เข้าสู่ระบบผ่านไปอีกราวหนึ่งก้านธูป รองแม่ทัพหยางจิ้งถง กับกุนซือหยางเป่ยหนาน ก็เดินทางกลับมาถึงจวนตระกูลหยาง สองบุรุษต่างวัยรีบวิ่งตรงมายังเรือนนอนของสตรีที่พวกตนรักมากที่สุด
“ฮูหยิน/ท่านแม่”
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง/เป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
เสียงประสานเอ่ยซักถามด้วยความห่วงใย พ่อบ้านเสิ่นให้ม้าเร็วไปแจ้งข่าวกับขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ พวกเขาจึงรู้ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นในจวน
เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้ทรงเข้าใจในความห่วงใยต่อคนในครอบครัว จึงอนุญาตให้สองคนพ่อลูกกลับมาก่อน ทั้ง ๆ ที่อีกไม่นานต้องเข้าร่วมประชุมลับกับแม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลง
“ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ แม่ปลอดภัยแล้วอาเป่ย”หยางฮูหยินยิ้มแย้มเต็มใบหน้า เพื่อให้สามีและบุตรชายคลายความกังวลลง
“ฮวาเอ๋อร์ มาได้อย่างไร วันนี้สามีของเจ้าก็พึ่งจะเข้าประชุมลับกับฝ่าบาท หลังจากที่พวกข้าออกมาจากวังหลวง”
เมื่อผู้นำตระกูลหยางมองดูรอบ ๆ เรือนนอน ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นสตรีอีกคนที่พวกตนรักมากไม่ต่างกันอยู่ในเรือนนอนด้วย
หยางจิ้งถงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยความห่วงใยปนสงสัย หยางเฟยฮวาไม่เคยกลับมาที่จวนด้วยตนเอง ทุก ๆ ครั้งยามกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม จะต้องมีกวงไป่หลงกลับมาด้วยเสมอ หรือมีเรื่องใหญ่ที่พวกเขายังไม่รับรู้กันแน่
“รถม้าตระกูลกวงมาส่งเมื่อช่วงสาย ๆ ของวันเจ้าค่ะ มาถึงก็รู้ว่าท่านแม่ป่วย จึงให้คนไปแจ้งข่าวพวกท่านในวังหลวง ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ข้าลงนามหย่าขาดกับกวงไป่หลงแล้วนะเจ้าคะ วันนี้จึงขนของย้ายกลับมาอยู่จวนตระกูลหยาง”สตรีที่พึ่งหย่าขาดจากสามีบอกเล่าด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“หย่า/หย่า/หย่า”
ครานี้นอกจากสองหนุ่มต่างวัย ก็มีสตรีงดงามวัยกลางคนที่พึ่งฟื้นคืนกำลัง ส่งเสียงร้องประสานกันด้วยความตกใจ และรู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน สตรียามหย่าขาดจากสามี มักจะมีใบหน้าเศร้าหมองไม่ใช่หรอกหรือ แต่หยางเฟยฮวากลับมีท่าทีแตกต่าง นางยิ้มแย้มไร้ซึ่งความทุกข์โศกใด ๆ ประหนึ่งไม่เคยรักอดีตสามีอย่างไรอย่างนั้น แต่พวกเขารู้ดีว่านางรักกวงไป่หลงมาก
อีกอย่างพวกเขาต่างกำลังสงสัย เพราะเหตุใดทั้งสองคนจึงหย่าขาดจากกันโดยไม่แจ้งผู้ใหญ่ วันนี้รองแม่ทัพกวงจื่อหมิงยังคงมาทักทายกันตามปกติ แสดงว่าคนผู้นั้นก็ยังไม่รู้เรื่องเช่นกัน
“กวงไป่หลงมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับน้องสาวข้างจวน ต่อหน้าต่อตาหยางเฟยฮวาเจ้าค่ะ และสตรีผู้นั้นก็ลงมือกลั่นแกล้งหยางเฟยฮวาจนพลาดพลั้งถึงแก่ความตาย”
คนเล่าหยุดพักเพื่อสื่อความนัยบางอย่างให้มารดารับรู้ เพราะรู้ดีว่าหยางฮูหยินเริ่มสงสัยในพฤติกรรมหลาย ๆ อย่างของบุตรสาว ด้วยตัวนางไม่ได้พยายามเลียนแบบหยางเฟยฮวาคนเดิม อเล็กซ์แซนดรานิสัยใจคอเป็นอย่างไร ก็แสดงออกไปอย่างเถรตรง
“ตาย!!!!”ทั้งสามคนส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ แล้วผู้ใดกำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขากันเล่า!
