วุ่นรัก วิวาห์อลวน

วุ่นรัก วิวาห์อลวน

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-24
Oleh:  ลลินลันBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
15Bab
13Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อน้องสาวตัวแสบหนีการแต่งงาน ภารกิจการสวมรอยเพื่อป้องกันข้อหากบฏเนื่องจากขัดราชโองการจึงเกิดขึ้น การที่พี่ชายสวมรอยแต่งงานว่ายากแล้ว แต่การเอาตัวรอดจากสามีในคืนเข้าหอนั้นยากยิ่งกว่า เรามาร่วมลุ้นกันว่า หลินเซียว คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลิน จะรอดพ้นเงื้อมือของ จ้าวเยว่ ได้หรือไม่ บัณฑิตหนุ่มของเราจะใช้กลอันใดในการเอาตัวรอดในครั้งนี้

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 วิวาห์อลเวงและเกี้ยวแดงที่เปื้อนน้ำตา (บุรุษ)

เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตรอกฉางอัน สีแดงมงคลถูกประดับประดาตั้งแต่หัวถนนลากยาวไปจนถึงหน้าคฤหาสน์สกุลหลิน บรรยากาศภายนอกเต็มไปด้วยความชื่นมื่นของชาวบ้านที่มารอชมขบวนรับเจ้าสาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ แน่ล่ะสิ นี่คืองานมงคลสมรสพระราชทานระหว่าง หลินโหรวโหรวคุณหนูรองสกุลหลินผู้เลอโฉม กับ จ้าวเยว่ อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งราชสำนัก ผู้ซึ่งฮ่องเต้ยังต้องไว้หน้าถึงสามส่วน

ตัดภาพมาที่เรือนชั้นในของคฤหาสน์สกุลหลิน บรรยากาศกลับผิดแผกไปจากภายนอกราวฟ้ากับเหว ไม่ต่างอันใดกับลานประหารที่รอเวลาลงดาบ

"นายท่าน แย่แล้วขอรับนายท่าน คุณหนูรอง คุณหนูรองหายตัวไปขอรับ"

เสียงตะโกนแหบพร่าของพ่อบ้านเกาทำเอา หลินกวน นายท่านใหญ่สกุลหลินที่กำลังสวมชุดมงคลสีแดงสดถึงกับหน้าซีดเผือด แก้วชาในมือร่วงแตกกระจายเต็มพื้น ฮูหยินหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ร้อนถึงสาวใช้ต้องรีบเข้ามาประคองให้วุ่นวายไปหมด

"เจ้าว่ากระไรนะ โหรวโหรวหายไป หายไปได้เยี่ยงไร อีกครึ่งชั่วยามเกี้ยวของท่านอัครเสนาบดีก็จะมารับตัวแล้ว นางจะหายไปได้อย่างไร" หลินกวนตวาดลั่นจนหนวดสั่นระริก

"บะ... บ่าวเข้าไปที่ห้องคุณหนูเพื่อตามให้ช่างแต่งหน้าเข้าไปเตรียมตัว แต่กลับพบเพียงหน้าต่างที่เปิดอ้ากว้าง ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นหายไปเกลี้ยง และ... และจดหมายฉบับนี้วางอยู่บนโต๊ะขอรับ" พ่อบ้านเกายื่นกระดาษแผ่นบางที่สั่นพั่บๆ ตามแรงมือให้ผู้เป็นนาย

หลินกวนกระชากจดหมายมาอ่าน สายตาไล่กวาดตัวอักษรไม่กี่บรรทัด ก่อนที่ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นยมทูตมายืนรออยู่ตรงหน้า

‘ท่านพ่อ ท่านแม่ โปรดอภัยให้ลูกอกตัญญูด้วย ลูกไม่อาจทนฝืนใจแต่งงานกับตาเฒ่าหน้าเลือดจ้าวเยว่ได้ ลูกได้ยินกิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของเขามามาก เขาฆ่าคนไม่กะพริบตา หากลูกแต่งให้เขา ลูกคงมีชีวิตอยู่ไม่พ้นสามวันเป็นแน่ ลูกได้พบรักกับคุณชายจาง เราสองคนสาบานจะครองคู่กันไปชั่วฟ้าดินสลาย ลูกจึงขอหนีตามเขาไป ขอพวกท่านโปรดรักษาสุขภาพ ลาก่อน... โหรวโหรว’

"นังลูกไม่รักดี นังลูกเนรคุณ" หลินกวนขยำจดหมายปาลงพื้น เอามือกุมขมับที่เต้นตุบๆ "ตาเฒ่าหน้าเลือดอันใดกัน ท่านอัครเสนาบดีจ้าวเพิ่งจะอายุยี่สิบหก รูปงามหล่อเหลาปานเทพเซียน ทรงอำนาจบารมี เป็นถึงมือขวาของโอรสสวรรค์ สตรีค่อนเมืองหลวงล้วนอยากปีนขึ้นเตียงเขาทั้งนั้น มีแต่นังลูกโง่เขลาของข้าที่ตาบอดตาใส ไปหลงลมปากไอ้คุณชายจางจอมกะล่อนนั่น"

"ท่านพี่ ฮึก แล้วเราจะทำเยี่ยงไรกันดีเจ้าคะ" ฮูหยินหลินสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ "นี่เป็นสมรสพระราชทาน หากทางจวนอัครเสนาบดีรู้ว่าเราไม่มีเจ้าสาวให้เขา โทษฐานหลอกลวงเบื้องสูง มีหวังตระกูลหลินของเราต้องถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรเป็นแน่"

คำว่า ‘ประหารเจ็ดชั่วโคตร’ สะท้อนก้องไปทั่วทั้งจวน บ่าวไพร่ที่ได้ยินต่างพากันทรุดลงไปร้องห่มร้องไห้กอดคอกัน บางคนเริ่มคิดแผนจะเก็บเสื้อผ้าหนีเอาตัวรอดแล้ว

