ログインระหว่างเดินทางนั้น มีเหตุทำให้พระธิดาศกุนตลาได้พบกับอัญญาวดีนาคีและแม่ทัพนครินทร์โดยบังเอิญ ‘บางครั้ง…การพบกันครั้งนี้ อาจเป็นการพบเจอกันครั้งสุดท้ายก็ได้’ พระธิดาคิดในใจ
“พระธิดาศกุนตลา” อัญญาวดีนาคีกับแม่ทัพนครินทร์กล่าวขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ
“นี่มันเวรกรรมอะไรของข้าที่ต้องมาเจอพวกเจ้า ชีวิตข้าวุ่นวายยังไม่พอหรืออย่างไรกัน” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้นด้วยความเบื่อหน่ายกับชีวิตของตนเองไม่พอ แต่ต้องมาเจอกับคนสองคนนี้
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ข้านึกว่าเจ้ากลับสกุณานครไปแล้วเสียอีก พระธิดาศกุนตลา” แม่ทัพนครินทร์กล่าวถามพระธิดาศกุนตลาอย่างไม่ไว้วางใจในตัวหญิงสาว กลัวนางจะสร้างปัญหาขึ้นมาอีก
“ข้ากลับไปสกุณานครแล้ว แต่บังเอิญว่าบ้านเมืองของข้ากำลังวุ่นวายและเพิ่งสงบสุข ข้าเบื่อจึงหนีออกมา เพราะอยากไปหาที่ ที่ทำให้ข้ารู้สึกสบายใจขึ้นกว่านี้” พระธิดาศกุนตลาเอ่ยขึ้นอย่างเศร้าๆ
“เกิดเหตุอันใดขึ้น” แม่ทัพนครินทร์กล่าวถามในสถานะคนเคยรู้จักกันมาก่อน
“ช่างมันเถอะ ข้าขอตัวไปก่อนนะ” พระธิดาศกุนตลากล่าวออกมาอย่างอ่อนล้า
ทันใดนั้นเอง อสูรกายเจ้าเมืองสกุณาองค์เก่าก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกล่าวว่า “เจอตัวพวกเจ้าก็ดีแล้ว” หลังจากอสูรกายเจ้าเมืองสกุณาองค์เก่ากล่าวจบก็รีบพุ่งตัวเข้าไปใส่อัญญาวดีนาคีทันที หมายจะทำร้ายอัญญาวดีนาคี แต่แม่ทัพนครินทร์เอาร่างของตัวเองมาบดบังร่างของอัญญาวดีนาคีเอาไว้ กรงเล็บแหลมคมของอสูรกายเจ้าเมืองสกุณาองค์เก่าแทงเข้าไปตรงหัวใจแม่ทัพนครินทร์จนสิ้นใจ
“ท่านพี่นครินทร์ ท่านพี่นครินทร์อย่าจากน้องไป ท่านพี่ ฮือ ฮือ” อัญญาวดีนาคีกล่าวขึ้นพร้อมร้องไห้สะอื้น ส่วนพระธิดาศกุนตลายังคงอยู่ในอาการซ็อก ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“ศกุนตลา ศกุนตลาลูกพ่อ” อสูรกายชาตเวทกล่าวขึ้นพร้อมกอดพระธิดาศกุนตลาเอาไว้
“พ่อ” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้นพร้อมกอดอสูรกายชาตเวทไว้แน่น ส่วนอสูรกายเจ้าเมืองสกุณาองค์เก่ามองภาพนั้นด้วยความน้อยใจและเสียใจ เพราะคิดว่าพระธิดาศกุนตลาคงจะไม่รักตนแล้ว ก่อนจะนำพาตัวเองพุ่งเข้าใส่หญิงสาวตรงหน้า เพื่อทำร้ายอัญญาวดีนาคีอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้เจ้าเมืองสกุณาโดนดาบจากใครสักคนพุ่งเข้าใส่ตรงหัวใจ ก่อนจะแน่นิ่งไป โดยไม่มีโอกาสได้บอกรักลูกสาวของตนเลย ที่สำคัญ…ยังไม่ได้บอกพระธิดาศกุนตลาว่า ที่ผ่านมา…รักพระธิดาศกุนตลาเหมือนลูกสาวแท้ๆของตนและไม่เคยคิดร้ายต่อพระธิดาศกุนตลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรอยู่กันแน่! มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากนะ เศร้ามากจริงๆ ลูกที่เรารัก ลูกที่เราเฝ้าคอยดูแล ลูกที่เป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต จากกันทั้งที ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้พูดความรู้สึกของตนเองออกมาจากก้นบึ้งในหัวใจเรา แม้กระทั่ง…คำกล่าวลา
