สามีและบุตรชายข้าได้แต่ใดมา

สามีและบุตรชายข้าได้แต่ใดมา

last updateTerakhir Diperbarui : 2024-12-05
Oleh:  LovedeeOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
25Bab
5.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ลินลี่สาวออฟฟิศวัยสามสิบปี อยู่ๆก็พบว่าแฟนหนุ่มที่คบหากันมาถึงห้าปีนอกใจแอบคบหากับเพื่อนสนิทของตนเอง นางผิดหวังจนดื่มยาดองที่ร้านยาดองหน้าปากซอยบ้านตัวเองเพื่อประชดชีวิตจนเมามายหลับไป แต่พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าฟื้นขึ้นมาในกระท่อมไม้ไผ่เก่าๆอย่างที่เคยเห็นแต่ในละคร พร้อมกับเด็กชายคนหนึ่งตัวผอมเกร็งร้องเรียกตนเองว่าแม่ แถมยังมีสามีอีกหนึ่งคน แม้จะมีเค้าความหล่อเหลาแต่บัดนี้เขาขาหักนอนอยู่บนเตียง แถมยังทำท่ารังเกียจเดียจฉันท์และหมางเมินกับตนเองที่ขึ้นชืี่อว่าเป็นเม่ียของเขาแบบงง ๆ แต่ลินลี่ก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรที่จะกลับไปยังโลกที่ตนเองจากมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่นั่นนางก็ไม่มีใคร ในเมื่อกลับไปยังไม่ได้ก็ต้องหาทางสู้กันสักตั้ง ……กับสามีที่อยู่ๆก็รู้ตัวว่ามี

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 อยู่ ๆ ก็มีสามีและบุตรชาย

ลินลี่สาวโสดวัยสามสิบกว่าๆ ที่เพิ่งพบว่าแฟนหนุ่มของตนเองมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของตนเอง ลินลี่รับไม่ได้จึงเสียใจและผิดหวังอย่างมาก จึงประชดชีวิตจอดรถที่ปากซอยทางเข้าบ้านของตนเองแล้วลงไปดื่มยาดองอย่างที่ไม่เคยมาก่อน ป้าใจคนขายยาดองนำเสนอสูตรใหม่่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาให้ลองชิม เมื่อดื่มไปเรื่อย ๆ ก็พบว่ามันอร่อยอย่างไม่ที่ไม่คาดคิด จึงได้ดื่มไปจนเมามายแล้วฟุบหลับไป แต่เมื่อฟื้นสติขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าตนเองนอนอยู่บนพื้นดินแข็ง ๆ แถมมองขึ้นไปด้านบนหลังคายังมุงด้วยใบจากอีกด้วย หันมองไปรอบๆห้องเก่าๆนี้ที่มันสร้างมาจากไม้ไผ่ที่ค่อนข้างเก่าสานเป็นแผ่นแล้วประกอบเข้าด้วยกันแต่ก็ยังมีรูทำให้มองเห็นแสงสว่างลอดเข้ามาในห้องตามรอยแยกของไม้ไผ่ และในห้องนี้มันยังมีหม้อที่ทำจากดินเผาที่ก้นมันดำมากแขวนอยู่ที่ริมผนัง สภาพของมันคงจะผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบันไม่น้อย มีเตาไฟที่น่าจะปั้นขึ้นมาจากดินเหนียวที่มีคราบเขม่าจับจนดำไปหมด และมีโต๊ะไม้เก่าๆที่ใช้วางถ้วยจานชามและหม้อสองสามใบ มีกองฟืนอยู่ข้าง ๆ เตาไฟนั้น 

