม่มีสิ่งใดสะดุดตา แต่เมื่อได้เหยียบย่างเข้ามายังเรือนด้านใน ชายหนุ่มก็ต้องตกใจกับภาพทิวทัศน์เบื้องหน้า ต้นท้อที่เรียงรายสองฝั่งริมทางเดินผลิดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมละมุน ยามลมราตรีพัดมาแผ่วเบาก็พาเอากลีบดอกสีชมพูอ่อนปลิดปลิวร่วงหล่น กอปรกับร่างอรชรของหญิงงามที่เดินนำอยู่ด้านหน้า ยิ่งมองหัวใจของชายหนุ่มยิ่งสั่นไหว… “เชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะ เรือนของข้าอาจจะคับแคบไปเสียหน่อย โปรดอย่าได้ถือสา นี่น้ำชากับของว่างเจ้าค่ะ” “ขอบใจมาก ทุกอย่างล้วนดียิ่ง” ดวงตาคมกวาดไปรอบกายอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงกล่าวธุระของตนทันที “ไม่ขอปิดบังเจ้าก็แล้วกัน ที่เข้ามาวันนี้เป็นเพราะสืบทราบมาว่าเครื่องหอมร้านเจ้าสามารถทำให้สตรีตั้งครรภ์ได้ หลายวันมานี้คิดว่าเจ้าคงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับข้าไม่มากก็น้อยกระมัง” ชายหนุ่มเอ่ยพร้มมกับจ้องมองใบหน้างดงามของอดีตน้องสาวข้างบ้านไปพลาง เถียนเถาฮวาเห็นเขา

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 63

    สิ้นคำเรียกขานที่ดูจะสนิทสนมของเถียนเถาฮวา จางจื่อรุ่ยที่คิดจะกล่าวคำทักทายเป็นอันต้องหยุดชะงักคำพูดติดอยู่ในลำคอ เขาพินิจหญิงงามเบื้องหน้าด้วยแววตาไม่เข้าใจ หากจำไม่ผิดตนไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับสตรีนอกเรือนมาก่อน การที่นางรู้จักชื่อของเขานั้นมิผิด แต่ทว่าการเรียกขานพี่ชายเช่นนี้ก็ดูจะสนิทสนมเกินไปหรือไม่… ราชครูหนุ่มตั้งใจจ้องมองนางอีกครั้ง ดวงหน้างดงามสะคราญโฉมเช่นนี้ หากได้ยลเพียงหนึ่งคราย่อมมิอาจลืมเลือน ดวงตากลมโตฉายประกายยินดีนั่นก็คล้ายจะคุ้นเคยขึ้นมาบ้างแล้ว ฉับพลันนั้นในสมองพลันมีภาพเด็กสาวผู้หนึ่งวาบผ่าน ดวงตาคมเหลือบมองป้ายชื่อร้านเหนือบานประตูในที่สุดก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก “เจ้า…เถาเถาหรือ” “เจ้าค่ะ ข้าเอง หลายปีมานี้ท่านสบายดีหรือไม่เจ้าคะ” จางจื่อรุ่ยไม่อยากจะเชื่อสายตา เด็กสาวในวันวานยามนี้กลายเป็นโฉมสะคราญไปเสียแล้ว เถียนเถาฮวาในความทรงจำของเขานั้นผอมแห้ง สูงยังไม่ถึงเอวเขา ตามติดแจราวกับหางน้อย ๆ จางจื่อรุ่ยยังจำได้ดียามที่เขาเดินทางเข้าเมืองหลวง สาวน้อยผมแกละผู้นั้นยังร้องห่มร้องไห้จะตามมาให้ได้อยู่เลย “พี่ชายสบายดี ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้า

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 62

    “คุณหนู แต่นั่นคือราชครูจางนะเจ้าคะ เราทำเช่นนี้จะดีแล้วจริง ๆ หรือเจ้าคะ” ลี่ชุนที่เห็นผู้เป็นนายยังคงนิ่งเฉยก็ร้อนใจแทนหญิงสาวอดจะกล่าวเตือนขึ้นมาไม่ได้ เถียนเถาฮวาเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มปลอบโยนส่งไปให้“วางใจเถอะ หากเขาอยากพบข้าจริง ๆ ย่อมต้องมีวิธีการ ไปเรียกลูกค้าคนต่อไปเข้ามาได้แล้ว” ภายนอกเถียนเถาฮวาทำเป็นไม่สนใจได้ ใครเลยจะรู้ว่ายามนี้ในใจของนางลิงโลดเพียงใด ในที่สุดเขาก็มาเสียที ทว่าหากนางให้เขาพบง่ายดายเช่นนั้น สิ่งที่ทำมาตั้งแต่ต้นก็สูญเปล่าน่ะสิ…เวลาผ่านไปราวสามชั่วยาม ร่างบางในอาภรณ์สีชมพูดอกท้อจึงหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยอาการเมื่อยล้า นางทอดสายตามองออกไปด้านนอกก็เห็นว่าผืนนภาถูกอาบย้อมไปด้วยสีหมึกเสียแล้ว“คุณหนู ให้ลงกลอนห้องปรุงกำยานเลยหรือไม่เจ้าคะ” “เอานี่ไปเก็บให้ข้าด้วยก็แล้วกัน ถ้าเสร็จแล้วเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ” เถียนเถาฮวายื่นกล่องไม้น่านมู่ที่ด้านในเต็มไปด้วยกำยานหลากหลายตำรับไปให้ลี่ชุน เด็กสาวรับไปถือไว้อย่างเคยชินก่อนจะกล่าวคุกับณหนูของตนอีกว่า“บ่าวไปดูบัญชีรายชื่อของวันนี้แล้ว ไม่มีคนของจวนราชครูลงชื่อจองไว้เจ้าค่ะ” “เช่นนั้นหรือ…” เถียนถานฮวาชะงัก

