Masukหกปีผ่านไป…
ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อ
ทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง
“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”
หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พัก
เขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกหลายยก
ร่างขาวอวบถูกขบเม้มจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ โดยเฉพาะไฟคู่หน้าซึ่งรับบทหนักมากที่สุด ความสยิวแล่นริ้วจากยอดถันไม่ได้พักได้ผ่อน
“ว่าอย่างไรเจ้าคะ อือ..คุยกันก่อนเจ้าค่ะอย่ามัวแต่ดูด”
มือเรียวขาวผ่องลูบหัวสามีแทนที่จะผลักออก กลับกดเข้าหาสองเต้ายิ่งกว่าเดิม เพราะรู้สึกชื่นชอบไม่ต่างกัน ใบหน้าสวยหวานแหงนเงยอย่างสุขสม
“ฝากท่านพ่อตาแม่ยายไว้ก่อน ข้ายังไม่อิ่มเลย เจ้าพวกนั้นชอบเข้ามาขัดจังหวะ”
เสียงแหบพร่าของหนุ่มใหญ่วัย 40 ปี แต่ร่างกายยังไม่หมดไฟ ยิ่งแก่ตัวก็ยิ่งคึกคัก และขยันเติมรักกับภรรยาอยู่ทุกค่ำคืน สวีเยี่ยนหลงคลั่งไคล้ฮูหยินคนงามในวัย 23 ปี เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่ที่พอจะมีเวลาว่าง จึงมักจะพาฮูหยินมาพักผ่อนเป็นการส่วนตัวเพียงลำพังสองคน
หยางเฟยฮวามีรูปโฉมงดงามด้วยวัยเต็มสาว เรือนร่างก็อวบอัดเต็มไม้เต็มมือ ผิวพรรณขาวเนียนกระจ่างใสไปทั้งตัว ตรงจุดที่ใช้งานอย่างหนักอยู่เสมอ ก็ไม่หย่อนคล้อยและไม่คล้ำเลยสักจุด ทั้ง ๆ ที่คลอดบุตรมาแล้วถึงสามคน จนผู้เป็นสามีตามติดไม่ยอมให้ห่างกาย
แม่ทัพใหญ่มีนิสัยขี้หึงขี้หวง และไม่ค่อยอยากพาฮูหยินออกไปพบปะผู้ใดทั้งสิ้น แต่ก็จำเป็นต้องพาไปร่วมงานเลี้ยงต่าง ๆ อยู่เรื่อย และทุกครั้งก็แทบจะควักลูกตาบุรุษอื่น ที่แอบมองเมียชาวบ้านจนน้ำลายหก โดยเฉพาะอดีตสามีผู้ที่ยินยอมรับความพ่ายแพ้ก็จริง แต่สายตาไม่เคยละไปจากฮูหยินของเขาเลย มันน่านัก!
เมื่อสามวันก่อน แม่ทัพใหญ่สวีเยี่ยนหลง พาฮูหยินคนงามมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์รอบที่สาม ที่น้ำพุร้อนส่วนตัวของเฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเล่อคง เมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เดินทางด้วยรถม้าเพียงครึ่งวันก็ถึง
“แก่แล้วยังแรงเยอะอีกหรือเจ้าคะ”
ใบหน้าหล่อเหลาสันกรามคม อีกทั้งรูปร่างก็กำยำใหญ่โตอยู่หลายจุด ช่างสวนทางกับคำกล่าวทุกอย่าง นางก็แค่อยากยั่วอารมณ์ให้บุรุษกลัดมันก็เท่านั้น
“ฮูหยินถ้าพูดว่าข้าแก่อีกครั้ง คืนนี้เจ้าไม่ต้องนอน”
“ก็แก่แล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ อ๊า…ข้าไม่ได้ง่วงนอนเลยสักนิด”
ท้ายประโยคกล่าวพร้อมกับร่างอวบอัดลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง แล้วยกสะโพกขึ้นตั้งฉากกับพื้น รอเพียงอึดใจเดียวก็สมหวังดังต้องการ เมื่อส่วนแข็งขืนใหญ่โตที่ชื่นชอบ สอดประสานเข้ามาโดยทันที….