ในขณะที่สถานการณ์กำลังโกลาหลถึงขีดสุด บานประตูไม้แกะสลักก็ถูกผลักออกเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง เขาสวมชุดบัณฑิตสีฟ้าอ่อน เรือนผมสีดำขลับถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยประดับด้วยกวานหยกขาว ใบหน้าของเขาหล่อเหลาหมดจด ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหยกสลัก คิ้วเรียวยาวพาดเฉียง ดวงตาดอกท้อดูเย้ายวนแต่กลับแฝงไปด้วยความเฉลียวฉลาด จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางสีระเรื่อโดยไม่ต้องแต่งแต้ม หากมองเผินๆ ความงดงามนี้อาจทำให้สตรีหลายนางต้องนึกละอาย

เขาคือ หลินเซียว คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลิน บัณฑิตหนุ่มอนาคตไกลผู้เพิ่งสอบผ่านระดับซิ่วไฉ พี่ชายร่วมอุทรของหลินโหรวโหรวนั่นเอง

"ท่านพ่อ ท่านแม่ เกิดเรื่องอันใดขึ้นขอรับ ข้าอ่านตำราอยู่เรือนข้าง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายไปจนถึงที่นั่น" หลินเซียวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เมื่อเห็นจดหมายที่ถูกขยำทิ้งบนพื้น เขาก็ก้มลงเก็บมาคลี่อ่าน เพียงครู่เดียว คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันแน่น

"ยัยเด็กบ้า นางกล้าก่อเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือ" หลินเซียวสบถออกมาอย่างเหลืออด "ทิ้งปัญหาไว้ให้เบื้องหลัง แล้วหนีเอาตัวรอดไปกับผู้ชายเนี่ยนะ"

"เซียวเอ๋อร์ พ่อควรทำเช่นไรดี พ่อไม่อยากให้หัวหลุดจากบ่า พ่อยังไม่ได้อุ้มหลานเลย" หลินกวนคร่ำครวญ

หลินเซียวยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว พยายามใช้สติปัญญาของบัณฑิตหาทางออก "ท่านพ่อ เราพอจะมีสาวใช้ หรือญาติห่างๆ คนใดที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับโหรวโหรวบ้างหรือไม่ จับแต่งตัวสวมรอยไปก่อน พอเข้าหอไปแล้ว ค่อยหาข้ออ้างว่าป่วยหนัก หรือปิดไฟให้มืดสนิท"

"ไม่มี โหรวโหรวเป็นหญิงงามอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง จะไปหาคนหน้าตาคล้ายนางภายในครึ่งชั่วยามได้จากที่ใด" หลินกวนตอบเสียงสิ้นหวัง

ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงมาปกคลุมห้องอีกครั้ง ทันใดนั้น สายตาของหลินกวน ฮูหยินหลิน และพ่อบ้านเกา ก็ค่อยๆ เลื่อนมาหยุดอยู่ที่จุดเดียวกัน จุดนั้นคือร่างเพรียวบางของบุรุษหนุ่มในชุดบัณฑิตสีฟ้าที่ยืนอยู่ตรงกลางห้อง

หลินเซียวผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับน้องสาวถึงเจ็ดส่วน รูปร่างก็สูงโปร่งแต่บอบบางกว่าบุรุษทั่วไป ผิวพรรณก็ขาวผ่องเนียนนุ่มดุจน้ำนม

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาสามคู่ที่จ้องมองมาอย่างมีความหวัง (และน่าขนลุก) หลินเซียวก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณเอาตัวรอดร้องเตือนภัยระดับสูงสุด

"ดะ... เดี๋ยว พวกท่านมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร" หลินเซียวยกพัดขึ้นมากั้นระดับอก "ข้าเป็นบุรุษ เป็นผู้ชายทั้งแท่ง แถมยังเป็นบัณฑิตซิ่วไฉ อนาคตขุนนางของราชสำนักนะ พวกท่านคงไม่ได้คิดจะ..."

"เซียวเอ๋อร์ลูกรัก" ฮูหยินหลินพุ่งเข้ามากอดขาบุตรชาย ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย "ช่วยพ่อกับแม่ด้วยเถิด ช่วยตระกูลหลินด้วย บรรพบุรุษกว่าร้อยชีวิตฝากไว้ที่เจ้าแล้ว"

"ท่านแม่ ปล่อยข้านะ นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน ให้ข้าแต่งหญิงไปเข้าพิธีแทนยัยตัวแสบนั่นเนี่ยนะ ขืนท่านอัครเสนาบดีจับได้ ข้ามิโดนสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นโยนให้สุนัขกินหรอกหรือ" หลินเซียวพยายามแกะมือมารดาออก แต่อีกฝ่ายเกาะแน่นเป็นปลิง

"เซียวเอ๋อร์ ถือว่าพ่อขอร้องล่ะ" หลินกวนทรุดตัวลงคุกเข่าอีกคน "เจ้าหน้าตาคล้ายโหรวโหรวที่สุด แค่แต่งหน้าให้เข้มหน่อย สวมมงกุฎหงส์ เอาผ้าคลุมหน้าสีแดงปิดไว้ ตอนกราบไหว้ฟ้าดินก็ก้มหน้าต่ำๆ ส่วนตอนเข้าหอ เจ้าก็อ้างว่ามีระดู หรือไม่ก็แกล้งสลบไปเลย พรุ่งนี้เช้าพ่อจะรีบส่งคนไปตามหาตัวโหรวโหรวให้พบ แล้วค่อยหาทางสลับตัวกลับ"

"แผนการหละหลวมสิ้นดี ท่านคิดว่าจ้าวเยว่เป็นคนโง่หรืออย่างไร เขาเป็นถึงอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่คุมทั้งบุ๋นและบู๊ แค่ข้าเดินก้าวแรกเขาก็ดูออกแล้วว่าข้าเป็นบุรุษ" หลินเซียวโวยวาย หน้าหล่อๆ เริ่มบิดเบี้ยว

