LOGIN"ไปด้วยกันสิ"
"ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่ชอบคิดเลข"
"ที่หวยยังคิดถูกเลย ทำไมไพ่จะคิดไม่ได้ นี่แน่ะ เธอรู้ไหม พี่เอ๊ะท้ายซอย เล่นไพ่แล้วถอยมอเตอร์ไซค์ได้ตั้งคันหนึ่ง"
"จริงเหรอ"
เธอตาโต มือเกร็ง อ้าปากน้อยๆ เพราะตะลึงกับข่าวนั้น นึกถึงลูกชายที่อยากได้รถมอเตอร์ไซค์ขี่ไปโรงเรียน เพราะเบื่อนั่งรถเมล์เต็มทน
"อะ ไปก็ได้ แต่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ฉันนั่งนานไม่ได้ ปวดหลัง"
หญิงวัยกลางคนเอ่ยตามนั้นจริงๆ เพราะแบบนี้เธอจึงทำงานหนักไม่ได้ และต้องอาศัยเงินประกันของสามีผู้ล่วงลับเพื่อใช้จ่ายในบ้าน
บ่อนเถื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านระดับกลางค่อนไปทางสูง ที่นี่มียามเป็นคนตรวจความเรียบร้อย และจะแจ้งเตือนเมื่อมีตำรวจของเข้าใกล้บ่อน
ภายในติดผ้าม่านรอบบ้าน กำแพงในห้องรับแขกถูกพังออกจนกลายเป็นห้องขนาดใหญ่ มีการวางโต๊ะกลมหลายตัว นักพนันรายล้อมเต็มเกือบทุกที่นั่ง ศศิธรตื่นตาตื่นใจกับเงินที่วางกองบนโต๊ะ ผู้คนทำหน้าถมึงทึงบ้าง ยิ้มแย้มบ้าง และบางส่วนที่ปิดสีหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด
แม่ของซัมเมอร์นั่งดูคนอื่นเล่นอย่างสนอกสนใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอในหลายๆ เรื่อง สิ่งที่เธอต้องทำคือรวมเลขบนไพ่ ให้รวมกันได้แปดหรือเก้าซึ่งเป็นหลักหน่วยเท่านั้น
ศศิธรนั่งลงบนที่นั่งว่างๆ กลิ่นบุหรี่ลอยคลุ้งจนทำเธอคันจมูก เธอสะบัดมือไล่ควันบุหรี่ วางเดิมพันหยิบไพ่ที่ได้แล้วค่อยๆ คลี่ดู ปรากกฎว่าได้เก้าแต้ม!
"ป๊อกเก้า!"
เธอกรีดร้องอย่างตื่นเต้นตามที่นักพนันคนอื่นพูดกัน ในตอนนี้อากาศเย็นไม่สามารถทำอะไรเธอได้ เพราะความรับรู้ทั้งหมดอยู่บนโต๊ะแล้ว
ศศิธรเดิมพันมากขึ้นเรื่อยๆ และกองเงินหน้าเธอก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเทพแห่งโชคชะตาจะเข้าข้างเธอ วันนี้เธอพกเงินมาหนึ่งพันบาท แต่กลับมีเงินบนหน้าตักถึงหนึ่งหมื่นบาทแล้ว!
"เห็นไหม บอกแล้วว่ามีแต่ได้กับได้"
เพื่อนข้างบ้านที่ชวนมาแอบกระซิบ ศศิธรเอื้อมือไปหยิบแบงค์ห้าร้อยเป็นค่านำข่าวดีนี้มาแจ้ง แล้วเอ่ยอีกว่า
"ป๊อกแปด!"
"โห"
เสียงอุทานดังออกมาจากนักพนันรายอื่น ทำให้เธอยิ่งรู้สึกว่าตัวเองพิเศษไปอีก
"ฉันว่าฉันกลับดีกว่า ปวดหลังแล้วเนี่ย"
ในใจคิดสะระตะว่า ถ้ามาอีกไม่กี่วันคงได้เงินพอจะซื้อมอเตอร์ไซด์ให้ลูกชายได้พอดี เขาจะต้องดีใจมากแน่ๆ พอได้เงินเธอก็แค่เลิกเล่น ดีออกจะตายไป ไม่ติดการพนัน ไม่ต้องเสียเงินเหมือนคนอื่น
"แม่ครับ ทำไมวันนี้แม่อารมณ์ดี"
"ภายในอาทิตย์นี้ แม่มีของขวัญชิ้นใหญ่จะให้"
"ของเหรอฮะ ของอะไร ชิ้นใหญ่แค่ไหน?"
