Teilen

ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ
ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ
แคลร์ออสติน

บทที่ 1

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 14:41:51

บทที่ 1

เสียงหอบกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องพักอันมืดสลัว กลิ่นกำยานเจือปนไอเสน่หาที่ยังคุกรุ่นบนเตียงกว้าง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าบดเบียดขับเคลื่อนอย่างดุดันเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาบีบเค้นเอวคอดกิ่วจนขึ้นรอยแดงช้ำ ปลายนิ้วของซูเหมยจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างอันเต็มไปด้วยมัดกล้าม หยาดเหงื่อชโลมกายจนเหนียวเหนอะหนะ แต่รสสุขสมทางกายที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด กลับไม่อาจสร้างความอบอุ่นในหัวใจของนางได้แม้เพียงนิดเดียว

เมื่อพายุอารมณ์สงบลง สัมผัสแนบชิดพลันเย็นเยียบในพริบตา แสงเช้าของวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านรอยแยกของหน้าต่าง ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย

‘จ้าวเฟยหลง’ ชินอ๋องผู้กุมกำลังทหารนับแสน ผละออกจากร่างเปลือยเปล่าของนางทันทีโดยไม่เหลือเยื่อใย ตลอดสามปีที่ผ่านมา บนเตียงเขาอาจตักตวงจากนางอย่างบ้าคลั่ง แต่ยามลืมตาตื่น เขากลับไม่เคยแม้แต่มองนางด้วยความอ่อนโยน ร่างสูงก้าวลงจากเตียง คว้าเสื้อคลุมตัวในขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ท่าทีเร่าร้อนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาจนบรรยากาศรอบตัวพลอยหนาวเหน็บ

“ข้ากำลังจะรับพระชายาเข้าจวน”

น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงราวกับคมมีด

“ตั้งแต่วันนี้ไป จงเก็บตัวอยู่เงียบๆ แล้วออกไปจากชีวิตของข้าเสีย อย่าได้มาให้ว่าที่พระชายาของข้าต้องขัดหูขัดตา”

สิ้นคำพูดไร้หัวใจ ถุงเงินใบใหญ่ที่อัดแน่นด้วยทองคำก็ถูกโยนกระแทกลงบนที่นอนตรงหน้านาง เสียงกระทบหนักแน่นนั้นดังก้องพอๆ กับเสียงแตกสลายของหัวใจ

ความเจ็บร้าวแล่นริ้วจากสะโพกไปทั่วท่อนล่าง รอยรักสีกุหลาบที่เขาฝากไว้ตามเนินอกยังคงอุ่นซ่าน แต่ภายในใจกลับหนาวเหน็บจนด้านชา มือบางที่สั่นเทายื่นไปหยิบถุงเงินขึ้นมากำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ... เจ็บปวดที่ถูกตีราคาไม่ต่างจากหญิงคณิกา แต่ลึกๆ ในอกกลับมีความโล่งใจผุดขึ้นมา

อย่างน้อย เงินก้อนนี้ก็มากพอจะซื้อยาและต่อลมหายใจให้คนที่เฝ้ารอนางอยู่ในเรือนร้างท้ายจวน

นางแค่นยิ้มเยาะเย้ยชะตาชีวิตตนเอง สตรีสูงศักดิ์ ชาติตระกูลเพียบพร้อม และบริสุทธิ์ผุดผ่องผู้นั้น... ช่างโชคดีเหลือเกิน ช่างแตกต่างจากเศษดินเปื้อนโคลนเช่นนางลิบลับ

ซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึก กัดริมฝีปากที่บวมช้ำกลั้นก้อนสะอื้น ซ่อนความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ใต้ใบหน้านิ่งสงบ นางฝืนพยุงร่างกายที่ปวดร้าวลุกขึ้นจากเตียง ค่อยๆ ก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่ทีละชิ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคง

เมื่อแต่งตัวเรียบร้อย ซูเหมยจึงหันไปสบตากับบุรุษที่ตนรักสุดหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะย่อตัวทำความเคารพอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมที่สุดเท่าที่คนต่ำต้อยจะทำได้

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ ขอบพระทัยสำหรับเงินถุงนี้... ขอให้ท่านอ๋องและว่าที่พระชายา ครองรักกันอย่างมีความสุขเพคะ”

สายตาคมกริบของจ้าวเฟยหลงหรี่ลงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ท่าทียอมรับง่ายๆ และคำอวยพรที่นิ่งเฉยไร้การตัดพ้อของนางทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาด แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร...