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงประทัดชุดใหญ่จุดขึ้นที่หน้าประตูจวน พร้อมกับเสียงตะโกนแจ้งเตือนจากบ่าวรับใช้ด้านนอก "เกี้ยวเจ้าบ่าวมาถึงแล้วขอรับ ขบวนของท่านอัครเสนาบดีมาถึงหน้าประตูแล้ว"

เหมือนเสียงระฆังมรณะดังขึ้น หลินกวนเบิกตากว้าง พุ่งเข้าไปจับไหล่บุตรชายเขย่าแรงๆ "ไม่มีเวลาแล้ว เซียวเอ๋อร์ หากเจ้าไม่ทำ พวกเราตายกันหมดแน่ เจ้าอยากเห็นพ่อแม่ถูกบั่นคอต่อหน้าต่อตาหรือ แม่นมหลี่ สาวใช้ทั้งหลาย จับตัวคุณชายใหญ่ไปแต่งตัวเดี๋ยวนี้ งัดเครื่องประทินโฉมที่ดีที่สุดออกมา ใช้ผ้าพันอกให้แน่นๆ แล้วยัดหมอนเสริมหน้าอกให้ด้วย"

"เฮ้ย ไม่เอา ข้าไม่แต่ง ปล่อยข้า ปล่อยยยยย!"

หลินเซียวดิ้นรนสุดฤทธิ์ แต่ด้วยเรี่ยวแรงของบัณฑิตที่วันๆ จับแต่พู่กัน มีหรือจะสู้แรงของบรรดาสาวใช้และแม่นมร่างท้วมกว่าห้าคนที่กรูกันเข้ามาหิ้วปีกเขาเข้าไปหลังฉากกั้น

มหกรรมแปลงโฉมอันสุดแสนจะทุลักทุเลและน่าอนาถใจได้เริ่มขึ้น

"โอ๊ย! แม่นมหลี่ เบาๆ หน่อย! ท่านดึงผมข้าหนังหัวจะหลุดแล้ว" หลินเซียวน้ำตาเล็ดเมื่อถูกจับเกล้าผมทรงสตรี

"ทนหน่อยเจ้าค่ะคุณชาย เพื่อตระกูลหลินของเรา เสี่ยวชุ่ย เอาผงชาดมาทาปากคุณชายให้แดงกว่านี้อีก แดงแบบกินเลือดมาเลยยิ่งดี จะได้พรางสายตา" แม่นมหลี่สั่งการอย่างแข็งขัน

"อึก แค่กๆ แป้งนี่มันหนาเกินไปแล้ว ข้าหายใจไม่ออก" หลินเซียวสำลักฝุ่นแป้งที่ถูกตบลงบนใบหน้าอย่างไม่ปรานี

"เอาล่ะเจ้าค่ะ ขั้นตอนสำคัญ" สาวใช้คนหนึ่งเดินถือผ้ายาวๆ สีขาวเข้ามาพร้อมกับหมอนยัดนุ่นขนาดเล็กสองใบ "คุณชาย โปรดให้ความร่วมมือด้วยเจ้าค่ะ"

หลินเซียวหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู ถลึงตาใส่สาวใช้ "จะทำอันใด ออกไปนะ ข้าบอกว่าไม่ต้องยัดไงเล่า หน้าอกแบนๆ นี่แหละ กำลังเป็นที่นิยมจะตายไป สตรีบางคนก็ไม่มีหน้าอกเหมือนกันนั่นแหละ"

"ไม่ได้เจ้าค่ะ ฮูหยินสั่งไว้ว่าต้องสมจริงที่สุด"

เวลาผ่านไปเพียงชั่วก้านธูปไหม้ ร่างที่ก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นก็ทำเอาทุกคนในห้องตกตะลึงจนตาค้าง

บุรุษหน้าหวานในชุดบัณฑิตหายไปแล้ว บัดนี้เบื้องหน้าของพวกเขาคือ เจ้าสาวผู้เลอโฉม ชุดมงคลสีแดงสดปักลายหงส์ทองด้วยดิ้นส่องประกายระยับขับเน้นให้ผิวพรรณที่ขาวอยู่แล้วยิ่งดูผุดผ่องดุจหิมะ รูปร่างที่สูงโปร่งถูกพรางด้วยเสื้อคลุมหลายชั้นดูอวบอิ่มขึ้น (ด้วยอานิสงส์ของหมอนยัดนุ่น) ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างประณีต คิ้วถูกวาดให้โก่งดังคันศร ดวงตาดอกท้อถูกกรีดหางตาให้ดูเฉี่ยวคมและเย้ายวน ริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อน่าจุมพิต มงกุฎหงส์ทองคำประดับระย้ามุกสวมทับอยู่บนศีรษะ

งดงาม งดงามยิ่งกว่าหลินโหรวโหรวตัวจริงเสียอีก

"งดงาม งดงามมากลูกแม่" ฮูหยินหลินปาดน้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม (และโล่งใจที่หัวยังไม่หลุด) "หากจ้าวเยว่เห็นเจ้า เขาต้องหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นเป็นแน่"

"หลงใหลบ้าบออันใดเล่าท่านแม่ คอข้าจะหักอยู่แล้ว มงกุฎนี่มันหนักกี่ชั่งกันเนี่ย" หลินเซียวบ่นอุบอิบ เสียงที่พยายามกดให้เบาลงฟังดูแหบพร่าคล้ายสตรีที่กำลังขวยเขิน (ในความคิดของคนอื่น แต่ความจริงคือเขาโกรธจนเสียงสั่น)

"เอาล่ะๆ คลุมหน้าได้แล้ว ขบวนเจ้าบ่าวรออยู่นานแล้ว เดี๋ยวจะผิดสังเกต" หลินกวนรีบโยนผ้าคลุมหน้าสีแดงปักลายนกยวนยางคลุมทับศีรษะบุตรชาย ปิดบังใบหน้างดงามและสายตาอาฆาตมาดร้ายของหลินเซียวจนมิดชิด

