แชร์

ยอมรับ

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 10:15:18

“พวกเราจะไม่เอาเรื่องจริง ๆ หรือขอรับท่านพ่อ”หยางเป่ยหนานเอ่ยถามความเห็นจากบิดา เมื่อได้ยินน้องสาวกล่าวคล้ายอยากให้จบเรื่อง

“ฮวาเอ๋อร์ อยากให้พ่อจัดการต่อหรือไม่”

“ไม่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ แต่ถ้ากาลหน้าข้าถูกกลั่นแกล้งอีกข้าผู้นี้จะจัดการด้วยวิธีของข้าเอง”

ซึ่งวิธีที่กล่าวถึงคงไม่เหลือแม้กระทั่งลมหายใจ นางถือว่าให้โอกาสหนึ่งครั้งก็มากพอแล้ว ประโยคนี้เฟยฮวาได้แต่คิดอยู่ในใจเพียงลำพัง

“หากฮวาเอ๋อร์ตัดสินใจเช่นนั้น ก็ตามใจลูกเถิดท่านพี่ดีเท่าไหร่แล้วที่บุตรสาวของเรา ได้มีโอกาสกลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง”

มารดาผู้ตกผลึกทางความคิด เอื้อมมือไปกอบกุมบุตรสาวไว้แน่น เพื่อส่งผ่านความรู้สึกขอบคุณ และยินดีต้อนรับผ่านทางภาษากายที่เรียบง่าย

“อืม พ่อตามใจฮวาเอ๋อร์ อาเป่ยเจ้าก็อย่าได้ผลีผลามจนเสียเรื่อง”

“ขอรับท่านพ่อ”

“ท่านพี่รีบกลับมาที่จวนเช่นนี้ ไม่ใช่กระทบเรื่องงานแล้วหรอกหรือเจ้าคะ”หยางฮูหยินนึกเป็นกังวล เพราะสามีบอกกล่าวก่อนออกไปทำงานว่าช่วงบ่ายมีประชุมลับกับฮ่องเต้ของแคว้น

“นั่นสิเจ้าคะ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ท่านแม่บอกว่าพวกท่านไปประชุมกับเฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้”

“ไม่เป็นไรประเดี๋ยวอีกสักพัก แม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลงก็จะตามมาประชุมหารือกันที่จวนตระกูลหยาง ยามนี้ท่านแม่ทัพอยู่รับเรื่องจากฝ่าบาทแทนพวกข้าขอรับ”

หยางเป่ยหนานเป็นผู้ตอบคำถามแทนบิดา ซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการตรวจร่างกายภรรยาสุดที่รัก

“ท่านพี่ พวกเราตระกูลหยาง ถือโอกาสนี้เลี้ยงอาหารชุดใหญ่ในมื้อเย็น เพื่อขอบคุณท่านแม่ทัพด้วยเลยดีหรือไม่เจ้าคะ และเชิญให้ท่านแม่ทัพอยู่พักค้างที่เรือนรับรองของจวน เพราะกว่าจะแล้วเสร็จทุกเรื่องก็มืดค่ำพอดี อย่างที่รู้กันว่าช่วงนี้ไม่ควรเดินทางในยามวิกาล”หยางฮูหยินเอ่ยถามความคิดเห็นสามี ที่กำลังกอบกุมมือนางด้วยความห่วงใย

“เป็นความคิดที่ดีฮูหยิน ข้าเห็นด้วย”

“ท่านแม่ทัพ มีบุญคุณกับตระกูลหยางยิ่งนักขอรับท่านพ่อ ไม่เสียแรงที่พวกเราคอยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา”

หยางเป่ยหนานยิ่งรู้สึกรักและเคารพผู้บังคับบัญชายิ่งขึ้นไปอีก หากน้องสาวเขาไม่ผ่านการหย่าร้างมาหมาด ๆ คงหาทางให้คนทั้งสองได้ดูตัวกันอย่างแน่นอน

“อืม ท่านแม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลง เป็นบุรุษที่น่ายกย่องมากที่สุดแล้ว”

หยางจิ้งถงนึกขอบคุณผู้เป็นนายไม่ต่างจากบุตรชาย และไม่เคยเสียใจเลยที่ครั้งหนึ่ง เขาเคยรับคมดาบข้าศึกแทนคนผู้นั้นจนบาดเจ็บสาหัส เกือบไม่ได้กลับมาพบเจอหน้าลูกเมียไปตลอดกาล