ลินลี่ที่ยังมึนงงกับสถานที่และสมองยังไม่ประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองถึงได้มานอนอยู่บนพื้นที่ดูเหมือนห้องครัวเก่าๆแห่งนี้  หล่อนครางออกมาเบาๆยกสองมือขึ้นกุมศีรษะตนเอง “ เจ็บๆโอ้ย!! เจ็บเหลือเกินเหมือนหกล้มหัวฟาดพื้นมา “ แต่ เอ๊ะ ฉันจะล้มหัวฟาดพื้นได้ยังไง ก็เมื่อวานนี้จำได้ว่ากำลังก๊งเหล้ากับลุงข้างบ้านที่พบกันที่แผงยาดองหน้าปากซอยจนเมามาย สาเหตุก็เพราะเจ้าคนทรยศนั่นกับนังเพื่อนทรยศที่มันไปแอบมีความสัมพันธ์กันลับหลัง ลินลี่คิดทบทวนเหตุการณ์เท่าที่จำได้ แต่แล้วอยู่ ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ” ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ “ เสียงนั่นมันเป็นเสียงของเด็กชายวัยไม่่น่าจะเกินห้าขวบ รูปร่างผอมเกร็ง ตัวดำเพราะสกปรก เหมือนไม่อาบน้ำมาหลายวันแล้ว แถมเสื้อผ้าที่ใส่ก็ขะมุกขะมอมเหลือเกิน แต่ที่เห็นเด่นชัดคือลูกตาที่ใสแจ๋วแหว๋วนั้น ลูกใครกันหนอ 

” ท่านแม่ขอรับ ตอบข้าด้วยขอรับ ท่านเจ็บมากหรือไม่ " ลินลี่หันมองไปมาจนทั่วห้องครัวแคบ ๆนี้จนทั่วห้อง พบว่ามีเพียงแต่ตนเองกับเด็กชายคนนี้เท่านั้น 

“ เด็กน้อยเจ้าเรียกใครว่าแม่ ” ดวงตาใสแจ๋วของเด็กชายเหมือนพองขยายมากขึ้นอย่างงุนงงกับคำถามนั้น “ ก็เรียกท่านอย่างไรขอรับ ท่านแม่จำข้าไม่ได้หรือขอรับ ข้าอาเหวินบุตรชายของท่านอย่างไรเล่า ” ดวงตาใสแจ๋วนั้นเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอตาขึ้นมา ลินลี่ไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อเห็นเด็กทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา จึงได้รีบรับปากเด็กชายส่งๆไปก่อนด้วยไม่อยากจะเห็นเด็กน่ารักคนนี้ร้องไห้ “ ก็ได้ ๆ ข้าเป็นแม่ให้เจ้าก็ได้ ” ลินลี่เอ่ยขึ้นแล้วค่อยๆยันตัวลุกขึ้น แล้วก้มมองดูตัวเองที่ตอนนี้อยู่ในเสื้อผ้าเหมือนชุดคนจีนสมัยโบราณลักษณะเหมือนชาวบ้านทั่วไปตามชนบทที่เคยเห็นในซีรี่ย์ แต่มองดูแล้วมันเก่าๆซีดๆ เหมือนใช้งานมาจนสมบุกสมบันดังเช่นข้าวของในห้องครัวหรือแม้กระทั่งกระท่อมซอมซ่อนี้ไม่มีผิด 

หล่อนยกสองมือขึ้นมาดูก็พบว่าว่ามันมีรอยด้านเหมือนมือของคนทำงานหนักแม้มือนี้จะบอบบางไม่น้อย แต่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่มือของคนรวยที่สบายมาทั้งชีวิตอย่างแน่นอน ลินลี่ถอนใจออกมา ฉันฝันไปหรือไม่ ทำไมมันเหมือนจริงอย่างนี้ แล้วก็หันไปมองหน้าเด็กชายข้างๆ ดูแล้วเจ้าเด็กนี่คงจะอดมื้อกินมื้อไม่น้อย รูปร่างทั้งผอมโซเหมือนกินไม่เต็มอิ่มมาเป็นเวลานาน เสื้อผ้าที่สวมก็เก่าปอนเนื้อผ้าซีดจนแทบจะจำสีเดิมของมันไม่ได้ เด็กน้อยเอ๋ย ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ขณะที่มองจ้องมองดูเด็กแล้วก็ก้มลงมือดูเสื้อผ้าตนเองที่กำลังสวมอยู่ก็ดูไม่ต่างกัน คนบ้านนี้คงจะยากจนอย่างมาก แต่ทำไมวาสนาของข้ามันช่างน้อยเช่นนี้ ย้อนเวลาทั้งทีแทนที่จะได้เป็นคุณหนูในจวนใหญ่ที่ร่ำรวยหรือไม่ก็เป็นพระชายาของท่านอ๋องหล่อๆสักคน แต่กลับย้อนเวลามาในยุคจีนโบราณที่เป็นชนบทแถมยังยากจนอีกต่างหาก จนขนาดที่ว่าแทบจะไม่มีกิน เฮ้อ วาสนาของลินลี่คนสวยทำไมเป็นเช่นนี้หนอ !! 

