Home / รักโบราณ / วาสนานาง / เขาและนาง 2

Share

เขาและนาง 2

last update publish date: 2026-10-30 18:30:11

ความใส่ใจที่เหอชางแยกอาหารเป็นสองชุดเพื่อให้นางไม่ต้องไปนั่งรวมกับคนตระกูลเหอ ทำให้หม่าเจี่ยซินซาบซึ้งใจในความเอาใจใส่ของเขายิ่งนัก แต่เรื่องกลับไม่ได้ช่วยทำให้นางสามารถทำใจยอมรับเรื่องการแต่งงานที่ผิดปกติของคนตระกูลเหอได้

 “ข้ารู้ว่าเงื่อนไขเรื่องแต่งงานทำให้เจ้าทุกข์ใจ ซินซินข้าไม่ได้อยากทำให้เจ้ารู้สึกลำบากใจ เรื่องที่เจ้าไม่สามารถทำใจยอมรับเงื่อนไขเรื่องนี้ได้ข้าเข้าใจ ตอนนี้เจ้าอย่าเพิ่งคิดมากเลย รอให้ร่างกายของเจ้าหายดีแล้ว ตอนนั้นค่อยมาว่ากันอีกครั้งเถอะ”

รอจนเขากับนางวางตะเกียบลงแล้ว เหอชางก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าและสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ มือหนายื่นมาคลึงแก้มของนางช้าๆ ราวกับกำลังปลอบใจ หลังจากนั้นร่างสูงจึงได้ลุกขึ้นเก็บถ้วยชามไปล้างด้านนอก

หม่าเจี่ยซินถูกทิ้งให้นั่งเหม่ออยู่ในห้องครัวครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกของคนอื่นๆ นางจึงลุกออกจากห้องครัวไปทักทายท่านปู่และบิดาทั้งสองของเหอชาง 

แม้จะรู้สึกอึดอัดกับพวกเขา แต่ในเมื่อนางมาอาศัยอยู่ในบ้านของผู้อื่น เรื่องมารยาทพื้นฐานย่อมไม่อาจละเลยได้

“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านลุง”

“อรุณสวัสดิ์ กินมื้อเช้าหรือยัง” 

เหอคังกับเหอเจาที่เพิ่งเดินออกมาจากด้านในบ้านหันมาทักทายหม่าเจี่ยซิน เหอหยวนกับเหอตงกำลังเดินตามบิดาทั้งสองออกมาพอดี หม่าเจี่ยซินจึงหันไปค้อมศีรษะให้พวกเขาเบาๆ สองครั้งเป็นการทักทาย

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

นางพยายามที่จะยิ้มแย้มให้กับผู้อาวุโสทั้งสองของบ้าน ส่วนเหอหยวนและเหอตงหม่าเจี่ยซินไม่กล้าหันไปมองถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีใบหน้าที่น่ามองมากเพียงใดแต่เมื่อนึกถึงเรื่องการแต่งงาน มันก็ทำให้หม่าเจี่ยซินรู้สึกหวาดกลัวพวกเขาขึ้นมา

“ซินซิน ข้าจะเอาข้าวไปให้ท่านแม่ เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่” 

เหอชางเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถ้วยข้าวต้ม หม่าเจี่ยซินจึงหันไปพยักหน้าให้เขาเป็นคำตอบ แล้วเดินตามเหอชางเข้าไปในห้องของหลิวซื่อ 

“นางดูกลัวพวกเจ้าสองคนถึงเพียงนี้ การแต่งงานครั้งนี้คงยากแล้ว” 

เหอเจาเอ่ยกับเหอหยวนและเหอตง

“แต่นางดูชอบน้องสี่มาก บางทีนางจะตอบตกลงก็ได้” 

เหอตงกล่าวไปตามที่เห็น เพราะเขารู้สึกว่านอกจากน้องสี่จะชอบนางแล้ว นางก็ชอบน้องสี่ของเขาเช่นกัน แล้วในใจของเขาก็รู้สึกคันยุบยิบอยากให้สายตาของหญิงสาวผู้นั้นหันมามองเขากับพี่ใหญ่บ้าง

“รอดูไปก่อน เรื่องนี้ต้องให้เวลานางหน่อย ธรรมเนียมของตระกูลเรามิใช่เรื่องที่จะสามารถทำใจยอมรับได้ง่ายๆ อยู่แล้ว”

เหอคังพูดกับทุกคนแล้วเดินไปหยิบมีดข้างบ้าน จากนั้นเขากับเหอเจาก็พากันเดินออกจากบ้านไปเก็บฟืนในป่า ส่วนเหอหยวนก็มองเหอตงแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร แล้วเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมลงนาไปถอนวัชพืช

