หน้าหลัก / รักโบราณ / ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก / ตอนที่ 8 เป็นเพราะนางถูกลอบทำร้าย

แชร์

ตอนที่ 8 เป็นเพราะนางถูกลอบทำร้าย

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-18 22:17:55

 

"เพราะเหตุใด"

อาจารย์มู่เอ่ยถามฟางเหนียงที่นั่งเงียบมานาน

"การเข่นฆ่าผู้อื่นแบ่งเป็น ตั้งใจ มิตั้งใจ และทำไปด้วยความจำเป็น"

"นั่นมันคือการเข่นฆ่าของผู้ที่เป็นคนธรรมดามิใช่หรือ หากเจ้ามิรู้จริงก็เงียบไปเสียดีหรือไม่" เป็นศิษย์อีกคนเอ่ยขึ้นเพื่อดูถูกหญิงสาว

"ในตำราผู้ครอบครองพลังวิญญาณเล่มที่ 3 หน้า 48 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าไม่มีกฎของการเข่นฆ่าสำหรับผู้ครอบครองพลังวิญญาณ การเข่นฆ่าไม่มีกฎหากทำเพื่อความจำเป็นแล้ว แม้ว่าจะถูกหรือผิดก็คือการเข่นฆ่าอยู่ดี แต่ถ้าหากเข่นฆ่าเพราะความตั้งใจแล้วไม่ว่าจะผู้คนธรรมดาหรือผู้ครอบครองพลังวิญญาณก็นับว่าเป็นคนชั่ว เพราะฉะนั้น...."

ฟางเหนียงลากเสียงยาวและหันหน้าไปทางห่าวหลาน ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ก็เปิดตำราตามหน้าที่หญิงสาวบอกทันที

"เพราะฉะนั้นอันใดของเจ้า..."

"ฮ่าๆ ..เพราะฉะนั้นเจ้ามิควรรีบตอบคำถามแต่ควรฟังคำถามให้ดี มิเช่นนั้นเจ้าอาจถูกหักแต้มได้..."

ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มกว้างด้วยความอารมณ์ดีและนั่งลงที่เดิม ศิษย์ที่เหลือต่างเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าคำตอบที่หญิงสาวเอ่ยถูกต้องทุกคำและมองไปที่ห่าวหลาน เขาไม่เคยเจอใครมีปัญหากับความสามารถและความรู้ที่เขามีมาก่อน แต่เขาทำได้เพียงกำมือแน่นด้วยความโมโหและนั่งกลับที่เดิม

"ไม่คิดมาก่อนว่าแม่นางฟางเหนียงจะศึกษาตำราล่วงหน้ามาดีเช่นนี้ ใช่! คำตอบของเจ้าถูกต้องเดิมทีข้าแค่อยากทดสอบว่าพวกเจ้ามีความเข้าใจมากขนาดไหน"

.

ช่วงบ่ายของวัน

"ได้ข่าวว่าเจ้าโต้แย้งเรื่องการสอบในวันนี้หรือ"

หยงอี๋เอ่ยทักหญิงสาวก่อนที่จะเริ่มฝึกให้นาง

"ข้ามิได้โต้แย้งนะเจ้าคะ เพียงบอกคำตอบที่ถูกเท่านั้น"

หญิงสาวรีบเอ่ยแย้งในทันที หยงอี๋จึงยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูหญิงสาว ที่จริงเรื่องที่นางขอฝึกพลังวิญญาณเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะรับมือกับนางมิไหว แต่วันนี้ดูจากที่อาจารย์มู่เล่า ว่านางศึกษาตำรามาก่อนจนละเอียดถี่ถ้วนกว่าศิษย์คนอื่นที่ศึกษามาก่อนนางเสียอีก

"เช่นนั้นเริ่มฝึกกันเถอะ เจ้าต้องฝึกพื้นฐานในการฝึกพลังวิญญาณกับข้าก่อนที่จะไปฝึกกับเจ้าสำนักได้"

"เจ้าค่ะ!"