ร่างบางก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

นางเดินลัดเลาะผ่านเรือนพักอันเงียบสงบ มุ่งตรงสู่ประตูลับด้านข้างจวน ก้าวเท้าพาความชอกช้ำออกสู่อากาศหนาวและสายหมอกยามเช้าของโลกภายนอก โลกแห่งความจริงที่ตอกย้ำว่า นางเป็นเพียงเงาในความมืดที่ไม่มีวันได้ยืนเคียงข้างเขาใต้แสงตะวัน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 15

    บทที่ 15เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในเรือนใหญ่ ซูเหมยยังคงกอดกระชับร่างกลมป้อมของเป่าอันที่ร้องไห้จนผล็อยหลับคาอกไว้แน่น ชิงชิงที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆ มีสีหน้าหวาดกลัวไม่แพ้กันจ้าวเฟยหลงมองเด็กชายที่หลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“พานายน้อยไปนอนพักที่ห้องปีกซ้าย แล้วออกไปให้หมด ห้ามใครเข้ามารบกวนจนกว่าข้าจะสั่ง”“อย่านะ...” ซูเหมยกอดลูกแน่นขึ้นทันทีด้วยความหวาดระแวง“เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ให้ลูกไปนอนพักบนเตียงดีๆ เสีย” น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลึกเชิงบังคับเมื่อก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ซูเหมยจำต้องข่มความกังวล ส่งเป่าอันให้ชิงชิงช่วยอุ้มออกไปอย่างระวังทันทีที่ประตูห้องปิดลง ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม ซูเหมยยืนประจันหน้ากับเขาตามลำพัง“ท่านโกหกคนทั้งจวนทำไม” นางเค้นเสียงถาม แววตาสั่นไหวเมื่อนึกถึงคำประกาศที่หน้าจวนจ้าวเฟยหลงหันกลับมาสบตานางช้าๆ “ทำไม คิดว่าข้าโกหกเรื่องอะไร”“หึ...” ซูเหมยแค่นยิ้มทั้งน้ำตา “ท่านคงไม่ได้คิดจะบอกหรอกนะ ว่าท่านหลงรักสตรีต่ำต้อยอย่างข้าเข้าจริงๆ”แววตาคมกริบของเขามองสบนิ่งงัน ก่อนจะยก

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 14

    บทที่ 14หยดเลือดสองหยดในชามกระเบื้องค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากัน ก่อนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สีแดงสดกระจายตัวทั่วผิวน้ำใส เป็นหลักฐานชัดเจนที่ไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้อีกต่อไป“ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้!” หลินอวี้เหยากรีดร้องเสียงหลง ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางชี้นิ้วใส่จ้าวเฟยหลงอย่างลืมตัว“ท่านหลอกข้า! ท่านเหยียบย่ำข้าและทำให้ตระกูลหลินกลายเป็นตัวตลก!”“หลอกลวงงั้นหรือ?” จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง“การหมั้นหมายระหว่างข้ากับเจ้าเป็นเพียงหมากทางการเมืองที่ไร้ค่า แต่กับซูเหมย... นางคือสตรีเพียงผู้เดียวที่ข้ารักและโปรดปรานมาโดยตลอด”คำโกหกหน้าตายที่หลุดออกมาทำเอาซูเหมยตกตะลึงจนตาค้าง... รักและโปรดปรานงั้นหรือ? สตรีที่ถูกเรียกไปปรนนิบัติบนเตียงยามค่ำคืน แล้วถูกเขี่ยทิ้งให้กลับเรือนซอมซ่อก่อนรุ่งสางอย่างนางน่ะหรือคือคนที่เขารัก!“แม้จะขัดต่อธรรมเนียมที่ข้ารับนางไว้ข้างกายก่อนแต่งงาน” เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่สะทกสะท้าน“แต่เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปี การที่นางจะตั้งครรภ์สายเลือดของข้า มันน่าแปลกตรงไหน”“หากเป็นเช่นนั้น แล้วเหตุใดจู่ๆ ท่านอ๋องถึงไม่