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นท่านแม่ทัพใหญ่ ก็ปลดให้เขารักษาการเพียงตำแหน่งรองแม่ทัพประจำเมืองหลวง แต่สั่งจ่ายเบี้ยหวัดในตำแหน่งแม่ทัพเช่นเคย หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องออกไปรบที่ชายแดนอีก

อีกเหตุผลหนึ่งที่สองคนพ่อลูกตระกูลหยาง ได้รับอนุญาตให้กลับจวนทันทีเมื่อได้ยินข่าวร้าย เพราะแม่ทัพสวีเยี่ยนหลงออกหน้าช่วยขออนุญาตฮ่องเต้ เพื่อให้ทั้งสองคนรีบกลับจวน จากนั้นจึงนัดหมายปรึกษาหารือที่จวนตระกูลหยาง อย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด

แม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลง เป็นบุรุษรูปงามวัย35ปีที่ยังไม่แต่งงาน อีกทั้งไม่มีสตรีในจวนเลยสักคน แม้กระทั่งคนครัวก็เป็นบุรุษ จึงไม่สะดวกต้อนรับแขกผู้มาเยือน

ทุก ๆ ครั้งที่ท่านแม่ทัพต้องการปรึกษาหารือกับผู้ใต้บังคับบัญชาข้างนอกวังหลวง จึงมักจะมาเยือนจวนตระกูลหยาง หรือบางครั้งก็ไปที่จวนตระกูลกวง แล้วแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย

ในบางครั้งแม่ทัพสวีเยี่ยนหลงก็ต้องพักค้างแรมที่จวนรองแม่ทัพทั้งสองจวน เพราะจวนแม่ทัพใหญ่ตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง หากเดินทางกลับมืดค่ำนอกจากจะเหนื่อยล้าแล้ว ยังต้องเสี่ยงต่อเหตุร้ายจากผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งเคยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

“ตกลงตามนี้เจ้าค่ะ เอ่อ…ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ตามข้ามาทางนี้สักครู่เถิดเจ้าค่ะ ยังพอมีเวลาก่อนที่ท่านแม่ทัพจะเดินทางมาถึง ข้าจะพาพวกท่านไปสอบสวนสาวใช้ทรยศ กับบ่าวอีกสองคนในโรงครัว”

“หืม..สอบสวนสาวใช้กับบ่าวในโรงครัว ฮวาเอ๋อร์รู้ตัวคนทำแล้วเช่นนั้นหรือ”ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ บุตรสาวของเขาเก่งกาจถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“พอจะจับพิรุธได้บ้างเจ้าค่ะ ข้าจึงนำตัวไปขังไว้แยกกันจะได้ง่ายในการสอบสวน”

“โอ้ น้องสาวข้าเก่งกาจยิ่งนัก”

หยางเป่ยหนานเริ่มมีความหวังในการจับคู่มากยิ่งขึ้น แม่ทัพสวีเยี่ยนหลงชื่นชอบคนเฉลียวฉลาด มากกว่าคนที่รูปร่างหน้าตางดงามแต่ไม่รู้ความ กล่าวคือไม่ได้มองคนที่รูปลักษณ์ภายนอกนั่นเอง เขาเข้าไปเป็นกุนซือผู้ช่วยของกองทัพตั้งแต่อายุ19ปี ย่อมรู้นิสัยใจคอผู้เป็นนายดี

“ท่านแม่พักผ่อนอยู่ในเรือนนะเจ้าคะ ส่วนเรื่องอาหารการกินสำหรับเลี้ยงขอบคุณท่านแม่ทัพ ก็ให้ชิงชิงไปช่วยจัดการแจ้งป้าหยวนผู้เก่งกาจด้านการทำอาหาร ไม่มีสิ่งใดให้ท่านต้องกังวล”

ก่อนเดินตามพ่อบ้านเสิ่นชีหวางมาที่เรือนของมารดา เฟยฮวาแอบหลบสายตาหัวหน้าแม่ครัว จนเห็นโอกาสเหมาะต่อการลงมือ นางเร่งจัดการบ่าวหญิงและชายต้องสงสัยจนหมดสติ แล้วลากไปขังไว้ห้องเก็บของข้างโรงครัว โดยที่ป้าหยวนไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่ตั้งใจทำอาหาร