.

ณ ตำหนักหลิวรุ่ย

"นางเริ่มฝึกแล้วเช่นนั้นหรือ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังไม่ละจากแผ่นกระดาษที่มีรูปบุรุษตรงหน้า เขากำลังเลือกชายที่จะมาแต่งงานกับนาง แต่ก็ยังมิพบคนที่เขาต้องการเสียที

"ขอรับ"

"ไปบอกกับนาง หากถอดใจตอนนี้ยังพอมีโอกาส"

หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ผู้ช่วยที่ได้ยินเช่นนั้นก็เตรียมตัวจะออกไป แต่เขาก็ต้องชะงักเท้าเพราะเจ้าสำนักยกมือห้ามไว้ หนิงเฟิ่งยังคงนั่งเงียบอย่างใช้ความคิด

"ข้าจะไปดูนางหน่อย"

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาในที่สุด ก่อนที่จะลุกจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ และเดินออกไปด้วยท่าทีสง่างามเช่นเคย

"เพียงแค่เดินเหตุใดท่านเจ้าสำนักถึงสง่างามเช่นนี้"

อาเหยาที่อยู่ข้างกายบ่นออกมาอย่างทนมิไหว เมื่อได้ชื่นชมท่าทางของผู้เป็นนาย และรีบวิ่งตามไปให้ทัน

.

เป็นเวลากว่า 1 ชั่วยามที่ชายหนุ่มยืนมองฟางเหนียงด้วยท่าทางสงบนิ่งที่ไม่ไกลจากลานฝึกมากนัก อาเหยามองเจ้านายของเขาด้วยแววตาแห่งความสงสัย 'ไหนบอกว่าจะมาดูแม่นางฟางเหนียงฝึกพลังวิญญาณเหตุใดถึงเลือกที่จะยืนดูไกลขนาดนี้กัน หรือคนแก่สายตายาว' เขาทำได้เพียงเอ่ยเพียงในใจเท่านั้น ขืนบ่นออกมาให้ได้ยินมีหวังโดนเจ้านกฟินิกซ์เพลิงวิหคพ่นไฟใส่เป็นแน่ ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบแสดงแววตาแห่งความอบอุ่นออกมา ในดวงตาของเขาจ้องมองหญิงสาวที่ล้มแล้วล้มเล่าขณะที่ถูกหยงอี๋ปล่อยพลังเข้าใส่ จนร่างกายของนางตอนนี้แทบดูไม่ได้ แผลถลอกเกิดขึ้นตามเนื้อตัวของนาง ใบหน้าและตลอดทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน ไม่เหลือคราบของคุณหนูในห้องหออย่างเช่นเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว เขายอมรับว่านางในตอนนี้ไม่เหมือนนางในเมื่อก่อน แววตาของนางดูมุ่งมั่น เม็ดเหงื่อที่ไหลอาบหน้านางเพียงใช้แขนเสื้อเช็ดมันลวกๆ และกัดฟันลุกขึ้นสู้ต่อ

อีกด้านมีหญิงสาวนางหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากลานฝึกเช่นกัน นางจ้องฟางเหนียงด้วยสายตาไม่เป็นมิตรมากนัก ฝ่ามือของนางกำเข้าหากันด้วยความอิจฉาพร้อมมองฟางเหนียงสลับกับท่านรองเจ้าสำนัก 'ข้าฝึกตนและตั้งใจร่ำเรียนเพื่อวันหนึ่งข้าจะได้รับรางวัลผู้ที่มีคะแนนสูงสุด หากรางวัลนั้นเป็นข้า รองเจ้าสำนักจะเป็นผู้ฝึกพลังวิญญาณให้ข้าเอง แต่เจ้าเป็นใครกันใช้สิทธิ์อะไรกัน ขนาดแค่ฝึกยังไม่แสดงสัตว์วิญญาณของตัวเองด้วยซ้ำ เหตุใดถึงได้ฝึกกับเจ้าสำนัก' เมื่อคิดมาถึงตรงนี้มือของนางที่กำเข้ากันแน่นก็แบออก จากนั้นเกิดพลังแสงสีฟ้าและมีลูกนกตัวน้อยบินออกมา เพียงนางปัดมือเล็กน้อย นกตัวเล็กก็บินด้วยความรวดเร็วไปทางฟางเหนียงเหมือนอย่างกับเข็มธนู ฟางเหนียงที่กำลังตั้งรับการโจมตีจากรองเจ้าสำนัก ไม่ทันได้สังเกตกว่าที่นางจะรู้ตัวก็เกือบเข้าประชิดตัวแล้ว เวลาไม่กี่วินาทีหากให้นางเลือกว่าจะรับการโจมตีของผู้ใดนั้นเพราะเช่นไรนางก็ไม่มีทางหลบได้ทั้ง 2 การโจมตีนี้เป็นแน่ เวลาเพียงเสี้ยววิ นางเลือกที่จะหลบการโจมตีของแสงสีฟ้าที่มีรูปร่างคล้ายธนู โดยการพุ่งทะยานตัวขึ้นจังหวะนั้นทำให้ถูกพลังของหยงอี๋ที่ปล่อยออกมา ฟางเหนียงหลับตารอรับกับความเจ็บนั้น

ตู้ม~~~

"ฟางเหนียง..."

หยงอี๋ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เขาชะล่าใจที่เห็นนางรับมือกับการโจมตีของเขาได้ จึงเพิ่มพลังโจมตีของเขามากขึ้นแต่ไม่คิดว่านางจะไม่เพียงไม่หลบหรือตั้งรับ แต่ยังพุ่งเข้าหาพลังที่เขาส่งไปเสียอีก

เสียงระเบิดดังสนั่นและเป็นแสงสีขาวจนมองไม่เห็นว่านางเป็นเช่นไร หลังจากแสงนั้นจางหายไปจึงพบกับนกฟินิกซ์เพลิงวิหคขนาดใหญ่ มันใช้ปีกคลุมร่างกายของหญิงสาวไว้ ทำให้หยงอี๋ที่เห็นเช่นนั้นถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก หญิงสาวในมุมมืดที่เห็นว่าแผนของตนที่ลอบทำร้ายฟางเหนียงไม่สำเร็จก็รีบออกจากบริเวณนั้นในทันที ปีกฟินิกซ์ร่างใหญ่กางปีกมันออกจากนั้นรูปร่างก็ค่อยๆ เลือนรางไป ฟางเหนียงที่ลอยอยู่เหนืออากาศก็ค่อยๆ แตะที่พื้นดินอย่างช้าๆ

"เป็นเช่นไรบ้าง"

รองเจ้าสำนักหยงอี๋รีบเข้ามาหาหญิงสาวในทันที พร้อมประคองนางให้ยืนด้วยท่าทางสบายๆ

"ข้ามิเป็นอันใดมากเจ้าค่ะ"

ฟางเหนียงเอ่ยเสียงเบา เพราะถึงแม้ว่านกฟินิกซ์เพลิงวิหคของเจ้าสำนักหนิงเฟิ่งจะสามารถปกป้องนางได้ทันท่วงที แต่ขึ้นชื่อว่าพลังวิญญาณกลิ่นอายของพลังถึงตัวนางก่อนที่พลังจะถึงเสียอีก ทำให้นางได้รับพลังนั้นด้วย จังหวะนี้เองเป็นช่วงที่หนิงเฟิ่งเดินเข้ามาพอดี

"วันแรกก็เจ็บหนักเช่นนี้ หากเจ้าทนมิได้ก็ถอดใจเสียตอนนี้ยังทันข้าจะไม่ถือสากับคำพูดของเจ้าก่อนหน้านี้"

เสียงทุ้มเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาไม่ได้มองมาที่หญิงสาวแต่กลับมองไปทางอื่นแทน

"ที่ข้าเจ็บหนักเช่นนี้มิใช่ว่าข้ามิตั้งใจ แต่เพราะว่ามีคนตั้งใจลอบทำร้า...."