ช่วงสายของวันต่อมา สามีภรรยาที่เติมรักกันจนชุ่มฉ่ำอิ่มหนำใจ ก็เดินทางกลับจวนตระกูลหยาง เพื่อไปรับบุตรชายสองคนกับบุตรสาวอีกหนึ่งคน ซึ่งฝากท่านตาท่านยายเลี้ยงไว้ในระหว่างหนีเที่ยว โดยมีผู้ช่วยเป็นท่านลุงใหญ่ ผู้ที่ยังครองตนเป็นชายโสด หยางเฟยฮวากับสามีมาถึงจวนตระกูลหยาง ก็แอบมองเด็ก ๆ ที่กำลังอ้อนให้ท่านลุงใหญ่พาเล่นตามวิถีของนักรบ
“ท่านลุงใหญ่ เหตุใดดาบของท่านจึงเปราะบางยิ่งนักขอรับ ข้าฟันเบา ๆ เองก็หักแล้ว”
สวีเฟยหลง หลานชายคนโตวัยห้าขวบเอ่ยถาม ขณะที่เล่นฟันดาบไม้กับท่านลุงใหญ่ผู้ใจดี แต่ฟันไม่กี่ครั้งดาบไม้ก็หักอยู่เรื่อย หลงหลงไม่เข้าใจเลยสักนิด
“หลงหลง หลานแรงเยอะจึงฟันดาบไม้ของลุงหัก ดาบพวกนี้ไม่ได้เปราะบางเลย”
กุนซือหยางเป่ยหนานเอ่ยตอบอย่างสิ้นหวัง ดาบไม้ของเขาหักขาดครึ่งทุกวัน จนยามนี้กลายเป็นกองเศษซากไม้กองโต รอคอยให้คนครัวนำไปจุดไฟตั้งเตาทำอาหาร
“ดาบของเทียนเทียนก็หักอีกแล้วขอรับ ท่านลุงใหญ่เราไปเล่นชกกำปั้นกันดีกว่า สนุกกว่าเล่นฟันดาบนะขอรับ”
สวีเฟยเทียนเด็กชายวัยสี่ขวบ วิ่งเข้ามาฟ้องท่านลุงใหญ่ของเขาเช่นกัน ในมือกลมป้อมมีเศษซากดาบไม้ ซึ่งหักครึ่งไม่ต่างจากพี่ชาย มือข้างที่ว่างก็ลากจูงท่านลุงใหญ่ เพื่อชวนไปฝึกออกกำปั้นตามที่ตนชื่นชอบ
“ห๊ะ! ชกกำปั้น เอ่อ…ลุงปวดท้องมาก ๆ ออกแรงที่ข้อมือไม่ไหว เทียนเทียนไปฝึกชกคนเดียวก่อนดีหรือไม่”
หยางเป่ยหนานรีบหาทางรอดให้ตนเอง เพราะหากถูกชกที่ใบหน้าอีกครั้งมีหวังหน้าหล่อ ๆ คงพังยับเยิน แม้แต่ฟันไว้เคี้ยวข้าวก็คงไม่เหลือ เจ้าเด็กพวกนี้แรงเยอะยิ่งกว่าคนทั่วไป แม้กระทั่งหลานสาวสุดน่ารัก ก็แรงเยอะจนเขาท้อแท้ใจ
“ท่านยุง หลันหลัน ก็อยากชกเจ้าค่ะ ฮึบ! ฮึบ! แบบนี้”
สวีเฟยหลันวัยสองขวบ ที่พึ่งลงจากอ้อมกอดของท่านตา ก็รีบวิ่งมาบอกความต้องการกับท่านลุงใจดีทันที สองแขนป้อมยื่นขยับประกอบท่าทางให้ผู้ใหญ่เข้าใจ ทุกอย่างเลียนแบบมาจากท่านแม่ทั้งนั้น
“หลันหลันก็ด้วยหรือลูก เอ่อ!..ลุงปวดฟัน ขยับตัวแรงไม่ได้”
“ท่านยุงกินข้าวได้ ไม่ปวด”เสียงพูดที่ไม่ค่อยชัดเพราะยังเล็กนัก แต่ก็พยายามสื่อสารให้ผู้เป็นลุงเข้าใจ
ใบหน้ากลมส่ายไปมาเพราะไม่เชื่อ ก่อนหน้านี้ท่านลุงใจดียังเคี้ยวข้าวให้ดูอยู่เลย ท่านตาก็บอกว่าท่านลุงเคี้ยวข้าวเก่งจึงตัวโต ท่านลุงจะปวดฟันได้อย่างไร
“ลุงพึ่งเคี้ยวไปโดนหิน ยามนี้จึงปวดจนขยับปากแทบไม่ไหว”
