LOGIN“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”
หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม
“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจ
น้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม
“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”
หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และเชื่อฟังคำกล่าวของบุตรี เขาจึงอดทนใจเย็นได้ถึงเพียงนี้
“กวงจื่อหมิง อยากพาบุตรชายของเจ้าเข้าร่วมงานหรือไม่ ข้าออกมานานเกรงว่าญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะตำหนิเอาได้”เจ้าบ้านเร่งรัดเอาคำตอบ ไม่กล้าเข้ามาก็กลับไปเสีย!
“อืมไป ๆ อาหลงเข้าไปแสดงความยินดีกับน้องเถิด”
“ขอรับ”
กวงไป่หลงเดินตามบิดาเข้ามาในห้องโถง ซึ่งใช้สำหรับจัดพิธีหมั้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เขาตั้งใจตามบิดามาที่ตระกูลหยางเพื่อขอโอกาสคบหากับหยางเฟยฮวาอีกครั้ง ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้จะเป็นวันหมั้นของนางกับบุรษอื่น โอกาสเพียงน้อยนิดของเขาถูกตัดสิทธิ์จนขาดสะบั้น ไม่เหลือแม้กระทั่งสิทธิ์ให้เหลียวมอง
ในใจของผู้ที่เคยเป็นอดีตสามี ก็นึกเป็นห่วงอดีตภรรยาอยู่ไม่น้อย เกรงว่านางจะถูกบุรุษเข้ามาหลอกลวง และผลาญทรัพย์สมบัติของตระกูลหยาง เห็นทีคงต้องกล่าวตักเตือนกันสักหน่อย
เมื่อสองคนพ่อลูกตระกูลกวง เดินเข้ามายังห้องโถงที่จัดทำพิธีหมั้น ก็ต้องรีบคุกเข่าลงเคารพผู้ปกครองแคว้นเฮ่อ ซึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจ
“ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษตระกูลกวงตกใจอีกหนึ่งเรื่อง เมื่อเห็นเฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้นั่งอยู่ในห้องโถงพิธีหมั้นหมายด้วย หรือว่าฝ่ายชายที่มาขอหมั้นหยางเฟยฮวา จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์!
“ตามสบายเถิดรองแม่ทัพกวงทั้งสอง เจิ้นมาหมั้นหมายสตรีให้หลานชายเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องมีพิธีรีตองให้มากนักหรอก”สุรเสียงเข้มเอ่ยเสียงดังฟังชัด ผู้มาใหม่จะได้ไม่นึกตีความไปเอง
“หลานชายของฝ่าบาทหรือพ่ะย่ะค่ะ”
กวงจื่อหมิงเป็นผู้ถาม พวกเขาสองคนพ่อลูกรู้แค่ว่าหยางเฟยฮวากำลังหมั้นหมาย แต่ไม่ยังรู้ว่าผู้ใดคือคู่หมั้นของนาง แต่ยามนี้พวกเขารู้แล้วว่าเป็นใคร หลานชายของเฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือแม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลงนั่นเอง!
