Se connecterหลังชิงเถียนได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากสองแม่ลูก ซึ่งดูเหมือนร้ายกาจแต่กลับโง่เขลา จึงเอ่ยสวนกลับไปอย่างรู้แจ้ง
“ที่แท้พวกคุณคิดขายฉันออกไปให้คุณชายสือ เพื่อหวังสินสอดพวกนี้เองสินะ ช่างเลวจริงๆ” ชิงเถียนเข้าใจอะไรมากขึ้น
“ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย เถียนเอ๋อ..แกก็รู้นี่ว่าลุงของแกทำงานที่โรงงานทอผ้าสกุลสือ พวกเราไม่ควรมีเรื่องบาดหมางใจกับคุณชายสือนะ” ผิงอันเอ่ยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด
“แล้วไง ลุงตงฉินทำงานให้สกุลสือจึงคิดขายหลานสาวเพื่ออนาคตตัวเองงั้นเหรอ”
“ใครว่ากัน พวกเราแค่หวังดีเห็นว่าสกุลสือมั่งคั่งร่ำรวยจึงอยากให้เธอแต่งเข้าไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายต่างหากล่ะ” เจียลี่ช่วยพูดเสริม
“สุขสบายกับผีนะสิ”
“ใครๆในหมู่บ้านหยวนจื่อต่างรู้ดีว่าคุณชายสือนั่นเลวร้ายแค่ไหน ถือว่าบ้านมีฐานะร่ำรวยคอยข่มเหงรังแกคนอื่น โดยเฉพาะหญิงสาว”
“ทำตัวกร่างเป็นนักเลง ข่มขู่ ทำร้าย ทั้งยังชอบลวนลามเอาเปรียบผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีไปทั่วบ้านทั่วเมือง”
“นี่น่ะเหรอที่พวกคุณเห็นว่าเป็นคนดี ถ้าแบบนั้นก็เชิญไปแต่งเองเถอะ” ชิงเถียนสวนกลับไป
“ชิงเถียน..ในเมื่อพูดจาดีๆกับแกไม่รู้เรื่อง ถ้างั้นคงต้องบังคับกันแล้วล่ะ ไปพบคุณชายสือกับพวกเราเดี๋ยวนี้!”
ผิงอันเอ่ยเสียงเข้มก่อนจะหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณกับเจียลี่ แล้วเดินตรงเข้ามาหวังช่วยกันจับตัวชิงเถียนไปส่งให้คุณชายสือ
“ไป ไปกับพวกเรา อย่าให้คุณชายสือรอนาน” ผิงอันเอ่ย
‘คงพูดดีๆกับคนพวกนี้ไม่ได้จริงๆสินะ’ ชิงเถียนคิดก่อนจะเผยรอยยิ้มร้ายออกมา ตั้งท่าจะสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของสองแม่ลูก
“ทำอะไรน่ะ มาจับตัวพี่ชิงเถียนไว้ทำไม” เสียงเยว่ชิงหลันแฝดคนน้องของชิงเถียนเอ่ยขึ้น พร้อมรีบเดินตรงเข้ามาหาพี่สาว
“นั่นสิจะทำอะไรพี่ชิงเถียนน่ะ” เยว่ลู่จิวน้องชายฝาแฝดของชิงเถียนรีบตามเข้ามาด้วย
สองพี่น้องฝาแฝดพึ่งกลับจากโรงเรียนจึงทันได้มาเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้เข้าพอดี
“หลันเอ๋อ อาจิว” ชิงเถียนเอ่ยเรียกน้องชายน้องสาว
‘นี่น้องชายกับน้องสาวของเธองั้นหรือ ช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริง’ ชิงเถียนคิดพร้อมมองไปยังน้องฝาแฝด
“ปล่อยพี่สาวเราเดี๋ยวนี้นะ”
“ใช่ปล่อย บอกให้ปล่อยไง”
สองแฝดช่วยกันดึงตัวพี่สาวออกจากการเกาะกุมของสองแม่ลูก ชิงเถียนมองน้องๆที่ช่วยกันปกป้องเธอด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ไอ้เด็กพวกนี้นี่ อย่าเข้ามายุ่งนะ เรากำลังจะพาพี่สาวพวกแกไปแต่งงานกับคนรวยๆ ต่อไปพวกแกสองคนจะได้อยู่อย่างสุขสบายยังไงล่ะ”
ผิงอันเอ่ยกับสองแฝดที่ช่วยกันยื้อยุดฉุดกระชากชิงเถียนไม่ยอมปล่อย