"แล้วอย่างไร นั่นเป็นเพราะเจ้ามิตั้งใจมากพอ หนักไม่เอาเบาไม่สู้โทษทุกอย่างที่ไม่ใช่โทษตัวเอง หากวันหนึ่งแม้แต่รวบรวมพลังวิญญาณเจ้าก็ไม่สามารถทำได้"

ฟางเหนียงยังเอ่ยไม่จบ ก็ถูกหนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นแทรกเสียก่อน นางกำมือแน่นและจ้องหน้าเขาอย่างหักห้ามไม่ให้ตนเองโมโหไปมากกว่านี้

"ได้! เช่นนั้นท่านมาคอยดูว่าท่านหรือข้าที่ใครจะทนได้มากกว่ากัน"

หญิงสาวเอ่ยจบก็เดินกระเผกออกไปในทันที หนิงเฟิ่งมองตามหลังหญิงสาวจนลับตา

"ปล่อยไปเช่นนี้จะไม่เป็นอันใดหรือขอรับ เป็นข้าเองที่พลั้งมือทั้งที่นางก็ตั้งรับมาได้ทุกครั้ง"

เป็นหยงอี่เอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง

"มิใช่ความผิดของเจ้า เป็นเพราะนางถูกลอบทำร้าย"

"ถูกลอบทำร้ายเช่นนั้นหรือ"

"เหยี่ยวเพเรกริน"

"เป็นนางหรือ.."

หยงอี่เอ่ยด้วยใบหน้าที่ยากจะเชื่อ แต่คนที่บอกเขาคือท่านเจ้าสำนักจึงทำให้เขาเองก็ไม่สามารถเอ่ยถามอย่างสงสัยได้ว่าอาจจะดูผิด เขาเองก็ชื่นชมนางอยู่ไม่น้อยที่ตั้งใจฝึกฝนและอีกทั้งผลการเรียนของนางยังก้าวนำคนอื่น และสงสัยว่าเพราะเหตุใดกันถึงทำให้นางกระทำเช่นนี้

"เหยี่ยวเพแรกรินเป็นนกที่บินได้เร็วมาก โดยทำความเร็วที่ได้ 321-563 ลี้ต่อชั่วยาม ด้วยความเร็วนี้ทำให้ปากของมันที่พุ่งมากลายเป็นหัวธนู"

เป็นอาเหยาที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้น หนิงเฟิ่งที่ได้ยินก็พยักหน้ารับ

"ท่านเจ้าสำนักมิต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย"

หยงอี๋เอ่ยจบก็ทำท่าคารวะและเดินออกไปทันที

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 30 แล้วเจ้าแน่ใจได้เช่นไรว่าข้ามิได้ชอบเจ้า

    วันถัดมา"อาเหยา ท่านเจ้าสำนักเรียกข้ามาพบ"ฟางเหนียงเอ่ยบอกกล่าวที่หน้าตำหนัก ถึงนางจะทำตัวดีมากขึ้นแล้ว อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าอาเหยาผู้นี้จะยังมีอคติกับตนเองอยู่หรือไม่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ทุกครั้งที่มาหาเจ้าสำนักที่ตำหนัก อย่างไรก็ต้องแจ้งให้ทราบเพื่อความบริสุทธิ์ใจ อาเหยาพยักหน้ารับเนื่องด้วยผู้เป็นนายบอกกล่าวตนเอาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว"ท่านเจ้าสำนักอยู่ท้ายตำหนัก หากเจ้ามาแล้วก็ไปพบเขาที่นั่น เจ้าเคยมาอยู่ที่นี่แล้วไปถูกใช่หรือไม่""อื้ม ข้าไปเองได้"ฟางเหนียงเอ่ยรับคำก่อนจะเดินเข้าไปในตำหนัก เช่นไรก็ต้องเดินผ่านตัวตำหนักไป ด้านหลังของตำหนักเป็นสวนหย่อมมีน้ำตกสูงที่ไหลลงมาจากหน้าผา นับว่าเจ้าของตำหนักเลือกที่ตั้งได้ดียิ่งนัก อีกทั้งเสียงน้ำตกยังไม่ดังพอทำให้รบกวนการพักผ่อนด้านในตำหนักอีกด้วย ร่างบางเดินมาหยุดที่สวนหย่อมไกลๆ ยืนมองร่างใหญ่ที่กำลังนั่งหลังตรงอยู่บนโต๊ะหินอ่อน เขากำลังวุ่นอยู่กับกองกระดาษตรงหน้านับสิบ ใบหน้าเรียบนิ่งที่มักประดับอยู่บนใบหน้าคมนั้น เสริมให้เขาดูหล่อเหลาขนาดที่ว่ามองเช่นไรก็ไม่มีวันเบื่อ นางไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดร่างนี้ถึงได้หลงเสน่ห์บุรุษผู้นี้มากมาย