“ใช่ ทั้งสองคนเหมาะสมกันมาก กำลังนั่งคุยหยอกล้อกันอยู่ทางด้านนู้น เจิ้นล่ะอิจฉายิ่งนัก ฝ่ายหญิงก็งดงามล่มเมืองล่มแคว้น ฝ่ายชายก็รูปงามเป็นหนึ่ง ทั้งยังเก่งกาจด้านการศึกการทหาร หากมีเจ้าก้อนแป้งคงน่ารักน่าเอ็นดูไม่ต่างจากบิดามารดา”ผู้สูงศักดิ์เอ่ยชื่นชมจากใจจริงล้วน ๆ
กวงไป่หลงมองตามที่ได้รับฟัง ก็พบกับภาพงดงามจนเขาไม่อาจละสายตาไปที่อื่น หยางเฟยฮวาอดีตภรรยาของเขา นางงดงามทั้งรูปร่างและหน้าตา โดยเฉพาะรูปร่างที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีอีกแล้วสตรีอวบอ้วนคนเดิม คนที่เคยทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรักจากสามีสารเลวผู้นี้ นางคงละทิ้งตัวตนที่เคยถูกหยามเกียรติไปจนสิ้น และเดินหน้าต่อในทิศทางชีวิตที่ดีกว่าเดิม
มีเพียงเขาที่ก้าวถอยหลังลงทุกวัน จะเดินหน้าต่อก็ไม่กล้าเพราะเจ็บใจไม่หายกับคำลวงของสตรี พออยากย้อนกลับมาสู่จุดเดิม ก็ไม่มีผู้ใดอยู่รอคอยอีกต่อไป
‘สมน้ำหน้ายิ่งนัก’ คำกล่าวนี้ไม่ต้องรอให้ผู้ใดมากล่าว เขาจะกล่าวด้วยตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และจดจำฝังลึกจนขึ้นใจ
เมื่อทนมองภาพตรงหน้าไม่ไหว กวงไป่หลงจึงก้มหัวลงต่ำเพื่อร่ำลาผู้สูงศักดิ์ จากนั้นจึงเดินกลับออกไปทันที และต่อมารองแม่ทัพกวงจื่อหมิง ก็เดินกลับออกมาตามหลังบุตรชายด้วยความรู้สึกเสียดายไม่แพ้กัน
“เขามาร่วมงานและเห็นเจ้าหมั้นหมายกับข้า”
“แล้วอย่างไรเจ้าคะ”
“เสียใจหรือไม่เล่า หืม คนงามของข้าต่อให้เสียใจก็ไม่ทันแล้ว ของ ๆ ข้าผู้ใดก็ห้ามยุ่ง”
ใบหน้าคมเข้มงอง้ำลงอย่างเอาแต่ใจ คนมองนึกหมั่นเขี้ยวจนอดใจไม่ไหว จึงเอื้อมมือไปหยิกแก้มสากเบา ๆ
เหล่าผู้สอดแนมทั้งหลายต่างหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย มีเพียงพี่ชายคนโตที่ยังแอบมองไม่ให้คลาดสายตา ส่วนรองแม่ทัพฝาแฝดยังคงนอนพักฟื้นอยู่ในเรือน ไม่ได้ออกมาร่วมงานหมั้นพวกเขารอไปร่วมงานแต่งงานทีเดียว
“ท่านก็รู้ยังจะมาแกล้งถาม ข้าไม่ใช่หยางเฟยฮวาคนเดิมเอาอะไรมาเสียใจเจ้าคะ ข้ากับกวงไป่หลงไม่เคยรักกันเลยสักนิดเดียว”
เสียงหวานก้มลงกระซิบข้างหูคู่หมั้นหมาด ๆ เกิดเป็นภาพน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับผู้พบเห็น เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้ถึงกับเอ่ยพึมพำบอกกล่าวพี่สาวต่างมารดาที่เขารักและคิดถึงอยู่ในใจ
‘พี่หญิงเจ้าก้อนแป้งของท่านมีเมียแล้ว ท่านจงหลับให้สบายไม่ต้องเป็นห่วง’
“หึ หึ ถามเพราะอยากได้รางวัลสักหน่อย”
คนถามจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มที่อยู่ใกล้ ๆ โดยไม่วางตา หากไม่มีคนแอบมองอยู่เขาคงจูบให้หายคิดถึง
“คนเจ้าเล่ห์ผู้ใหญ่อยู่เต็มจวน ไม่มีรางวัลหรอกเจ้าค่ะ”
“คืนนี้ข้าจะมาหา”เสียงแหบทุ้มต่ำกว่าเดิม เพื่อให้คนฟังเข้าใจว่าเขาจะเข้ามาทำการใด
“ไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ฝ่าบาทก็มาด้วย”
“ไปส่งฝ่าบาทในวังแล้วค่อยกลับมา นอนคนเดียวนอนไม่หลับข้าคิดถึงเจ้า และคืนนี้ข้าจะไม่อดทนอีกต่อไป”
นิ้วกร้านยกขึ้นสะกิดปลายจมูกโด่งรั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว อยากสัมผัสจุดอื่นจะแย่แต่ก็รู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะสม รอให้ถึงค่ำคืนนี้ก่อนเถิด เขาจะเดินเข้าทางประตูหน้าเรือน และจะขออนุญาตพ่อตาแม่ยายอย่างตรงไปตรงมา!
