Share

บทที่ 17

Author: Wabibi
last update publish date: 2026-09-29 19:37:51

แสงสีส้มอมเหลืองจากตะเกียงน้ำมันยังคงสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระดาษของเรือนตะวันออก สะท้อนเงาร่างบอบบางที่นั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะหนังสืออย่างชัดเจน

ดวงตาสีหมึกของเขามืดมิดลงเล็กน้อย ดึกดื่นป่านนี้แล้ว นางยังไม่ยอมพักผ่อนอีกหรือ

เขาก้าวเท้าไปทางเรือนตะวันออกโดยสัญชาตญาณ ทิ้งระยะห่างของข้อตกลงเรื่องเขตแดนไว้เบื้องหลัง เมื่อเข้าใกล้ประตูห้องรับรอง เขาพบเซี่ยจู สาวใช้คนสนิทของนาง กำลังนั่งสัปหงกพิงเสาไม้อยู่ด้านนอก อากาศยามดึกเริ่มเย็นจัดจนสาวใช้ตัวสั่นน้อยๆ

กู้ถิงเหิงไม่ได้ส่งเสียงปลุก เขาก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปภายในห้องอย่างเงียบกริบราวกับเงาของราตรี

อากาศภายในห้องรับรองของเรือนตะวันออกค่อนข้างเย็น เตาผิงทองเหลืองมุมห้องมีเพียงเถ้าถ่านสีเทาที่มอดดับไปแล้ว บ่าวไพร่คงไม่กล้าเข้ามารบกวนสมาธิของนายหญิงจึงไม่ได้เข้ามาเติมถ่านไม้

สายตาของกู้ถิงเหิงหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเสิ่นจือเวย นางสวมเพียงเสื้อคลุมตัวในสีขาวสะอาดทับด้วยเป้ยจื่อตัวบางสีฟ้าอ่อน ทรงผมที่เคยเกล้ามวยสูงอย่างประณีตในยามกลางวัน บัดนี้ถูกปล่อยสยายลงมาเคลียแผ่นหลัง ประดับเพียงปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานเล่มเดียวที่เขามอบให้

นิ้วมือเรียวยาวของนางกำลังดีดลูกปัดไม้ของลูกคิดอย่างรวดเร็ว เสียง 'แกร๊กๆ' ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตากระจ่างใสของนางจดจ่ออยู่กับสมุดบัญชีเล่มหนาหลายสิบเล่มที่กางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะ คิ้วเรียวพาดเฉียงขมวดเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่น แสดงถึงความมุ่งมั่นและดื้อรั้นที่ไม่อาจสั่นคลอน

นางกำลังเตรียมอาวุธเพื่อไปทำสงครามในศาลวันพรุ่งนี้ โดยไม่รู้เลยว่าสงครามนั้นถูกเขายุติไปแล้ว

กู้ถิงเหิงยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งก่อตัวขึ้นในอก เขาเคยเห็นสตรีมากมายที่งดงาม อ่อนหวาน และพึ่งพาบุรุษ ทว่าสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาเวลานี้ กลับแผ่รังสีของนักสู้ที่พร้อมจะแลกด้วยเลือดเนื้อเพื่อปกป้องสิ่งที่ตนสร้างมา

เขาเดินไปที่มุมห้อง หยิบคีมคีบถ่านไม้ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะคีบถ่านไม้ก้อนใหม่ใส่ลงในเตาผิงทองเหลืองอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวน

ทว่าเสียงปะทุของถ่านไม้ที่สัมผัสกับความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่ดัง 'เปรี๊ยะ' เบาๆ ประกอบกับกลิ่นหอมของหมึกหินต้วนเหยียนและกลิ่นสนเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลอยอวลมากับอากาศ ทำให้มือที่กำลังดีดลูกคิดของเสิ่นจือเวยชะงักค้าง

นางเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าเตาผิง

"ใต้เท้า..." เสิ่นจือเวยรีบผุดลุกขึ้นยืน มือข้างหนึ่งจับคอเสื้อคลุมให้กระชับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ความคุ้นชินกับการป้องกันตัวทำให้นางแสดงท่าทีระแวดระวังออกมาทันที "ดึกป่านนี้แล้ว เหตุใดท่านจึงเข้ามาในเรือนตะวันออกเจ้าคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ"

กู้ถิงเหิงวางคีมคีบถ่านลง เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมกริบมองสบตานางด้วยความราบเรียบ "เปิ่นกวนเพิ่งกลับจากศาลาว่าการ เห็นไฟในเรือนของเจ้ายังสว่างอยู่ และบ่าวไพร่หน้าประตูก็หลับยามจนปล่อยให้เตาผิงมอดดับ อากาศปลายวสันต์ยังหนาวเย็น หากฮูหยินล้มป่วยไปก่อนวันขึ้นศาล คงไม่เป็นผลดีต่อข้อตกลงของเรา"