สารพัดวิธีที่หยางเป่ยหนาน ต้องเอาตัวให้รอดในแต่ละวัน เมื่อสายตาหันไปเจอท่านแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นน้องเขย กับน้องสาวยืนมองอยู่ไม่ไกล จึงรีบวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือทันที ‘วันนี้เขารอดแล้ว’
“ท่านแม่ทัพช่วยข้าด้วย บุตรชายกับบุตรสาวของท่านแรงเยอะยิ่งกว่าผู้ใหญ่ ข้าเล่นด้วยทีไรถูกซ้อมจนน่วมไปทั้งตัวเลยขอรับ ที่ยังไม่มีฮูหยินคงเพราะหน้าเขียวช้ำทุกวันเป็นแน่”
“ฮ่า ฮ่า ท่านพี่ ไปเล่นกับลูกเถิดเจ้าค่ะ สงสารพี่ใหญ่แย่ ขนาดพี่แฝดยังยกธงขาวยอมแพ้ มาเยี่ยมหลานทีไรรีบหนีกลับค่ายทหารทุกที”
“หึ หึ ขนาดข้าเป็นบิดายังต้องหลบให้ทัน ไม่อย่างนั้นก็คงหน้าเขียวไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ”
สายตาอ่อนโยนของแม่ทัพใหญ่ จ้องมองบุตรชายและบุตรสาวด้วยความรัก ในใจก็อยากมีบุตรเพิ่มอีกสักคนสองคน หากฮูหยินยินยอมเขาก็พร้อมเริ่มงานทันที
“ท่านพ่อ ท่านแม่ กลับมาแล้ว”เสียงประสานของเด็กชายและเด็กหญิง มาพร้อม ๆ กับร่างขาวอวบ ซึ่งวิ่งเล่นจนแก้มแดงปลั่งกันทุกคน
บิดาผู้อดทนต่อแรงกระแทกเก่งกว่าผู้ใด รีบกางแขนออกกว้างเพื่อรับแรงจากร่างเล็กจ้อยทั้งสาม แทนภรรยาสุดที่รัก แค่ถูกเขารังแกอยู่ทุกค่ำคืนนางก็เหนื่อยมากแล้ว
“ฟอด! ฟอด! ฟอด! เป็นเด็กดีกันทุกคนหรือไม่ เฟยหลง เฟยเทียน เฟยหลัน ท่านตาปวดหัวไปแล้วกี่รอบ ท่านยายเป็นลมไปแล้วหรือยัง”บิดาเอ่ยถาม พลางก้มลงสูดดมศีรษะเปียกชื้นเหงื่อไคล ของบุตรทั้งสามด้วยความรักและคิดถึง
“พวกเราเป็นเด็กดีทุกคนขอรับท่านพ่อท่านแม่ ท่านตาท่านยายชมทุกวันว่าเก่ง ท่านลุงใหญ่ก็ชมขอรับ”สวีเฟยหลง ยืดอกตอบรับแทนน้อง ๆ
“โอ้โห! เก่งกันทุกคน ว่าแต่มีใครทำของใช้ในจวนท่านตาพังบ้างหรือไม่”
ผู้เป็นมารดาซึ่งรู้ทันทุกเรื่อง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เป็นไปไม่ได้เลยที่เด็กพลังเยอะจะไม่ทำสิ่งใดแตกหัก สายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์ทุกคน จะมีแรงกายซึ่งมากกว่าคนปกติ เมื่อเติบโตขึ้นจึงจะเริ่มควบคุมเรี่ยวแรงของตนเองได้อย่างสมดุล
“กาน้ำตกแตกเจ้าค่ะ”
สวีเฟยหลันน้องสาวคนเล็ก ซึ่งเห็นกับตาว่าพี่ชายทั้งสองคน ทำกาน้ำชาของท่านตาหล่นแตก จึงรีบบอกกล่าวมารดาไปตามความจริง ท่านแม่ไม่ชอบเด็กขี้โกหก!