เหอตงที่ถูกทิ้งเอาไว้เป็นคนสุดท้ายจึงเกาหัวตนเองทีหนึ่งแล้วไปเตรียมตัวลงนากับเหอหยวน

ในห้องของหลิวซื่อ เหอชางกำลังป้อนข้าวหลิวซื่อทีละคำ จนกระทั่งข้าวต้มหมดไปครึ่งจานหลิวซื่อก็ไม่ยอมกินอีก เหอชางจึงยกถ้วยยามาให้มารดาดื่ม 

“วันนี้พี่ใหญ่กับพี่รองจะลงนาไปถอนวัชพืช ข้าจะไปช่วยพวกเขาสักหน่อย เจ้าจะกลับห้องไปพักผ่อนหรือนั่งคุยกับท่านแม่ที่นี่”

ปรนนิบัติหลิวซื่อกินอาหารกินยาเสร็จแล้ว เหอชางก็หันมาถามหม่าเจี่ยซินที่นั่งเงียบมาตลอด หม่าเจี่ยซินจึงเหลือบขึ้นมามองเขา แล้วนางก็ถูกสายตาของเหอชางทำให้ใจลอยจนลืมสิ่งที่เขาถามไปชั่วขณะ

“ซินซิน” 

เห็นนางเอาแต่จ้องเขาโดยไม่ตอบอะไร เหอชางก็เอ่ยเรียกชื่อนางยิ้มๆ

“ข้า.. นั่งคุยกับท่านป้าสักครู่แล้วกัน”

เห็นหลิวซื่อมองกันอย่างมีความหวัง หม่าเจี่ยซินก็ทำใจกลับห้องตนเองไปทั้งเช่นนี้ไม่ได้ ดังนั้นนางจึงตอบตกลงอยู่กับหลิวซื่อก่อน

“เช่นนั้นข้าไปก่อน หากมีอะไรก็ออกไปเรียกข้าด้านนอก”

“อืม”

มองนางพยักหน้าอย่างว่าง่าย เหอชางก็พลันยิ้มออกมาอีกหน แล้วลุกเดินออกจากห้องไป หม่าเจี่ยซินจึงหันไปยิ้มให้หลิวซื่อ 

“ท่านป้าเป็นเช่นไรบ้าง”

“อากาศในห้องอุดอู้ไปหน่อย เจ้าช่วยข้าเปิดหน้าต่างหน่อยได้หรือไม่”

“ได้เจ้าค่ะ” 

หม่าเจี่ยซินรับคำแล้วลุกไปเปิดหน้าต่างบานหนึ่งแง้มออก เพื่อให้อากาศด้านนอกถ่ายเทเข้ามา แต่เพื่อไม่ให้อากาศในห้องเปลี่ยนเร็วเกินไปนางจึงไม่ได้เปิดออกทั้งบาน 

“มานั่งนี่เถอะ”

หลิวซื่อเรียกให้หม่าเจี่ยซินกลับไปนั่งข้างเตียง หม่าเจี่ยซินก็เดินไปนั่งลงข้างเตียงอย่างว่าง่าย หลิวซื่อจึงยิ้มให้กับความว่าง่ายของสาวน้อยผู้นี้ ในใจจึงยิ่งนึกชอบหม่าเจี่ยซินมากยิ่งกว่าเดิม

“เมื่อวานข้าให้เจ้าเรียกข้าว่าท่านแม่แล้วมิใช่รึ เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมาเรียกท่านป้าอีกเล่า” 

คว้ามือนางไปจับ หลิวซื่อก็ตบลงบนหลังมือเบาๆ 

“ข้า...”

หม่าเจี่ยซินไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรไปชั่วขณะ เพราะเรื่องการแต่งงานทำให้นางไม่กล้าเรียกหลิวซื่อว่าท่านแม่อีก แต่ครั้นจะให้บอกอีกฝ่ายไปตามตรง หม่าเจี่ยซินกลับไม่อาจทำเช่นนั้นได้อย่างง่ายดายเช่นกัน จึงกลายเป็นว่านางอ้ำๆ อึ้งๆ พูดอะไรไม่ออกแทน

“พวกเขาคงบอกเรื่องนั้นกับเจ้าแล้วสินะ”

แค่มองดูสายตาของหม่าเจี่ยซิน หลิวซื่อก็รู้ถึงสาเหตุแล้วรอยยิ้มของนางจึงจางลงเล็กน้อย แววตาที่มีริ้วรอยหลายเส้นอยู่ตรงหางตาก็ไม่ได้สดใสเช่นเดิมอีก

“...”