ขณะที่นั่งทอดถอนหายใจด้วยความสมเพชทั้งตนเองและเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “ อาเหวิน เจ้าชื่ออาเหวินใช่หรือไม่ ” ลินลี่เอ่ยถามเด็กชาย เขาพยักหน้ารับทันทีแล้วยกมือดำๆของเขาขึ้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ “ ท่านแม่เรียกข้าทำไมหรือ” เขาเอ่ยถามเหมือนดีใจที่นางจดจำเขาได้ “ กระท่อมที่เราอยู่นี้อยู่กันกี่คน มีเจ้ากับข้าและยังมีผู้อื่นอีกหรือไม่ ” อาเหวินทำหน้างงๆ ท่านแม่พูดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว “ บ้านนี้ก็มีท่านแม่ ท่านพ่อ แล้วก็ข้า เพียงสามคนขอรับ แต่ตอนนี้ท่านพ่อขาหักยังนอนอยู่ในห้องนอนขอรับ “ เด็กชายตอบ ลินลี่อึ้งงันไป ข้าย้อนเวลากลับมามีทั้งลูกทั้งสามีอย่างงงๆ เฮ้อ !! จากสาวโสดที่ก็ยังสดอยู่นะแม้จะมีแฟนมาก็หลายปีแล้ว แต่ก็ดีแล้วที่ไม่เสียซิงให้เจ้าคนทรยศนั่น แต่อยู่ ๆก็ต้องมามีสามีที่ไม่เคยเห็นหน้าตาและลูกชายที่อายุน่าจะสี่ห้าขวบแล้ว ” อาเหวิน เจ้าอายุเท่าไหร่กันแล้ว “ เด็กชายแม้จะยังทำหน้างงๆที่จู่ๆมารดาก็ถามเขาเรื่องอายุของเขา ” ท่านแม่ อาเหวินอายุห้าหนาวแล้วขอรับ “ ลินลี่พยักหน้ารับ ชั้นมีลูกอายุห้าขวบที่ไม่ได้ผลิตเองด้วย เฮ้อ !! แต่ก็ช่างมันเถอะ คิดมากก็ปวดหัวค่อยๆแก้ปัญหาไปก็แล้วกัน

ตอนนี้มันจะฝันหรือจะย้อนเวลามาจริงๆก็ตามแต่สิ่งที่เกิดตรงหน้ามันก็เหมือนจริงจนเกินไป คงจะต้องตามน้ำไปก่อน ในเมื่ออยู่ ๆมันย้อนเวลามาได้ และอยู่ ๆก็อาจจะย้อนเวลากลับไปได้เช่นกัน ลินลี่คิดอย่างปลงๆ แล้วค่อยๆยันตัวลุกขึ้น เมื่อขยับกายไปมาพอให้คลายเมื่อขบแล้ว หัวก็เริ่มบรรเทาความเจ็บลงมากแล้ว  จึงได้เดินออกมาจากห้องครัวนั้นแล้วหันมองไปรอบๆก็พบว่าเรือนนี้มันเป็นเรือนที่สร้างจากไม้เก่าๆมีเพียงส่วนที่เป็นครัวที่สร้างจากไม้ไผ่ก็พอจะกันแดดกันฝนได้หากไม่เจอพายุลูกใหญ่ๆนะ แล้วก็หันไปพบโอ่งดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลประตูทางเข้าครัวนักมีขนาดเกือบจะเท่ากันสองใบ และมีตั่งไม้เก่าๆวางอยู่ข้างๆบนตั่งไม้เตี้ยๆนั้นมีอ่างใบใหญ่ที่ทำจากดินเผาวางอยู่ด้วย จึงได้เดินไปเปิดฝาโอ่งที่ทำจากไม้ไผ่สานกันเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีกับปากโอ่งแล้วนำมาปิดปากโอ่งเอาไว้ เพื่อกันสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองหล่นลงไป แล้วหันมาถามเด็กชายว่า ”น้ำที่ใช้กินโอ่งไหนกัน“ เขาชี้มือไปที่โอ่งที่มีขนาดเล็กกว่า ลินลี่จึงหันไปเปิดฝาโองตรงหน้า