“โชคดีที่ครั้งนั้นท่านแม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลง ผ่านทางมาพบเจอเจ้าค่ะ เขาเมตตาช่วยเหลือข้าจากสระบัวได้ทันกาล หลังจากนั้นข้าก็ล้มป่วยลง เพราะร่างกายต้องความเย็น พอข้าหายป่วยจึงยื่นหนังสือหย่าทันที ได้ท่านแม่ทัพใหญ่อีกเช่นกัน ที่ช่วยมาเป็นพยานในความผิดของบุรุษและสตรีคู่นั้น ข้าจึงสามารถหย่าขาดได้โดยง่ายเจ้าค่ะ”
“กวงจื่อหมิง มันไปมุดหัวอยู่ที่ใดจึงปล่อยให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นเช่นนี้”
หยางจิ้งถงกำลังหมายหัวสหายอยู่ในใจ มีอย่างที่ไหนมาขอหมั้นหมายบุตรสาวของเขาตั้งแต่ห้าหนาว แต่พอถึงคราตกแต่งสะใภ้เข้าจวนกลับทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี
“ท่านอากวงจื่อหมิงไม่อยู่จวนเจ้าค่ะ จึงไม่รู้ว่าข้าขอหย่า ท่านพ่อท่านอาคือผู้ที่ดีกับข้ามาโดยตลอด ลดโทสะของท่านลงสักหน่อยเถิด เรื่องของข้ากับกวงไป่หลงหาใช่ความผิดของท่านอา”สันดานตัวผู้ล้วน ๆ แต่คำกล่าวหยาบคายเช่นนี้นางไม่ได้กล่าวให้คนในครอบครัวได้ยิน
“ท่านพ่อ! พวกเราต้องรีบไปจัดการคนตระกูลกวงนะขอรับ น้องสาวป่วยก็ไม่คิดจะบอกกล่าวกันสักนิด”
หยางเป่ยหนานเอ่ยด้วยความเจ็บแค้น น้องน้อยของเขาถูกกลั่นแกล้งถึงเพียงนี้เชียวหรือ ตระกูลหยางไร้ซึ่งผู้คนตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้คนในตระกูลกวงจึงกล้าหยามเกียรติกันขนาดนี้
“ท่านอากวงจื่อหมิงเกรงว่าท่านพ่อจะบุกไปถล่มจวนเจ้าค่ะ จึงเก็บเรื่องเงียบไว้ ซึ่งข้าก็เห็นด้วยว่าควรปล่อยให้เป็นเรื่องระหว่างข้ากับกวงไป่หลง เขาไม่ได้มีใจให้ข้าเรื่องราวจึงลงเอยเช่นนี้”
อดีตแม่ทัพหญิงอยากให้เรื่องของสองตระกูลจบลง เพราะสหายรุ่นใหญ่ไม่ได้มีเรื่องผิดใจต่อกันเลยแม้แต่น้อย รองแม่ทัพทั้งสองทำงานอยู่ในองค์กรเดียวกัน มีผู้บังคับบัญชาคนเดียวกัน หากทะเลาะเบาแว้งจนกระทั่งแตกหัก ย่อมส่งผลร้ายต่อแว่นแคว้นอย่างแน่นอน นางผู้เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดในกองทัพ จึงไม่อยากให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น
“ทะ..ท่านพี่ ฮวาเอ๋อร์ ฮึก ฮึก”
หยางฮูหยินหัวใจสลายลงทันที เมื่อได้ยินประโยคบอกเล่าที่เถรตรง ชัดเสียยิ่งกว่าชัดว่าบุตรสาวคนเดิมจากไปแล้ว
“ฮูหยินสงบใจเสียเถิด ฮวาเอ๋อร์ยังปลอดภัยดี ส่วนคนตระกูลกวงข้าย่อมสะสางในภายหลังอย่างแน่นอน”หยางจิ้งถงให้คำมั่นกับภรรยาและบุตรชาย
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ข้าไม่อยากเอาความคนพวกนั้นจึงลาจากมาเงียบ ๆ เพราะอย่างไรเสียชื่อเสียงตระกูลหยางก็สำคัญเช่นกัน”เฟยฮวาพูดแยกแยะชัดเจนว่าผู้ใดตายจาก และผู้ใดยังอยู่ หากแต่สองบุรุษผู้มาทีหลัง ไม่ได้คิดสิ่งใดนอกจากตกใจและโมโห เมื่อรับรู้ว่าไข่มุกของตระกูลหยาง ต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายหลังแต่งงานถึงเพียงนี้