"แน่นอนว่าลูกต้องชอบแน่ๆ"
"แต่แม่จะเอาเงินประกันพ่อมาฟุ่มเฟือยไม่ได้นะครับ"
"แม่ใช้ทุนส่วนตัวจ้า"
"ผมรู้นะ ไอ้อั้มข้างบ้านบอกผม"
"อะไร แม่เปล่านะ"
เธอรีบปฏิเสธอย่างมีพิรุธ สายตาหลุกหลิกไม่กล้าสบตาลูกชาย ราวกับมีชนักติดหลัง ทำให้ข่าวที่เขาได้มาดูจะเป็นจริงซะแล้ว
"แม่อย่าเล่นเลยนะครับ แม่"
"แม่เข้าบ่อนหมู่บ้านข้างๆ ใช่ไหม สารภาพมาดีๆ"
ซัมเมอร์ได้ยินบทสนทนาอีกแล้ว เธอเอ่ยก่อนเดินเข้าบ้านไป ท่าทางเป็นกังวลที่แม่ใช้เวลาไปกับของพวกนั้น
"แม่ เอาอีกแล้วนะ เล่นหวยก็ทุ่มสุดตัว ตอนนี้มาเล่นไพ่อีก แม่กะจะไม่ให้หนูกับน้องเรียนมหา'ลัยจนจบใช่ไหม?"
"แม่..."
ศศิธรเอ่ยได้เพียงเท่านั้น เธอจับมือตัวเองแน่นเพื่อปิดบังความจริงและหาทางแก้ตัว แต่หัวเธอกลับว่างเปล่า จึงไม่ได้เอ่ยอะไรอีก
"ห้าม-ไป-เล่น-ไพ่-อีก"
ลูกสาวคนโตพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"ฉันเป็นแม่แกนะ คิดจะขึ้นเสียงไปถึงไหน"
"เพราะอายุเยอะแล้วไง ถึงต้องคิดให้มาก"
เพียะ!
ศศิธรตบหน้าซัมเมอร์ไปทีหนึ่ง เธอเองก็ตกใจที่มือไปไวกว่าความคิด แต่เพราะเด็กคนนี้ปีนเกลียวก่อน และเธอก็ไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด
"แม่ตบหนู!"
น้ำตาเอ่อ เม้มปากแน่น ทั้งเสียใจ น้อยใจ และโกรธในเวลาเดียวกัน
"ใช่ ฉันตบแก"
"ก็ได้ หนูจะคอยดูว่าแม่จะหมดตัวเมื่อไหร่"
.
.
ผ่านไปสามวัน
ศศิธรแวะเวียนไปบ่อนตลอดทุกวัน และสิ่งเหล่านี้ค่อยๆกลายเป็นกิจวัตรที่หยุดไม่ได้อีกต่อไป
"โหย แพ้อีกแล้ว"
"วู้วววว ฉันได้ป๊อกแปดล่ะ"
"แหม อวดใหญ่เลยนะ"
ศศิธรประชดน้ำเสียงไม่มั่นคง ภายในเกิดอาการผิดหวังอย่างแรง เงินทุนที่นำมาน้อยลงเรื่อยๆ ตามรอบที่เล่น เหงื่อไหล หน้าผากและมือไม้เย็นเฉียบ แต่จะเลิกเล่นตอนนี้ไม่ได้เพราะความฝันของลูกชายจะต้องเป็นจริง
ทุกการกระทำของศศิธรอยู่ในสายตาของซัมเมอร์ทั้งหมด เธอนั่งคิดทั้งคืนว่าจะจัดการอย่างไรดี และคำตอบมีเพียงข้อเดียว คือ หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!
