Masukสิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์
อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!
กึก! พรวด!
เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม
“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”
คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’
“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”
มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง
“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”
สวีเยี่ยนหลงยอมรับความพ่ายแพ้ในศึกรักสนามแรก ร่างเปลือยเปล่านอนแผ่หราอยู่กลางเตียงนอน ยินยอมถูกกระทำตามแต่ฮูหยินจะพึงพอใจ
เขาไม่มีแม้กระทั่งโอกาสหยุดพักเพื่อซึมซับความรู้สึกเจ็บ จากการสอดประสานในครั้งแรกของบุรุษ เพราะถูกชวนลงสนามสู้ศึกขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ถอย
ช่วงล่างชายหญิงเสียดสีกันไปมา ก็เกิดอารมณ์เมามันจนไม่อยากหยุดพัก ของแข็งประจำกายแข็งตั้งชูชันสู้ร่องรัก โดยไม่ยอมน้อยหน้ากันเลยสักนิด
คนที่คร่อมอยู่ด้านบนโยกไหวขยับหาเหลี่ยมที่ชอบ หามุมที่ใช่เพื่อให้ถูกตอดรัดสุขสม กระแทกลงตรงจุดใดรู้สึกแน่นตึงทะลุถึงคอก็ขยับลงซ้ำ ๆ เครื่องเพศพังไม่พังก็คงได้รู้กันในคืนนี้
เต้าทรวงทั้งสองข้างสั่นไหวไปมา ตามการเคลื่อนไหวร่างกายที่รุนแรงไม่เบา ในบางจังหวะที่คนใต้ร่างอดทนไม่ไหว ก็ผงกหัวขึ้นงับจุกสีแดงก่ำเข้าปากอย่างหมั่นเขี้ยว เขาทั้งดูดทั้งโยกคลอนกันไปเช่นนั้น เสียวทั้งบนทั้งล่างจนต้องเอ่ยปากชมให้กำลังใจสักหน่อย
“ท่านพี่ ท่านแข็งถูกใจข้ายิ่งนัก”
เสียงหวาน ๆ มาพร้อมสะโพกผายซึ่งออกแรงยกตัวขึ้นสูง จากนั้นจึงกดร่างลงมาขย่มตอขนาดใหญ่จนสุดทาง ช่องท้องแน่นตึงไร้ช่องว่างให้ลมผ่าน ทั้งแสบทั้งเสียวร่องปนกันไป พอทำบ่อย ๆ ความเสียวซ่านก็เข้ามาแทนที่ความเจ็บ
ยิ่งท่อนลำของสามีแข็งตั้งมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งขย่มอย่างรุกเร้าเพลิดเพลินในอารมณ์ จนหลงลืมไปเลยว่าเป็นครั้งแรกของร่างนี้ พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาคงต้องพึ่งพาวิตามินในมิติหลายชนิดเป็นแน่
“อา…ใกล้จะแตกแล้วเมียจ๋า”
เสียงแหบพร่าส่งเสียงเตือนให้คนที่ขึ้นควบขี่รู้ตัว เผื่อนางจะปรานีกันสักหน่อยแต่ไม่เป็นผลเลย เพราะร่างอวบอิ่มยังคงกดร่องหลืบคับแคบลงมากระทบของแข็งอยู่ซ้ำ ๆ แล้วกระดกบั้นท้ายระรัวเร็ว จนน้ำรักสีขาวแตกกระเด็นซัดสาดใส่ผ้าปูเตียงสีขาว
“ซี้ด! โอ้ ฮวาเอ๋อร์ พะ พอก่อน อูย…”สวีเยี่ยนหลงทั้งสูดปากอย่างชอบใจ และเอ่ยห้ามปรามฮูหยินคนงาม ทุกอย่างดูย้อนแย้งกันไปหมด
คนที่ขึ้นควบขี่ม้าศึกแท่งทวนใหญ่ ก็ใกล้จะถึงฝั่งฝันในไม่ช้านี้ จึงไม่ยอมหยุดร่อนสะโพกเสียที นางยังคงเดินหน้าอ้าขาให้ของแข็งเข้ามาในกายสาวเต็ม ๆ แรง
ผ่านไปอีกยกใหม่ร่างอวบอิ่มซึ่งคร่อมทับอยู่ด้านบนจึงกระตุกเกร็ง ช่องทางที่สอดประสานกันอยู่ตอดรัดระรัวเร็ว สวีเยี่ยนหลงซึ่งก่อนหน้านี้คิดว่าตนปลดปล่อยน้ำรักออกมาหมดแล้วก็ต้องคิดใหม่ เพราะน้ำขาวขุ่นยังเหลือมากพอที่จะอัดฉีดเข้าไปในกายสาวอีกครั้ง จนหยางเฟยฮวารู้สึกอุ่นวาบตรงท้องน้อย
“อ่า…….”ใบหน้าหล่อเหลาสุขสมจนตาลอย
“อ๊า! ท่านพี่ ข้าเสียว”
ร่างขาวอวบสั่นระริกปีนเข้าหาจุดสุดยอด ขาเรียวแยกออกจากกันเพื่อซึมซับความสุขสมให้หนำใจ เมื่อเห็นอาการของสามีที่อ่อนแรงเพราะถูกรีดน้ำออกมาติด ๆ กัน หยางเฟยฮวาจึงลงไปนอนซุกซบตรงแผงอกแน่น แล้วกระซิบเสียงอ่อนหวาน
“ท่านพี่เจ้าขา ข้าอยากถูกเอาในท่าคลาน”
พรึ่บ!!!