“สบายบ้าอะไร หลันเอ๋อ อาจิว สองแม่ลูกนี่คิดจะขายพี่ให้อันธพาลสกุลสือ รีบไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาที” ชิงเถียนบอกน้องชายน้องสาว
ลู่จิวได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าก่อนจะรีบวิ่งออกไปโดยเร็ว ขณะที่ชิงหลันคอยอยู่ช่วยพี่สาว
“หน็อยหยุดนะ เรื่องในครอบครัวแบบนี้จะไปตามคนอื่นมาทำไมกัน” ผิงอันเอ่ยพร้อมหันไปส่งสัญญาณให้เจียลี่ไล่ตามจับลู่จิวกลับมา
เจียลี่วิ่งตามออกไปทันที หากแต่ลู่จิวที่เป็นเด็กและแข็งแรงกว่าก็วิ่งได้รวดเร็วนัก
“ปล่อยฉันได้แล้ว!” ชิงเถียนสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของผิงอัน ก่อนหันไปยืนเคียงข้างน้องสาว
“พี่ชิงเถียน พี่เป็นอะไรหรือเปล่า แล้วนั่นเลือด เลือดออกนี่คะ” ชิงหลันเห็นเลือดไหลซึมออกมาจากหน้าผากเหนือขมับด้านขวาของพี่สาวจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าร้อนรน
“พี่ไม่เป็นไร” ชิงเถียนตอบกลับไป
“ชิงเถียน แกอย่ามาทำตัวดื้อด้านกับฉันนะ ฉันกับลุงแกตอบตกลงนายท่านกับคุณชายสือไปแล้วว่าจะยกแกให้พวกเขา ทำตัวดีๆว่าง่ายๆจะดีกว่า” ผิงอันยังคงยืนยันขายชิงเถียนให้สกุลสือ
“ไม่มีทาง พวกคุณมีสิทธิ์อะไรกันมายกฉันให้คนอื่น”
“สิทธิ์ที่พวกเราเลี้ยงดูพวกแกสามคนพี่น้องมายังไงล่ะ”
‘หลันเอ๋อ ไปตามเพื่อนบ้านมา ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี’ ชิงเถียนหันไปกระซิบกระซาบกับน้องสาว ซึ่งพยักหน้าตอบรับแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
“แน่ใจเหรอว่าพวกคุณเลี้ยงดูฉันกับน้อง กล้าพูดออกมาได้นะ” ชิงเถียนสวนกลับไป พร้อมตั้งใจถ่วงเวลารอผู้ชมมาพร้อมหน้า
ในขณะที่ผิงอันนิ่งอึ้งไป เมื่อคิดดูแล้วรู้ตัวว่าตนเองแค่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากครอบครัวชิงเถียน ไม่เคยให้การดูแลเอาใจใส่สามพี่น้องเลยจริงๆ
“เถียนเอ๋อ ฉันกับป้าแกช่วยกันดูแลแกกับน้องๆมาตลอด ถึงเวลาแล้วที่แกต้องตอบแทนบุญคุณพวกเรานะ”หลังได้ยินคำพูดจากปากหลานสาวที่จู่ๆก็เฉลียวฉลาดปากกล้าขึ้นมาตงฉินก็เถียงอะไรไม่ออก สุดท้ายจึงอ้างบุญคุณขึ้นมาแทน“บุญคุณเลี้ยงดูงั้นเหรอ” ชิงเถียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชันเสียดสีเต็มที่“ใช่ หลังพ่อแม่แกตายไปพวกฉันก็ช่วยกันดูแลพวกแกสามพี่น้องมาโดยตลอด ไม่ให้พวกแกต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อนยังไงล่ะ”“แกกับน้องๆของแก สมควรสำนึกในบุญคุณนี้นะ” ผิงอันพูดเอาความดีเข้าตัวอีกคน“เร่ร่อนเนี่ยนะ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”“หลังพ่อแม่ฉันเสีย พวกคุณก็ย้ายกันมาอยู่ที่บ้านที่พ่อแม่ฉันทิ้งเอาไว้ให้ฉันกับน้อง”“อ้างว่ามาดูแลเอาใจใส่พวกเรา แต่ความจริงแล้วกลับมาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆ”“ยึดเงินชดเชยการเสียชีวิตของพ่อแม่เราไป ใช้งานเราสามพี่น้องสารพัด ส่วนตัวเองกับลูกสาวใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”“จิกหัวเราให้ทำนู่นทำนี่ทุกอย่าง เห็นเราเป็นคน