สาวเท่รอให้แม่ของเธอไปบ่อนเหมือนอย่างปกติ เธอสะกดรอยตามไปห่างๆ อีกสักพักก็แกล้งทำเป็นโทรหา
"แม่ หนูหากระเทียมไม่เจอ"
"แม่ยุ่งนะซัมเมอร์"
"แต่วินเทอร์อยากกินผักกะเพรานะแม่"
พูดเรื่องจริง ทั้งๆ ที่เธออยู่หน้าบ่อน ส่วนน้องชายตัวดีบอกเอาไว้ก่อนหลบเล่นเกมอยู่ในห้องนอนที่บ้าน
"ได้ๆ อยู่ที่ตู้กับข้าว พอดีแม่กลัวหนูมันแทะ เลยเอาไปแอบไว้"
"แม่อยู่ไหนอะ มาหาให้หนูหน่อย"
"แม่ทำงานอยู่"
"แต่แม่ปวดหลังนี่นา จะทำงานได้ไง"
"งั้นแม่วางก่อนนะ"
"หนูอยากให้แม่กลับใจนะ"
เธอทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนกดวางสาย แต่รอไปอีกสักพัก กระนั้นแม่ก็ไม่ออกมาจากบ่อน ซัมเมอร์ลังเลใจ กุมมือที่สั่นไว้แน่น กลืนน้ำลายเหนียว เธอเลือกใช้แผนสองทั้งที่ไม่อยากทำเลย
เสียงล้อรถบดกับถนนดังขึ้นหลังจากนั้น เมื่อมีผู้หวังดีโทรไปแจ้งตำรวจ ว่ามีบ่อนการพนันหลบอยู่ในบ้านจัดสรร ตำรวจกว่าสองคันรถวิ่งลงมาล้อมทางเข้าออกของบ้านไว้
"นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมให้เราจับซะดีๆ อย่างขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่"
แล้ววงไพ่ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนนกกระพือปีกบินออกจากรัง รวมทั้งแม่ของซัมเมอร์ด้วย ศศิธรวิ่งไปชั้นสองของบ้านหลังนั้น แอบเข้าไปในห้องน้ำ แล้วล็อคประตูอย่างแน่นหนา
จากนั้นก็เปิดฝักบัว
สายน้ำชุ่มช่ำไหล่ผ่านศีรษะไปจรดฝ่าเท้า
เธอคิดในใจว่าคงรอดแล้ว คิ้วคลายขมวดลง ใช้มือบางลูบใบหน้าทั่วตลอด เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ผัวะ!
ประตูห้องน้ำถูกเตะออก บานประตูกระเด้งไปด้านหลัง ตำรวจนายหนึ่งส่องปืนเข้ามาทางศศิธร
เขายิ้มเมื่อเห็นว่า ชุดเธอยังอยู่ครบ
"ไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่นะครับ"
แล้วเขาก็จับกุมเธอ ใส่กุญแจมือ โยนผ้าขนหนูให้ ศศิธรรู้สึกเหมือนเป็นหนูตัวจ้อยที่โดนเสือตะปบ เธอหนาวสั่น ไม่ใช่เพราะน้ำ แต่เพราะกลัวโทษทัณฑ์ที่รออยู่ ก่อนถูกพาไปโรงพัก
ศศิธรเสียหน้าไม่น้อย เธอคิดสารพัดว่าลูกชายจะผิดหวังในตัวเธอไหม แล้วลูกสาวที่ปากดีกับเธอล่ะ จะยิ่งต่อว่าเธอหรือเปล่า เธอเม้มปากแน่น มือสั่น หัวใจเต้นรัว ก่อนโทรหาลูกสาวคนโต
"หนูไม่ค่อยว่างค่ะ แม่"
เธอแกล้งทำเป็นลีลา ก่อนรับสาย
"น้องไปไหน?"
"น้องมันไม่อยู่หรอกค่ะ มีแต่หนูที่ช่วยแม่ได้"
"..."
เธอกระซิบตอบแผ่วเบา
"อะไรนะคะ"
"แม่เล่นไพ่"
"อ่อ เหรอคะ"
ทำน้ำเสียงตกใจเบาๆ เพื่อขยี้หัวใจแม่เล่น เธอหวังว่าบทเรียนนี้จะช่วยให้แม่เลิกการพนันได้
"มารับแม่ด้วย"
"รอตอนเย็นนะคะ เสร็จธุระแล้วหนูจะไป"
"เดี๋ยวซัมเมอร์..."