“เมื่อก่อน ตอนแรกเริ่มข้าก็ยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้เช่นกัน”

มองรอยยิ้มอย่างเข้าใจของหลิวซื่อ แล้วนัยน์ตาของหม่าเจี่ยซินก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา แต่นางพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหล เพราะไม่อยากให้หลิวซื่อต้องมากังวลเรื่องนี้

“มาข้าจะเล่าเรื่องของข้าให้เจ้าฟัง”

หลิวซื่อตบหลังมือของสาวน้อยตรงหน้าเบาๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วเริ่มเล่าเรื่องราวเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีก่อนของนางออกมา นั่นทำให้หม่าเจี่ยซินได้รู้ว่าหญิงวัยกลางคนผู้นี้เคยมีช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่ต่างจากนางมาก่อนเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วาสนานาง    เหออัน 3

    แม้ว่าอาหารทั้งสามอย่างต้องใช้เวลาในการทำอยู่พักใหญ่ แต่เป็นเพราะเหออันเพิ่งกลับมาถึง พวกเขาจึงไม่มีใครร้อนใจกลับลงไปทำงานในนา ทุกคนจึงรออาหารมื้อเที่ยงอย่างไม่เร่งรีบด้วยเหตุนี้กว่าที่ทุกคนจะได้นั่งกินข้าวด้วยกัน เวลาก็เลยเที่ยงไปแล้วพักหนึ่ง“ปลาราดพริกจานนี้อร่อยกว่าที่ข้าเคยกินที่หอชมจันทร์ในเมืองหลวงเสียอีก”กินปลาราดพริกไปคำหนึ่ง เหออันก็เอ่ยชมขึ้นมา เหอหยวนกับเหอตงจึงพากันคีบปลาราดพริกมาชิมคนละคำแล้วหันไปมองเหอชาง“ซินซินเป็นคนทำ”คำพูดของเหอชางทำให้สายตาทั้งสี่คู่ย้ายมาที่ตัวหม่าเจี่ยซิน นางจึงเหลือบมองพวกเขาตาปริบๆ“พวกท่านชอบก็ดีแล้ว”รสมือทำอาหารของตนเองดีมากแค่ไหน หมาเจี่ยซินย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ มิเช่นนั้นชาติก่อนน่าจะสามารถเปิดร้านอาหารเพื่อสุข

  • วาสนานาง    เหออัน 2

    “พี่รองท่านกลับมาแล้วรึ”เสียงตะโกนของเหอตงดังกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา เล่นเอานกบางตัวถึงกับตกใจจนกระพือปีกบินหนี หม่าเจี่ยซินก็ถูกเขาทำให้ตกใจด้วยเช่นกัน ความคิดของนางจึงหยุดชะงักแล้วใบหน้าหมดจดที่เริ่มมีเนื้อหนังขึ้นมาเล็กน้อยก็เงยขึ้นไปมองทางโน้นเพียงแต่นางอยู่ต่ำเกินไป สายตาจึงถูกต้นข้าวในนาบังเอาไว้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องลุกขึ้นยืนถึงจะมองเห็นคนที่เหอตงทักทายพี่รอง?เป็นเหออันสินะบุรุษที่ออกเงินซื้อตัวนางผู้นั้นบนทางสายเล็กที่ทอดยาวมาจากปากถ้ำอีกฝั่ง บุรุษในอาภรณ์สีน้ำเงินจางๆ ผู้หนึ่งเดินจูงม้าตัวใหญ่ที่บรรทุกสำภาระกองหนึ่งกลับมาด้วย ร่างของเขาสูงสะโอดสะอง ใบหน้าที่ยังเห็นไม่แจ่มชัดสะท้อนรัศมีความโดดเด่นออกมาไม่ต่างจากพี่น้องคนอื่นๆ ของเขาจ้องมองเหออันอยู่เพียงไม่นาน หม่าเจี

  • วาสนานาง    เหออัน 1

    “เป็นภรรยาของข้าเถอะ ข้าสัญญาว่าชาติจะไม่มีทางทำผิดต่อเจ้า จะดีกับเจ้าให้มากๆ ได้หรือไม่”“...”เหตุผลเสี้ยวสุดท้ายของนางพลันขาดลงด้วยคำพูดประโยคนี้ หม่าเจี่ยซินที่ถูกอารมณ์ครอบครองพื้นที่ทั้งหมดจึงยื่นหน้าไปจุมพิตคนตรงหน้าครั้งหนึ่งอย่างขาดสติ จากนั้นนางก็ไม่รู้แล้วว่าตนเองถูกเหอชางจุมพิตอยู่นานมากแค่ไหน เพราะโลกของนางถูกสัมผัสของเขาทำให้ขาวโพลนและหยุดชะงักไปอย่างเนิ่นนานตอบรับจุมพิตอันร้อนผ่าวของเหอชางอยู่พักใหญ่ หม่าเจี่ยซินที่ถูกเขาดูดลิ้นตวัดรัดเกี่ยวพัวพันไปมาก็เริ่มหายใจไม่ทัน นางจึงตบไหล่เขาไปหลายครั้งเพื่อขอร้องให้ปล่อยตนก่อนยามที่เหอชางถอนริมฝีปากออก นางจึงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยล้า ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อและแดงก่ำราวกับสีของผิงกั่วเหอชางคลึงริมฝีปากของนางยิ้มๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ สายตาอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยอารมณ์หวานซึ้งของเขาจับจ้องนางนิ่ง ก่อ