เขาใช้ 'ข้อตกลง' มาเป็นข้ออ้างในการกลบเกลื่อนความห่วงใยอย่างแนบเนียน

เสิ่นจือเวยผ่อนคลายความระวังลงเล็กน้อย นางมองเตาผิงที่เริ่มมีไออุ่นแผ่ออกมา ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างเสียไม่ได้ "ขอบพระคุณใต้เท้าที่เมตตา ข้าเพียงแต่กำลังตรวจทานบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านผ้าไหมตลอดย้อนหลังสามปี เพื่อให้แน่ใจว่าตระกูลหลี่จะไม่มีช่องโหว่ใดๆ มาโต้แย้งเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุนในศาลวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ"

กู้ถิงเหิงเดินเข้าไปใกล้โต๊ะหนังสือ สายตาของเขากวาดมองตัวเลขและตัวอักษรที่เป็นระเบียบเรียบร้อยบนหน้ากระดาษ บัญชีของนางละเอียดและชัดเจนจนแม้แต่อวี้สื่อที่จับผิดเก่งที่สุดก็ยังหาที่ติไม่ได้

ทว่าความสมบูรณ์แบบนี้แหละ ที่ทำให้เขารู้สึกขัดใจ

"เจ้าคิดว่าบัญชีที่สะอาดหมดจด จะเอาชนะใจคนที่มีมลทินได้หรือ" เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำดังกังวานในห้องที่เงียบสงัด

เสิ่นจือเวยชะงัก นางเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของนางไม่ยอมจำนน "กฎหมายต้าซ่งบัญญัติไว้ชัดเจน สินเดิมของสตรีเป็นสิทธิ์ขาดของสตรี หากมีหลักฐานบัญชีครบถ้วน ผู้พิพากษาย่อมต้องตัดสินตามความเป็นจริง ข้าไม่เชื่อว่าความจริงจะพ่ายแพ้ต่อคำโป้ปดของตระกูลหลี่เจ้าค่ะ"

"กฎหมายเขียนไว้บนกระดาษ ทว่าผู้บังคับใช้กฎหมายคือมนุษย์" กู้ถิงเหิงขยับเข้าไปใกล้นางอีกก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงตะเกียงจนเกิดเป็นเงาทาบทับลงบนตัวนาง "จ้าวผิง ผู้ช่วยนายอำเภอเปี้ยนจิง มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือญาติฝั่งมารดาของตระกูลหลี่ สายข่าวของเปิ่นกวนรายงานว่า มีการส่งมอบสิ่งของล้ำค่าบางอย่างเข้าจวนจ้าวผิงเมื่อสามวันก่อน... เจ้าคิดว่าผู้พิพากษาที่ดวงตาถูกปิดบังด้วยความโลภ จะเสียเวลามานั่งอ่านบัญชีของหญิงม่ายที่พวกเขาเหยียดหยามอย่างนั้นหรือ"

คำพูดของเขาตรงไปตรงมาและไร้ความปรานี พุ่งทะลุเกราะความมั่นใจของเสิ่นจือเวยอย่างจัง

ใบหน้างดงามของนางซีดลงเล็กน้อย ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น นางเป็นพ่อค้า ย่อมรู้ดีเรื่องการติดสินบน ทว่านางคาดไม่ถึงว่าตระกูลหลี่จะทุ่มเทถึงขั้นยอมบากหน้าไปประจบประแจงผู้ช่วยนายอำเภอเพื่อฮุบสมบัติของนางให้ได้

"หากศาลเมืองเปี้ยนจิงไม่ให้ความเป็นธรรม ข้าก็จะตีกลองร้องทุกข์ที่ศาลต้าหลี่ ถวายฎีกาข้ามขั้น ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันสมหวังเด็ดขาด!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 25