โลกทั้งใบของหลินเซียวกลายเป็นสีแดงขมุกขมัว เขาถูกแม่นมหลี่และสาวใช้ขนาบข้าง หิ้วปีกกึ่งลากกึ่งจูงเดินออกไปที่หน้าประตูจวน

เสียงดนตรีงานมงคลดังกึกก้อง เสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านดังเซ็งแซ่ แต่ในหูของหลินเซียวกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวเร็วราวกับกลองศึก เขาถูกดันให้เข้าไปนั่งในเกี้ยวหลังใหญ่สีแดงที่บุด้านในด้วยผ้าไหมเนื้อดี ทันทีที่ม่านเกี้ยวปิดลง ความมืดมิดและกลิ่นเครื่องหอมกำยานก็โอบล้อมรอบตัวเขา

‘จบสิ้นแล้ว อนาคตบัณฑิตจอหงวนของข้า จบสิ้นลงในเกี้ยวเจ้าสาวนี่แหละ’ หลินเซียวคิดในใจอย่างรันทด กัดริมฝีปากที่ทาชาดสีแดงสดจนแทบห้อเลือด ‘ยัยน้องบ้า กลับมาเมื่อไหร่พี่ชายคนนี้จะตีให้ขาหักเลยคอยดู’

"ออกเดินทางได้"

เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้น เกี้ยวถูกยกขึ้นจนลอยเหนือพื้น หลินเซียวเซถลาไปชนกับผนังเกี้ยวเล็กน้อย เขาต้องรีบยกมือขึ้นจับมงกุฎหงส์ไม่ให้หล่นกระแทกหน้าตัวเอง ทุกจังหวะการก้าวเดินของคนหามเกี้ยว ทำให้ร่างของเขาสั่นคลอน ความอึดอัดจากชุดหลายชั้นและความรัดรึงของผ้าพันอกทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก

ในหัวของเขาตอนนี้จินตนาการไปถึงหน้าตาของ เจ้าบ่าว ที่เขากำลังจะไปเผชิญหน้า

จ้าวเยว่ อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ขุนนางหนุ่มผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก ว่ากันว่าเขาเป็นคนเย็นชา ไร้หัวใจ โหดเหี้ยมเด็ดขาด ผู้ใดขวางทางเขาล้วนมีจุดจบที่ไม่สวยงามนัก บางข่าวลือก็บอกว่าเขามักจะทรมานศัตรูในห้องใต้ดินจนตาย บางข่าวลือก็บอกว่าเขาเป็นพวกวิปริตชอบดื่มเลือดคนสดๆ

‘นี่ข้ากำลังจะแต่งงานกับปีศาจชัดๆ! หากเขารู้ว่าข้าเป็นผู้ชาย... เขาจะทำอย่างไรกับข้า จะตัดแขนตัดขาข้า หรือจะจับข้าตอนเป็นขันทีแล้วส่งเข้าวัง... ม่ายยยยย!’

หลินเซียวหลับตาปี๋ มือสองข้างกำกระโปรงสีแดงแน่นจนยับยู่ยี่ ภาวนาให้หนทางจากคฤหาสน์สกุลหลินไปถึงจวนอัครเสนาบดียาวไกลไร้จุดสิ้นสุด

แต่สวรรค์มักไม่เข้าข้างคนดวงซวย...

เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ขบวนเกี้ยวก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วลง ก่อนจะหยุดนิ่งสนิท เสียงดนตรีมงคลหยุดชะงัก บรรยากาศภายนอกจู่ๆ ก็เงียบกริบลงอย่างน่าประหลาดใจ เงียบจนน่าขนลุก ราวกับว่าผู้คนที่รอรับขบวนอยู่ที่หน้าจวนต่างพร้อมใจกันกลั้นหายใจ

หลินเซียวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารู้ดีว่าความเงียบนี้หมายถึงสิ่งใด เจ้าของจวนผู้ทรงอำนาจผู้นั้นปรากฏตัวแล้ว

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเดินเข้ามาใกล้เกี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกย่างก้าวราวกับกำลังเหยียบย่ำลงบนหัวใจดวงน้อยๆ ของหลินเซียว

ทันใดนั้น ม่านเกี้ยวสีแดงก็ถูกเลิกขึ้น แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมเย็นเยียบของไม้จันทน์ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของคนคุ้นเคยกับคมดาบ

ผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงบางๆ หลินเซียมองเห็นเพียงเงาร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เขาสวมชุดมงคลสีแดงเข้มที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีต แต่ไม่อาจปกปิดกลิ่นอายความกดดันและบารมีอันน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมาได้

ฝ่ามือใหญ่หนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบและพู่กันยื่นเข้ามาภายในเกี้ยว หงายมือขึ้นรอรับอย่างสงบนิ่ง

"ลงมาสิ ฮูหยินของข้า"

เสียงทุ้มต่ำและลึกซึ้งดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย ทว่ากลับมีพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้ผู้ฟังต้องยอมศิโรราบโดยไม่มีข้อแม้ เป็นเสียงที่ดุดันแต่อันตราย และเย้ายวนอย่างประหลาด

หลินเซียวตัวสั่นสะท้าน เขาลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก มือเรียวขาวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างสั่นระริกขณะที่ค่อยๆ ยื่นออกไปวางลงบนฝ่ามือใหญ่ของอีกฝ่าย

วินาทีที่ผิวสัมผัสกัน หลินเซียวสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากมือของจ้าวเยว่ มันร้อนราวกับเหล็กเผาไฟที่กำลังนาบลงบนผิวของเขา แต่สิ่งที่ทำให้หลินเซียวแทบหัวใจวายตายคือ วินาทีที่เขาวางมือลงไป จ้าวเยว่กลับไม่ได้จับมือเขาอย่างทะนุถนอมแบบที่บุรุษพึงกระทำต่อสตรี

แต่ฝ่ามือใหญ่นั้นกลับรวบจับมือของหลินเซียวเอาไว้แน่น แน่นจนสัมผัสได้ถึงกระดูกข้อนิ้วที่ใหญ่กว่าสตรีทั่วไป

นิ้วโป้งหยาบกร้านของจ้าวเยว่จงใจลูบไล้เบาๆ ที่หลังมือของหลินเซียว ราวกับกำลังสำรวจบางสิ่งบางอย่าง

‘ซวยแล้ว เขารู้สึกหรือเปล่าว่ามือข้าใหญ่กว่ามือสตรี เขารู้หรือเปล่าว่าข้าไม่มีเล็บยาวเฟื้อยเหมือนพวกคุณหนูในห้องหอ’

หลินเซียวสติแตกกระเจิง รีบก้าวเท้าลงจากเกี้ยวด้วยความลนลานจนลืมไปว่าตัวเองกำลังสวมชุดกรุยกรายยาวเฟื้อยลากพื้น

"หวาาา!"

