Beranda / รักโบราณ / ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก / ตอนที่ 5 ปลุกพลังวิญญาณอีกครั้ง

Share

ตอนที่ 5 ปลุกพลังวิญญาณอีกครั้ง

Penulis: Naiyana
last update Tanggal publikasi: 2026-03-14 08:00:45

ตำหนักหลิวรุ่ย

ณ บริเวณหลังตำหนัก บรรยากาศในช่วงเช้าดูเงียบเหงาแต่ก็เหมาะสำหรับการพักผ่อน และการฝึกสมาธิรวบรวมพลังวิญญาณ หมอกหนาลอยล่องไปทั่วบริเวณถึงแม้แสงอาทิตย์ในช่วงเช้าจะเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เสียงนกน้อยที่หากินตอนเช้าส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวเป็นพักๆ แต่นั่นกลับช่วยสร้างบรรยากาศให้ที่นี่ไม่เงียบเหงาจนดูน่าวังเวง มันส่งเสียงแข่งกับเสียงน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง อากาศไม่หนาวมากนักอีกทั้งยังสดชื่นเช่นนี้ ทำให้บริเวณโดยรอบมีพืชหรือดอกไม้ สมุนไพรหายากที่ชอบน้ำอุดมสมบูรณ์ สัตว์ตัวเล็กๆ จำพวกกระต่ายหรือกระรอกมีให้เห็นจนชินตา แต่มันกลับไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของตำหนักเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงในชุดสีดำสนิททั้งตัวตัดกับสีผิวขาวผมดำยาวทำให้เขาดูสง่างามอย่างลงตัว หากผู้ใดผ่านไปมาแล้วพึ่งเคยเห็นเขาเพียงครั้งแรกคงคิดว่าเขาคือเทพเซียนเป็นแน่

มือหนาเรียวยาว ข้อมือที่พ้นชายเสื้อออกมามีสร้อยข้อมือหยกสีดำ มีจี้สีขาวรูปใบชาเล็กๆ อยู่ เอื้อมมือไปเปิดฝากาน้ำชาอย่างใจเย็น ไอจากความร้อนล่องลอยออกมาจากกาน้ำชา พัดเอาความหอมมาด้วย เพียงได้กลิ่นหอมนั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือชาชั้นดี มือหนารินชาใส่ถ้วยสำหรับ 2 คนก่อนที่จะยกชาขึ้นด้วยท่าทีนิ่งสงบ

"ฟินิกซ์ขาววิหคเหิน เช่นนั้นหรือขอรับ"

หยงอี๋เอ่ยขึ้นอย่างตกใจที่ได้ยิน ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของเมื่อสักครู่ หลังได้ยินเรื่องที่หนิงเฟิ่งเล่าให้ฟัง

"ฟินิกซ์ขาววิหคเหิน เป็นสัตว์วิญญาณชั้นสูงและเป็น 1 ใน 5 ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เหลือคือ พยัคฆ์ดำ ฟินิกซ์เพลิงวิหค คชสารเพชร และแมงมุมหมื่นพิษ"

หนิงเฟิ่งเอ่ยอย่างอธิบาย เขาเองก็มีสัตว์วิญญาณคือฟินิกซ์เพลิงวิหค 1 ในสัตว์ดึกดำบรรพ์ และนี่เองทำให้เขาเป็นที่ยอมรับถึงแม้จะขึ้นเป็นเจ้าสำนักตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากมีสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งแล้ว ความสามารถเขายังถือว่าไม่เป็นรองใคร

"เป็นไปได้เช่นไร การทดสอบพลังวิญญาณของนางครานั้นยังพบว่าสัตว์ที่เป็นเพียงนกพิราบขาว อีกทั้งเป็นนกพิราบที่ไม่มีพลังวิญญาณ แค่ปลุกพลังวิญญาณยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"

"จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า เป็นเพราะฟินิกซ์ขาววิหคเหินตัวนี้ เมื่อครั้งตอนตรวจสอบพลังวิญญาณตอนที่มันยังเล็กจะมีลักษณะเหมือนอย่างนกพิราบ"

หนิงเฟิ่งเอ่ยอย่างใช้ความคิด

"นั่นก็มีทางเป็นไปได้"

"เจ้าไปเชิญท่านผู้เฒ่าเซียวเซ่อ ผู้ที่ปลุกพลังวิญญาณของนางครานั้นมาพบข้าที"

"ขอรับ"

หยงอี๋รับคำสั่งและเดินออกไปในทันที หนิงเฟิ่งรินชาและยกมันขึ้นดื่มอีกครั้ง พร้อมมองทัศนียภาพด้านหน้า 'หากนางมีพลังวิญญาณชั้นสูงจริง เหตุใดไม่เอ่ยปากบอกผู้ใดแต่กลับเก็บงำมาได้จนถึงเพียงนี้ ยอมให้ผู้คนหัวเราะเยาะว่าเป็นคนไร้ค่า หรือแท้จริงแล้วพลังวิญญาณนี้พึ่งปรากฏขึ้น' ชายหนุ่มเอ่ยกับตนเองในใจ จากนั้นส่ายหัวไล่ความคิดและเดินเข้าตำหนักของตนเองไป

.