และหัวค่ำของวันนี้หยางจิ้งถงกับหยางฮูหยิน ก็มีโอกาสต้อนรับว่าที่บุตรเขย ผู้ที่นำห่อผ้าเล็ก ๆ ติดกายมาด้วย ร่างสูงใหญ่คุกเข่าลงตรงหน้าบิดามารดาของคนรัก แล้วเอ่ยขออนุญาตด้วยวาจาซื่อตรง จนคู่หมายที่ยืนแอบฟังอยู่ไกล ๆ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
“ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย ข้าคิดถึงเฟยฮวามาก จนกินไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ หากไม่ได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกับนาง คงขาดใจตายวันละหลายรอบ เกิดเป็นผลเสียต่อแคว้นเฮ่อที่ต้องขาดแม่ทัพใหญ่ ได้โปรดเมตตาบุรุษผู้น่าสงสารคนนี้ด้วยเถิดขอรับ ข้าขอมาพักที่เรือนของคู่หมั้น และขอนอนบนเตียงเดียวกันไม่แยกจาก หลังจากแต่งงานจึงจะพานางย้ายกลับไปจวนแม่ทัพด้วยกัน”
“ห๊ะ! ท่านแม่ทัพหมายถึง จะขอมาอยู่กินก่อนแต่งกับฮวาเอ๋อร์เช่นนั้นหรือ”
หยางจิ้งถงเอ่ยถามไปตามที่เขาเข้าใจ เมื่อหันมองหน้าฮูหยินก็เห็นนางกำลังกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
“ขอรับ อยู่กินกันคืนนี้เลย ข้าขอเอาเกียรติของฮ่องเต้มาช่วยเป็นหลักประกัน ว่าข้าจะไม่บิดพลิ้วและจัดงานแต่งในเดือนหน้าอย่างแน่นอน”
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่หยางเฟยฮวาแอบฟัง จากนั้นนางจึงเดินกลับเรือนนอนของตนทันที เพราะรู้คำตอบของบิดามารดาเป็นอย่างดี
ในห้องอาบน้ำขนาดกลาง เรือนร่างเปล่าเปลือยลงไปแช่ตัวในอ่างอาบน้ำอุ่น ซึ่งสาวใช้ส่วนตัวมาเตรียมไว้ให้ก่อนจะกลับออกไปพักผ่อนที่เรือนสาวใช้ ในเรือนนอนของบุตรีคนเล็กตระกูลหยาง จึงมีเพียงเจ้าของเรือนที่นอนแช่น้ำอุ่นอยู่เพียงลำพัง
จ๋อม!
เสียงน้ำกระเซ็นบ่งบอกว่ามีผู้อื่นตามลงมาในอ่างด้วย คนที่นอนแช่ตัวหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข จึงลืมตาขึ้นจ้องมองดวงตาคมกริบ ซึ่งมีแววตากระหายอยากอย่างเห็นได้ชัด
“แอบเข้ามาหรือได้รับอนุญาตแล้วเจ้าคะ”
“ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ท่านพ่อตาแม่ยายอยากอุ้มหลาน”
ผู้มาเยือนลุกขึ้นเต็มความสูงอวดเรือนกายเปลือยเปล่า ซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึง และสมบูรณ์แบบไปทุกส่วน จนหยางเฟยฮวาตกตะลึงและนึกชื่นชมอยู่ในใจ
บางอย่างที่ใหญ่โตองอาจสมส่วนรับกับรูปร่างบึกบึน ลุกชันตั้งตรงเหยียดขยายไปข้างหน้า จนแทบจะทิ่มตาคนมอง หากเขาไม่ก้มลงเตรียมอุ้มนางเสียก่อน คนที่หิวโหยไม่แพ้กันคงได้กระทำการบางอย่างตามสัญชาตญาณ
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