ปลายเท้าของเขาสะดุดเข้ากับชายกระโปรงตัวเอง ร่างเพรียวบางถลาพุ่งไปข้างหน้า เตรียมตัวเตรียมใจรอรับความเจ็บปวดที่หน้าจะต้องทิ่มลงกับพื้นหินชนวนแข็งๆ

แต่ทว่า ความเจ็บปวดกลับไม่มาเยือน

ท่อนแขนแกร่งดุจคีมเหล็กตวัดรวบเข้าที่เอวบางของเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดึงร่างของหลินเซียวเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน กลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นโชยปะทะจมูกอย่างชัดเจนจนหลินเซียวเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด

หลินเซียวเบิกตากว้างภายใต้ผ้าคลุมหน้า หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หน้าอก (ที่ยัดหมอนเอาไว้) เบียดชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่ายจนรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอและทรงพลังของจ้าวเยว่

จ้าวเยว่ก้มหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกับใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของหลินเซียว ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดลงบนต้นคอขาวผ่องที่โผล่พ้นปกคอเสื้อ

"ระวังหน่อย ฮูหยิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนในโสตประสาทของหลินเซียว "ร่างกายของเจ้ายามนี้ เป็นของข้าแล้ว หากมีรอยเขียวช้ำไปแม้แต่จุดเดียว ข้าคงปวดใจแย่"

คำว่า 'ปวดใจ' ที่หลุดออกมาจากปากของคนโหดเหี้ยมอย่างจ้าวเยว่ ไม่ได้ทำให้หลินเซียวรู้สึกโรแมนติกเลยสักนิด แต่กลับทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกซันด้วยความหวาดผวา

‘มะ... หมอนี่มันโรคจิตชัดๆ ขืนคืนนี้ต้องเข้าหอกับเขา ข้าต้องไม่รอดแน่ๆ’

หลินเซียวอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด ได้แต่ก่นด่าชะตากรรมของตัวเองอยู่ในใจ ขณะที่ถูกอัครเสนาบดีปีศาจประคอง (หรือกึ่งๆ ล็อกคอ) เดินเข้าสู่จวนหลังใหญ่ที่ดูไม่ต่างอะไรกับถ้ำพยัคฆ์แดนมังกร