แสงอาทิตย์ในยามสาย สอดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับมายาวนานถึง 2 วันตื่นขึ้น ใบหน้าขาวเนียนแต่กลับดูซีดจนน่าสงสาร ขนตางอนยาวค่อยๆ กะพริบช้าๆ เพื่อปรับสายตา ภาพห้องที่คุ้นเคยทำให้ฟางเหนียงถึงกับถอนหายใจ มาโลกนี้เพียงไม่กี่วันแต่เกือบรักษาชีวิตไม่รอดถึง 2 รอบ หญิงสาวพยายามจะขยับร่างกายลุกขึ้น แต่กลับไร้เรี่ยวแรงและรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว ดวงตางามมองดูสภาพร่างกายที่พันไปด้วยผ้าพันแผลก็ไม่แปลกใจที่ตนรู้สึกระบมไปมากขนาดนี้

แต่การนอนเฉยๆ บนเตียงมานานถึง 2 วัน ทำให้นางคอแห้งและรู้สึกกระหายน้ำ ร่างกายที่ไม่มีแรงขยับจึงทำได้เพียงเอื้อมมือไปหยิบกาน้ำชาที่วางบนโต๊ะข้างเตียง

เพล้ง!

เสียงถ้วยชาที่หญิงสาวพยายามเอื้อมหยิบมันตกแตกลงพื้น ทำให้หญิงสาวอีกคนที่อยู่หน้าห้องวิ่งเขามาอย่างรวดเร็ว

"เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"

"จ้าวเย่ว เหตุใดเจ้าถึงอยู่ที่นี่"

ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความสงสัย นางคิดว่านางอยู่คนเดียวเสียอีก

"ท่านรองเจ้าสำนักให้ข้ามาดูแลเจ้าตอนที่เจ้าไม่ได้สติ ขณะที่รอรับสมัครคนรับใช้ใหม่ให้เจ้า"

"เป็นเช่นนั้น"

"เจ้าฟื้นก็ดีแล้ว เมื่อสักครู่เจ้าจะกินน้ำใช่หรือไม่"

จ้าวเย่วเอ่ยขึ้นพลางเดินมารินน้ำให้นาง ฟางเหนียงรับมาดื่มถึง 2 รอบ ก่อนที่จะลงไปนอนเช่นเดิม

"ข้าสลบไปนานหรือไม่"

" 2 วัน"

"นานขนาดนั้น หลายวันมานี้รบกวนเจ้าแล้วที่ดูแล"

ฟางเหนียงเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ วันนี้นางก็อยากที่จะทำความรู้จักกับจ้าวเย่วให้มากขึ้น วันนั้นนางเองก็ไม่มีเวลา วันนี้คงต้องหาทางหว่านล้อม การมีสหายก็นับว่าดีกว่าอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว

"รอสักครู่เดี๋ยวข้าไปนำยาที่ต้มมาให้"

จ้าวเย่วเอ่ยจบก็เดินออกไป ทำให้ฟางเหนียงมีเวลานึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 2 วันก่อน เมื่อครั้งที่โดนเสือตัวนั้นกัดตัวนางสิ้นหวังเป็นอย่างมาก คิดว่าเช่นไรก็ไม่มีทางรอด แต่จู่ๆ ตอนที่ท่านเจ้าสำนักหนิงเฟิ่งมาช่วยไว้ได้ทันเวลา ความรู้สึกตอนนั้นทั้งดีใจและมีหวังทำให้นางอดที่จะรู้สึกดีไม่ได้จริงๆ แต่ก่อนที่นางจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ จ้าวเย่วก็นำยาเข้ามาก่อน

"เจ้าแน่ใจหรือว่านี่คือยาที่ช่วยให้ข้าหายดีไม่ใช่ยาพิษ"

ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นขณะที่ชี้ไปที่ถ้วยยาที่เป็นยาต้มน้ำสีดำ กลิ่นที่โชยออกมาก็รับรู้ได้ถึงความขม หากนางดื่มเข้าไปคงต้องขมจนต้องตายอีกรอบเป็นแน่

"ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเด็กน้อยไม่โตเช่นเจ้าต้องร้องไม่กินยาเป็นแน่"

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นที่หน้าประตู และตามมาด้วยร่างของชาย 2 คน

"คารวะท่านเจ้าสำนัก รองเจ้าสำนัก"

จ้าวเย่วเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าคารวะคนทั้ง 2 ทันที ส่วนฟางเหนียงเพียงเอ่ยขึ้นแต่ไม่ได้ทำท่าคารวะเป็นเพราะนางยังบาดเจ็บอยู่ หยงอี๋ยิ้มให้คนทั้งคู่และรับถ้วยยามาจากจ้าวเย่ว

"เจ้าไปพักเถอะ"

จ้าวเย่วที่ได้ยินเช่นนั้นจึงทำความเคารพก่อนที่จะเดินออกไป ส่วนหนิงเฟิ่งเองก็ยืนห่างออกไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา ฟางเหนียงเหลือบตามองเขาเล็กน้อย 'หนอยแน่เมื่อสักครู่ข้าอุตส่าห์แอบชมที่ท่านมาช่วยไว้ได้ทัน ดูจากท่านตอนนี้เหมือนโดนบังคับให้มาอย่างไรอย่างนั้น' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจก่อนที่จะไม่ได้สนใจเขาอีก หยงอี๋นั่งลงที่เตียงและหยิบผลไม้เชื่อมออกมาตรงหน้า

"มีสิ่งนี้แล้ว เจ้าจะดื่มยาได้หรือยัง"

หยงอี๋เอ่ยอย่างด้วยเสียงอบอุ่น ฟางเหนียงยิ้มกว้างให้กับเขา หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นราวกับว่าเขาคือพ่อของนาง 'แต่ท่านกลับหล่อเกินไปที่จะเป็นพ่อข้านะเจ้าคะ'

"ข้าโตแล้วนะเจ้าคะ ยาเพียงแค่นี้เหตุใดข้าถึงจะไม่กล้ากินมัน"

ฟางเหนียงยกยาขึ้นดื่ม แต่ทันทีที่ยาจรดริมฝีปากความใจสู้เมื่อสักครู่กลับหายไปทันที ใบหน้าของนางยับยู่ยี่อยากที่จะอาเจียนเต็มทน แต่เรื่องของศักดิ์ศรียอมกันไม่ได้ อุตส่าห์พูดไปขนาดนั้นแล้วก็จำใจต้องกลืนมันลงในที่สุด และรีบหยิบพุทราเชื่อมเข้าปากอย่างรวดเร็ว

“ว่าแต่ท่านมาหาข้าถึงที่นี่มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”

ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะขนาดครั้งก่อนนางจมน้ำจนรักษาชีวิตแทบไม่รอดและสลบไปหลายวัน ไม่เพียงไม่มาเยี่ยมยังไล่คนรับใช้ออกจนหมด ครั้งนี้ไม่เพียงรองเจ้าสำนักที่มาแต่เจ้าสำนักยังมาอีกด้วย

“ข้าแค่อยากให้เจ้าร่วมมือกับข้าหน่อย”

หยงอี๋เอ่ยด้วยเสียงอบอุ่น และก็มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้อง เป็นชายชราอายุมากแล้ว ทั้งหนวดยาวและผมขาวไปจนแล้ว ที่หน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างผู้มีเมตตา

“ท่านผู้นี้คือผู้เฒ่าเซียวเซ่อ เจ้าคงเคยได้พบเจอท่านแล้ว”

ฟางเหนียงที่ได้ยินกลับมีท่าทางสงสัยอย่างเห็นได้ชัดจนผู้เฒ่าเซียวเช่อเองก็สังเกตได้ นางคงจำข้าไม่ได้กระมัง

“ข้าคือผู้ที่ช่วยตรวจสอบและปลุกพลังวิญญาณให้เจ้าเมื่อ 10 ปีก่อน นานขนาดนี้เจ้าจะจำไม่ได้ก็ไม่แปลก”

“คารวะเจ้าค่ะท่านผู้เฒ่าเซียวเซ่อ”

“แล้วครั้งนี้…..”