“หลงหลงมือลื่นขอรับ เลยทำกาน้ำชาของท่านตาหลุดมือ แต่หลงหลงขอโทษท่านตากับท่านยาย และท่านลุงใหญ่แล้วขอรับ”พี่ชายคนโตยอมรับทันที เพราะน้องชายไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แค่ยืนอยู่ข้าง ๆ เท่านั้นเอง
“เก่งมากหลงหลงของแม่ ทำผิดพลาดได้แต่เราต้องรู้จักยอมรับและแก้ไข”
เสียงอ่อนหวานของมารดาคอยพร่ำสอนบุตรทุกคน ไม่ให้ทำตัวเป็นปัญหาของสังคม เก่งไม่เก่งไม่เป็นไรอย่าเป็นพวกอวดเบ่งก็พอ
“ขอรับท่านแม่”ใบหน้ากลมยิ้มรับคำชมของมารดาจนตาหยี
“หลันหลันทำที่นอนเปียกและเหม็นเจ้าค่ะ”
น้องเล็กสุดรีบบอกกล่าวในเรื่องที่ตนรู้สึกอับอายอยู่ไม่น้อย แค่ฝันว่าปวดเบา ก็ปลดปล่อยออกมาจนเต็มที่นอนเสียอย่างนั้น
“เอ่อ!…เทียนเทียนเข้าห้องน้ำไม่ทันตอนปวดหนักขอรับ”
สวีเฟยเทียนซึ่งคราแรกตั้งใจปกปิดเรื่องน่าอายเอาไว้ ก็เปลี่ยนใจบอกกล่าวมารดา เมื่อเห็นน้องสาวกล้ายอมรับในเรื่องน่าอาย เขาก็ต้องกล้ายอมรับเช่นกัน!
“หืม เทียนเทียนปวดท้องมาก เลยเดินไปห้องปลดทุกข์ไม่ทันหรือลูก”มารดาอมยิ้มแล้วเอ่ยถาม
“ขอรับ! เทียนเทียนลองชิมผักเปรี้ยวของท่านยาย เลยปวดท้องมาก”
“ไม่เป็นไร ๆ ทีหลังจะได้รู้ว่าควรวิ่งเข้าห้องปลดทุกข์ให้เร็วกว่าเดิม และหากปวดท้องมาก ๆ ต้องบอกกล่าวผู้ใหญ่ด้วย เพราะเชื้อโรคมีเยอะจนเด็ก ๆ วิ่งหนีไม่ทัน ต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ”
“ขอรับท่านแม่”
สวีเยี่ยนหลงเฝ้ามองฮูหยินพูดคุยกับลูก ๆ ด้วยหัวใจเปี่ยมสุข หยางเฟยฮวาอบรมลูกทุกคนด้วยความรักความเข้าใจ ไม่เคยเลยสักครั้งที่นางจะตวาดเสียงดังหรือทุบตีเด็ก ๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โชคดียิ่งนัก ที่มีภรรยาผู้งดงามทั้งกายและใจ
หยางเฟยฮวาเป็นคู่ชีวิตและคู่คิดที่ดีทุกเรื่อง บางครั้งเขาคิดไม่ตกเรื่องการจัดการกองทัพหลวง นางก็แนะนำทางออกที่ดีที่สุดให้อยู่เสมอ หากบอกว่าฮูหยินของเขาเป็นแม่ทัพกลับชาติมาเกิดเขาก็เชื่อ!
“สอนเก่งถึงเพียงนี้ มีเจ้าก้อนแป้งเพิ่มอีกสักคนสองคนเถิดเมียจ๋า คืนนี้เจ้าไม่รอดแน่”
สามีคนขยันกระซิบข้างหูภรรยารัก มารดาเก่งและฉลาดขนาดนี้ เขาต้องมีบุตรให้มากหน่อย จะได้คุ้มค่ากับการที่นางบินลงมาจากสวรรค์
“ท่านพี่ พักก่อนเถิดเจ้าค่ะ!”
ตระกูลหยางยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ อยู่ทุกวัน ผ่านไปอีกไม่กี่ปี กุนซือหยางเป่ยหนานก็แต่งฮูหยินเข้าจวนตระกูลหยาง และมีบุตรชายบุตรสาวให้ท่านปู่ท่านย่าช่วยเลี้ยงดูสองคน
ทางด้านรองแม่ทัพฝาแฝด ก็ครองตนเป็นชายโสดต่อไปอีกหลายปี เพราะยังคงสนุกกับการทำงานในค่ายทหารเมืองเฉิงตู แต่ทั้งสองก็หมั่นกลับมาเยี่ยมหลาน ๆ ปีละครั้ง หรือสองครั้งตามแต่โอกาสเหมาะสม
จบตอนพิเศษ………
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