วิวาห์นี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
15 Bab
ตอนที่ 1 วิวาห์อลเวงและเกี้ยวแดงที่เปื้อนน้ำตา (บุรุษ)
เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตรอกฉางอัน สีแดงมงคลถูกประดับประดาตั้งแต่หัวถนนลากยาวไปจนถึงหน้าคฤหาสน์สกุลหลิน บรรยากาศภายนอกเต็มไปด้วยความชื่นมื่นของชาวบ้านที่มารอชมขบวนรับเจ้าสาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ แน่ล่ะสิ นี่คืองานมงคลสมรสพระราชทานระหว่าง หลินโหรวโหรวคุณหนูรองสกุลหลินผู้เลอโฉม กับ จ้าวเยว่ อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งราชสำนัก ผู้ซึ่งฮ่องเต้ยังต้องไว้หน้าถึงสามส่วนตัดภาพมาที่เรือนชั้นในของคฤหาสน์สกุลหลิน บรรยากาศกลับผิดแผกไปจากภายนอกราวฟ้ากับเหว ไม่ต่างอันใดกับลานประหารที่รอเวลาลงดาบ"นายท่าน แย่แล้วขอรับนายท่าน คุณหนูรอง คุณหนูรองหายตัวไปขอรับ"เสียงตะโกนแหบพร่าของพ่อบ้านเกาทำเอา หลินกวน นายท่านใหญ่สกุลหลินที่กำลังสวมชุดมงคลสีแดงสดถึงกับหน้าซีดเผือด แก้วชาในมือร่วงแตกกระจายเต็มพื้น ฮูหยินหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ร้อนถึงสาวใช้ต้องรีบเข้ามาประคองให้วุ่นวายไปหมด"เจ้าว่ากระไรนะ โหรวโหรวหายไป หายไปได้เยี่ยงไร อีกครึ่งชั่วยามเกี้ยวของท่านอัครเสนาบดีก็จะมารับตัวแล้ว นางจะหายไปได้อย่างไร" หลินกวนตวาดลั่นจนหนวดสั่นระริก"บะ... บ่าวเข
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-05
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 คืนเข้าหอ ที่ผิดคาด (เมื่ออัครเสนาบดีตาบอด)
พิธีกราบไหว้ฟ้าดินผ่านพ้นไปอย่างทุลักทุเล หลินเซียวแทบจำไม่ได้ว่าตนเองรอดชีวิตมาได้อย่างไร เขารู้เพียงว่าตลอดเวลาที่ประกอบพิธี เขาก้มหน้าจนคางแทบจะชิดอก เกรงว่าหากเงยหน้าขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ความลับเรื่องลูกกระเดือกที่พยายามซ่อนไว้ใต้ปกเสื้อจะถูกเปิดเผย แถมหมอนยัดนุ่นที่หน้าอกยังคอยจะเลื่อนหลุดลงไปกองที่หน้าท้องอยู่รอมร่อ ทำเอาเขาต้องคอยหนีบแขนเอาไว้แน่นท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อที่มองมาอย่างชื่นชมว่า ‘ช่างเป็นเจ้าสาวที่เรียบร้อยและสำรวมยิ่งนัก’ บัดนี้ หลินเซียวถูกส่งตัวเข้ามานั่งอยู่บนเตียงไม้สลักลวดลายมงคลภายในห้องหออันกว้างขวางของจวนอัครเสนาบดี บรรยากาศภายในห้องสว่างไสวด้วยเทียนมงคลเล่มยักษ์สีแดงที่จุดสว่างไสว กลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาอบอวลไปทั่วห้อง บนโต๊ะกลมกลางห้องมีสุรามงคลและผลไม้ความหมายดีจัดวางไว้อย่างประณีต ทุกอย่างดูงดงามสมบูรณ์แบบ ขาดก็แต่เพียงความสมบูรณ์แบบของตัวเจ้าสาวนี่แหละ "โอ๊ย คอข้าจะหักแล้ว" เมื่อเห็นว่าภายในห้องไม่มีใครอื่นนอกจากตนเอง หลินเซียวก็พรูลมหายใจยาว พยายามขยับคอที่แข็งเกร็งจากน้ำหนักของมงกุฎหงส์ทองคำ มือเรียวขาวเอื้อมไปจัดระเบียบหน้าอก ของตัวเองให้เ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-06
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 ฮูหยินจอมปลอมกับความโป๊ะที่ไม่มีวันสิ้นสุด
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระดาษกรุลายดอกเหมยเข้ามาภายในห้องหออันหรูหราของจวนอัครเสนาบดี บนเตียงไม้สลักหลังใหญ่ ร่างเพรียวบางในชุดซับในสีขาวกำลังนอนขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังหลับสนิท ทว่าคิ้วเรียวสวยที่ขมวดเข้าหากันแน่นและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นระยะ บ่งบอกว่าเขากำลังฝันร้าย ‘ไม่! อย่าเข้ามานะไอ้คนวิตถาร ปล่อยข้า ข้าเป็นผู้ชายยยย’ "เฮือก!" หลินเซียวสะดุ้งสุดตัว เบิกตาโพลงและเด้งตัวลุกขึ้นนั่งราวกับถูกน้ำร้อนลวก เหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมเต็มหน้าผาก เขารีบก้มลงสำรวจร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว มือเรียวลูบคลำไปตามเสื้อผ้าที่ยังอยู่ครบทุกชิ้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก "ฟู่ ขอบคุณสวรรค์ ประตูหลังของข้ายังปลอดภัย" บัณฑิตหนุ่มพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว เมื่อตั้งสติได้ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงมาใกล้ ริมฝีปากร้อนผ่าวที่บดเบียดลงมาอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่ปล้นชิงลมหายใจจนเขาสมองขาวโพลนไปหมด หลินเซียวจำได้ว่าเขาตกใจจนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เบิกตาค้างขณะที่อัครเสนา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-07
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 การกลับบ้านเดิม (วันที่สาม) กับประโยคช็อกโลกของท่านเขย