“น้องหญิงเป็นอะไรมั้ย เกิดอะไรขึ้น” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชเอ่ยถามขึ้นทันที หลังจากใช้ดาบแห่งเจ้านาคาพุ่งเข้าใส่อสูรกายเจ้าเมืองสกุณาองค์เก่าจนสิ้นใจ
“เสด็จพ่อ” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้นพร้อมวิ่งตรงเข้าไปหาอสูรกายเจ้าเมืองสกุณาองค์เก่า
“เจ้า เจ้าทำร้ายเสด็จพ่อของข้า เจ้าทำร้ายเสด็จพ่อของข้าทำไม เจ้ายังมีหัวใจอยู่หรือไม่” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้นพร้อมมองพญาวีรัชภุชงค์นาคราชด้วยความเกลียดชัง ในความเกลียดชังครั้งนี้ทำให้หัวใจนางเริ่มโกรธแค้นพวกพญานาคมากขึ้นกว่าเดิม
“พ่อของเจ้าจะทำร้ายน้องของข้าก่อน” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวตอบพระธิดาศกุนตลา
“เจ้ารักน้องของเจ้ามากใช่ไหม รักมันมากใช่ไหม” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้น พร้อมกับดึงดาบออกจากร่างอสูรกายเจ้าเมืองสกุณาองค์เก่า จับดาบนั้นขึ้นมาแล้วรีบวิ่งพุ่งตรงเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นให้ถึงแก่ชีวิต อัญญาวดีนาคีได้รับบาดเจ็บสาหัส อสูรกายชาตเวทเห็นแล้วรู้สึกปลงกับชีวิต พร้อมเอ่ยขึ้นมาเบาๆว่า “ชีวิตของแต่ละชีวิตมีค่าเสมอสำหรับหัวใจเรา ถึงแม้บุคคลภายนอกมองไม่เห็นหรือไม่เข้าใจก็ตาม ที่สำคัญ…ไม่มีความจำเป็นอันใดต้องใช้ชีวิตแลกด้วยชีวิตเสมอไป”
“น้องหญิง น้องหญิงเป็นยังไงบ้าง เป็นยังไงบ้าง บอกพี่มา พี่รักน้องหญิง น้องหญิงของพี่” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชรีบวิ่งมายังร่างของอัญญาวดีนาคีพร้อมเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความกลัวสุดหัวใจของตน พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกลัวว่านางจะจากไปโดยมิอาจได้พบเจอกันอีก
“น้องเจ็บ น้องเจ็บเหลือเกิน คงใกล้ถึงเวลาของน้องแล้ว” อัญญาวดีนาคีกล่าวขึ้นเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดและอ่อนแรงลงไปอย่างมาก ลงไปเรื่อยๆ จนทำให้หัวใจคนเป็นพี่เริ่มสั่นไหว น้ำตาคลอ
“ไม่นะน้องหญิง อย่าพูดแบบนี้ พี่ใจคอไม่ดีเลย” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวขึ้นพร้อมกับมองร่างของอัญญาวดีนาคีที่กำลังเริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ
“ไม่นะน้องหญิง น้องหญิงอย่าจากพี่ไป น้องหญิงกลับมาหาพี่ก่อน น้องหญิง” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวขึ้นพร้อมร้องไห้อย่างหนักเพราะตอนนี้อัญญาวดีนาคีจากไปอย่างสงบแล้ว
ทางด้านพระธิดาศกุนตลาร้องไห้อย่างหนักมากจนอสูรกายชาตเวทเข้ามาโอบกอดเพื่อปลอบใจหญิงสาวเอาไว้และการกอดครั้งนี้อาจจะเป็นการกอดครั้งสุดท้ายของพ่อคนนี้
“ไม่ร้องนะลูก ไม่ร้องนะ พ่ออยู่นี่แล้ว พ่อจะปกป้องเจ้าเอง” อสูรกายชาตเวทกล่าวขึ้น
“พวกเจ้ารีบไปเดี๋ยวนี้ รีบไปก่อนข้าจะเปลี่ยนใจ ไปซะ ไปให้พ้น” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวขึ้น เมื่ออสูรกายชาตเวทได้ยินอย่างนั้นจึงพาพระธิดาศกุนตลากลับเมืองสกุณานคร