“อ่อ ท่านเจ้าสำนักอยากให้ตรวจสอบพลังวิญญาณของเจ้าอีกครั้ง”

เป็นหยงอี๋ที่อธิบายให้นางเข้าใจ ฟางเหนียงมองไปทางหนิงเฟิ่งที่กำลังนั่งดื่มชาด้วยท่าทางสงบนิ่ง กลิ่นอายของความสุขุมและเย็นชาที่มีต่อนางส่งมาทางหญิงสาวจนสัมผัสได้

“เช่นนั้นข้าต้องทำเช่นไรเจ้าคะ”

ผู้เฒ่ายิ้มออกมา จากนั้นถ่ายทอดพลังเป็นแสงสีทองกระจายรอบตัว หิ่งห้อยนับร้อยบินวนรอบตัวเขาเหมือนมันคือพลังวิญญาณของท่านผู้เฒ่าเซียวเซ่อ แสงของมันระยิบระยับ ภาพตรงหน้างดงามจนนางอดที่จะยิ้มออกมากับภาพที่เห็นไม่ได้

“พลังวิญญาณของข้าคือหิ่งห้อยศักดิ์สิทธิ์ เอาล่ะต่อไปข้าจะเริ่มปลุกพลังวิญญาณในตัวเจ้า”

ชายชราวาดแขนรวบรวมพลัง หิ่งห้อยตัวหนึ่งบินมาเกาะที่นิ้วของชายชรา มันค่อยๆ บินช้าๆ มาทางฟางเหนียง แสงสีทองลอยออกมาจากตัวมันจากนั้นบินไปเกาะที่ระหว่างคิ้วของหญิงสาว ความอบอุ่นของแสงเหล่านั้นทำให้ฟางเหนียงจิตใจสงบ ทันทีที่หิ่งห้อยบินมาเกาะหญิงสาวจึงหลับตาลงจากนั้นหิ่งห้อยตัวนั้นค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นสัญลักษณ์รูปเพชรสีขาว แสงสีขาวสว่างออกมาจากระหว่างคิ้ว พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือพื้น ทุกคนที่ได้เห็นต่างตกตะลึงมองนางด้วยใบหน้ายินดี แสงสีขาวเป็นแสงของพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ครานี้ก็เหลือเพียงว่าสัตว์วิญญาณของนางจะเป็นสัตว์ชนิดใดและใช่สัตว์ที่พวกเขาคาดการณ์ไว้หรือไม่

แสงสีขาวเป็นคลื่นดั่งสายน้ำล่องลอยจากตัวหญิงสาวไปที่เหนือศีรษะของนาง จากนั้นรวมกันเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ตัวสีขาวรูปร่างสูงราว 3 เมตร

ฟรี๊ก~~~~

นกตัวสีขาวทั้งตัวกางปีกกว้าง พร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาอย่างประกาศความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ปีกของมันทั้งกว้างและใหญ่จนทำเอาของตกแต่งภายในห้องแตกกระจายไปทั่วทั้งห้อง ทุกครั้งที่กระพือปีกพัดเอาความเย็นจนของบริเวณกลายเป็นน้ำแข็ง ปีกสวยพลิ้วไสวส่งกลิ่นหอมสะอาดแต่กลับเย็นสดชื่นออกมา ที่ร่างกายฟางเหนียงตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนแปลง ดวงตางามเปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม ผมยาวมีแสงสีฟ้าเหมือนเป็นหยดน้ำกระจายไปทั่วทุกบริเวณ

“นี่มัน….นี่มันฟินิกซ์ขาววิหคเหิน”

ผู้เฒ่าเซียวเซ่อเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ ทั้งชีวิตที่เขาปลุกพลังวิญญาณ เพียงเคยพบผู้ที่มีพลังวิญญาณของสัตว์ระดับสูงเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ฟินิกซ์ขาววิหคเหิน เขาเองก็ยังไม่เคยได้พบเจอเพียงเคยได้ยินท่านอาจารย์ที่ล่วงลับของตนเอ่ยเท่านั้น วันนี้เขามีเกียรติได้เป็นผู้ปลุกมันขึ้นมาเองนับว่าทั้งชีวิตของเขาคุ้มค่าแล้ว

แต่ขณะนั้นจู่ๆ ฟางเหนียงที่ลอยอยู่เหนือพื้นก็กระอักเลือดออกมาคำโต โลหิตสีแดงหยดลงบนพื้นด้านล่างขณะที่ร่างของนางเองก็กำลังร่วงลงมาที่พื้น หนิงเฟิ่งเหลือบไปเห็นเศษไม้ที่แหลมคมจากการปล่อยพลังวิญญาณจนข้าวของเสียหาย ด้วยความเร็วของเขาจึงพุ่งออกไปรับร่างของนางได้ทันท่วงที กลิ่นหอมสะอาดจากตัวชายหนุ่มทำให้ฟางเหนียงรู้สึกประหม่า หัวใจของนางเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แต่เพราะตอนนี้ร่างกายไม่อาจฝืนต่อไปได้แล้ว เปลือกตาบางค่อยๆ หลับลงก่อนที่จะสลบไปอีกครั้ง