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 13

    บทที่ 13สายตาของไท่เฟยมองซูเหมยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความชิงชัง แต่เมื่อก้มลงเห็นใบหน้าของเด็กชายในอ้อมกอด ร่างของหญิงสูงศักดิ์พลันแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงขณะเดียวกัน หลินอวี้เหยาที่เดินเชิดหน้าเข้ามาเตรียมจะหาเรื่อง ก็ต้องชะงักกึก รอยยิ้มเยาะแข็งค้างบนใบหน้าทันทีที่เห็นชัดว่าคนที่ก้าวลงมาจากรถม้าคือใคร“ซูเหมย!” หลินอวี้เหยาแผดเสียงแหลม ลืมกิริยาคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไปจนหมด “นังลูกอนุชั้นต่ำ! เจ้า... หายหัวไปตั้งสี่ปี ยังกล้าเสนอหน้ากลับมาที่นี่อีกหรือ!”“ใครสั่งให้คนนอกอย่างเจ้ามาส่งเสียงเห่าหอนหน้าจวนของข้า”น้ำเสียงเยือกเย็นของจ้าวเฟยหลงดังขัดขึ้น ทำเอาหลินอวี้เหยาสะดุ้งสุดตัว สีหน้าซีดเผือดลงทันตา“ทะ... ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ใช่คนนอก หม่อมฉันเป็น...”“ข้ากับเจ้าไม่ได้แต่งงานกัน หลินอวี้เหยา เจียมตัวไว้บ้างว่าเจ้าไม่มีฐานะใดในจวนนี้!”คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ตอกหน้าแค่หลินอวี้เหยาคนเดียว แต่มันทำให้ซูเหมยตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นผิดจังหวะ... สี่ปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้แต่งงานกับหลินอวี้เหยาหรอกหรือ!“ฟะ... เฟยหลง” ไท่เฟยที่เพิ่งได้สติรีบก้าวเข้ามา สองมือสั่นเทาด้วยคว

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 12

    บทที่ 12เสื้อผ้าถูกกระชากจนหลุดลุ่ยร่วงลงไปกองกับพื้นความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาเมื่อร่างกายที่ห่างหายเรื่องเช่นนี้ไปถึงสี่ปีถูกรุกล้ำอย่างดุดัน ซูเหมยนิ่วหน้า กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงร้อง แต่จ้าวเฟยหลงกลับไม่ยอมปล่อยให้นางเงียบเสียง“ข้าบอกให้ส่งเสียงออกมา... ซูเหมย”เขาขยับกายหนักหน่วงและดุดัน ใบหน้าคมคายก้มลงขบเม้มยอดอกจนขึ้นรอยแดง ปลุกเร้าความร้อนผ่าวจนสติของนางแตกกระเจิง เสียงหอบหายใจและเสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วห้องตลอดคืน ร่างกายไม่รักดีเผลอตอบรับสัมผัสอย่างไม่อาจต้านทาน แม้ในใจจะชิงชังความอับอายนี้เพียงใด แต่นางกลับถูกเขารังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งหมดสติไปแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่าง ซูเหมยลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวพอยันกายลุกขึ้น นางก็เห็นจ้าวเฟยหลงสวมใส่เสื้อผ้าหรูหราเรียบร้อยแล้ว เขายืนไพล่หลังมองนางจากปลายเตียง ท่าทางสง่างามไร้ที่ติ ช่างตัดกับสภาพยับเยินของนางอย่างสิ้นเชิง“ใส่เสื้อผ้าเสีย ขบวนรถม้าจะออกเดินทางแล้ว” น้ำเสียงของเขาราบเรียบและเย็นชา“เป่าอันร้องหาเจ้าตั้งแต่เช้าตรู่ หากชักช้า... ข้าจะให้ทหารพาเขาเดินทางล่วงหน้าไปก่อน”“

