Masukสวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด
“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”
“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”
“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต
“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”
“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”
ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี
“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว
“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา
“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุกวัน”
“ขี้ตู่ ข้าไม่เคยทำเลยสักครั้ง”
“อืม เช่นนั้นเป็นข้าที่ยั่วเจ้าเอง ลองจับปลอบประโลมเจ้านั่นสักหน่อยเถิด ก่อนที่มันจะร้องไห้เพราะเจ้าไม่สนใจ”มือใหญ่จับมือเล็กให้กอบกุมส่วนตั้งชันจนเต็มอุ้งมือ แล้วพาขยับมือเคลื่อนไหวขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบ
“อา…ฮวาเอ๋อร์ดีเหลือเกิน ช้า ๆ อย่าพึ่งขยับเร็ว”
เสียงแหบสั่นเครืออย่างพึงพอใจ มือเล็ก ๆ ของนางไม่เกรงกลัวความใหญ่โตของเขาเลยแม้แต่น้อย ช่างถูกใจเขายิ่งนัก!
ริมฝีปากของคนทั้งสองเคลื่อนที่บดเบียดแลกลิ้นกัน เพราะกำลังมึนเมาในรสสัมผัสของกันและกัน สวีเยี่ยนหลงโหมจูบริมฝีปากอวบอิ่มด้วยแรงอันหนักหน่วง จนหยางเฟยฮวาหายใจติดขัด เลยต้องส่งเสียงร้องประท้วง
“อื้อ!….”
ริมฝีปากหิวกระหายคลายออกอย่างใจดี วงแขนแกร่งยกร่างเปลือยขึ้นนั่งตรงขอบอ่างอาบน้ำ ยามนี้เต้าอวบทั้งสองข้างอยู่ในระดับเดียวกับริมฝีปากของเขาอย่างพอเหมาะพอดี
เต้าทรวงทรงหยดน้ำขนาดใหญ่ ปรากฏแก่สายตาคมกริบชัด ๆ เป็นครั้งแรก ยอดถันสีชมพูหวานก็ชูชันล่อลวงสายตา จนคนมองต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“อึก! ฮวาเอ๋อร์ คืนนี้ข้าคงต้องใช้ส่วนที่เจ้าเคยห้ามให้หนำใจ”
“อยากดูดหรือเจ้าคะ”
คนถามใช้ปลายนิ้วตนเองหมุนวนยอดถันจนขึ้นตุ่มไต เพื่อยั่วเย้าอารมณ์บุรุษให้กลัดมันเต็มที่ นางชอบบทรักที่ร้อนแรงและหนักมือ ไม่ต้องเหนียมอายต่อกันแต่อย่างใด มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่มาให้หมด
“ดูดแรง ๆ อมเข้ามาลึก ๆ หากทำได้ข้าก็อนุญาต อยากบีบอยากดูดก็สุดแล้วแต่ท่านพี่เลยเจ้าค่ะ”
อุ้งมือเล็กทั้งสองข้างออกแรงนวดคลึง เพื่อเตรียมเต้าให้พร้อมรับศึกหนัก สังเกตได้จากสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมา ‘อย่าให้ขาดก็พอท่านพี่เจ้าขา ข้าพร้อมถูกลงทัณฑ์’
สิ้นคำกล่าวยั่วเย้าอารมณ์หนุ่ม ริมฝีปากบางเฉียบก็ตรงเข้าครอบครองยอดอกสีชมพูที่เขาคิดถึงทุกวัน และวันนี้เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้ใช้ปากสัมผัสลิ้มลอง
“อา…เสียว”
เสียงหวานร้องครางระงม เพราะถูกดูดแรง ๆ ตามคำขอ ขาเรียวถูกจับกางออกกว้างวางขนานไปกับขอบอ่าง เพื่อรับสัมผัสดุดันบางอย่าง ซึ่งลองกดแทรกเข้ามาเป็นด่านแรก เล็กเรียวแต่ยาวและแข็ง
“อือ… ท่านพี่ อ๊า…ตรงนั้น”สวีเยี่ยนหลงหมุนควงนิ้วกลางซึ่งยาวกว่านิ้วอื่น ๆ ให้ลึกลงไปในโพรงสวาทเปียกชื้น
ริมฝีปากก็โหมกระหน่ำดูดดื่มน้ำทิพย์จากจุกนมสีสวย ต่อให้ไม่มีน้ำหวานไหลออกมาให้ดื่มกิน เขาก็จะดูดดื่มให้เอร็ดอร่อยสมกับที่รอคอยมาหลายวัน บุรุษกลัดมันทั้งขบ ทั้งเม้ม ทั้งเคล้นและคลึงจนเต้าใหญ่ขึ้นรอยแดง
“ฮวาเอ๋อร์ป้อนให้ข้าสิ อยากให้ดูดลึกเพียงไรก็ยัดเข้ามา”สวีเยี่ยนหลงปลุกเร้าอารมณ์สาว ด้วยเสียงแหบเสน่ห์ประจำตัว ยิ่งพูดนางก็ยิ่งร้อนแรงจนเขาแทบคลั่ง!