ทว่ามารดาผู้พบเห็นความผิดปกติของบุตรสาว ตั้งแต่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องถอนพิษ อีกทั้งลักษณะท่าทางในการเดิน การนั่ง การพูดจา และแววตา ที่สะท้อนมาจากดวงตากลมโตเรียกได้ว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หยางฮูหยินน้ำตาตกใน เพราะเข้าใจทุกประโยคที่บุตรสาวคนใหม่กล่าว
“กวงไป่หลงมีชู้ เฟยฮวาถูกชู้ของสามีกลั่นแกล้งจนพลาดพลั้งถึงแก่ความตาย โถ!ฮวาเอ๋อร์ของแม่”หยางฮูหยินเอ่ยทวนประโยคบอกเล่าของบุตรสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
น้ำตาเม็ดเล็กไหลออกมาด้วยความเสียใจมากที่สุด มือก็จับอาภรณ์ของหยางเฟยฮวาคนใหม่แล้วกระตุกอยู่สองที เป็นสัญญาณรู้กันว่าไม่ให้บอกกล่าวความจริงแก่สองคนพ่อลูก อย่างน้อย ๆ ยามนี้ร่างของบุตรสาวก็ยังคงอยู่ ดีกว่าลาจากทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณ
ผู้ที่ถูกร้องขอพยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจ หากวันข้างหน้ามีเหตุจำเป็น ให้ต้องบอกกล่าวกับคนในครอบครัวทุกคน นางก็ไม่ลังเลยเลยแม้แต่น้อย ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ หากรับได้นางก็พร้อมเผชิญหน้าทุกเรื่องเพื่อตระกูลหยาง และไม่ยอมปล่อยมือจากคนในตระกูลอย่างเด็ดขาด ไม่เว้นแม้กระทั่งพี่ชายทั้งสองที่ไปทำงานต่างเมือง
“ฮูหยิน ฮวาเอ๋อร์ยังไม่ได้ตาย นางยังยืนอยู่ตรงนี้ เจ้าเช็ดน้ำตาเสียเถิดประเดี๋ยวลูก ๆ จะเป็นกังวล หย่าแล้วก็หย่าไปบุตรสาวเพียงคนเดียวพวกเราตระกูลหยางยินดีรับคืน แต่ความสัมพันธ์ของสองตระกูลคงไม่เหมือนเดิม ต่อจากนี้ก็ต่างคนต่างอยู่อย่าได้ข้องเกี่ยวกันอีก”
หยางจิ้งถงกล่าวอย่างปลงตก แต่หากพบเจอสหายคงต้องสะสางกันให้รู้ความ เขาแยกแยะได้ในเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานที่ทำร่วมกัน
“มันน่านักไอ้บุรุษหน้าวอก! ข้าคิดแล้วว่าการที่มันไม่ได้รักฮวาเอ๋อร์ตั้งแต่แรก สักวันหนึ่งมันจะสร้างเรื่องแล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ ”
หยางเป่ยหนานถึงกับสบถออกมา เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากน้องสาวเพียงคนเดียว หากเจ้ารองกับเจ้าสามอยู่ในเมืองหลวง ป่านนี้คงพากันยกพวกไปกระทืบอดีตน้องเขยแล้ว
แต่เขาเป็นผู้ช่วยกุนซือ ซึ่งมีวรยุทธ์ต่ำกว่ารองแม่ทัพกวงไป่หลง จึงไม่กล้าผลีผลามทำเรื่องเดือดร้อนมาถึงวงศ์ตระกูล หากมีโอกาสค่อยหาทางเล่นงานเรื่องอื่น!
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