ตามธรรมเนียมปฏิบัติของแคว้น เมื่อสตรีแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ในวันที่สามของการแต่งงาน เจ้าบ่าวจะต้องพาเจ้าสาวเดินทางกลับไปเยี่ยมเยียนครอบครัวฝ่ายหญิง หรือที่เรียกกันว่าธรรมเนียมหุยเหมิน (กลับบ้านเดิม) เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเจ้าสาวได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากสามี และเพื่อให้ครอบครัวฝ่ายหญิงคลายความกังวล ทว่าสำหรับฮูหยินกำมะลอ อย่างหลินเซียวนั้น วันนี้ไม่ใช่วันกลับบ้านเดิม แต่เขาคิดว่ามันคือวันนัดไต่สวนคดีหลอกลวงเบื้องสูงต่างหาก แสงอรุณเพิ่งจะสาดส่องพ้นขอบฟ้า บัณฑิตหนุ่มในร่างฮูหยินก็ถูกปลุกขึ้นมาแต่งตัวตั้งแต่ไก่โห่ วันนี้บรรดาสาวใช้ประจำตัวต่างงัดเอาฝีมือการแต่งหน้าขั้นเทพออกมาใช้อย่างสุดความสามารถ แป้งถูกตบลงบนใบหน้าชั้นแล้วชั้นเล่าเพื่อปกปิดเค้าโครงหน้าของบุรุษ ริมฝีปากถูกแต้มด้วยชาดสีแดงสดดุจผลอิงเถา ชุดกระโปรงหรูหราสีแดงอมชมพูปักลายนกยูงรำแพนหางถูกสวมทับลงบนร่างเพรียวบาง และที่ขาดไม่ได้คือ หมอนยัดนุ่น สองใบที่ถูกมัดรัดไว้กับหน้าอกอย่างแน่นหนากว่าทุกวัน "โอ๊ย! เสี่ยวชุ่ย ข้าหายใจไม่ออกแล้ว รัดแน่นเกินไปแล้ว" หลินเซียวโวยวายเสียงหลง (พยายามบีบให้เป็นเสียงสตรีแหลมๆ) ขณะเกาะขอบโต
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-08
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 งานเลี้ยงราชสำนัก กับ ฮูหยินฝีปากกล้าที่เกือบพาหัวหลุด
หากการกลับบ้านเดิมคือฝันร้าย การต้องแต่งกายเป็นสตรีเข้าไปร่วมงานเลี้ยงในเขตพระราชฐานก็คือนรกขุมที่สิบแปด สำหรับหลินเซียว หลังจากผ่านพ้นธรรมเนียมหุยเหมินมาได้ไม่กี่วัน ราชโองการจากในวังก็ถูกส่งมายังจวนอัครเสนาบดี ฮ่องเต้ทรงจัดงานเลี้ยงฉลองเทศกาลชมบุปผาในอุทยานหลวง และแน่นอนว่าขุนนางระดับสูงทุกนายต้องพาฮูหยินของตนไปร่วมงานเพื่อแสดงถึงความปรองดองชื่นมื่น และนั่นหมายความว่า หลินเซียวต้องหอบเอาหน้าอกปลอมๆ และความเสี่ยงที่จะถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรเข้าไปเดินเฉิดฉายต่อหน้าพระพักตร์โอรสสวรรค์ "เบาๆ หน่อยเสี่ยวชุ่ย ปิ่นทองคำนี่มันจะแทงทะลุกะโหลกข้าอยู่แล้ว" เสียงโวยวายของฮูหยินกำมะลอดังลั่นห้องแต่งตัว วันนี้หลินเซียวถูกจับยัดลงในชุดพิธีการเต็มยศสำหรับฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่ง ชุดกระโปรงผ้าไหมทอทองลายมูตาน (โบตั๋น) สีแดงสดขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ทับซ้อนกันถึงหกชั้นจนหนักอึ้งไปทั้งตัว เครื่องประดับบนศีรษะจัดเต็มด้วยมงกุฎระย้าและปิ่นปักผมทองคำฝังเพชรนิลจินดาที่หนักจนคอแทบเคล็ด "ต้องแน่นๆ ไว้เจ้าค่ะฮูหยิน หากเดินๆ ไปแล้วปิ่นร่วงหลุดกลางงานเลี้ยง จะเป็นที่ขบขันและเสียเกียรติท่านอัครเสนาบดีน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-09
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6ฤทธิ์สุรามงคล เมื่อฮูหยินเมามายและหมอนยัดอก ที่ปลิวว่อน
งานเลี้ยงชมบุปผาในอุทยานหลวงจบลงแล้ว ทว่าวีรกรรมของฮูหยินจ้าว ที่ลุกขึ้นมาฉะฝีปากกับราชครูหวังจนอีกฝ่ายหงายเงิบ ยังคงเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งงาน แม้แต่ตอนที่ขบวนรถม้าของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายเคลื่อนตัวออกจากเขตพระราชฐาน สายตานับร้อยคู่ก็ยังคงมองตามด้วยความทึ่งปนหวาดหวั่น ทว่าสภาพของวีรสตรีผู้ห้าวหาญในเวลานี้ กลับดูไม่จืดเอาเสียเลย ภายในรถม้าคันหรูที่กำลังแล่นไปตามถนนที่เงียบสงัดของเมืองหลวงยามวิกาล ร่างเพรียวบางในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงสดกำลังนั่งโอนเอนไปมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุก ใบหน้าเนียนที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมบัดนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหูและลำคอ ดวงตาดอกท้อที่เคยปรายมองขุนนางเฒ่าอย่างมาดมั่น บัดนี้หยาดเยิ้มฉ่ำปรือและเหม่อลอยสุดๆ สาเหตุก็เพราะ สุราผลไม้หมักในวังหลวงที่หลินเซียวซัดเข้าไปรวดเดียวสี่ห้าจอกเพื่อดับความตื่นเต้นนั้น มันเริ่มออกฤทธิ์ตีกลับอย่างรุนแรง "อึก... ร้อน... ทำไมในรถม้านี่มันร้อนจังเลย" เสียงบ่นงึมงำดังหลุดออกมาจากริมฝีปากสีชาด แต่คราวนี้หลินเซียวเมาจนลืมดัดเสียงให้เป็นสตรี น้ำเสียงทุ้มหวานแบบบัณฑิตหนุ่มจึงเล็ดลอดออกมาอย่างชัดเจน ร่างบางขยับตัวยุกยิก ยกมือขึ้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-10
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 ความลับที่ไม่ได้ซ่อน กับ บทลงทัณฑ์(รัก)ของอัครเสนาบดี
แสงแดดอุ่นๆ ยามสายสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาแยงตาคนที่กำลังนอนคุดคู้หมกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลินเซียวขมวดคิ้วเข้าหากัน อาการปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาที่ขมับจนต้องครางฮือในลำคอ เขารู้สึกเหมือนหัวหนักอึ้งราวกับถูกหินทับ คอแห้งผากเป็นผุยผง "น้ำ... ขอน้ำหน่อย" เสียงทุ้มแหบพร่าละเมอเรียกหาน้ำดื่ม มือเรียวยื่นเปะปะออกไปนอกผ้าห่มหมายจะควานหาจอกชาบนโต๊ะข้างเตียง ทว่าสัมผัสที่ปลายนิ้วได้รับ กลับไม่ใช่จอกชาดินเผาเย็นชืด แต่เป็นฝ่ามือใหญ่ที่แสนคุ้นเคยซึ่งกำลังประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบส่งมาจรดริมฝีปากเขาอย่างอ่อนโยน "ดื่มน้ำแกงสร่างเมาเสียหน่อย จะได้รู้สึกดีขึ้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นเหนือหัว หลินเซียวค่อยๆ ปรือตาที่หนักอึ้งขึ้นมอง ภาพแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างภายใต้เสื้อคลุมตัวหลวมสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมเย็นๆ ของไม้จันทน์ลอยแตะจมูก สมองที่ยังประมวลผลได้ไม่เต็มที่สั่งการให้เขาอ้าปากรับน้ำแกงอุ่นๆ รสชาติหวานปนขมนั้นกลืนลงคอไปอย่างว่าง่าย เมื่อน้ำแกงพร่องไปครึ่งถ้วย หลินเซียวก็เริ่มมีสติ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เอ๊ะ ทำไมบนหน้าเขาถึงรู้สึกเบาสบายจัง ไม่มีความรู