แต่เธอกดวางสายไปแล้ว
เมื่อลูกสาวคนโตไปรับ เธอไม่ได้ไปมือเปล่า แต่คิดไว้แล้วว่าจะพูดท่าไหนกับมารดา
"แม่ก็รู้ว่าเรามีเงินไม่มากแล้ว น้องก็กำลังจะเข้ามหา'ลัย รายได้ทางเดียวของเราคือเงินของพ่อและค่าแรงของหนู หนูทำงานอย่างหนักทุกวัน เข้ากะทั้งๆ ที่ไม่สบาย แม่ไม่เห็นใจหนูบ้างเหรอคะ"
ซัมเมอร์น้ำตาคลอเบ้า น้อยใจอย่างถึงที่สุด
"ฉันเล่นแบบมีวินัย ฉันไม่ได้โง่นะ แต่คำนวณความน่าจะเป็นไว้แล้ว แล้วก็คิดว่ามีโอกาสที่ฉันจะเก็บเงินได้"
"แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ปล่อยให้หนู..."
แกนะเหรอ จะมีปัญญา?"
"เชื่อหนูเถอะค่ะ เลิกเถอะนะ"
"..."
นิ่งเงียบกันไปบนรถแท็กซี่ จนกระทั่งถึงบ้าน
วินเทอร์ออกมาต้อนรับ แววตาเฉยชา เขาไม่เอ่ยอะไรสักคำ ในขณะที่ศศิธรวนเวียนอยู่กับความคิดอยากแก้มือ ส่วนซัมเมอร์ไม่พูดอะไรอีก
หลายวันผ่านไป ศศิธรไปเล่นการพนันอีก คราวนี้เธอพาเงินไปเท่ากับครั้งแรก หรือหนึ่งพันบาท แล้วเตรียมกลับเมื่อเงินหมด ก่อนเข้าบ่อน ศศิธรหายใจแรง มือสั่น ใจเต้น ความรู้สึกทั้งกลัวและกล้าปะปนกันไป
แต่เสียงตะโกนจากไพ่แต้มสูงสุดนี้ไม่ใช่เสียงเธอ กลับเป็นคนที่นั่งข้างๆ ศศิธรหน้าเสีย เพราะตั้งแต่ที่นั่งลงไป ยังไม่ได้ไพ่ดีๆ เลยสักครั้ง จนกระทั่งเงินในมือหมดลง แล้วเธอก็เตรียมเดินออกจากบ่อนอย่างคนพ่ายแพ้
เจ้าของบ่อนเดินมาดักหน้าเธอเอาไว้
"จะกลับแล้ว"
ศศิธรขึ้นเสียงอย่างรำคาญเต็มทน ที่เธอไม่สามารถชนะได้อีกครั้ง
"ผมมีข้อเสนอ"
"อะไร?"
"ให้ยืมหนึ่งหมื่น ดอกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เอาไหม?"
เกิดความสับสนในใจ เธอนึกถึงรถมอเตอร์ไซด์ของลูกชาย รอยยิ้มภาคภูมิใจที่เขาจะส่งมาให้แม่อย่างเธอ และลบคำสบประมาทของลูกสาว
"เอาทุนไปต่อทุน ป้าก็รู้ว่ามันทำเงินได้"
คราวนี้เธอแพ้ราบคาบ พร้อมหนี้สินอีกสามหมื่น เธอเดินคอตกกลับบ้าน ในใจหาทางหาเงินมาใช้คืน นึกถึงสร้อยทองที่แม่หรือยายของเด็กๆ เคยให้ไว้ และคิดว่าทองกำลังแพง ขายตอนนี้เท่ากับได้กำไรมหาศาล เอากำไรไปต่อทุน มันอาจเวิร์คก็ได้
วินเทอร์เดินมานั่งข้างแม่ของเขา ในห้องนั่งเล่นของบ้าน สีหน้าเธอดูเคร่งเครียด กัดเล็บเหมือนคนคิดอะไม่ตก และคิ้วขมวด
"แม่ครับ..."
"..."