“ไปเถิดฮวาเอ๋อร์ แม่อยู่กับชิงชิงได้ ท่านพี่ อาเป่ย ที่ข้ารอดชีวิตในวันนี้เพราะฮวาเอ๋อร์ช่วยเหลือเรื่องถอนพิษ ทางด้านรายละเอียดต่าง ๆ ค่อยกลับมาฟังในภายหลัง แต่ยามนี้พวกท่านต้องรับฟังนางทุกเรื่อง และเชื่อใจรวมไปถึงตามใจ เข้าใจหรือไม่เจ้าคะ”

หยางฮูหยินบอกกล่าวสองพ่อลูก จุดประสงค์เพื่อให้บุตรสาวได้เข้ามามีส่วนร่วมสะสางเรื่องราวของวันนี้ เพราะดูออกว่าหยางเฟยฮวาอยากช่วยจัดการด้วยวิธีของนาง

“ฮูหยินเจ้ากล่าวว่าอย่างไรนะ ไม่ใช่ว่าท่านหมอมารักษาฮูหยินได้ทันกาลหรอกหรือ”

หยางจิ้งถงแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะบุตรสาวคนเดียวของตระกูลไม่เคยมีความรู้เรื่องรักษาพิษ จะเป็นไปได้อย่างไรกันที่นางคือผู้ช่วยชีวิตมารดา

“ไม่ใช่ท่านหมอเจ้าค่ะ หากฮวาเอ๋อร์มาไม่ทันข้าคงตายไปแล้ว ท่านพี่รับปากข้าว่าต้องเชื่อใจฮวาเอ๋อร์ ห้ามขัดอย่างเด็ดขาดหากนางจะเข้ามาช่วยสะสางเรื่องร้ายในวันนี้”

คนกล่าวแย้มยิ้มให้บุตรสาว เพื่อตอกย้ำความเชื่อใจที่มีให้กัน มารดาผู้นี้จะสนับสนุนบุตรสาวทุกเรื่อง

“เด็กดีพ่อต้องขอบใจเจ้าที่พาท่านแม่ของเจ้ากลับมา”หยางจิ้งถงตรงเข้าไปลูบศีรษะบุตรสาว อย่างขอบคุณสุดหัวใจ เขามีภรรยาเพียงคนเดียวและรักกันมาก หากวันนี้นางจากไปเขาคงตรอมใจตายตามไปอย่างแน่นอน

“ฮวาเอ๋อร์เจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนักพี่ใหญ่ขอนับถือ”

หยางเป่ยหนานรีบเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันยีศีรษะน้องสาวด้วยความเอ็นดู น้องสาวของเขาสมควรได้รับสิ่งดี ๆ ตอบแทน โดยเฉพาะสามีใหม่ที่ดีกว่าคนเก่า

“ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ ข้าก็รักท่านแม่เช่นกัน”

ใบหน้าหวานแย้มยิ้มกว้าง เมื่อความรู้สึกบางอย่างภายในใจถูกปลดปล่อย ยามนี้แม่ทัพหญิงยอมรับคนตระกูลหยางเข้ามาในหัวใจมากกว่าครึ่งแล้ว…

ในห้องเก็บของข้างโรงครัว มีหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรี ถูกมัดมือ มัดปาก และมัดลำตัวติดกัน ในท่านั่งหันหลังชนกัน ผู้มาเยือนห้องเก็บของเปิดประตูเข้าไปด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด หมายมาดทุบตีผู้เข้ามาแอบแฝงทำร้ายคนในครอบครัวให้รู้ความจริงว่ามาเพื่อการใด พวกเขาปักใจเชื่อว่าพวกมันคือสายลับของแคว้นที่กำลังมีปัญหากัน ก่อนเดินมาถึงห้องเก็บของข้างโรงครัว บุตรสาวคนเดียวของตระกูล ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้บิดา และพี่ชายฟัง ยามนี้บุรุษทั้งสองจึงมีท่าทีมาดร้ายอย่างเห็นได้ชัด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ตอนพิเศษ สายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์

    หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   สะสาง (ตอนจบ)

    ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   เตียงหัก NC

    สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ฮูหยินแม่ทัพใหญ่ NC

    สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ไม่มีสิทธิ์อย่างถาวร

    “กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   แต่งเจ้าค่ะ

    “นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status