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 29 เจ้าใช่ฟางเหนียงจริงๆหรือ

    บนเส้นทางเดินอุโมงค์ต้นไม้ใหญ่ ที่สองข้างทางปกคลุมไปด้วยต้นสนที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาจนปิดเป็นอุโมงค์ ขณะนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวจนไม่เห็นใบสีเขียวที่ร่วงหล่นของใบมันเสียแล้ว เป็นเวลาในช่วงบ่ายแต่กลับเพิ่งได้เห็นแสงแดดของพระอาทิตย์ครั้งแรกของวัน อากาศในตอนนี้หนาวขึ้นจนศิษย์ในสำนักบางคน หากไม่มีเรียนก็แทบไม่ออกมาข้างนอกกัน ต่างกับฟางเหนียงที่กลับไม่รู้สึกหนาวเท่าทุกคนมากนัก นางสอบถามจากเจ้าสำนักแล้วว่าอาจจะเกิดจากพลังวิญญาณของนางที่เป็น ฟินิกซ์ขาววิหคเหิน ความหนาวเหน็บจากพลังวิญญาณที่แผ่ออกมานั้น ไหนเลยสภาพอากาศแค่นี้จะเทียบเท่า"สีหน้าของเจ้าไม่ดีนะ"จ้าวเย่วที่เดินมาด้วยกันกับหญิงสาวเอ่ยทักสหาย"ข้ากังวลเรื่องการสอบเลื่อนขั้น ”ฟางเหนียงเอ่ยออกไปตามตรง ตั้งแต่เรื่องที่สำนักถูกลักลอบทำร้ายเมื่อคราวก่อน นางก็ถูกจับจ้องจากศิษย์ในสำนัก ถึงแม้ว่าเรื่องที่มีพลังวิญญาณสูงสุดจะถูกปิดเป็นความลับ แต่ความลับมักไม่มีจริง ในสำนักมีศิษย์ที่มีพลังวิญญาณสูงสุดถึงสองคน สร้างความเป็นกังวลให้กับสำนักอื่นจนไม่เว้นแม้แต่วังหลวง หากนางสามารถสอบเลื่อนขั้นชั้นปีได้ ก็เท่ากับว่านางสามารถจบการศึกษาได้เร็วมา

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 28 ท่านเจ้าสำนักนี่มันใกล้เกินไปหรือไม่เจ้าคะ