    ย่านการค้าทิศตะวันออกของเมืองเปี้ยนจิงยามบ่ายยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน รถม้าและเกี้ยวของคหบดีและขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมของแป้งชาดจากร้านเครื่องหอมผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีจากโรงเตี๊ยมลอยอวลอยู่ในอากาศกู้ถิงเหิงไม่ได้ขี่ม้าเข้าไปอย่างเอิกเกริก เขาสั่งให้เจิ้งอวี่นำม้าไปผูกไว้ที่ตรอกด้านหลัง แล้วเลือกเดินเท้าฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน เขาจงใจสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดขุนนางสีแดง เพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไปเมื่อเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของร้านผ้าไหม กู้ถิงเหิงหยุดฝีเท้าลงใต้ร่มเงาของกันสาดร้านขายชา เขายืนนิ่งดุจรูปสลักหยก สายตาคมกริบกวาดมองข้ามถนนไปยังภายในร้านอวี้หลานที่เปิดประตูโล่งต้อนรับลูกค้าที่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลาย เสิ่นจือเวยยืนอยู่ตรงนั้นนางสวมชุดเป้ยจื่อสีพลัมอ่อนขับผิวให้ดูขาวกระจ่าง ทรงผมเกล้ามวยประดับปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานที่เขามอบให้ ใบหน้างดงามกำลังแย้มยิ้มบางๆ ขณะเจรจาการค้ากับลูกค้าที่เป็นฮูหยินขุนนาง นิ้วมือเรียวยาวของนางคลี่ม้วนผ้าไหมสีปีกแมลงทับทิมออกให้ลูกค้าชม ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นกู้ถิงเหิงทอดมอ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 24

    ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบแต่พยายามรักษาความเบาบาง เจิ้งอวี่ องครักษ์คนสนิทในชุดสีเข้ม ผลักประตูเข้ามาและรีบปิดลงอย่างมิดชิด ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมกู้ถิงเหิงไม่ได้ละสายตาจากฎีกาตรงหน้า "มีเรื่องอันใด หากเป็นรายงานจากกรมราชทัณฑ์เรื่องจ้าวผิง ให้วางไว้บนโต๊ะมุมขวา""มิใช่เรื่องของจ้าวผิงขอรับนายท่าน" เจิ้งอวี่ลดเสียงลงเล็กน้อย "เป็นรายงานจากสายข่าวที่จวนสกุลกู้ขอรับ"พู่กันในมือของพญายมแห่งอวี้สื่อไถชะงักค้างอยู่กลางอากาศ หยดน้ำหมึกสีดำหยดลงบนกระดาษจนเกิดเป็นรอยด่าง ทว่าเขาไม่ได้สนใจมัน ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมององครักษ์คนสนิททันที"เกิดอะไรขึ้นที่เรือน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย"เมื่อราวหนึ่งชั่วยามก่อน ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนไปเชิญฮูหยินจากเรือนตะวันออกไปพบที่เจิ้งถังขอรับ" เจิ้งอวี่รายงานอย่างรวดเร็ว "สายข่าวแจ้งว่า มีแม่สื่อจากตระกูลสวี ขุนนางระดับหก นำรูปวาดของคุณหนูสามตระกูลสวีมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกดู ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะใช้จารีตเรื่องทายาทบีบให้ฮูหยินยอมรับคุณหนูสามเข้ามาเป็นอนุภรรยาของนายท่านขอรับ"อ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 23

    เสิ่นจือเวยก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินหินด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติ ลมวสันต์ที่พัดมาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของนางลงได้เลยเมื่อนางกลับมาถึงห้องรับรองในเรือนตะวันออก นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หวงฮวาหลี วางตำรากฎหมายลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกซ้ายของตนเองหัวใจของนางยังคงเต้นรัวแรงผิดจังหวะ ฝ่ามือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบภาพดวงตาสีหมึกที่เต็มไปด้วยความกดดันและหวงแหนของเขายังคงสลักแน่นอยู่ในห้วงความคิด ความใกล้ชิดที่ชวนให้หายใจไม่ออก กลิ่นสนและกลิ่นชาที่โอบล้อมรอบตัวนาง... ทุกอย่างช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของขุนนางผู้เคร่งขรึมและเยือกเย็นที่นางเคยประเมินไว้กู้ถิงเหิงมีมุมที่ซ่อนเร้น เขาไม่ได้ไร้อารมณ์ความรู้สึกดุจหยกสลักอย่างที่แสดงออก กล่องไม้ใบนั้นคือความลับที่สามารถสั่นคลอนความเยือกเย็นของพญายมผู้นี้ได้อย่างรุนแรงใบเทียบดวงชะตาสมรส... เสิ่นจือเวยขบคิดอย่างหนัก ของสตรีใดกัน ที่ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนไว้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น สตรีที่เขาเคยรักแต่ไม่อาจสมหวังงั้นหรือ?หากเป็นเช่นนั้นจริง นางควรจะรู้สึกโล่งใจ เพราะนั่นหมายความว่าเขามีคนที่อยู่ในใจอยู่แ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 22