เมื่อเปิดออกก็พบน้ำใสอยู่เต็มโอ่งนี่อาจจะเป็นน้ำฝนกระมัง นางจึงใช้ขันเก่าๆที่วางอยู่บนแผ่นไม้ไผ่นั้นตักน้ำมาล้างหน้าบ้วนปากพอให้สดชื่นแล้วรวบผมที่ยุ่งเหยิงให้เป็นมวยไว้บนศีรษะ นางคลำพบปิ่นไม้เก่าๆที่ปักอยู่ จึงได้จับมันปักลงบนมวยผมนั้นให้แน่นหนา คนจนๆไม่มีเงินซื้อปิ่นดีๆอย่างที่เคยเห็นคุณหนูในห้องหอในซีรี่ย์ที่เคยดูบ่อยๆใช้ แม้แต่ปิ่นไม้ที่ปักบนผมก็ยังดูสมบุกสมบัน เฮ้อ !! ไม่ว่ายุคๆ ไหน ๆเงินก็สำคัญไม่ต่างกัน แต่ยุคนี้มันคงจะพอหาเผือกหามันกินได้กระมัง เมื่อสดชื่นดีแล้วจึงได้เดินกลับเข้าไปในครัวแล้วค้นหาข้าวของในห้องครัวว่าพอจะมีอะไรที่ใช้ประกอบอาหารได้บ้าง ค้นพบข้าวสารในหม้อที่วางไว้บนพื้นอยู่ครึ่งหม้อดินเผา และพบไข่ไก่วางอยู่ในตระกร้าสานจากไม้ไผ่ใบเก่าๆอยู่ห้าฟอง มีผักกาดดอง มีกระเทียมมีหอมหัวใหญ่อยู่ไม่มาก และมีผักกาดขาว มีกระหล่ำอยู่หัวหนึ่ง ก็ยังพอทำอาหารได้ ตอนนี้ทำกับข้าวกินกันก่อนให้ท้องอิ่มก่อนแล้วค่อยคิดแก้ไขปัญหาก็แล้วกัน 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Paison Thimdib
Paison Thimdib
ขอบคุณ อ่านจบแล้ว
2025-05-23 14:10:47
1
0
งง ปีนี้ ชงนะเนี้ย
งง ปีนี้ ชงนะเนี้ย
สงสัยคงไม่อัพแล้วมั้ง
2025-03-07 10:51:01
1
0
25 Bab
บทที่ 1 อยู่ ๆ ก็มีสามีและบุตรชาย
ลินลี่สาวโสดวัยสามสิบกว่าๆ ที่เพิ่งพบว่าแฟนหนุ่มของตนเองมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของตนเอง ลินลี่รับไม่ได้จึงเสียใจและผิดหวังอย่างมาก จึงประชดชีวิตจอดรถที่ปากซอยทางเข้าบ้านของตนเองแล้วลงไปดื่มยาดองอย่างที่ไม่เคยมาก่อน ป้าใจคนขายยาดองนำเสนอสูตรใหม่่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาให้ลองชิม เมื่อดื่มไปเรื่อย ๆ ก็พบว่ามันอร่อยอย่างไม่ที่ไม่คาดคิด จึงได้ดื่มไปจนเมามายแล้วฟุบหลับไป แต่เมื่อฟื้นสติขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าตนเองนอนอยู่บนพื้นดินแข็ง ๆ แถมมองขึ้นไปด้านบนหลังคายังมุงด้วยใบจากอีกด้วย หันมองไปรอบๆห้องเก่าๆนี้ที่มันสร้างมาจากไม้ไผ่ที่ค่อนข้างเก่าสานเป็นแผ่นแล้วประกอบเข้าด้วยกันแต่ก็ยังมีรูทำให้มองเห็นแสงสว่างลอดเข้ามาในห้องตามรอยแยกของไม้ไผ่ และในห้องนี้มันยังมีหม้อที่ทำจากดินเผาที่ก้นมันดำมากแขวนอยู่ที่ริมผนัง สภาพของมันคงจะผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบันไม่น้อย มีเตาไฟที่น่าจะปั้นขึ้นมาจากดินเหนียวที่มีคราบเขม่าจับจนดำไปหมด และมีโต๊ะไม้เก่าๆที่ใช้วางถ้วยจานชามและหม้อสองสามใบ มีกองฟืนอยู่ข้าง ๆ เตาไฟนั้น ลินลี่ที่ยังมึนงงกับสถานที่และสมองยังไม่ประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองถึงได้มานอนอยู่บน
Baca selengkapnya
บทที่ 2 แม่บ้านจำเป็น
ลินลี่ทุบกระเทียมและลงมือหั่นกระหล่ำหัวนั้นโดยแบ่งหั่นแค่เพียงครึ่งซีก หั่นเป็นชิ้นไม่ใหญ่นัก ค้นได้ต้นหอมเล็กน้อย จึงได้ตัดรากมันแล้วนำใส่ในอ่างดินเผาเก่าๆรวมกับกะหล่ำที่หั่นเป็นชิ้นแล้ว เดินออกไปล้างที่โอ่งด้านนอกจนสะอาดดีแล้วจึงลงมือทุบกระเทียม และตอกไข่ใส่ในชามดินเผาแล้วก็ใช้ตะเกียบตีไข่แล้วใส่ต้นหอมที่ซอยแล้วลงไป แล้วค้นหาเครื่องปรุงก็ไม่มีแต่พบเกลือที่ยังเหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว หยิบลงใส่ในชามไข่ไปเล็กน้อยใช้ตะเกียบอันเดิมคนจนละลาย จากนั้นก็ก่อไฟแต่ก็ไม่มีไม้ขีดขณะที่กำลังหมุนไปมาอยู่นั้น อาเหวินที่เฝ้ามองมารดาของตนกำลังลงมือทำอาหารและเห็นว่านางทำท่าเหมือนจะก่อไฟไม่เป็นจึงได้เอ่ยขึ้นว่า “ อาเหวินก่อไฟเป็น ข้าจะลงมือก่อไฟให้ท่านแม่เอง ” เขาเอ่ยขึ้นแล้วเดินมาที่เตาไฟ “ ถ้าเช่นนั้นเจ้าก่อไฟให้แม่ ” ลินลี่หันไปบอกกับอาเหวิน เขาเดินเข้ามาแล้วจัดการนำฟืนที่เป็นเศษไม้เล็กๆมาก่อแล้วจึงได้ใช้หินสองก้อนที่วางอยู่ด้านล่างมาเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟขึ้นมาแล้วจุดกับเศษไม้ที่เหมือนเป็นไม้ที่มียางไม้เคลือบเอาไว้ มันติดไฟอย่างรวดเร็วเด็กชายนำมันมาจุดที่ในเตาไฟที่เขานำเศษไม้มาก่อเอาไว้จนมันลุกโพล
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ข้าไม่กินของเจ้า
จางซูเม่ยเดินถือจานอาหารเดินตรงไปที่ห้องสุดท้ายของเรือน แล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องที่ดูไม่สว่างเท่าใดนัก เพราะในห้องไม่เปิดหน้าต่าง นางจึงได้เปิดประตูทิ้งเอาไว้ เดินเข้าไปก็เห็นมีชายร่างผอมคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง ชายคนนั้นผอมจนแก้มตอบ หนวดเครารุงรังไม่น้อยคงไม่ค่อยมีใครตัดให้เขาและดูแลปรนนิบัติเขา เพราะตอนนี้ชายคนนี้ก็ดูแลตนเองไม่ได้ คงได้แต่นอนซมอยู่บนเตียงเพียงเท่านั้น เขาหันมาจ้องมองนางอย่างแปลกใจ “ เจ้าเข้ามาทำอะไร ออกไปนะ ” เขาเอ่ยเหมือนตะคอกทันทีที่เห็นหน้าของซูเม่ย “ ข้าเอาข้าวมาให้กิน ท่านก็กินเสียเถอะ ” ลินลี่เอ่ยขึ้นแล้วยกจานข้าวไปวางที่ข้างโต๊ะของเขา “ อาหารในครัวไม่ค่อยจะมีแล้ว ตอนนี้อาเหวินก็กินแล้ว ข้าแบ่งมาให้ท่านกินเสียเถอะจะได้มีเรี่ยวแรง จะได้หายป่วยไวๆ ” ลินลี่เอ่ยขึ้น สะท้อนใจเล็กน้อยที่เห็นชายร่างผอมนอนซมอยู่โดยที่ขาอีกข้างก็มีผ้าพันเอาไว้ แผลนั้นคงจะหายแล้วแต่กระดูกคงจะยังไม่ประสานกันจึงทำให้เดินไม่ได้ และการใช้ชีวิตของเขามันอดอยากแร้นแค้นปากนี้ ร่างกายจะแข็งแรงพอที่จะหายป่วยไวๆได้อย่างไรกัน “รีบกินเข้าเถอะ เสียดายของในห้องครัวก็แทบจะไม่มีอะไรจะกินแล้ว ” ลินลี่
Baca selengkapnya
บทที่ 4 นางเปลี่ยนไป
เมื่อคล้อยหลังสตรีที่เขาเคยรังเกียจนางจนแทบไม่อยากจะมองหน้า นางเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้ นางนำเงินในบ้านออกไปซื้อของฟุ่มเฟือยแล้วแต่งตัวงดงามออกไปเที่ยวที่ในเมือง คบหาชายอื่น แถมยังเอาเงินและข้าวของในบ้านไปให้ป้าและพี่สาวที่เคยเลี้ยงดูนางมาจนแทบจะหมด ปล่อยให้พวกเขาขูดรีดจนบ้านนี้แทบไม่มีอะไรจะกิน ยิ่งเขามาเจ็บป่วยจนไม่สามารถหาเงินเข้าบ้านได้ยิ่งทำให้เขาและบุตรชายแทบจะอดตายอยู่รอมร่อ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้ขาหักยังไม่หายจึงได้แต่ทำใจว่าหากนางทิ้งไปในเร็ววันนี้เขาและบุตรชายคงจะอดตายกันอยู่ที่บ้านหลังนี้อย่างแน่นอนแต่อยู่ ๆนางก็เปลี่ยนไป