เสียงขยับเปลี่ยนท่าทางด้วยความรวดเร็วตามคำขอ สวีเยี่ยนหลงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ศึกรักครั้งที่สองเขาต้องเป็นฝ่ายชนะแต่เพียงผู้เดียว!
สวบ! เสียงอัดกระแทกท่อนเนื้อเข้าร่องสีแดงแจ๋อีกครั้ง
“อูย ลึก ขอแรง ๆ นะเจ้าคะ อ๊ะ..อา อย่างนั้นเลย”
เอวสอบที่เรี่ยวแรงกลับมาเต็มส่วน บดคลึงเข้าหาความแน่นหนุบหนับอย่างเมามันในอารมณ์ น้ำในกายที่คิดว่าหมดเกลี้ยงเริ่มจะเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง แต่เขาก็อดทนเอาไว้ก่อน เพราะศึกรักในครั้งนี้ต้องเป็นฝ่ายภรรยาที่หมดแรง ไม่เช่นนั้นคงเสื่อมเสียเกียรติแม่ทัพใหญ่ของแคว้นอย่างแน่นอน
เอี๊ยด! อ๊าด! ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงกระแทกสอดประสานขยับกายเข้าหากัน จนขาเตียงเกิดลั่นเสียงดังสนั่น เพื่อประท้วงให้คนทั้งสองปรานีมันเสียบ้าง แต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่อเรือนร่างเปลือยเปล่า ยังคงโหมกระหน่ำเข้าพัวพันกันไม่จบไม่สิ้น
ขาเตียงอยู่ในอาการร่อแร่ใกล้หักลงเต็มที แต่มันก็อดทนสู้ชีวิตไม่ต่างจากเจ้าของเรือน หยางเฟยฮวาแอ่นสะโพกขึ้นรองรับอารมณ์บุรุษกลัดมัน ผู้ที่ถูกนางกระตุ้นจนถึงขีดสูงสุดของร่างกาย ร่องรักที่คิดว่ายังไหวยามนี้เริ่มหมดสภาพและอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
จนกระทั่งวันใหม่เคลื่อนผ่านเข้ามา เจ้าเตียงที่น่าสงสารก็ทนรับแรงกระแทกไม่ไหวอีกต่อไป มันหักแอ่นลงช่วงปลาย ในขณะที่สวีเยี่ยนหลงลุกขึ้นขย่มโยกอย่างรุนแรง ในท่าตั้งชันเข่าหนึ่งข้างส่วนอีกข้างก็เหยียดตรง แล้วออกแรงขยับจ้วงแทงร่องเปียกชื้นจนหัวสั่นหัวคลอน
ความรู้สึกแน่นขนัดตรงช่วงล่าง และรู้สึกได้ถึงแรงดูดผลักกันหนึบหนับ เป็นผลให้เรือนกายสูงใหญ่ไม่ยอมหยุดเคลื่อนไหวทั้ง ๆ ที่ได้ยินเสียงบางอย่างคืบคลานเข้ามาใกล้
โครม!!!!!!