“พูดไม่ออกสินะ เพราะที่ผ่านมาครอบครัวคุณเพียงแค่เข้ามากอบโกย หวังในเงินและทรัพย์สิน รวมทั้งบ้านของพวกเราที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้ต่างหากล่ะ” ชิงเถียนเอ่ยอย่างรู้ทัน จนผิงอันต้องอึ้งไปอีกรอบ ‘นังเด็กนี่มันฉลาดทันคนขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’ ผิงอันคิดอย่างประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น ผิงอันจะทำอะไรเถียนเอ๋อน่ะ” “นั่นสิ เมื่อครู่มีเสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน” “ได้ยินหลันเอ๋อบอกว่า ผิงอันทำร้ายเถียนเอ๋องั้นเหรอ” “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” “แล้วนั่นหน้าผากเถียนเอ๋อทำไมถึงมีเลือดไหลซึมออกมาแบบน
หลังชิงเถียนได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากสองแม่ลูก ซึ่งดูเหมือนร้ายกาจแต่กลับโง่เขลา จึงเอ่ยสวนกลับไปอย่างรู้แจ้ง“ที่แท้พวกคุณคิดขายฉันออกไปให้คุณชายสือ เพื่อหวังสินสอดพวกนี้เองสินะ ช่างเลวจริงๆ” ชิงเถียนเข้าใจอะไรมากขึ้น“ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อยเถียนเอ๋อ..แกก็รู้นี่ว่าลุงของแกทำงานที่โรงงานทอผ้าสกุลสือพวกเราไม่ควรมีเรื่องบาดหมางใจกับคุณชายสือนะ”ผิงอันเอ่ยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด“แล้วไง ลุงตงฉินทำงานให้สกุลสือจึงคิดขายหลานสาวเพื่ออนาคตตัวเองงั้นเหรอ”“ใครว่ากัน พวกเราแค่หวังดีเห็นว่าสกุลสือมั่งคั่งร่ำรวยจึงอยากให้เธอแต่งเข้าไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายต่างหากล่ะ” เจียลี่ช่วยพูดเสริม“สุขสบายกับผีนะสิ”“ใครๆในหมู่บ้านหยวนจื่อต่างรู้ดีว่าคุณชายสือนั่นเลวร้ายแค่ไหน ถือว่าบ้านมีฐานะร่ำรวยคอยข่มเหงรังแกคนอื่น โดยเฉพาะหญิงสาว”“ทำตัวกร่างเป็นนักเลง ข่มขู่ ทำร้าย ทั้งยังชอบลวนลามเอาเปรียบผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีไปทั่วบ้านทั่วเมือง”“นี่น่ะเหรอที่พวกคุณเห็นว่าเป็นคนดี ถ้าแบบนั้นก็เชิญไปแต่งเองเถอะ” ชิงเถียนสวนกลับไป
‘เธอคิดฝันมานานแล้ว ว่าอยากอยู่ในโลกยุคสมัยเก่าที่มีธรรมชาติอันงดงาม แสงแดดสาดส่องถึง อากาศที่บริสุทธิ์และแหล่งน้ำใสสะอาด’ ชิงเถียนคิดอย่างพึงพอใจ‘เห็นทีว่าเธอคงต้องจัดการกับครอบครัวร้ายกาจนี้ก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะใช้ชีวิตที่นี่ต่อไปให้ดีได้’ในโลกก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นยุคหลังการสิ้นโลกไปแล้วครั้งหนึ่ง เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมและอากาศแย่ๆ ผู้คนต้องสวมหน้ากากออกซิเจนเพื่อใช้หายใจยามออกมาภายนอกที่พักอาศัยแตกต่างจากโลกใบใหม่นี้ซึ่งยังเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติอันงดงาม นับเป็นโชคดีของเธอจริงๆ ที่มีโอกาสทะลุมิติและมาอยู่ในร่างเด็กสาวผู้นี้หากแต่กลับกลายเป็นเคราะห์ร้ายของชิงเถียนคนก่อนที่โดนสองแม่ลูกเล่นงานจนพลังงานหรือวิญญาณตามความเชื่อของยุคสมัย หลุดลอยออกจากร่างไป‘ไม่เป็นไรนะเยว่ชิงเถียนในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้ว รับรองว่าฉันจะใช้มันอย่างคุ้มค่าแน่นอน’‘ที่สำคัญฉันจะเป็นคนดูแลน้องชายน้องสาวทั้งสองคนให้เธอเอง พร้อมเอาคืนครอบครัวเห็นแก่ตัวตรงหน้าด้วย’ชิงเถียนคิดพร้อมมองไปยังสองแม่
ชิงเถียนที่เป็นคนสุภาพ อ่อนน้อม ขี้เกรงใจและไม่ค่อยพูดค่อยจาจำต้องเก็บปากสงบคำ เลือกที่จะทำงานพิเศษหารายได้เสริมเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายซื้อข้าวของจำเป็นให้น้องๆและตัวเองตั้งใจว่าเมื่ออายุครบ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้วจะขอดูแลทรัพย์สินเงินทองของพ่อแม่ด้วยตัวเอง ยามนั้นครอบครัวของลุงคงอ้างว่าเธอเป็นเด็กไม่ได้อีกโดยไม่รู้เลยว่าครอบครัวลุงเอาเงินชดเชยของพ่อแม่เธอไปใช้สอยไม่น้อยแล้ว ยังดีที่พวกเขาไม่สามารถแตะต้องเงินกับทรัพย์สินที่พ่อแม่ชิงเถียนฝากเอาไว้ในธนาคารได้เพราะจำเป็นต้องได้รับความยินยอม หรือหนังสือมอบอำนาจจากชิงเถียนก่อน ซึ่งเธอทำทุกทางเพื่อบ่ายเบี่ยงไม่ทำตามที่ครอบครัวลุงต้องการมาโดยตลอดและเรื่องนี้ก็ถูกครอบครัวลุงเธอนำมาใช้เป็นข้ออ้างไม่ให้เงินชิงเถียนกับน้องๆใช้จ่าย เพราะต้องประหยัดอดออม ทำให้ชิงเถียนเองก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนไปจนกว่าตัวเองจะบรรลุนิติภาวะภายในปีหน้านี้แล้ว‘อะไรกัน นี่มันครอบครัวปลิงดูดเลือดชัดๆ มองดูก็รู้ว่าครอบครัวลุงของชิงเถียนเป็นคนไม่ดี หวังเพียงผลประโยชน์จากทรัพย์สินเงินทอง รวมทั้งบ้านที่พ่อแม่ชิงเถียนทิ้งเอาไว้ให้เธอกับน้อง
ณ. บ้านสกุลเยว่ หมู่บ้านหยวนจื่อ ชานเมืองเซี่ยงไฮ้ปี ค.ศ.1984 หญิงสาวอายุ 17 ปี นามว่าเยว่ชิงเถียนถูกป้าสะใภ้กับญาติผู้พี่ผลักล้มลงไปหัวฟาดพื้นจนสลบ“แม่คะ มันตายหรือยังเนี่ย” เยว่เจียลี่ญาติผู้พี่ ลูกสาวลุงแท้ๆของชิงเถียนเอ่ยถามมารดาสุ่นผิงอัน“มันนิ่งไปนานพักใหญ่แล้ว เดี๋ยวแม่เข้าไปดูเอง” ผิงอันตอบบุตรสาวก่อนเดินกล้าๆกลัวๆเข้าไปดูชิงเถียนที่นอนสลบหัวแตกเลือดไหลอยู่บนพื้นตรงลานหน้าบ้านหากแต่ขณะที่ผิงอันเดินเข้าไปหาชิงเถียน จู่ๆเธอก็เริ่มรู้สึกตัวมีการเคลื่อนไหวน้อยๆ ทำให้ผิงอันต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าชั่วขณะ“โอย เจ็บจัง” ชิงเถียนเอ่ยเสียงแผ่วขณะพยายามขยับเขยื้อนตัวและลุกขึ้นมา พร้อมยกมือขึ้นจับศีรษะบริเวณที่เกิดบาดแผลโดยสัญชาตญาณ“อะไรน่ะ เลือด”“โอ๊ยย..เจ็บ” ชิงเถียนเอ่ยขึ้นด้วยรู้สึกเจ็บแปลบตรงบริเวณบาดแผลที่เธอสัมผัสแตะต้องมัน พร้อมก้มหน้าลงมองดูเลือดที่เปรอะเปื้อนมือเธออยู่“แม่ นังนี่ยังไม่ตายล่ะ ถ้างั้นเราพาตัวมันไปให้เถ้าแก่สือกับลูกชายเถอะ” ผิงอันกล่าวกับมารดาที่ถอยกลับมายืนมองดูท่าทีชิงเถียนเคียงข้างบุตรสาว