ในปากตอนนี้จึงเต็มไปด้วยก้อนเนื้อสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งถูกยัดเข้ามาจนลึก แล้วดึงออกให้ปลายยอดถูกขบเม้ม ยิ่งเขาใช้ลิ้นรีดลงน้ำหนัก ก็ยิ่งได้ยินเสียงร้องแห่งความพอใจ
เสียง จ๊วบ! จ๊วบ! ดังไปทั่วเรือนนอนขนาดกลาง คนทั้งสองซึ่งชื่นชอบในส่วนเดียวกัน ร่วมด้วยช่วยกันละเลงสองเต้าอวบจนขึ้นรอยสีแดงเป็นจ้ำ ๆ อีกคนป้อนอีกคนสนองไม่มีผ่อนแรง สาแก่ใจกันทั้งสองฝ่าย
“ลิ้นท่านช่างดียิ่งนัก”
“ฮวาเอ๋อร์รู้หรือไม่ ว่าลิ้นนอกจากดูดได้ก็เลียได้ด้วย”
สิ้นคำกล่าวใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหากลางกายสาว ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเขาปลุกเร้าด้วยนิ้วกลาง จนน้ำหวานไหลเยิ้มออกมาเต็มปากทางสวาท
หยางเฟยฮวายกฝ่าเท้าทั้งสองข้างขึ้นเหยียบตรงขอบอ่าง ในท่ากางขาออกจนสุด เผยทุกสัดส่วนให้คนมองต้องกลืนน้ำลายลงคอ
“เลียเก่งเหมือนดูดหรือไม่เจ้าคะ”
มือเล็กกดศีรษะของคนรักให้แนบชิดกลีบอวบอูมไร้ขน ขนาดนางเป็นสตรียังชอบมองทุกครั้งเมื่อมีโอกาสสำรวจร่างกายตนเอง มีหรือที่บุรุษจะไม่คลั่งไคล้และหลงใหล
กลีบบุปผาสีหวานทั้งสวยทั้งหอม และสะอาดตาเป็นที่สุด ยิ่งกลีบสีชมพูอ่อนซึ่งซุกซ่อนอยู่ด้านในยิ่งอยากให้บุรุษลองลิ้มรส แล้วบอกต่อกันสักหน่อยเถิดว่ารู้สึกอย่างไร
แผล่บ! แผล่บ!
“ฮวาเอ๋อร์ ตรงนี้ทั้งนุ่มและหอม อืม..อร่อยยิ่งนัก”
“ท่านพี่ต้องทำให้ลื่น ๆ จะได้ไม่เจ็บอย่างไรเล่า อ๊า! ใช้ลิ้นแหย่ลงเช่นนั้นก็ยิ่งดี ข้าเสียวยิ่งนัก!”
“หมั่นเขี้ยวขอขบเม้มแรง ๆ สักหน่อยเถิด”
ริมฝีปากของคนหมั่นเขี้ยว ออกแรงขบเม้มกลีบสีหวานตามใจนึก แล้วออกแรงดูดตรงติ่งนูนซึ่งยื่นออกมาอยู่ซ้ำ ๆ เขาขบเม้มดูดเลียจนทั่วกลีบอูม แล้วแหย่ลิ้นลงซอกหลืบจนสุดโคน บางจังหวะก็กระดกลิ้นหมุนวนอยู่ข้างใน เรียกเสียงร้องครางหวาน ๆ ให้ดังไปทั่วเรือนนอน
สะโพกกลมกลึงโยกส่ายไปมาเป็นจังหวะ ผ่านไปชั่วครู่ร่างอวบอิ่มก็กระตุกเกร็ง ปลดปล่อยน้ำสีใสให้ไหลเข้าปากผู้ที่รอคอยดื่มกินจนเกลี้ยง
“ท่านพี่ไปที่เตียงเถิด ข้าอยากทำให้ท่านบ้าง”
เมื่อสุขสมไปหนึ่งครั้งสตรีวัยกลัดมัน จึงเริ่มนึกถึงท่อนลำขนาดใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้นางเกือบเผลอตะครุบแล้วเอาเข้าปาก หากเป็นเช่นนั้นบุรุษอาจจะตกใจก็เป็นได้ จึงรอคอยสบจังหวะโอกาสเหมาะเฉกเช่นยามนี้ คอแห้งมานานแล้วถึงคราได้เติมความชุ่มชื้นเสียบ้าง
อุ้งมือเล็กกำรอบแท่งมหึมาแล้วจูงให้เดินตามมาที่เตียง ระหว่างทางเดินก็ได้ยินเสียงครางแหบต่ำอยู่เป็นระยะ ๆ เพราะอุ้งมือนุ่มนิ่มขยับชัดรูดขึ้นลงเป็นจังหวะขณะเดิน ทั้งจูง ทั้งขยับมือ
กว่าจะเดินถึงเตียงนอน ร่างสูงใหญ่ก็กระตุกเกร็ง เกือบปลดปล่อยน้ำรักออกมาอยู่บ่อยครั้ง แต่เจ้าของอุ้งมือเล็กก็ไม่ยอมให้เขาก้าวไปถึงจุดนั้นเสียที ใจร้ายยิ่งนักแม่เสือสาว!
สวีเยี่ยนหลงถูกผลักให้นอนหงายลงบนเตียงนอน ผ่านไปชั่วครู่เจ้าแท่งหยกลูกรักก็หายเข้าไปในโพรงปากอุ่น ๆ มิหนำซ้ำยังถูกดูดเลียอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ต่างจากขนมหวานแท่งโตเลยสักนิด‘อดทนเข้าไว้เจ้าลูกรักของพ่อ’
“ฮวาเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าบอกไม่ชอบขนมหวานแล้ว อา…ลิ้นเจ้า ซี๊ด!”
“แท่งนี้ข้าชอบเจ้าค่ะ หวานแต่กินแล้วไม่อ้วน”
ท่อนลำยาวใหญ่ถูกกดลึกเข้าไปในลำคอจนเกือบสุดด้าม คนมองนึกทึ่งในความสามารถของคนคอลึก คนกระทำตาโตเบิกกว้างเพราะจุกในคอ แต่ก็ไม่ยอมคายออกอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะพอใจ อีกทั้งใช้มือขยำก้อนแฝดซึ่งยามนี้ก็แข็งตัวเช่นกัน
ลิ้นซุกซนไล่เลียจนทั่วแท่งขนมหวานชิ้นใหญ่ ปลายหัวหยักสีชมพูซึ่งบานออกแล้วมีรูเล็ก ๆ เป็นส่วนที่ลิ้นพลิ้วไหวชื่นชอบมากที่สุด ยิ่งถูกลิ้นซอกซอนเข้าตามร่องเหล่านั้นแรงเพียงไร ก็มักจะได้ยินเสียงร้องครางแหบต่ำที่ดังกว่าปกติทุกครั้ง
“ฮวาเอ๋อร์ เอาตรงนั้นมาให้ข้าเสียบเถอะ ไม่ไหวแล้ว เสียวจนใจจะขาด”
บุรุษผู้ถือครองพรหมจรรย์มาโดยตลอด เรียกร้องหาร่องสวาทน่ากระแทกมาเติมเต็ม เขาอยากขย่มให้ร่องแหกกันไปข้าง!
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