หากคิดว่าเอวสอบจะหยุดชะงัก แล้วพักกิจกรรมเข้าจังหวะเพื่อเก็บซากเตียงคงคิดผิด เพราะทั้งสองอุ้มกระเตงกันไปทำต่อที่กลางเรือน ซึ่งมีฟูกบาง ๆ ปูรองไว้อยู่ ขาเรียวถูกจับแหกอ้าในท่านอนหงาย เพื่อรองรับท่อนเนื้อสีสะอาด ให้หายผลุบเข้าไปในกายสาวครั้งแล้วครั้งเล่า
“เตียงหัก อ๊า ท่านพี่ท่านชนะแล้วเจ้าค่ะ นอกจากเตียงจะหัก ข้าก็แหกเช่นกัน!”
“หึ หึ ไม่หลงกลเจ้าหรอก ข้าจะทำจนกว่าน้ำจะหมด”
หยางเฟยฮวาถูกกระทำจนต้องยกมือยอมแพ้ ไม่เช่นนั้นนางคงต้องซ่อมบำรุงภายในกันยกใหญ่ ก่อนที่จะเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร ทว่าวันพรุ่งนี้นางจะเอาความกล้าที่ไหน ไปบอกให้บิดาหาคนมาซ่อมเตียงให้กันเล่า!
เรื่องราวอลหม่านวุ่นวาย แต่อบอวลไปด้วยความสุขของคนในตระกูลหยางยังคงดำเนินต่อไป พวกเขามีความสุขเพียงเพราะได้ใช้เวลาร่วมกับคนในครอบครัว ไม่ต่างจากบุตรเขยผู้ที่ถือห่อผ้าหนีตามฮูหยินสุดที่รัก เขาเองก็รู้สึกชื่นชอบการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่
หยางจิ้งเหว่ยกับหยางจิ้งหวัง ก็รักษาตัวจนหายดีเป็นปกติทุกอย่าง รองแม่ทัพฝาแฝดยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง เพื่อรอคอยเวลาไปร่วมงานแต่งงานของน้องสาว หลังจากนั้นจึงจะเดินทางกลับค่ายทหารเมืองเฉิงตู
และแล้วก็มาถึงวันที่ทุกคนในตระกูลหยาง รวมไปถึงบุตรเขยและญาติผู้ใหญ่ของบุตรเขย ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดโดยไม่ได้นัดหมายกัน
“ฮวาเอ๋อร์งานในวันนี้อันตรายกว่าทุกครั้ง เราไม่รู้เลยว่าใครเป็นใครและมากี่คน เจ้าห้ามอยู่ห่างจากข้าเป็นอันขาด”
สวีเยี่ยนหลงสวมกอดฮูหยินที่เขารักและห่วงใย ก่อนออกเดินทางไปพระราชวัง เพราะวันนี้มีเหตุให้เขาต้องเข้าควบคุมงานอารักขาฮ่องเต้ด้วยตนเองอยู่หลายอย่าง จึงรู้สึกเป็นห่วงคนรักมาก
“เจ้าค่ะ ท่านพี่คุ้มกันฝ่าบาทให้ดีที่สุด ข้ามีตัวช่วยหลายอย่างที่เอาตัวรอดได้ ท่านไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังนะเจ้าคะ”
หยางเฟยฮวาก็รู้สึกเครียดเช่นกัน เพราะดาวเทียมจิ๋วคลื่นความถี่ต่ำของนาง ไม่สามารถใช้งานในกรณีเช่นนี้ได้ ยาแก้วิงเวียนในมิติมีเหลือแค่จำกัด จึงไม่เพียงพอต่อการรักษาอาการวิงเวียนศีรษะของคนหมู่มาก
อีกทั้งไม่สามารถระบุได้เลย ว่าผู้ใดมาดีหรือร้าย ทุกอย่างเกิดจากการคาดคะเน และเฝ้ามองสถานการณ์ในขณะนั้นด้วยตนเอง
ซึ่งนางก็มีแผนสำรองอยู่ในใจเช่นกัน อาภรณ์ในรูปแบบนางรำถูกนำมาสวมทับอยู่ด้านในอาภรณ์สีชมพูอ่อน หากจำเป็นต้องลงมือด้วยตนเองจริง ๆ แผนการที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ก็คงต้องดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ ผ่านมาแล้วผ่านไปคล้ายสายลมที่พัดผ่าน แต่นางคงไม่รู้ว่าสามีผู้ที่คุ้นเคยกับเรือนร่างของภรรยา มองแค่ปราดเดียวเขาก็รู้ว่าคน ๆ นั้นคือภรรยาของตน
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