“พลังที่นางปล่อยออกมามีมากจนเกินไป อีกทั้งร่างกายของนางยังล้มป่วยมันเกินขีดจำกัดของนาง เช่นนั้นวันนี้ก็พอเท่านี้เถอะ”

หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาที่นี่ ขณะที่มือก็ยังคงส่งพลังภายในไปที่ตัวหญิงสาวเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ

“ที่นี่พังจนหมดแล้ว พานางไปพักที่เรือนข้าก็ได้ขอรับ”

หยงอี๋เอ่ยอย่างแสดงความคิดเห็น หนิงเฟิ่งพยักหน้าเห็นด้วย และอุ้มนางออกจากเรือนไป

ระหว่างทางไปเรือนมณีเมฆา

“นั้นเจ้าสำนักนิ่ เหตุใดถึงได้อุ้มแม่นางฟางเหนียงเช่นนั้น”

เสียงศิษย์ในสำนักเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเจ้าสำนักของตนอุ้มหญิงสาวออกมา

“นางอาจจะเรียกร้องความสนใจอะไรก็ได้ เจ้าไม่เห็นหรือไม่ได้มีเพียงเจ้าสำนัก แต่ยังมีรองเจ้าสำนักที่เดินตามหลังอยู่ด้วย”

ศิษย์อีกคนเอ่ยเสริม แต่ขณะนั้นเองเป็นจังหวะที่หญิงสาวหน้าตางดงาม รูปร่างบอบบางออกไปทางน่ารักน่าทะนุถนอม สวมชุดสีชมพูดูสดใส วางท่าทีสง่างาม มองตามแผ่นหลังกว้างของชายที่ตนเองรักกำลังอุ้มหญิงสาวที่ตนเกลียด มือบางกำเข้าหากันแน่นแต่ใบหน้ากลับเปื้อนรอยยิ้ม เหมือนกับว่าตนไม่ได้รู้สึกอันใดกับภาพตรงหน้า

“คารวะแม่นางเหลียนฮวา ท่านมาพบเจ้าสำนักหรือขอรับ”

เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้หญิงสาวรู้สึกตัว ก่อนที่จะหันหน้าไปทางต้นเสียง หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร เพราะผู้นี้คืออาเหยาที่นางรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เขาคือผู้ช่วยของเจ้าสำนักหนิงเฟิ่งชายที่ตนเองรักนั่นเอง

“เจ้าค่ะ ข้ามิได้นัดไว้ล่วงหน้ามิรู้ว่าเจ้าสำนักยุ่งอยู่หรือไม่”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“หากเป็นท่าน เจ้าสำนักยินดีอยู่แล้วขอรับ เช่นนั้นแม่นางไปรอที่ตำหนักหลิวรุ่ยก่อน ตอนนี้เจ้าสำนักกำลังติดธุระเพียงครู่”

หญิงสาวยิ้มกว้างเหมือนว่าตนไม่ได้เห็นอันใดเมื่อสักครู่ และเดินตามอาเหยาไป ตลอดทางศิษย์คนอื่นต่างมาดูแม่นางเหลียนฮวาที่งดงาม เสียงเอ่ยชมมีให้ได้ยินไม่หยุด หญิงสาวยิ้มให้ทุกคนอย่างพอใจถึงอย่างไรสำนักแห่งนี้ต้องมีเพียงตนเท่านั้นที่ได้เป็นนายหญิงใหญ่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 64 จบบริบูรณ์

    สิบปีผ่านไปฤดูเหมันต์วนกลับมาอีกครั้ง ละอองหิมะร่วงหล่นลงมาทับถมจนพื้นดินและบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยพื้นสีขาว วันนี้อากาศดีในรอบหลายวัน เนื่องด้วยมีดวงอาทิตย์โผล่พ้นเมฆหนาเพิ่มความอบอุ่นเล็กน้อย แสงแดดสีทองอร่ามในช่วงยามปลายยามเซินกระทบกับพื้นหิมะสีขาวงดงามยิ่งนัก ฟางเหนียงนอนดูทิวทัศน์ที่เก้าอี้ไม้โยกด้วยจิตใจที่ผ่อนคลาย สิบปีมานี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น แต่ทุกเรื่องก็ล้วนจบลงได้อย่างรวดเร็วแคว้นแห่งนี้ได้เปลี่ยนมือแล้ว ฮ่องเต้น้อยที่นางเก็บได้จากตลาดกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ หลังจากรัชทายาทสิ้นพระชนม์ได้เพียงเดือนเดียว หนิงเฟิ่งก็ร่วมกับวังหลวงยกทัพช่วงชิงตำรายุทธวิฐีอีกสองเล่มมาได้สำเร็จ ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับฮั่วหยวนจาง ฮ้องเต้องค์ก่อน นางมิแปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาในตอนนั้นถึงอยากได้ผู้สืบทอดเสียขนาดนั้น แผ่นดินนี้เสียผู้ที่ทำคุณให้แก่แคว้นไปสองคนติด รัชทายาทจากไปได้เพียงไม่นาน หนึ่งปีต่อจากนั้นฮั่วหยวนจางก็สิ้นพระชนม์ด้วยโรคหัวใจ ตำแหน่งจึงถูกส่งมาให้เจียวหมิงเฉินหรือองค์ชายสาม แต่เขากลับปฏิเสธ และโยนมันให้ฮั่วชวีเหยาหรือเฟยหมิง ด้วยความสามารถของเด็กชายในตอนนั้น อายุเพียงสิบสี่ปีก็ชนะในส