นางมาทำดีกับพวกเขาเช่นนี้ต้องการอะไร ทั้งบ้านไม่มีสมบัติอะไรจะให้นางได้ เขาก็เหลือเพียงชีวิตและบ้านเก่า ๆและบุตรชาย นางจะหวังอะไรจากพวกเขากันถึงได้แสร้งทำตัวเป็นคนดี เป็นแม่บ้านแม่เรือนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อก่อนนางเกียจคร้านยิ่งกว่าอะไร แต่วันนี้ถึงกับทำกับข้าวให้เขากับบุตรชายกินแล้วยังทำความสะอาดบ้านเสียสะอาด และยังเอาซื้อผ้าไปซักอีกด้วย แทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็นนี้เลยด้วยซ้ำ มันเกิดอะไรขึ้นกับนางกัน ขณะที่ตงเฟยหยากำลังครุ่นคิดถึงภรร
Baca selengkapnya
บทที่ 5 จัดการคนเห็นแก่ตัว
หลังจากจัดการอาหารเย็นให้ทั้งสองพ่อลูกที่ไม่ได้กินอาหารอร่อยและอิ่มท้องเท่านี้มาเกือบสองเดือนแล้ว ทำให้ทั้งบ้านมีบรรยากาศที่มีความสุขขึ้น ใบหน้าบึ้งตึงเกือบตลอดเวลาที่พบหน้ากันของสามีในนามของลินลี่ในร่างของซูเม่ยตอนนี้ดูผ่อนคลายลงมาก ซูเม่ยเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาอีกครั้งในเวลาก่อนนอน “ ท่านจะถ่ายหนักเบาหรือไม่ ” เขาเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าหวานของหญิงตรงหน้าแม้นางจะไม่ได้แต่งกายงดงามและไม่ได้แต่งเติมใบหน้าแต่นางก็เป็นหญิงงามผู้หนึ่งที่ในวันนี้นางดูงามกว่าตอนที่นางแต่งเติมใบหน้าจนหนาเตอะอย่างที่ผ่านมาด้วยซ้ำไป และวันนี้นางทำตัวดีมากสมกับเป็นแม่บ้านแม่เรือนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาจำต้องแต่งนางเข้ามา “ ข้าจัดการเองได้ ” เขาเอ่ยด้วยใบหน้าแดงระเรื่อนิดๆ ที่นางมาเอ่ยเรื่องการทำกิจธุระส่วนตัวของเขา “ ไม่ต้องอายหรอกน่า ข้าจะจัดการให้ท่านเอง ” ซูเม่ยคนใหม่เอ่ยขึ้นแล้วก็ก้มลงหยิบถังที่เขาใช้ถ่ายเบาขึ้นมาถือไว้แล้วนำออกไปเททิ้งที่ห้องสุขาเล็กๆนอกตัวบ้าน แล้วจัดการล้างทำความสะอาดแล้วก็นำกลับมาวางไว้ในห้องให้เขาตามเดิม เฟยหยาอดีตนายพรานมือฉกาจจ้องมองการกระทำของหญิงตรงหน้าด้วยใบหน้าแดงระเรื่อด
Baca selengkapnya
บทที่ 6 นางเก่งกาจยิ่งกว่าเดิม
แต่หญิงร่างอวบอิ่มเช่นซูเม่ยที่วิญญาณในร่างไม่ใช่คนเดิมจึงได้ยกไม้ยาวที่พาดเอาไว้ที่ข้างฝาขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า “ ก็ลองเข้าไปค้นดูสิ ถ้าไม่ฟาดให้หน้าหงาย อย่ามาเรียกว่าซูเม่ย ” ลินลี่ในร่างซูเม่ยเอ่ยด้วยใบหน้าขึงขัง แม้ไม่ได้เก่งกาจอะไรแต่ก็พอจะเคยได้ร่ำเรียนศิลปะการป้องกันตัวมาบ้าง วันนี้จะต้องจัดการกำจัดคนเห็นแก่ตัวสองคนนี้ให้ออกไปจากชีวิตของครอบครัวที่น่าสงสารนี้ให้ได้ “ หนอย !! นังซูเม่ย กล้าเหรอ น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรพวกข้าได้ ” คนเป็นลูกสาวเงื้อมือเหมือนจะโผเข้ามาตบซูเม่ยที่ยืนป้องกันครัวของบ้านนี้เอาไว้ นางจึงได้ยกเท้าถีบอย่างแรงไปที่หน้าอกของหญิงตรงหน้าจนนางกระเด็นล้มลงก้นกระแทกเสียงดังผลั๊ก สองแม่ลูกตะลึงงันที่อยู่ซูเม่ยนั้นกล้าสู้พวกตน