พระธิดาศกุนตลากลับไปอยู่สกุณานครได้ไม่นาน หญิงสาวเสียชีวิตเพราะตรอมใจ อสูรกายชาตเวทเสียใจหนักมาก มากจนตรอมใจตายตามพระธิดาศกุนตลาไป ก่อนที่จะสิ้นใจนั้น อสูรกายชาตเวทพูดขึ้นเบาๆว่า “พ่อรักลูกมากนะ ศกุนตลา ลูกรักของพ่อ”
การจากไปของอสูรกายชาตเวททำให้ผู้คนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา ความรักของพ่อที่มีต่อลูก หัวใจของผู้ชายคนหนึ่งที่เคยสูญเสียคนรักไปอย่างเจ็บปวด เพลานี้เสียลูกสาวไปอย่างไม่มีวันกลับ …น่าเศร้าใจยิ่งนัก…น่าเศร้ายิ่งกว่าโดนสาปเป็นอสูรกายอีก ความรักของพ่อที่มีต่อลูกสาวเพียงคนเดียว
ความรักหนอความรัก ทำไมเจ้าช่างมีพิษร้ายกาจเช่นนี้ ยามรักก็มีความสุขเหนือกาลเวลา พอถึงเวลาต้องจากไป ก็ทำให้คนที่อยู่ต้องมาทุกข์ระทมได้ถึงเพียงนี้ แต่รักใดเล่าจะมีค่าเท่ากับความรักของผู้ให้กำเนิด แม้จะๆม่เคยได้เลี้ยงดูเลยก็ตาม รักนี้…ยังคงอยู่ในหัวใจผู้คนไปอีกยาวนาน
เมื่อพญาอนันตนาคราชทราบเรื่องการจากไปของอัญญาวดีนาคี พระองค์เสียพระทัยอย่างหนัก แต่พระองค์ก็เข้าใจ ‘วันหนึ่งอัญญาวดีนาคีก็ต้องจากพระองค์ไป ถึงแม้ว่าพระองค์รักมากขนาดไหนก็ตาม เมื่อถึงเวลาต้องลาจาก ก็ต้องลาจากกันอยู่ดี’ ไม่ว่ากาลเวลาจะแปรเปลี่ยนไปเช่นใด นานแค่ไหน ความรักของพ่อที่มีต่อลูก ยังคงอยู่ตลอดกาล ไม่หายไปพร้อมกาลเวลา
“คุณชาญชวินรักภรรยาอีกคนมาก แต่คุณชาญชวินต้องแต่งงานกับคุณคนินญาเพราะทางผู้ใหญ่เห็นชอบว่าเหมาะสมกัน แล้วคุณชาญชวินปฏิเสธไม่ได้ เลยจำใจแต่งงานกับคุณคนินญา” ปรางณิชชากล่าวบอกบุตรสาวที่รักของตน “คุณพ่อคุณแม่รู้จักภรรยาอีกคนของคุณอาชาญมั้ยค่ะ” “พ่อแม่รู้จักกับภรรยาอีกคนของคุณชาญอยู่นะ แต่ไม่ได้สนิทกัน รู้แค่ว่าเค้ารักกันมากจ้ะ” ปรางณิชชากล่าวตอบ พร้อมกล่าวถามขึ้นว่า “มีอะไรรึเปล่าลูก” “เออ…ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ อัณณ์แค่ถามเฉยๆ ค่ะ” ร้านอาหารสไตล์ยุโรปตกแต่งสวยงาม มีสวนน้ำพุด้านนอก และรูปปั้นเทวดาตัวน้อยคอยต้อนรับแขก นอกจากนั้นยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศร่มรื่นแม้จะอยู่ในตัวเมืองก็ตาม “ร้านนี้สวยมากๆเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่” “อาหารก็อร่อยมากๆด้วยนะลูก” ปรางณิชชากล่าวบอกลูกสาวของตน หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเพื่อไปพักผ่อน ทางด้านครอบครัวของชาญชวิณเดินทางไปอุบลราชธานีด้วยรถตู้คันหรู บ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังกะทัดรัดตั้งอยู่ท่ามกลางของต้นไม้และทุ่งนาที่โอบล้อมกันอยู่ด
“จะดีเหรอลูก คุณญายิ่งไม่ชอบขี้หน้าเราสองแม่ลูกอยู่นะ อย่าไปเลย” ศิตารีบถามศิวัชทันทีด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันในงานแต่งงานของชนินทรกับสิรินดาด้วย “ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ คุณแม่อย่าคิดมากเลย” ศิวัชกล่าวตอบผู้เป็นมารดาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวน้องพิณไปร่วมงานแต่งงานนินท์พร้อมกับพี่ด้วยนะครับ” ศิวัชกล่าวบอกพิณนาราอย่างมีแผนการวางไว้ ส่วนพิณนารากล่าวเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ” “พี่ศิวัชคิดจะทำอะไรเหรอครับ” ธนาคิมถามศิวัชตรงๆ “เปิดตัวลูกสะใภ้คุณพ่อกับคุณญาไง” “ไม่ได้นะลูก งานแต่งงานของคุณนินท์กับหนูดานะ ทำแบบนั้นงานล่มแน่! ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด” ศิตารีบพูดขึ้น เพื่อเตือนสติลูกชายของตน “ได้เลยค่ะพี่ศิวัช” สิรินดาพูดขึ้นจนทุกคนพากันตกใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกคนยอมรับว่าพิณนารามีความกล้ามาก ไม่คิดว่าคนที่ดูเรียบร้อยอย่างพิณนาราจะมีความกล้าหาญซ่อนอยู่ภายในตัวเอง “ดาคิดว่าอาญาคงไม่พังงานแต่งงานของดากับพี่นินท์หรอกค่ะ คุณแม่ศิตา” สิรินดาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใส บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคน
“เรื่องคิมเหรอครับ” ชนินทรพูดขึ้นอย่างงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวครับที่รัก” “เอาไว้เจอกันค่อยคุยนะคะพี่นินท์” “เจอกันที่ไหนครับที่รัก” “ร้านกาแฟ ร้านประจำของเราค่ะ” “ได้ครับ เดี๋ยวพี่ออกไปหาตอนนี้เลยครับ” “เดี๋ยวค่ะพี่นินท์ รบกวนรับคุณคิมมาด้วยได้ไหมค่ะ” สิรินดารีบกล่าวขึ้นก่อนชนินทรวางหูโทรศัพท์ “ได้ครับที่รัก” ชนินทรกล่าวเพียงสั้นๆ แล้ววางหูโทรศัพท์ “เรียบร้อยจ้ะอัณณ์ ไปรอพี่นินท์กับคุณคิมกันจ้ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันสดใส กลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยฟุ้งออกมาจากเครื่องชงแบบแรงดัน มองไปทั่วร้านก็จะเห็นผู้คนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนไม่แน่ใจว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือว่าสถานที่ทำงานกันแน่! ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นโทนสีขาวเรียบๆ สไตล์มินิมอล “โชคดีจังที่มีโต๊ะว่าง” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนอัณณ์ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ พร้อมมองบรรยากาศและผู้คนภายในร้านกาแฟ “จริงจ้ะดา ทางร้านคงตกแต่งใหม่ด้วย วันนี้ภายในร้านดูสวยมากจริงๆ” อัณณ์ณิชาตอบคำถามสิรินดาพร้อมกล่าวถา
รถบีเอ็มดับบลิวสีขาวเปล่งประกายเคลื่อนตัวเข้ามาจอดภายในบ้านหรูหลังหนึ่ง “สวัสดีจ้ะหนูอัณณ์ หนูดา” คนินญาลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปทักทายอัณณ์ณิชากับสิรินดาที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม “สวัสดีคะคุณอา” อัณณ์ณิชากับสิรินดากล่าวขึ้นพร้อมกันอย่างงุนงง ถึงแม้ว่าคนินญาจะเป็นเพื่อนกันกับพ่อแม่ของอัณณ์ณิชา แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา อัณณ์ณิชาก็ไม่เคยเห็นคนินญามาที่บ้านหลังนี้เลย แล้ววันนี้อยู่ๆ ก็มา “วันนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่นะคะคุณอา” อัณณ์ณิชากล่าวบอกคนินญา “อ๋อ ไม่เป็นอะไรจ้ะลูก พอดีอาพาตาคิมมาหาหนูอัณณ์ คือว่าอามีเรื่องอยากรบกวนนิดหนึ่งจ๊ะ” คนินญากล่าวตอบ แล้วบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาบ้านของอัณณ์ณิชา “มาหาอัณณ์เหรอคะ” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นอย่างงุนงง กล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวค่ะคุณอา” ในขณะนั้นเอง ธนาคิมได้เดินเข้ามาหามารดาที่กำลังพูดคุยอยู่กับอัณณ์ณิชาและสิรินดา “ตาคิมเพิ่งกลับมาเมืองไทย เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมี อาเลยอยากรบกวนหนูอัณณ์กับหนูดาพาตาคิมไปเที่ยวจ้ะ ชวนตานินท์ไปด้วยอีกคน” คนินญากล่าวขึ้น ส่วนอัณณ์ณิชากับสิรินดาม