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 63 ของขวัญสหายทำให้เกิดเรื่อง (NC)

    แสงอาทิตย์ช่วงปลายยามซื้อส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ปลุกให้คนทั้งคู่รู้สึกตัว สายจนใกล้เที่ยงแล้วในตำหนักแห่งนี้กลับยังไม่มีผู้ใดออกไป ทุกคนในสำนักเองก็รู้หน้าที่ตนเองดี คืนเข้าหอเช่นนี้มิอยากเข้ามาปลุกคนทั้งสอง ทั้งคู่ร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มผืนหนาที่เท่านั้นที่ปิดบังร่างกาย หนิงเฟิ่งตื่นก่อนหญิงสาวแต่ไม่คิดจะลุกไปที่ใด เนื่องด้วยนางนอนหนุนแขนเขาอยู่ตอนนี้ ร่างใหญ่กระชับอ้อมกอดนางมากขึ้น และจูบไปที่ไหล่เนียนเบาๆ อื้ม~ร่างเล็กในอ้อมกอดของเขาเริ่มรู้สึกตัว หญิงสาวบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆกระพริบตาลืมขึ้น "อรุณสวัสดิ์"หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะจุบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ"ฟางเหนียงเอ่ยพลางยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาตอบ"ข้าทำเจ้าตื่นหรือไม่"ฟางเหนียงส่ายหน้าปฏิเสธ และกำชับกอดร่างใหญ่ ตอนนี้นางระบมไปทั้งตัว ไม่ต้องก้มมองตนเองใต้ผ้าห่มก็รู้ได้ว่ารอยรักที่เขาฝากไว้นั้นมากมายเพียงใด โดยเฉพาะบริเวณนั้นยังเจ็บระบมมากๆอยู่เลย แล้วเช่นนี้นางจะเดินอย่างไร เกรงกว่าวันสองวันนี้นางต้องคลุกตัวอยู่ในตำหนักแห่งนี้ ไม่กล้าออกไปเดินด้วยท่าทางแปลกๆให้ต้องอับอายผู้

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 62 คืนเข้าหอ (NC)

    ภายในเรือนหอที่ถูกตกแต่งด้วยผ้ามงคล การตกแต่งดูเหมือนธรรมดาเรียบง่ายแต่ราคาแต่ละชิ้นไม่ธรรมดาเอาเสียเลย ฟางเหนียงนั่งหลังตรงอยู่บนเตียงในมือถือพัดเช่นเคย มือเรียวชื้นไปด้วยเหงื่อจากความตื่นเต้น เขาว่ากันว่างานแต่งของสตรีเป็นครั้งเดียวในชีวิต การได้แต่งงานกับคนที่ตนรักปราศจากการจัดแจงโดยผู้ใหญ่และความเหมาะสม เกิดขึ้นได้ยากในแผ่นดินที่นางอยู่แก๊ก!เสียงประตูไม้ถูกเปิดออกทำให้รับรู้ถึงการมาของเขา กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวทำให้นางรู้ได้ทันทีว่าเป็นเขามิใช่ผู้อื่น หนิงเฟิ่งเดินไปหยุดที่ตรงหน้านาง ฟางเหนียงค่อยๆเลื่อนพัดบังหน้าออก เผยให้เห็นการแต่งแต้มใบหน้าที่ประณีตกว่าทุกครา ปากเรียวสีแดงสดช่วยเสริมให้นางดูงดงามตราตรึงใจ รอยยิ้มหวานที่ส่งให้เขานั้นทำเขาอดที่จะจุมพิตลงไปที่หน้าผากเนียนไม่ได้"รอข้านานหรือไม่เสียงทุ้มเอ่ยถามนางเบาๆ"ท่านเจ้าสำนัก ที่นี่ยังมีผู้อื่นอยู่นะเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่เตือนชายหนุ่ม หนิงเฟิ่งหันไปเห็นจ้าวเย่วที่ยังยืนอยู่ จ้าวเย่วส่งยิ้มเจือนๆให้เจ้าสำนักตอบกลับไป"วันนี้ข้าขอเป็นสักขีพยานรักในคืนเข้าหอของพวกท่านเจ้าค่ะ"จ้าวเย่วเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น"อ่ะแฮะแฮ่ม!"นางส่งเ