เพราะอดีตที่ผ่านมาซูเม่ยยอมให้ทั้งสองทุบตีโขกสับมาตลอด ไม่เคยกล้าหือเลยสักครั้งเดียว คนเป็นลูกสาวนั้นจุกไม่น้อยเลยได้แต่นั่งแปะอยู่บนพื้นเช่นเดิม ส่วนคนเป็นแม่ก็ปรี่เข้ามาจะตบกับซูเม่ยจึงถูกถีบลงไปนั่งแปะบนพื้นไม่ไกลจากบุตรสาวของตนนัก แต่คนแก่ร่างกายไม่แข็งแรงย่อมจะเจ็บตัวกว่าคนหนุ่ม จึงได้ร้องโอดโอยออกมา “ ข้าจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าถูกนังซูเม
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
หลังจากกินอาหารเช้าแล้ว ซูเม่ยก็เดินออกมาที่บริเวณหลังบ้านที่เห็นต้นกล้วยเมื่อวาน กล้วยนี้คงจะเอามาทำเป็นกล้วยนึ่งก็จะกินอร่อยขึ้นมาอีก เลือกกล้วยลูกห่ามๆ เอามานึ่งเวลากินมันจะเคี้ยวหนุบหนับน่ากินไม่น้อย บุตรชายคงจะชอบกินแล้วก็อิ่มด้วย และมองไปเห็นดงผักบุ้งที่ขึ้นอยู่ พรุ่งนี้เช้าคิดว่าจะเก็บไปผัดและเกินสำรวจสวนครัวที่มันไม่ค่อยมีคนเอาใจใส่ก็พบต้นพริกแดงสองต้นขณะนั้นอาเหวินวิ่งตรงมาหา “ อาเหวินเจ้าไปเอาถังตักน้ำมารดพวกต้นไม้พวกนี้นะ แม่จะบอกเจ้าว่าให้รดต้นอะไรบ้าง ” อาเหวินรับคำแล้ววิ่งเหยาะๆ กลับเรือนไป ครู่ใหญ่เขาจึงได้กลับมา ซูเม่ยบอกให้เขารดน้ำต้นไม้และผักสวนครัวที่จะเอาไว้เก็บกิน นางลงเก็บพริกแดงไปกำหนึ่งจะเอาไว้ผัดกับผักบุ้ง เสียดายไม่มีกะปิที่จะเอามาตำได้ ทอดไข่ก็คงจะดี “ ท่านแม่อาเหวินตกปลาเป็นนะขอรับ ท่านอาเหยาสอนข้า ให้ตกเบ็ดเพื่อหาปลาเอามาย่างกิน ” เขาเอ่ยอวดนางด้วยความภาคภูมิใจ “ เก่งมากลูก เจ้าไปเอาคันเบ็ดมาตกปลาก่อนที่แดดจะร้อน หากได้ปลาแม่จะทอดให้เจ้ากินพรุ่งนี้ ” เขายิ้มกว้างด้วยใบหน้าดีใจยิ่ง ซูเม่ยครุ่นคิด “ เจ้าข้าเอ้ย ลูกไม่ได้คิดจะทำบาปให้ผิดศีลข้อหนึ่งเลยเจ้าค่
Baca selengkapnya
บทที่ 8 สามีในนามที่กลายเป็นสามีจริงๆ nc
ซูเม่ยที่กำลังตกตะลึงงันอ้าปากค้างกับการกระทำของสามีในนามนั้น จึงทำให้ลิ้นสากที่ร้อนรุ่มของคนที่นางกำลังนั่งอยู่บนตักเขา สอดเข้าในปากอวบอิ่มของนางแล้วควานหาลิ้นเล็กของนางจนพบ แล้วเข้าเกี่ยวพันมันอย่างดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นเร่าร้อน เขาทั้งจูบทั้งดูดลิ้นของนางจนซูเม่ยเคลิบเคลิ้มไปกับจุบพิตที่แทบจะสูบวิญญาณนั้น ตัวของนางอ่อนระทวยพิงอกแกร่งของสามีในช่องท้องเหมือนมีผีเสื้อกระพือปีกนับร้อยนับพันจูบผู้ชายเป็นเช่นนี้หรือ ลินลี่ที่หวงตัวเกินไปไม่เคยจูบแม้กระทั่งแฟนเก่า แต่กลับมาเสียจูบแรกให้กับคนที่กำลังตักตวงความหวานในปากอวบอิ่มของตนเอง ลินลี่ในร่างซูเม่ยเคลิบเคลิ้มไปหมด ร่างกายอ่อนระทวยจนยอมให้เขาจูบจนพอใจ ริมฝีปากร้อนรุ่มนั้นเมื่อถอนจูบที่เขาจูบนางจนพอใจแล้ว ก็ไล้เลียใบหน้าหวานและใบหูเล็กของนางจนร่างอวบครวญครางกระเส่า “ อ๊าา อ๊าา อ๊ะ อ๊า อ๊า ” เขาไล้เลียจนมาถึงร่องอกอวบที่เขามองเห็นรำไร มือหนาถอดผ้าคาดเอวของนางออกจนหลุดลุ่ย เมื่อเสื้อผ้าเนื้อหยาบหลุดออกด้วยมือหนาของเขาที่แหวกมัันจนพ้นอกอวบขาวผ่อง อกของนางอวบใหญ่ยิ่งนัก แถมนางยังไม่ใส่เอี๊ยมด้้านใน เมื่อสาปเสื้ออ้าออกจากกันจึงเห็นอก