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 61

    “มีข่าวอันใด เจ้าพูดมาให้กระจ่าง” ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมลงถนัดตาเมื่อเห็นคนข้างกายเสียกิริยา ทว่าตงจื้อกลับไม่รอช้ารีบกล่าวออกมาในคราวเดียว “คนเฝ้าประตูจวนสืบข่าวจากชาวบ้านระแวกนี้ได้ความมาว่า ที่ตรอกซานฮวามีร้านเครื่องหอมมาเปิดใหม่ แต่เครื่องหอมภายในร้าน หาใช่เครื่องหอมธรรมดาขอรับ” “มิใช่เครื่องหอมธรรมดา เจ้าหมายถึง…เครื่องหอมนั้นทำให้คนมีบุตรหรือ!” ดวงตาคมดุจเหยี่ยวมีประกายความหวังพาดผ่านก่อนจะเลือนหายไปในเวลาต่อมา ขนาดหมอหลวงยังไม่สามารถรักษาอาการประหลาดของฮ่องเต้ได้ เขาอย่าเพิ่งตั้งความหวังไว้สูงจะดีกว่า “เป็นเครื่องหอมที่ทำให้มีบุตรจริง ๆ ขอรับ แต่เป็นกำยานสำหรับสตรี บ่าวไม่แน่ใจว่าจะมีกำยานรักษาโรคของบุรุษหรือไม่” “สืบมาแน่ชัดแล้วใช่หรือไม่ มิใช่พวกนักต้มตุ๋นกระมัง” จางจื่อรุ่ยถามเพื่อความมั่นใจหากแต่ร่างกายไวกว่าความคิด เขาพูดพลางเดินนำคนข้างกายไปทางรถม้าหน้าประตูจวนทันที ใช่นักต้มตุ๋นหรือไม่ไปเยือนสักครั้งก็กระจ่างแล้วไม่ใช่หรือ “ไปตรอกซานฮวา” “ขอรับนายท่าน” สารถีขับรถม้าควบทะยานไปทางที่ผู้เป็นนายบอกอย่างรวดรเร็ว ยิ่งใกล้ถึงตรอกซานฮวามากเท่าใด การสัญจรก็ยิ

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 60

    ตลอดการประชุมเช้าในราชสำนัก เจ้าของตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ ไม่เอ่ยวาจาใดแม้เพียงครึ่งคำ ใบหน้าหล่อเหลาฉายประกายเย็นชา ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายไม่น่าเข้าใกล้ แม้ขุนนางที่เคยมีไมตรีต่อกันยังไม่กล้ากล่าวทักทายภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ ครั้นการประชุมเช้าจบลงชายหนุ่มก็ออกจากพระราชวังตรงกลับจวนของตนเองทันที“นายท่าน น้ำชากับของว่างเจ้าค่ะ” “อืม” เสียงทุ้มขานรับคำ ทว่าสายตาไม่ได้ละไปจากหนังสือราชการเบื้องหน้า มือหนาพลิกหน้ากระดาษไปสองสามที หัวคิ้วพลันขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อรับรู้ได้ว่าในห้องตำราของตนยังมีคนอยู่“เหตุใดยังไม่ออกไปอีก” “บ่าวเห็นว่านายท่านขยับไหล่อยู่หลายครา ให้บ่าวนวดให้ดีหรือไม่เจ้าคะ” ร่างอวบอัดตอบด้วยน้ำเสียงหยดย้อยพลางขยับกายบิดสะโพกเข้ามาใกล้เสียจนได้กลิ่นเครื่องหอมฉุนจมูก จางจื่อรุ่ยสำรวจการแต่งกายของสาวใช้ผู้นี้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้านางจัดว่างามอยู่หลายส่วน แต่ที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นก้อนเนื้ออวบอิ่มที่ถูกสายรัดอกขับเน้นให้นูนเด่น ชายหนุ่มใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านี่คือสาวใช้อุ่นเตียงที่ไต้เท้าผู้หนึ่งมอบให้ เขาเคยใช้งานไปเพียงคร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status