    บานหน้าต่างไม้เล็กที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ พัดเอาเกร็จหิมะสีขาวเข้ามาในห้องตามแรงลม บริเวณภายนอกหน้าต่างถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ต้นไม้ใบหญ้าที่เป็นสีเขียวไม่มีเหลือให้เห็นมากหนัก ทุกคนที่นี่บอกว่าปีนี่นับว่าแปลกไปกว่าทุกปี เนื่องจากอากาศนั้นหนาวรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่น่าแปลกหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงบานหน้าต่างกลับไม่รู้สึกหนาวเท่าที่คนอื่นรู้สึก นางเพียงคลุมด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์บางๆเพียงเท่านั้น ต่างจากโลกใบเก่าที่หญิงสาวมักจะเป็นคนขี้หนาวมาก อากาศเพียงเลขหลักเดียวนางก็แทบทนไม่ไหวแล้ว แต่ที่นี่ดูจากหิมะที่ตกอย่างหนักและลมที่พัดมาอย่างไม่หยุดนั้น อากาศตอนนี้คงติดลบแล้วเป็นแน่หากมีเครื่องมือวัดอากาศเมื่ออย่างโลกใบเก่าที่นางอยู่"เจ้าไม่หนาวรึ"เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ไม่รู้สิ ข้ารู้สึกว่าไม่หนาวเหมือนอย่างทุกปี"ฟางเหนียงเอ่ยตอบขณะที่สายตายังคงมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง โดยที่ไม่ได้หันมาสนใจผู้ที่เอ่ยถามตนเลยสักคำ นางรู้ดีว่าผู้ที่สามารถเข้าห้องของนางได้มีเพียงสหายของตน จ้าวเย่วเท่านั้น "ข้าได้ข่าวว่าเจ้าพาลูกชายที่เก็บได้จากตลาดในหมู่บ้านข้ามาด้วยหรือ""เจ้าพึ่งกล

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 27 เจ้ายังใช่ฟางเหนียงที่ข้าเคยรู้จักอยู่หรือไม่

    ใช้เวลากว่าครึ่งค่อนวัน ไม่นานรถมาก็ชะลอความเร็วและจอดสนิทลง เจ้าสำนักหนิงเฟิ่งเดินลงมาก่อนและยื่นมือเพื่อรับหญิงสาว"ขอบคุณเจ้าค่ะ" ฟางเหนียงเอ่ยขอบคุณก่อนที่จะหันมายื่นมือจับกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างๆเพื่อพาเข้าที่พัก"เจ้าจะพาเด็กผู้นี้ไปที่ใด""ห้องพักของข้าอย่างไรล่ะเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่ยตอบออกไปตามตรง"ชายหญิงจะพักห้องเดียวกันได้อย่างไร""ชายหญิง...ท่านเจ้าสำนักเจ้าค่ะ เด็กผู้นี้เป็นเพียงเด็กน้อยนะเจ้าคะ หากเทียบอายุข้ากับหญิงสาวทั่วไป ข้าคงเป็นแม่ของเด็กผู้นี้ได้แล้วกระมัง""ไม่ได้"ร่างใหญ่เอ่ยปฏิเสธเสียงดุ"ข้าจะอยู่กับพี่สาว"เด็กชายเอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าขณะที่มองหน้าฟางเหนียง ร่างบางคุกเข่าตรงหน้าเด็กชายลง พร้อมยื่นมือไปสัมผัสที่ใบหน้าเล็ก มุมปากเล็กและหน้าฝากยังคงมีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้าย เด็กชายกำมือนางเน้น ฝามือเล็กๆที่ไม่มีท่าทางว่าจะปล่อยมือนั้น ทำให้ยิ่งมองก็ยิ่งเอ็นดูเข้าไปใหญ่ เหตุใดเด็กคนหนึ่งต้องมาเจอเรื่องอะไรเช่นนี้ด้วยนะ หากเลี้ยงไม่ไหวเหตุใดต้องทำให้เกิดขึ้นมาด้วย ความเห็นแก่ตัวของคนเรามีตั้งแต่ยุคสมัยนี้จนไปถึงปัจจุบันเชี่ยวหรือ"หากเจ้าฟังมิรู้ความก็ออกจากสำนัก

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 26 ข้าอยากให้โอกาสคนผู้หนึ่ง

