Masuk“เฟอร์...พายอยากไปเข้าห้องน้ำ” ขณะที่ร่างเล็กกำลังจัดเตรียมโซฟาเพื่อจะนอน พะพายก็เรียกเธอซะก่อน เธอเลยต้องทิ้งทุกอย่างในมือแล้วเดินมาพยุงเขาไปห้องน้ำ
“อื้ม...ค่อยๆ ลุกนะ...เดี๋ยวแผลฉีก”
“เฟอร์...พายเหนียวตัวอะ...อยากอาบน้ำ...”
“อาบไม่ได้...หมอสั่งห้ามแผลโดนน้ำ”
“แต่พายเหนียวตัวอะ...ถ้าไม่อาบน้ำนอนไม่ได้แน่ๆ” เขายังคงดื้อด้านที่จะอาบให้ได้
“งั้น...เช็ดตัวแทนได้ไหม...”
“ได้...เฟอร์เช็ดให้หน่อยนะ” ได้ทีก็ออดอ้อนใหญ่
“อื้ม...ถอดชุดรอนะ...อันไหนถอดไม่ได้ก็ปล่อยไว้เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าเช็ดตัวก่อน” แล้วเธอก็เดินออกไปหยิบผ้า เพื่อมาเตรียมเช็ดตัวให้เขา
พอเข้ามาถึง เขาก็เปลือยเปล่าแล้ว แล้วแถม...ไอ้ลูกชายของเขาก็ดันผงกหัวหงึกๆ จนใบหน้าเธอแดงก่ำ ในใจก็หักห้ามใจตัวเองแล้วบอกกับตัวเองว่าเขาเจ็บอยู่นะเฟอร์ อย่าคิดอะไรลามกเด็ดขาด รีบเช็ดรีบพาเขาเข้านอนด่วน!!
“อื้ม...เฟอร์...” ความเย็นจากผ้าชุบน้ำทำให้พะพายครางออกมาเสียงกระเส่า จริงๆ ไม่ใช่เพราะถูกความเย็นจากผ้าหรอก แต่เป็นเพราะความกวนประสาทของเขามากกว่าที่แกล้งครางเพื่อดูปฏิกิริยาจากเธอ
“อะ...อะไร...นายจะครางทำไมเนี่ย...” เอ่ยถามเสียงสั่น มือที่เช็ดไปตามผิวกายเขาก็สั่นไม่แพ้กัน ไม่เข้าใจว่าเจ็บปางตายขนาดนี้แล้วยังจะมาปลุกเร้าอารมณ์เธอทำไม รู้ไหมว่าถ้าผู้หญิงเวลามันอารมณ์ขึ้นแล้วไม่ได้ปลดปล่อยมันทรมานยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีกนะ
“ก็มันเย็น...แล้วเช็ดแรงๆ หน่อยก็ได้ ลงน้ำหนักมือเบาแบบนั้น...มันเสียว” คำว่ามันเสียวเขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างใบหูของเธอ พร้อมกับทิ้งลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดใบหูจนร่างเล็กนั้นสั่นสะท้านไปทั้งกาย
“ชะ...เช็ดเองไหมล่ะ...”
หมับ!!
“เช็ดเองได้ที่ไหนเล่า...เจ็บแผลอยู่นะ”
“ตะ...แต่...”
“แต่อะไร...อย่าบอกนะว่าเธอมีอารมณ์...นี่ขนาดฉันเจ็บแผลอยู่เธอก็ยังไม่เว้นคิดเรื่องอกุศลกับฉันเหรอ” ทำทีเป็นไขสือ ทั้งที่ตัวเองก็แข็ง จนมันชี้หน้าเธออยู่แล้ว
“แล้วทีนายล่ะ...ชี้หน้าฉันขนาดนี้...ไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นสิ”
“ใครบอกว่าฉันมีอารมณ์...ที่มันแข็งเพราะโดนความเย็นของผ้า...น้องชายฉันหนาว...มันเลยลุกขึ้นมา” ดูความแถของเขา
“เค...ไม่รู้สึกก็ดีแล้ว...” พยายามอดกลั้นความคิดบ้าๆ ของตัวเองเอาไว้ เก็บความรู้สึกที่ต้องการของตัวเองไว้ภายใน และรีบเช็ดตัวเขาให้มันเสร็จๆ
“อืม...” และไม่ว่าเธอจะสัมผัสเขาตรงไหน เขาก็กวนประสาทด้วยการครางเสียงสั่นใส่เธอ พร้อมกับจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่แดงซ่านไปด้วยพิษเขิน พยายามยับยั้งช่างใจเอาไว้แล้วรีบเดินออกจากห้องน้ำไป
“สะ...เสร็จแล้ว...รีบใส่เสื้อผ้าแล้วก็ไปนอนซะ...”