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 11

    บทที่ 11ขบวนรถม้าเร่งเดินทางตลอดทั้งวันจนกระทั่งค่ำ จึงแวะพักค้างคืนที่โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ในเมืองทางผ่านภายในห้องพัก เป่าอันร้องไห้ด้วยความตกใจกลัวจนเหนื่อยอ่อนและหลับไปในที่สุด ชิงชิงที่ถูกคุมตัวตามมาด้วย กำลังใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคอยเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของเด็กน้อยเบาๆ“คุณหนู... พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ ท่านอ๋องดูน่ากลัวเหลือเกิน” ชิงชิงกระซิบถามเสียงสั่น พลางมองซูเหมยที่นั่งกอดเข่าหน้าซีดอยู่ข้างเตียง“ข้าไม่รู้...” ซูเหมยตอบเสียงแผ่ว สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “แต่ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ข้าจะไม่ยอมให้เขาพรากเป่าอันไปเด็ดขาด”ปัง!บานประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนชนผนัง!ร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามา ท่าทางคุกคามทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนน่ากลัว ชิงชิงสะดุ้งสุดตัว รีบถอยกรูดไปยืนตัวสั่นอยู่ที่มุมห้องสายตาคมกริบมองร่างเล็กที่หลับสนิทเพียงครู่เดียว ก่อนจะหันกลับมาจ้องซูเหมยอย่างดุดัน“ดูแลนายน้อยของเจ้าให้ดี อย่าให้คลาดสายตา” เขาสั่งสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “หากลูกของข้าต้องตื่นมาร้องไห้เพราะความประมาทของเจ้า... หัวของเจ้าได้หลุดจากบ่าแน่”สิ้นคำสั่ง เขาก็ก้าวประ

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 10

    บทที่ 10ภายในห้องรับรองเงียบสนิท สายตาคมดุของจ้าวเฟยหลงจับจ้องใบหน้าของเด็กชายวัยสามขวบไม่วางตาร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แรงกดดันอันเยือกเย็นทำให้ซูเหมยต้องรีบดึงตัวเป่าอันเข้ามากอดแนบอก ร่างกายสั่นเทาพลางถอยร่นจนแผ่นหลังชนผนังห้องอย่างไร้ทางหนี“เด็กคนนี้... เป็นลูกของเจ้าอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามช้าๆ สายตาคมกริบจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวบนใบหน้านาง“ชะ... ใช่!” ซูเหมยตอบเสียงสั่น หลบสายตาอันตรายคู่นั้นอย่างลนลาน “เขาเป็นลูกของข้า... ของข้าคนเดียว!”ท่าทีตื่นตระหนกและพิรุธที่ปิดไม่มิดทำให้ริมฝีปากของเขากระตุกยิ้มเยาะ“ลูกของเจ้าคนเดียวงั้นหรือ...” เขาก้าวประชิดตัวนาง โน้มตัวลงมากระซิบเสียงเย็น“ช่างน่าขันนัก ที่ใบหน้าลูกของหญิงรับจ้างคัดตำราเช่นเจ้า กลับถอดแบบเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงมาไม่มีผิดเพี้ยน”“ท่านอ๋องพูดเรื่องอะไร หม่อมฉันไม่เข้าใจ!”“ในเมื่อเจ้ายืนกรานปฏิเสธ ข้าก็จะให้ความเป็นธรรม” จ้าวเฟยหลงยืดตัวขึ้น เอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ทหาร! ไปตามหมอและเตรียมชามน้ำสะอาดมา ข้าจะหยดเลือดพิสูจน์สายเลือดให้เห็นกันชัดๆ ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกชาวบ้าน... หรือเป็นสายเลือดตระกูลจ้าวที

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status