    "อื่อ~~~ ปวดหัวจัง"ร่างเล็กที่นอนขดตัวบนเตียงกว้างพึมพำเบาออกมาเบาๆ แสงแดดช่วงสายของวันปลุกให้นางตื่นขึ้น ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งพร้อมกุมขมับตนเอง ร่างใหญ่ที่นั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะน้ำชามาตลอดทั้งคืน มีสีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกอันใดออกมา"ข้ากลับมาได้เช่นไรกัน"ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นกับตนเองพร้อมก้มดูเสื้อผ้าตนที่ตอนนี้เสื้อตัวนอกถูกถอดออกมากองอยู่ที่พื้น "ทะ...ท่านๆๆๆ ท่านเจ้าสำนักท่านทำอะไรข้า นี่ๆๆนี่ท่านรังแกข้าหรือ"ฟางเหนียงกระโดดลงจากเตียงไปยืนอยู่หน้าชายหนุ่ม หนิงเฟิ่งยังคงวางท่าเช่นเดิมไม่เอ่ยอันใด 'เอ๊ะ! หรือข้าเดาผิด' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ พรางลอบมองไปยังชายหนุ่ม เท้าขาวบางที่ไม่ได้ส่วมอะไรค่อยย่องเท้าบนพื้นที่เย็นเฉียบไปยังเสื้อผ้าของตนที่กองอยู่กับพื้นแล้วหยิบมันขึ้นมา จังหวะนั้นหญิงสาวถึงกับต้องโยนทิ้งแล้วใช้มือปิดจมูกทันที ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนฉายขึ้นมาในหัว ภาพตนเองที่ทั้งอ้วกทั้งพูดไม่หยุดชวนให้ปวดหัว ตอนนี้สีหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อด้วยความอาย นางอยากเอาหน้ามุดแผ่นดินแล้วหนีออกไปเสียจริงๆ"หากจำได้แล้วก็รีบไปเก็บข้าวของส่ะ"เสียงเข้มเอ่ยเรียกสติหญิงสาว "เจ้าค่ะ"ร่า

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 25 การประลองเดินหมาก

    เสียงเจี๊ยวจ๊าวแต่ไม่ดังมากปลุกร่างบางให้รู้สึกตัว ถึงแม้อากาศจะชวนให้นางอยากนอนต่อแต่ก็อดรำคาญเสียงพูดคุยของคนมากมายจนฝืนข่มตาหลับไม่ลง นางลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตายังไม่ลืม ผมเผ้ายุ่งเหยิง มือบางยกขึ้นป้องปากเวลาหาว จากนั้นชูมือขึ้นบิดขี้เกียจอย่างเคยตัว ดวงตางามค่อยๆลืมตาเพื่อปรับกับแสงอาทิตย์ "วร๊ายยยยย ท่านเจ้าสำนัก"ฟางเหนียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นเขากำลังนั่งดื่มชาอยู่ เมื่อสักครู่นางทำตัวเคยชินเหมือนที่อยู่คนเดียว นี่เขาคงไม่ได้ทันสังเกตนางหรอกมั้ง มือบางลูบผมอย่างลวกๆ"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านเจ้าสำนัก"เสียงหวานเอ่ยทักทายเขาเสียงใส"ดูท่าแล้วที่พื้นคงนอนสบายมิน้อย"หนิงเฟิ่งเอ่ยพลางยกชาขึ้นดื่ม ฟางเหนียงยกมือเช็ดคาบน้ำลายที่มุมปากอย่างเขินอาย "แล้วท่านเจ้าสำนักล่ะเจ้าคะ เมื่อคืนท่านหลับสบายดีหรือเปล่า""ก็ดี หากมิมีผู้ใดละเมอเรียกชื่อข้า""ห๊า~~~ เรียกชื่ออันใดกันเจ้าคะ"ฟางเหนียงตาโตเป็นไข่หานเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม "มาทานข้าว"คนตัวโตเอ่ยเสียงดุ หญิงสาวจึงรีบลุกเข้าห้องอาบน้ำ เพียงเค่อเดียวก็วิ่งออกมา คนตัวเล็กตักข้าวต้มเข้าปากพร้อมชำเรืองมองชายหนุ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status