“แล้วสาวสวยคนนี้คือใครครับ” ธนาคิมกล่าวขึ้นพร้อมมองหญิงสาวอีกคน “อ๋อ…น้องดา คู่หมั้นผมเองครับไอ้คิม” ชนินทรกล่าวขึ้นพร้อมยิ้มแบบกวนๆ ให้ธนาคิม “อ๋อ…สวัสดีครับน้องดา” ธนาคิมกล่าวทักทายสิรินดา ส่วนสิรินดายกมือไหว้ธนาคิม “จะแต่งงานกันเดือนไหนวะนินท์” ธนาคิมกล่าวถามชนินทร “ต้นเดือนหน้าคร๊าบบบคุณคิม” ชนินทรกล่าวตอบธนาคิม พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “โชคดีแล้วที่มึงกลับมาทันงานแต่งกู เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวกูเลย” กล่าวจบพร้อมหัวเราะเบาๆ “ใครเป็นเพื่อนเจ้าสาววะไอ้นินท์ สวยมั้ย อยากเห็นหน้าจังเลย” ธนาคิมพูดขึ้นแบบไม่จริงจังกับชนินทร พร้อมหัวเราะแบบผู้ชายอารมณ์ดีที่ไม่ชอบความซีเรียสเท่าไหร่ “เพื่อนเจ้าสาวก็นั่งอยู่ตรงนั้นไง” ชนินทรชี้ไปทางอัณณ์ณิชา “คุณอัณณ์หรอ” ธนาคิมกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ ส่วนชนินทรพยักหน้ายืนยันว่า ‘ใช่’ “น้องดากับน้องอัณณ์เป็นทั้งเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันเลยละ” ชนินทรกล่าวขึ้น “ผิดหวังหรอคะคุณคิม” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นเล่นๆ พร้อมรอยยิ้มหวานๆส่งให้กับธนาคิม “ปะ…เปล่าคร๊าบบบ ผมดีใจมากๆ ครับที่
“อัณณ์ อัณณ์ เธอมองอะไรของเธอ” สิรินดากล่าวถามอัณณ์ณิชาด้วยความสงสัย “ไม่มีอะไร เราก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย” อัณณ์ณิชากล่าวตอบสิรินดา “ตอนนี้ใกล้ 6 โมงเย็นแล้ว เราเข้าไปในโรงหนังกันเลยดีมั้ย” อัณณ์ณิชากล่าวบอกสิรินดา “ก็ดีจ้ะอัณณ์” สิรินดากล่าวตอบ พร้อมลุกขึ้นเดินไปพร้อมกันกับอัณณ์ณิชา หลังจากทั้งคู่ดูภาพยนตร์กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางกลับบ้านของอัณณ์ณิชา พอกลับมาถึงบ้าน อัณณ์ณิชากับสิรินดาก็ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างนอนอย่างมีความสุขรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ “อากาศในยามเช้าวันนี้รู้สึกสดชื่นมากๆ” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้น ขณะเดินออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้กับหมู่บ้านของตนเอง ส่วนสิรินดานั้นก็มาเดินออกกำลังกายกับอัณณ์ณิชาด้วยเช่นกัน แต่ขณะนี้สิรินดาแยกตัวไปที่เครื่องออกกำลังกายที่ทางสวนสาธารณะได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับทุกคนที่มาออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งนี้ “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายหญิงสาว “สวัสดีค๋ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายด้วยอาการงุนงง “จำผมได้ไหมครับ เราเจอกันที่ร้านหนังสือเมื่อวา