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 61 พระราชทานสมรส

    จี้ชุน.ยามชื่อ (ต้นฤดูใบไม้ผลิเดือนสาม) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายเพิ่มความอบอุ่นช่วงต้นฤดูวสันต์ บนเขาสูงยามนี้ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากหลายสีสันตลอดเส้นทางขึ้นเขา ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้เพิ่มความเป็นสิริมงคล เมื่อได้เวลามงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้เคลื่อนตัวมาหยุดที่ทางเข้าสำนัก สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวผู้ขึ้นชื่อว่างามล่มเมือง บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว ม่านมุกถูกเปิดออกร่างบางค่อยๆ ออกมาจากเกี้ยวช้าๆ มือเรียวข้างหนึ่งถือพัดมงคลปิดบังใบหน้า ตามธรรมเนียมแล้วเจ้าสาวห้ามเท้าแตะพื้นจนกว่าจะได้เข้าจวน หนิงเฟิ่งมารอนางก่อนแล้วเช่นกัน จากนั้นจึงเข้าไปอุ้มนางมาไว้ในอ้อมก่อน ทุกคนต่างปรบมือส่งเสียงให้กำลังใจกันทั่วหน้า เมื่อผ่านพ้นประตูสำนักแล้วจึงได้วางนางลงช้าๆมือหนากุมมือของฟางเหนียงให้เดินไปตามทางเข้าสำนัก สองข้างทางมีเหล่าศิษย์ในสำนักถือโคมไฟสีแดงตลอดสองข้างทาง ยาวไปจนถึงตำหนักที่ทำพิธี อันแสดงถึงเส้นทางของคู่รักที่เปี่ยมไปด้วยความราบรื่นและสว่างไสว "ยินดีกับท่านเจ้าสำนัก ยินดีกับแม่นางฟางเหนียง ยินดีกับศิษย์

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 60 ข้อแลกเปลี่ยน

    ฟางเหนียงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักหัวจนต้องยกขึ้นกุมขมับ เมื่อคืนภาพตัดไปตั้งแต่อยู่บนเรือแล้ว เมื่อคืนกลับถึงสำนักด้วยสภาพเช่นไรยังมิรู้ด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้ว่ามีท่านเจ้าสำนักอยู่ข้างกายนางจึงไม่เป็นกังวลมากนัก ความเย็นจากอากาศที่สัมผัสตัว บวกกับความรู้สึกโล่งทำให้นางก้มมองสภาพตนเองที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้างามทำตาโตรีบดึงผ้าห่มขึ้นปิดตัวเองทันที เมื่อบนตัวนางไม่มีอาภรณ์แม้เพียงสักชิ้น ชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็มิมีแก๊ก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้นางยิ่งถอยล่นไปด้านหลังชิดหัวเตียง เพราะนางยังเปลือยกายใต้ผ้าห่มอยู่ เกรงว่าจะมีผู้อื่นมาเห็นในสภาพที่ไม่เรียบร้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดก็ถอนหายใจ หนิงเฟิ่งเดินเข้ามาพร้อมกาน้ำร้อน กลิ่นชาหอมลอยลิ่วมาเตะจมูก "เหตุใดถึงได้มองข้าเช่นนั้น"หนิงเฟิ่งเดินมาวางกาน้ำร้อนที่หัวเตียง ก่อนจะรินชาส่งให้นาง แววตาที่เหมือนกระต่ายตื่นตูมนั้นทำให้เขาเดาได้ไม่ยาก สมองน้อยๆของนางคงกำลังก่นด่าเขาในใจเป็นแน่"เมื่อคืน....ตอนข้าเมา ท่านเจ้าสำนักขืนใจข้าหรือเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่ยถามเขาไปตามตรง"แล้ว......"เสียงทุ้มเอ่ยอย่างยียวน พร้อมไล่สายตาตั้งแต่ใบหน้าไปจนปล