    เมื่อกล่องไม้หายวับไปจากสายตา กู้ถิงเหิงจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบของเขากดต่ำลง จับจ้องมองมาที่ใบหน้าของสตรีที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ความเงียบที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตวาดด่าเสิ่นจือเวยพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ความหยิ่งทะนงของเถ้าแก่เนี้ยมาเป็นเกราะกำบังความสั่นไหวในดวงตา "ข้า... ข้าขออภัยใต้เท้า ข้าเพียงเข้ามาหาตำรากฎหมายพาณิชย์ ไม่ทันระวังจึงปัดโดนสิ่งของของท่านหล่น ข้าไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง..."คำแก้ตัวของนางขาดหายไปในลำคอ เมื่อกู้ถิงเหิงขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิดระยะห่างระหว่างพวกเขาบัดนี้ใกล้ชิดจนเกินควร ใกล้จนนางสามารถมองเห็นแพขนตาหนาของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง และใกล้จนนางได้กลิ่นชาจางๆ ที่ลอยอวลมาจากลมหายใจของเขามือข้างหนึ่งของกู้ถิงเหิงยกขึ้น วางทาบลงบนขอบชั้นหนังสือในระดับสายตาของนาง ปิดกั้นทางหนีฝั่งขวาอย่างสมบูรณ์ ท่วงท่านี้คล้ายคลึงกับการกักขัง ทว่ากลับไม่ได้สัมผัสโดนตัวนางแม้แต่ปลายผม"เปิ่นกวนเคยบอกบ่าวไพร่ไว้ชัดเจน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแห

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 21

    "เจอแล้ว" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนางทว่าตำราเล่มนั้นถูกอัดแน่นอยู่ระหว่างหนังสือเล่มหนาอีกสองเล่ม เสิ่นจือเวยต้องออกแรงดึงเล็กน้อย นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเพิ่มแรง ทว่าจังหวะที่หนังสือหลุดพรวดออกมาจากช่องว่างนั้น ข้อศอกของนางที่สวมทับด้วยแขนเสื้อเป้ยจื่อกว้างๆ กลับไปปัดโดนบางสิ่งบนชั้นหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในกึก... เคร้ง!เสียงวัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระแทกพื้นกระดานไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องชูฝางเสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบก้าวลงจากม้านั่งไม้ หันขวับไปมองที่พื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ตำรา แต่เป็น 'กล่องไม้' ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งมันคือกล่องไม้ที่ทำจากไม้จันทน์แดงเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตานางในฐานะแม่ค้าที่คุ้นเคยกับการประเมินคุณภาพสินค้าคือ ร่องรอยบนตัวกล่องกล่องไม้ใบนี้ไม่ใช่ของใหม่ มุมทั้งสี่ด้านของมันมีรอยสึกหรอและมนโค้ง บ่งบอกว่ามันถูกหยิบจับและลูบคลำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวล็อกทองเหลืองด้านหน้ามีคราบสนิมสีเขียวจางๆ เกาะอยู่ และที่สำคัญ... บนฝากล่องมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ บ่งชี้ว่ามันถูกซ่อนเก็บไว้ในซอกลึกสุด

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 20

    "การค้าก็คือสงครามที่ไร้หยาดเลือด" เสิ่นจือเวยจิบชาเพียงเล็กน้อย รสชาติฝาดเฝื่อนของชาปลุกให้สติของนางแจ่มใสขึ้น "ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาปล้นหยาดเหงื่อของตระกูลเสิ่น ข้าจำได้ว่ากฎหมายพาณิชย์ของต้าซ่งมีหมวดที่ระบุถึงสิทธิ์ของทายาทสตรีในการสืบทอดสัญญาคู่ค้า ทว่าข้าต้องตรวจสอบตัวอักษรให้แน่ชัดทุกบรรทัด ก่อนจะให้จื่อรุ่ยร่างหนังสือตอบโต้กลับไป"นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "เซี่ยจู ในห้องหนังสือที่เรือนของข้า มีตำรากฎหมายการค้าต้าซ่งหรือไม่"สาวใช้ขมวดคิ้วคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า "ตอนที่เราย้ายสินเดิมมาจากตระกูลหลี่ ตำราส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นเจ้าค่ะ นายหญิงนำมาเพียงสมุดบัญชีและบันทึกการค้าเท่านั้น หากต้องการตำรากฎหมาย บ่าวจะให้คนไปหาซื้อที่ตลาดหนังสือให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ""กว่าจะหาซื้อและนำกลับมา คงเสียเวลาไปค่อนวัน" เสิ่นจือเวยปฏิเสธ นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่สายตาของนางจะเบนกลับไปทางชูฝางของเรือนหลักอีกครั้ง "ใต้เท้ากู้เป็นขุนนางสำนักตรวจการ ในห้องหนังสือของเขาย่อมต้องมีตำรากฎหมายทุกหมวดของต้าซ่งอย่างครบถ้วนแน่นอน"เซี่ยจูเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหญิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status