"กลับไปเล่นอีกแล้วเหรอครับ"
"แม่ว่าด้วยโชคที่แม่มี แม่จะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ลูก แม่สัญญานะวินเทอร์"
"พอเถอะนะครับ เราค่อยหาทางอื่น แม่ก็รู้ว่าการพนันจะทำให้เราลำบาก ทำไมแม่ทำแบบนี้"
"แม่จะทำงานอย่างไร ในเมื่อแม่ร่างกายไม่แข็งแรง"
"หนูว่า ถ้าน้องมันขี่ไปเจออุบัติเหตุ แม่จะไม่เสียใจทีหลังเหรอคะ"
ซัมเมอร์เดินมากินน้ำ และบังเอิญได้ยิน เธอคิดว่าสองคนนี้เหมือนกันไม่มีผิด ไม่เคยเห็นความผิดตัวเอง เตือนหรือว่าอะไรไม่ได้เลย เหมือนที่จูเลียว่า
'แม่แกกับน้องแกเป็นโรคหลงตัวเอง หรือนาซีซัส เขาคิดว่าตัวเองดูดี ฉลาด อะไรที่เกี่ยวกับตัวเองดีเสมอ เขานำเสนอเก่ง เถียงเก่ง ทนไม่ได้ที่จะแพ้หรือผิด วิธีที่แกเอาชนะได้ คือป้อยอเขา ว่าเขาเก่ง เขาทำได้ เข้าใจนะ ซัมเมอร์'
ความทรงจำแล่นในหัวเธอ ก่อนกลับมาสู่ปัจจุบัน
"แม่คะ หนูรู้ว่าแม่โชคดี แม่คำนวณความน่าจะเป็นไว้ดีแล้ว แต่คราวนี้ให้หนูช่วยแม่ก่อนนะคะ หนูจะจ่ายหนี้ให้แม่..."
"แกจะเอาเงินมาจากไหน"
"..."
เธอไม่ตอบ แต่ก็ดีกว่าที่ทุกคนรู้ แล้วจะช่วยกันถลุงเงินก้อนนี้จนหมด
ทีมงานติดต่อมาเพื่อขออนุญาตแล้ว และคนในสถานสงเคราะห์คนชรา ก็ยินดีจะพูดคุยกับพวกเขา ผู้สูงวัยแววตาเหม่อลอย คิดถึงครอบครัว ทำให้ทุกคนยิ้มไม่ออก แต่เมื่อซัมเมอร์เลือกเรื่องนี้แล้ว ก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป บอสสาวมาที่นี่หลายครั้งแล้ว และสัมภาษณ์ประวัติทุกคน จนมาลงตัวที่ทวดสมภพ เขาเป็นชายชราวัยใกล้ฝั่ง เขาให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้.. ในมุมมองของทวดสมภพ ผมอยู่ที่สถานสงเคราะห์มานานแล้ว จนเลิกนับปีนับเดือน บางครั้งผมก็นึกถึงเรื่องต่างๆ คนต่างๆ แล้วนั่งอมยิ้มบ้าง บึ้งตึงบ้าง หรือกระทั่งน้ำตาซึมบ้าง แต่อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ แ
"หายไปไหน?" ตามดาวพูดอย่างตื่นตระหนก เสียงสั่นเครือ มองไปทั่วห้อง แต่ไม่เจอ "แม่คะ เงินหนูหายไปไหน?" ตามดาวถามศรีเพ็ญ "เงินอะไรลูก พ่อซื้อกับข้าวมาฉลอง มากินด้วยกันก่อน" "ม่ายยยย เงินหนู นั่นเงินค่าเทอมหนู" เธอปรายมองไปทางบิดา ที่นอนเอกเขนกบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ลมหายใจเหม็นกลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งไปทั่ว ตามดาวทำสีหน้ารังเกียจ "พ่อคะ เงินหนูหายไปไหน?" "อืม" เขาครางก่อนหลับต่อ "นั่นเงินค่าเทอมหนูนะคะ พ่อขโมยเงินหนูได้ยังไง?" ตามดาวหน้าแดง เอาเรื่องคนเมา แต่ไม่เป็นผล "พ่อเขากลับมาเหนื่อยๆ อย่าไปกวนเลย" "พ่อไปกินเหล้า ไม่ได้ไปทำงานนะคะ" ตามดาวเสียงสั่นอย่างคนแพ้ "แค่ซื้อกับข้าวมาฝาก มันลบล้างความผิดไม่ได้" ศรีเพ็ญเท้าเอวมองลูกสาว ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยตามใจ แต่ลำดับความสัมพันธ์เปลี่ยนไป เพราะสามีย่อมสำคัญกว่า "พ่อจะไม่ทำงาน หนูไ