Baca selengkapnya
บทที่ 9 รสชาติผัวที่ถึงใจ nc
ขณะที่ครุ่นคิดซูเม่ยก็ถูกลำกายอวบใหญ่ของสามีที่เรียกได้อย่างเต็มปากแล้วนั้น ทิ่มแทงเข้ามาไม่ยั้งและนางก็แอ่นร่องอวบรับเขาเป็นจังหวะเดียวกัน ปากก็ร้องครวญครางอย่างเสียวซ่านเหลือเกิน ทั้งสองเริงรักกันตั้งแต่ย่ำค่ำจนกระทั่งรุ่งสาง โชคดีบุตรชายเข้านอนไปเอง โดยไม่มาหาบิดาของเขาก่อน แถมซูเม่ยที่ไม่ได้อาบน้ำเลยด้วยซ้ำเพราะถูกเขาจัดการจนแทบไม่มีเวลาได้พักหายใจ เหมือนเขาหิวเขาโหยนางเป็นอย่างมาก“ ข้ารักเจ้าซูเม่ย เมียรัก เมียของข้า อย่าคิดมีใครอีก อ๊าา อ๊าา ” เขาทั้งร้องครวญครางทั้งสารภาพรักกับนางอย่างลุ่มหลง มือหนาลูบไล้ไปทุกส่วนในร่างอวบนั้น “ เมียจ๋า เราไปอาบน้ำที่ลำธารด้วยกันไหมยอดรัก ” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากที่กระแทกนางจนเสร็จสมไปนับครั้งไม่ถ้วน “ มันหนาวหรือไม่เจ้าคะ น้ำในตอนเช้าเช่นนี้ ” นางเอ่ยบอกเขา แต่ดวงตาคมที่มองสบตาของนางอย่างหวานฉ่ำนั้นมีประกายเจ้าเล่ห์นิดๆ “ ตอนแรกมันอาจจะเย็น แต่อีกเดี๋ยวมันก็ร้อนขึ้นมาเองเมียรัก ” เขากระซิบเบา ๆ ที่ริมใบหูเล็กแถมยังไล้เลียมันอีกด้วย “ ไม่เอาแล้ว ข้าเหนื่อยนะ ” นางตอบเบาๆอย่างอายๆ ขย่มนางแทบจะทั้งคืนแล้วยังมีแรงอีก ไหนบอกว่าเป็นคนป่วยอย่างไรเล่า ย
Baca selengkapnya
บทที่ 10 เริ่มต้นชีวิตครอบครัว
เมื่อเริงรักกันจนอิ่มเอมกันทั้งคู่แล้ว จึงได้ผลัดกันอาบน้ำให้กันและกันจนสะอาด ร่างแกร่งของสามีนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นแม้จะผอมไปเล็กน้อยเพราะเขาเพิ่งหายป่วย แต่ต่อไปคงจะมีกล้ามเนื้อมากกว่านี้ให้นางจับเล่นอย่างมันมือ “ อย่าลูบพี่ เดี๋ยวจะไม่ได้กินข้าวเช้านะ เมียจ๋า ป่านนี้ลูกคงจะหิวแล้ว เรารีบขึ้นจากน้ำกันเถอะ” เขาเอ่ยปากกับนางเสียงหวาน สบตากับนางด้วยดวงตาหวานฉ่ำสามีของนางนี้ เวลาคลั่งรักเขาน่ารักมากเลย เขาดูหล่อเหลาเหลือร้าย สามีของข้า ก่อนขึ้นจากน้ำ ซูเม่ยหอมแก้มของสามีเบาๆ “ ข้ารักท่าน ” นางเอ่ยบอกเขาอย่างขวยเขิน ใบหน้าหล่อเหลาแดงระเรื่อเขาก้มลงหอมแก้มนวลของนางดังฟอดใหญ่ “ พี่ก็รักเจ้า เมียรักของพี่ ต่อไปนี้เราสามคนพ่อแม่ลูกจะเริ่มสร้างครอบครัวของเรานะเมียรัก ” เขาเอ่ยกับนางเบาๆ แล้วจูงมือเมียหมาดๆของเขาส่งนางขึ้นฝั่ง “ เจ้าเดินหลับเรือนไปก่อน พี่จะหาปลาสักสองสามตัวจะเอาไปย่างให้ลูกกิน ” เขาบอกนาง ซูเม่ยพยักหน้าน้อยยิ้มหวานให้เขา แล้วก็คว้าผ้าคลุมที่เขาห่อตัวนางอุ้มมาขึ้นคลุมกายแล้วเดินกลับไปยังเรือนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เมื่อสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ลินลี่ที่อยู่ในร่า
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status