“อะ...เอ้า...เฟอร์...ฉันใส่เสื้อผ้าไม่ได้...แผลมันตึง...มาใส่ให้ก่อน” เมื่อเห็นว่าเฟอร์ชิ่งออกไปแล้วเขาก็รีบหยิบเสื้อผ้าของตัวเองเดินตามเธอไปที่โซฟา และบังคับให้เธอใส่ชุดให้เขา
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะยั่วยวนเธอไปถึงเมื่อไหร่กัน ได้!! ในเมื่อยั่วเธอ เดี๋ยวจะจัดให้แบบสาสมเลย ไม่สนใจแล้วว่าจะเจ็บแผลแค่ไหน
พรึ่บ!!
“ไม่ต้องใส่...” ปัดชุดในมือของเขาลงพื้นไป
“อะ...อะไรเนี่ยเฟอร์...พายเจ็บแผลอยู่นะ” ทำเป็นใสซื่อ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาราวกับตั้งใจ ก็ตั้งใจล้มไปอ่อยเธอจริงๆ นั่นแหละ
“คนเจ็บแผล เขาไม่ทำตัวแบบนี้หรอกนะ...”
“งั้นเหรอ...แล้ว...ถ้ารู้...แล้วจะทำยังไงกันต่อดีล่ะ”
“นายอยากให้ฉันทำไหมล่ะ” เอ่ยถามไปตามตรง
“ถ้าบอกว่าอยาก...เธอจะทำให้ฉันไหมล่ะ” ทำลองเชิง
“แต่นายเจ็บแผลอยู่ ฉันกลัวแผลนายฉีก”
“สอดไม่ได้...ก็ใช้ปากไง”
“ละ...แล้วฉันล่ะ” เมื่อฟังแล้วเหมือนว่าเขาจะเอาแต่ได้ ก็เลยเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย เพราะกลัวว่าจะเสียเปรียบเขา
“ปากฉัน...” เพียงเสียงกระเส่าก็ทำเฟอร์สั่นสะท้านรอแล้ว
พูดจบเขาก็เอนกายไปพิงที่พนักพิงโซฟา ตวัดสายตาไปมองความแข็งขึงที่โด่ชี้หน้าเธอเพื่อเป็นนัยๆ ว่าเริ่มจัดการได้แล้ว เฟอร์เมื่อเห็นดังนั้นก็ย่อตัวนั่งคุกเข่าบนพื้น หันหน้าเข้าหาเขาแล้วแทรกตัวไปอยู่ที่หว่างขาของเขา
มือเล็กเอื้อมไปกำชักรูดท่อนรักของเขาขึ้นลงเบาๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ก้มลงไปใช้ปากดูดกลืนความเป็นชายของเขา ทันทีที่ถูกโพรงปากนุ่มๆ สัมผัส ก็ทำเอาพะพายเสียวซ่านไปทั่วทั้งกาย และเผลอร้องครางออกมา
“อื้ม...” เขาพิงศีรษะไปที่พนักพิงโซฟา เงยหน้าขึ้นฟ้า หลับตาพริ้มหวังซึมซับความรัญจวนนี้จากเธอ
เรียวลิ้นเล็กๆ แสนซุกซนตวัดรอบหัวหยัก ยิ่งกระตุ้นให้เขายิ่งเสียวเข้าไปกันใหญ่ มือหนายกขึ้นขย้ำผมของเธอเคล้าคลอไปด้วย ส่วนมืออีกข้างจิกไปที่โซฟาข้างลำตัวเพื่อระบายความกระสันที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งกายของเขาราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนตาแทบลอย
จ๊วฟ จ๊วฟ ม๊วฟ ม๊วฟ!!
เสียงดูดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนพะพายก็ครางเสียงกระเส่าด้วยความทรมาน เอวก็ร่อน กระแทกสวนจนความยาวทะลวงลึกจุกคอไปหมด
“อื้อ”
อ๊อก อ๊อก อ๊อก!!
ความยาวผลุบเข้าผลุบออกในโพรงปากเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง จากเนิบๆ ก็ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีที่สุดก็สิ้นสุดความทรมานที่แสนหวาน พร้อมกับปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นใส่ปากกระจับของเธอจนเลอะเปรอะเปื้อนไหลออกจากมุมปาก
“อ๊าส์...เฟอร์...สุดยอดไปเลย” พะพายเอ่ยปากบอกพร้อมอมยิ้มเล็กๆ
ก่อนที่จะจับเธอขึ้นมานั่งบนโซฟาข้างๆ แทนเขา ดันขาทั้งสองข้างของเธอออกแล้วแทรกตัวไปอยู่ระหว่างขาของเธอ ขาข้างหนึ่งพาดไปที่พนักพิง ส่วนอีกข้างพาดอยู่ที่ไหล่ของเขา จากนั้นก็ก้มลงไปใช้ลิ้นเลียไปตามรอยแยกฉ่ำแฉะของเธอทันที
“อ๊ะ...อื้อ...พะพาย...” ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วกายสาว ทุกครั้งที่เรียวลิ้นอันร้อนระอุลากไล้ชอนไชในร่องแสนหวาน เธอก็อดไม่ไหวที่จะเด้งรับความเสียวซ่านอย่างหลงลืมอาย
จ๊วฟ จ๊วฟ จ๊วฟ!!
“อื้ม...พะพาย...ฉันจะ...อื้ม...จะ...เสร็จแล้ว”
“ปล่อยออกมาเลย...หวาน...กินอะไรมา...หวานไปทั้งตัวเลย”
“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...” เมื่อถูกลิ้นของเขาตวัดรัวๆ สมองของเธอก็ขาวโพลน จากนั้นเธอก็เกร็งตัวแล้วกระตุกรับสัมผัสสุดวาบหวามครั้งสุดท้าย พร้อมกับน้ำหวานสีใสที่ไหลเยิ้มออกมา
“พะพาย...ฉันเสร็จแล้ว”
“เป็นไง...สบายตัวไหม” เขาเอ่ยถามจากนั้นก้มลงซดน้ำหวานครั้งสุดท้าย หวังเช็ดทำความสะอาดให้
“พะพาย...แผลนาย...มันมีเลือดซึม” เฟอร์มองไปที่แผลของเขาแล้วเอ่ยบอกด้วยความตกใจ
“สงสัยเกร็งตัวตอนก้มลงไปเลียมั้ง...ไม่เป็นไรหรอก...แค่นี้เอง...” เขาว่าอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับแผลที่ถูกมีดแทงคือแผลถลอกหกล้มอย่างงั้นแหละ
“เดี๋ยว...ฉันรีบใส่เสื้อผ้าแล้วเรียกหมอดีกว่า...ฉันกลัว” ว่าแล้วก็ลุกลี้ลุกลนหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เรียบร้อย แล้วรีบกดกริ่งเรียกพยาบาลเพื่อให้มาทำแผลให้เขา
“ไปทำอะไรมาคะเนี่ย ทำไมแผลถึงปริขนาดนี้” คำถามของคุณพยาบาลทำให้เธอและเขาถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“เอ่อ...ออกกำลังกายมาครับ...เลยปริ...สงสัยใช้แรงเยอะไปหน่อย” เขาว่า ออกกำลังกายในร่มก้มแล้วแทงน่ะสิไม่ว่า เฟอร์คิดแล้วอมยิ้มเขินๆ กับคำตอบหน้ามึนของเขา ไม่คิดว่าจะตอบแบบนั้น แต่ก็นับว่าหัวไวดี