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-11
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8.1 เช้าวันใหม่ที่เปลี่ยนไป จากคนกลัวตายกลายเป็นคน(ถูก)คลั่งรัก 1
แสงแดดอบอุ่นยามสายสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระดาษกรุลายดอกเหมยเข้ามาตกกระทบลงบนเตียงไม้สลักหลังใหญ่ นกกระจอกตัวน้อยเกาะกิ่งไม้ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว ทว่าเสียงนั้นกลับไม่อาจปลุกคนที่กำลังหลับสนิทราวกับคนตายให้ตื่นขึ้นมาได้ จนกระทั่งสัมผัสอุ่นร้อนที่คลอเคลียอยู่บริเวณซอกคอและแรงขบเม้มเบาๆ ทำให้ร่างเพรียวบางใต้ผ้าห่มต้องขมวดคิ้วมุ่น "อื้อ... อย่ากวน... ข้าจะนอน" หลินเซียวปัดมือเปะปะหมายจะไล่แมลงหวี่ ตัวโตที่มารบกวนเวลานอน แต่ฝ่ามือของเขากลับถูกรวบจับเอาไว้ ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มทว่าร้อนผ่าวจะประทับลงบนหลังมือของเขาอย่างอ้อยอิ่ง "ตื่นได้แล้วฮูหยินขี้เซา ตะวันโด่งจนจะเผาจวนอัครเสนาบดีได้อยู่แล้ว" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นชิดริมฝีปาก หลินเซียวค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ทันทีที่เปลือกตาเปิดกว้าง ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของจ้าวเยว่ในระยะประชิด! อัครเสนาบดีหนุ่มนอนตะแคงเท้าคางมองเขาอยู่ ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันเย็นชา บัดนี้กลับทอประกายระยิบระยับราวกับมีหมู่ดาวนับพันดวงซ่อนอยู่ข้างใน แฝงไปด้วยความรักใคร่และเอ็นดูจนคนมองแทบจะตาพร่า สติของหลินเซียวเริ่มกลับมาประติ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-12
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8.2 เช้าวันใหม่ที่เปลี่ยนไป จากคนกลัวตายกลายเป็นคน(ถูก)คลั่งรัก2
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ (ซึ่งกินเวลาไปเกือบชั่วยามเพราะท่านอัครเสนาบดีเอาแต่ลวนลามไม่เลิก) หลินเซียวก็ถูกอุ้มมาวางแหมะลงบนเก้าอี้บุนวมในห้องโถงอาหาร บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารบำรุงกำลังเลิศรส ทั้งไก่ตุ๋นโสม ซุปกระดูกหมู และรังนกชั้นดี "ทานเยอะๆ ฮูหยิน เจ้าผอมเกินไปแล้ว ตอนกอดข้ากลัวว่ากระดูกเจ้าจะหักเอาได้" จ้าวเยว่คีบเนื้อไก่ชิ้นโตใส่ชามให้หลินเซียว หลินเซียวมองอาหารเต็มโต๊ะแล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะชะงักเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้ "เดี๋ยวก่อน จ้าวเยว่" หลินเซียววางตะเกียบลง สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที "เรื่องที่ข้า เป็นผู้ชาย แล้วก็เรื่องที่เรา เอ่อมีอะไรกัน" "ทำไมหรือ" จ้าวเยว่เลิกคิ้ว "ท่านอย่าลืมสิ ว่าสมรสครั้งนี้เป็นสมรสพระราชทาน ฮ่องเต้ทรงพระราชทานงานแต่งให้ท่านกับหลินโหรวโหรว น้องสาวของข้า ถึงแม้ท่านจะรู้ความจริงตั้งแต่แรก แต่อย่างไรเสีย นี่ก็คือการหลอกลวงเบื้องสูง โทษประหารเจ็ดชั่วโคตรนะ" หลินเซียวเสียงสั่น ความกังวลที่ถูกความรักบดบังเมื่อครู่กลับมาถาโถมอีกครั้ง "หากวันใดฮ่องเต้ทรงทราบความจริง หรือมีขุนนางคนอื่นจับได้ ไม่เพียงแต่ตระกูลหลินของข้าที่จะเดือดร้อน แต่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-14
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 .1 ศึกแม่สามี(จำเป็น)และอนุภรรยา เมื่อฮูหยินใหญ่เริ่มหึงหวง 1
นับตั้งแต่วันที่ความลับ แตกกระจายไม่มีชิ้นดี ชีวิตของหลินเซียวในจวนอัครเสนาบดีก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ หรือจะพูดให้ถูกคือ จากขุมนรกกลายเป็นสวรรค์ชั้นเจ็ด เมื่อประตูเรือนหลักปิดลงและมีเพียงองครักษ์เงากับบ่าวใบ้หูหนวกคอยเฝ้ายาม บัณฑิตหนุ่มก็ไม่ต้องทนสวมชุดกระโปรงกรุยกรายหรือยัดลูกแตงโม ไว้ที่หน้าอกอีกต่อไป เขาสามารถสวมชุดลำลองของบุรุษ นั่งชันเข่าอ่านตำรา หรือแม้แต่วิ่งไล่เตะท่านอัครเสนาบดี (เวลาที่ถูกลวนลามมากเกินไป) ได้อย่างอิสระ ภาพที่เหล่าขุนนางในราชสำนักเห็นคือ อัครเสนาบดีจ้าวเยว่ผู้เย็นชาและน่าเกรงขาม แต่ภาพที่หลินเซียวเห็นทุกวันคือ คนเจ้าเล่ห์ คลั่งรัก และมือปลาหมึกเป็นที่สุด เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศภายในห้องหนังสืออันเงียบสงบกำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก (ที่ฝ่ายหนึ่งเต็มใจและอีกฝ่ายกำลังบ่นอุบอิบ) หลินเซียวในชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตากำลังนั่งอยู่บนตักกว้างของจ้าวเยว่ มือเรียวถือพู่กันช่วยวงจุดที่ผิดพลาดในฎีกาของขุนนางท้องถิ่นอย่างขะมักเขม้น "ตรงนี้ ขุนนางเมืองหลัวหยางรายงานตัวเลขภาษีเกลือผิดไปสองร้อยตำลึง ท่านดูสิ คำนวณแค่นี้ก็พลาด ช่างไม่ได้เรื่อง" หลินเซียวบ่นงึมงำ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-16
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status