หลังนอนซมเพราะพิษไข้ ทำให้ซัมเมอร์มีเวลาคิดคอนเทนต์หลายวัน เธอได้ไอเดียมาจาก การคิดเรื่องสถานะกับตามดาว แล้วตีลังกาอีกท่าไหนก็ไม่รู้ ถึงได้ไอเดียนี้ออกมา "เราจะทำเพจรับจ้างบอกเลิก แล้วก็ถ่ายทำแบบแอบกล้อง เบลอหน้าลูกค้า แล้วเอาคลิปลงไอทูป" บอสสาวลองเสิร์จหาข้อมูล ปรากฎว่าที่ญี่ปุ่นมีบริษัทรับจ้างบอกเลิกจริงๆ ซัมเมอร์จึงประกาศ ดูภูมิใจราวกับนักวิ่งแชมป์โอลิมปิก ผู้เข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกๆ "แล้วใครจะเป็นคนบอกเลิก" โฮปเป็นคนถาม
"ต้องรอให้ดาวเป็นใจก่อนหรือเปล่า?" "รอทำไม?" ตามดาวตอบคำถามด้วยคำถาม ไม่เข้าใจที่จู่ๆ ถูกถามแบบนี้ "ถ้าจะตามดาวไป ดาวต้องเป็นใจก่อน ไม่งั้นก็บอกรักไม่ได้" "..." ไม่ตอบแต่ก้มหน้าทำหน้าแดง แม้แต่หูที่ซ่อนใต้เรือนผมยังสีเข้มขึ้น "จะเป็นไรไหม? ถ้าเราอยากให้ตามดาวเป็นของเราคนเดียว"&
"FC มาเม้นต์ว่าอยากให้ซัมเมอร์ลองจีบผู้หญิงดู เพราะกระแสคลิปก่อนๆ ที่ซัมเมอร์กับตามดาวจีบกัน" "แปลกนะ ทำไมไม่จับเราสองคนจิ้นกัน" ซัมเมอร์ตั้งคำถามหลังจากโฮปพูดขึ้น "มันก็ใช่แหละ แต่เดี๋ยวตามดาวจะอึดอัด เพราะน้องเขาไม่ได้ชอบซัมเมอร์แล้วนี่นา" โฮปเป็นคนชง ชงแบบหวังผล ว่าคราวนี้ต้องมีคนหึงแน่ๆ และเขาสั่งปาร์คให้จับภาพสีหน้าคนหึงเอาไว้แล้ว ตามดาวกุมมือแน่น ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เพราะใจเธอยังอยู่ที่ซัมเมอร์ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากพาตัวไปจมกองทุกข์ กรณีที่ซัมเมอร์จากไปจริงๆ "แล้วเราจะไปย่านวัยรุ่นกัน" ซัมเมอร์ประกาศ ซัมเมอร์เป็นหญิงสาวหน้าตาดีแถมดูสง่า จนทำคนเหลียวหลัง พร้อมกับทีมถ่ายทำที่เดินตามมา ทำให้คนยิ่งมอง เพราะคุ้นหน้าเธอบ้าง และสนใจว่าพวกเขามาถ่ายทำอะไรกัน ตามดาวตามมากองถ่ายด้วย เพราะสิ่งที่ซัมเมอร์บอก 'จูเลียไม่อยู่ เรากลัวเป็นอะไรไป ไปด้วยกันหน่อยนะ' ตามดาวอดเป็นห่วงไม่ได้ เลยพกของจำเป็นมาด้วย เช่น ยาดม พ
"ถ้าตามดาวไม่พูด เราก็ไม่รู้หรอกนะ" "..." "พูดอะไรหน่อยสิ" "..." เธอถอดถอนใจ ขณะตามดาวยังปากหนักเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน "รักไม่รักก็พูดมา พูดให้เคลียร์ไปเลย" ซัมเมอร์โพล่งออกมาอย่างอัดอั้น "เราจะไม่กลับไปอีกแล้ว เราพูดหลายครั้งแล้ว"&nb