“งดออกกำลังกายที่หักโหมก่อนนะคะ...แผลยังไม่หายดีเลย...” เช็ดทำความสะอาดแผลและเย็บให้ พร้อมกับวิธีดูแลตัวเองเสร็จสรรพก็ออกจากห้องไป
“เพราะนายเลย...อ่อยฉันไม่ดูสังขาร...” เฟอร์โวยวายใส่เขา จริงๆ ก็เป็นห่วงนั่นแหละ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ได้อยากจะให้เขาเจ็บตัวเลย แต่เพราะความเสี้ยนมันไม่เข้าใครออกใคร ก็เลยต้องยอมรับสภาพ
“เสียวก็เสียวด้วยกัน จะโวยวายทำไมเนี่ย...ฉันยังไม่โทษเธอเลยนะที่จุดประกายให้ฉันเสี้ยนด้วย”
“เดี๋ยวนะ...โทษฉันได้ไง...ในเมื่อนายล่อฉันเอง”
“เลิกบ่นแล้วมานอนได้แล้ว...ง่วงจะแย่แล้ว...ถ้าไม่หุบปากฉันจะเอาของแข็งของฉันยัดปากเธออีกรอบ...เอาไหม!” คนหน้ามึนข่มขู่ อย่างไม่คิดที่จะสะทกสะท้านต่อความเจ็บปวดที่เจอ ไม่ห่วงแผลตัวเองเลย หื่นกามอย่างเดียว
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
ติ้ง!!พะพาย : แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน?เฟอร์ : ส่งโลเคชั่น“เฮ้อ...ไอ้บ้าพะพาย...อะไรของมึงเนี่ย...ยัยนั่นใจร้ายกับมึงก่อนนะ...ยังจะไปหาอีก” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมยกมือขึ้นยีหัวตัวเองหวังเรียกสติของตัวเองให้กลับมาแต่ไม่ว่าจะมีสติหรือไม่มี เขาก็ยังอยากไปหาเธออยู่ดี และรู้ตัวอีกทีเขาก็ขับรถมายังสถ
“ป๊าเธอกะจะทรมานฉันให้ตายไปเลยมั้ง ถึงได้จัดทริปตั้งเกือบอาทิตย์...กะจะกระชับความสัมพันธ์หรือจะตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่นกันแน่...” พะพายบ่นกระปอดกระแปดเมื่อเฟอร์เข้ามาในห้องหลังจากที่จบทริปครอบครัว แล้วเขาต้องมารอที่คอนโด“...พะพาย...ฉันว่าช่วงนี้เราสองคนอยู่ด้วยกันมากไปหรือเปล่า” เฟอ
“จะไม่มีได้ยังไง เคลิ้มขนาดนี้”“กะ...ก็...”“พายขอรางวัลได้ไหม ขอรางวัลให้คนน่ารักได้หรือเปล่า...จะได้มีกำลังใจเป็นเด็กดีของเฟอร์ไง” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้น ทำหน้าออดอ้อนจนใจเฟอร์เหลวเป็นน้ำแล้ว“อื้ม” สิ้นเสียงตอบรับพะพายก็ดันคนตัวเล็กนอนราบไปกับโซฟาตัวยาว จากนั้นก็ทาบทับร่างของตัวเองตามลงมา ขาทั้งส
“มันใช่ไหมเนี่ย มาทะเล แต่ต้องมานั่งโช้ยมาม่าที่ริมทะเลเนี่ย” จริงๆ จะสั่งอาหารตรงเซอร์วิสก็ได้ แต่ที่ไม่สั่งเพราะมาเฝ้าเฟอร์ที่นั่งดินเนอร์กับครอบครัว ในขณะที่เธอกินปิ้งย่างอยู่ที่ลานกว้างๆ กับครอบครัวอย่างสบายใจ แต่เขานี่สิต้องมานั่งซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นถ้วย ทำด้อมๆ มองๆ อย่างกับคนเร่ร่อน แถม