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 3

    หม่าเจี่ยซินอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเสร็จ เหอชางก็เข้ามายกน้ำที่นางใช้แล้วออกไปเททิ้ง จากนั้นเขาถึงได้กลับเข้าห้องมาอีกครั้งตอนที่เขาเข้ามานางกำลังนั่งเช็ดผมยาวที่เปียกของตนเองอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเขาถือหนังสือมาด้วยจึงถามขึ้นมาว่า“ท่านจะอ่านหนังสือรึ”สองคืนมานี้เหอชางมักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอน นางจึงเอ่ยถามเขาว่าจะทำเช่นเดิมอีกหรือไม่“อืม อ่านไม่กี่หน้าก็นอนแล้ว ไม่นานหรอก”ตั้งแต่อายุสิบสองเหอชางก็มักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอนจนเป็นนิสัย มีเพียงหลายคืนมานี้ที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น สองคืนมานี้เขาจึงอยากจะอ่านหนังเสียหน่อยแล้วค่อยเข้านอน มิเช่นนั้นเขามักจะรู้สึกว่าขาดอะไรไปนี่มิใช่เพราะกังวลเรื่องสอบถงเซิงในอีกครึ่งปีหลังจากนี้ แต่มันคือความเคยชินของเหอชาง เขาจึงต้องการเปิดหนังสือสักสามหน้าแล้วค่อ

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 2

    “เหอ เหอหยวน”ไม่เสียเวลาคิดนาน หม่าเจี๋ยซินก็เอ่ยเรียกชื่อของบุรุษตัวโตที่ยังคงทำนาอย่างขยันขันแข็งแม้เวลานี้ใกล้จะค่ำแล้ว“เรียกข้ารึ”เหอหยวนเงยหน้ากลับขึ้นมาถามนางคล้ายไม่แน่ใจ“ใช่”“มีอะไร”“ท่าน.. ช่วยจับปลาในน้ำให้ข้าสักตัวได้หรือไม่”หม่าเจี่ยซินไม่แน่ใจนักว่าเหอหยวนจะทำตามคำขอของนางหรือเปล่า แต่เพราะหลิวซื่อเคยบอกกับนางว่าบุตรชายของนางล้วนมิใช่คนเลวร้าย หม่าเจี่ยซินจึงลองขอเขาดู“ปลา... เจ้าอยากกินปลารึ”“อื้ม”“น้ำที่นี่ค่อนข้างตื้น ปลาพวกนี้ล้วนเหม็นโคลน รสชาติไม่ได้อร่อยเหมือนกับปลาที่ขายในเมือง เจ้ายังต้องการอยู่อีกหรือไม่”

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 1

    ณ หุบเขาอันห่างไกลแห่งนี้ เวลาในแต่ละวันราวกับถูกหมุนไปข้างหน้าช้าลง ชีวิตอันราบเรียบที่ไม่ต้องเร่งรีบเพื่อแข่งขันเอาชีวิตรอด ทำให้หม่าเจี่ยซินได้มีเวลาพินิจพิจารณาช่วงชีวิตที่ผ่านมาของตนเองและเจ้าของร่างเดิมอย่างถี่ถ้วน จนกระทั่งผ่านไปหลายวัน ร่างกายที่บอบช้ำของนางก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆทุกเช้าหลังเหอชางลุกจากที่นอน หม่าเจี่ยซินก็มักจะลืมตาตื่นตามเขา แต่นางยังคงนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงต่ออีกพักหนึ่ง จากนั้นถึงได้ลุกขึ้นมาเก็บเตียงนอนแล้วออกจากห้องไปล้างหน้าล้างตาเหอชางยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่นที่จะให้หม่าเจี่ยซินช่วยงานครัว ด้วยเหตุนี้นางจึงทำได้เพียงไปนั่งเฝ้าเขาทุกเช้า แล้วนั่งกินอาหารร่วมกันเท่านั้น ห้องครัวจึงกลายเป็นสถานที่ที่เขาและนางใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ“หลายวันมานี้ข้าไม่เห็นท่านปู่เลย เขาไปไหนรึ”นอกจากวันแรกที่มาถึง หม่าเจี่ยซินก็พบว่าหลาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status