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 59 แต่งงานกับข้านะ

    ตลาดในช่วงต้นยามห้ายนั้นวายหมดแล้ว ฟางเหนียงรู้สึกเสียดายที่ยังเดินได้ไม่กี่ร้านเท่านั้นเอง ขนมบางอย่างที่คิดก่อนที่จะมาก็ยังมิได้ซื้อเลย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เข้าใจได้ ตลาดอยู่เพียงตีนเขาเท่านี้เอง ค่อยขอท่านเจ้าสำนักมาเมื่อใดก็ได้ เดี๋ยวนี้ชายหนุ่มใจอ่อนกับนางบ้างแล้ว ขณะที่หญิงสาวกำลังทำหน้ามุ้ยอยู่นั้น ถังหูลู่ก็ถูกยื่นมาที่หน้าของหญิงสาว"รางวัลปลอบใจสำหรับผู้แพ้"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างปลอบใจหญิงสาว ใบหน้างามที่หม่นหมองก่อนหน้านี้ แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นขนมหวานที่ถูกใจ "ขอบคุณนะเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่ยพลางรับมาถือไว้ทั้งสองไม้"เหตุใดคราแรกถึงยอมให้กับไฉ่รั่วเฉิน"จู่ๆหนิงเฟิ่งก็ถามขึ้น "คราแรกที่พบเขาเมื่อหลายเดือนก่อน มิว่าจะอาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็นผ้าเนื้อดี เครื่องประดับ อีกทั้งใบหน้าของเขายังเปี่ยมไปด้วยสง่าราศี แต่พบกันครานี้เขากลับดูมิได้เลย อาภรณ์มีรอยปะเต็มไปหมด มิสวมเครื่องประดับแม้สักชิ้น ใบหน้าก็เหมือนคนมีแต่ทุกข์ ข้าจึงเดาว่าการพ่ายแพ้ของเขาครานั้น คงทำให้เขาลำบากมิน้อย ข้ายังมีสิ่งที่อยากทำมากมาย การเดินหมากมิใช่เป้าหมายหลักในชีวิตของข้า ต่างจากเขาที่การ

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 7 ท่านกลัวข้าเช่นนั้นหรือ

    3 วันผ่านไปปัง!เสียงตำราตกกระทบพื้นเสียงดังก้องทำให้หญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่กลางห้องโถงถึงกับคุกเข่าสองข้างไปกับพื้นด้วยความตกใจ"ไม่ได้"หนิงเฟิ่งเอ่ยเสียงเข้มอย่างเด็ดขาด ฟางเหนียงที่คุกเข่าอยู่กลางห้องมีสีหน้าไม่สู้ดีนักที่ได้ยิน"ท่านรองเจ้าสำนัก..."ฟางเหนียงเห็นท่าไม่ดีจึงหันไปหาตัวช่วยที่

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 6 คนโลภมากมักคิดว่าสิ่งที่ตนคิดถูกเสมอ

    ณ เรือนมณีเมฆาหนิงเฟิ่งวางหญิงสาวให้นอนราบไปกับเตียงนุ่ม และจัดแจงท่าทางให้นางอย่างเบามือ มือหนาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมา จากนั้นเช็ดคราบเลือดที่ริมฝีปากให้นาง ดวงตาเข้มมองใบหน้าที่ขาวซีดไร้เลือดฝาดของนาง จู่ๆ ก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนที่ทั้งคู่พึ่งได้รู้จักกัน.เมื่อ 15

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 4 ข้าพึ่งบอกเจ้าว่ามิให้สร้างปัญหา...

    แสงอาทิตย์ในช่วงเที่ยงของวันส่องลงมากระทบที่ผิวขาวของฟางเหนียง หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าสลับกับทางขึ้นเขาอย่างสิ้นหวังพร้อมหยิบถุงเงินของตนเองที่เหลือขึ้นมานับ แต่พบว่ามันเหลือเพียงแค่ 1 เหรียญเงินเท่านั้น ตอนมานางจ้างรถม้าไป 2 เหรียญเงิน แล้วเช่นนี้มันจะพอได้เช่นไร เครื่องประดับเจ้าคนหน้าดุผู้นั้นก

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 3 ท่านเจ้าสำนักข้าเจ็บ

    ภายในอ่างน้ำที่ทำจากไม้ขนาดใหญ่ อากาศเย็นในช่วงปลายฤดูสารท เมื่อสัมผัสกับน้ำอุ่นๆ ในอ่างไม้ทำให้มีควันล่องลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวเนียนกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วผูกเป็นปม ในมือถือสมุดที่ดูเก่าเป็นอย่างมาก เหมือนผ่านการใช้งานนับไม่ถ้วน"โถ่ววว ร่างนี้ทำตัวโง่เง่าขน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status