Share

ตอนที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-02-21 23:25:20

"น่าขันสิ้นดี" มู่หรงจิ่งพึมพำเสียงเรียบ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่านยาก "มีคนยอมควักเนื้อจ่ายเงินเพื่อซื้อชื่อเสียงเน่าเหม็นให้ตัวเองด้วยหรือ"

บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขาขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าเคร่งขรึมดุดันนั้นคือ พั่วจวิน องครักษ์คนสนิท เอ่ยถามด้วยความสงสัย "ท่านอ๋อง หมายความว่าข่าวลือพวกนี้..."

"ล้วนเป็นเรื่องที่นางจ้างคนมาป่าวประกาศทั้งสิ้น" มู่หรงจิ่งวางถ้วยชาลง แววตาฉายแววสนุกสนาน "บุตรสาวแม่ทัพเนี่ย... เนี่ยซวง ข้าเคยได้ยินชื่อนางมาบ้าง ว่ากันว่าเป็นโฉมสะคราญที่บิดาหวงแหนยิ่งนัก แต่มิคิดว่าจะเป็นสตรีที่สติวิปลาสถึงเพียงนี้"

"นางอาจจะเพียงแค่เรียกร้องความสนใจกระมังพ่ะย่ะค่ะ" พั่วจวินคาดเดาตามประสาบุรุษทึ่มทื่อ

"เรียกร้องความสนใจด้วยการให้คนทั้งเมืองรุมสาปแช่งหรือ" มู่หรงจิ่งแค่นหัวเราะในลำคอ "วิธีเรียกร้องความสนใจเช่นนี้ ช่างแปลกประหลาดนัก ดูท่านางคงมีแผนการบางอย่าง... หรือไม่ก็แค่เป็นสตรีที่ว่างงานจนฟุ้งซ่าน"

ทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากด้านล่าง เรียกความสนใจของทุกคนในโรงน้ำชา

"หลีกไป! ยายแก่สกปรก อย่ามาขวางทางคุณหนูของข้า!"

เสียงตวาดแหลมสูงดังขึ้นที่หน้าประตูโรงน้ำชา มู่หรงจิ่งและพั่วจวินต่างชะโงกหน้ามองลงไปพร้อมกัน

ที่หน้าร้าน ปรากฏร่างของเนี่ยซวงที่เพิ่งเดินลงไปเมื่อครู่ กำลังยืนเท้าสะเอวชี้หน้าด่าหญิงชราขอทานที่นั่งขวางทางอยู่ โดยมีปั้นเซี่ยทำท่าทางขึงขังไล่ตะเพิดอย่างไม่ไยดี

"คุณหนู ขอทานผู้นี้กล้าทำชายกระโปรงท่านเปื้อนฝุ่น สมควรสั่งสอนให้หลาบจำเจ้าค่ะ!" ปั้นเซี่ยตะโกนเสียงดังเพื่อให้คนรอบข้างได้ยิน

"บังอาจนัก!" เนี่ยซวงแสร้งทำเสียงเกรี้ยวกราด "เสื้อผ้าของข้าตัดเย็บจากผ้าไหมบรรณาการ ราคาแพงกว่าชีวิตของเจ้าเสียอีก คนโสโครกเช่นเจ้ากล้าดีอย่างไรมาแตะต้อง!"

นางสะบัดแส้ในมือฟาดลงบนพื้นเสียงดังสนั่น ผู้คนรอบข้างต่างพากันถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหญิงชราผู้นั้น เพราะเกรงกลัวบารมีของจวนแม่ทัพ

หญิงชราตัวสั่นงันงก ก้มหน้าร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว "คุณหนูโปรดเมตตา ยายแก่ตาฝ้าฟาง มองไม่เห็นทาง..."

"มองไม่เห็นก็อย่าออกมาเพ่นพ่านให้ระคายเคืองสายตาคนอื่น!" เนี่ยซวงตวาดซ้ำ ก่อนจะหันไปสั่งปั้นเซี่ย "โยนเศษเงินให้นางแล้วไล่ไปให้พ้นหน้าข้า เดี๋ยวนี้!"

ปั้นเซี่ยหยิบถุงเงินโยนใส่ตักหญิงชราอย่างแรง "รับไป แล้วรีบไสหัวไปซะ!"

จากนั้น สองนายบ่าวก็เดินเชิดหน้าผ่านฝูงชนออกไป ทิ้งให้ชาวบ้านมองตามด้วยสายตาเกลียดชัง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไล่หลังไปไม่ขาดสาย

"โหดร้ายเกินไปแล้ว! รังแกได้แม้กระทั่งคนแก่ไม่มีทางสู้"

"สมคำร่ำลือจริงๆ สตรีชั่วช้าแห่งสกุลเนี่ย จิตใจทำด้วยอะไร"

บนชั้นสอง มู่หรงจิ่งมองเหตุการณ์นั้นด้วยสายตานิ่งสงบ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาเป็นคนช่างสังเกตยิ่งกว่าผู้ใด ย่อมมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองข้าม

จังหวะที่ปั้นเซี่ยโยนถุงเงินใส่ตักหญิงชราผู้นั้น แม้จะดูเหมือนการขว้างปาด้วยความดูแคลน แต่ถุงเงินนั้นกลับมีความหนักอึ้งผิดปกติ หากเป็นเศษเงินธรรมดาคงไม่หนักเพียงนั้น และจังหวะที่เนี่ยซวงสะบัดแส้นั้น ปลายแส้ไม่ได้เฉียดร่างหญิงชราเลยแม้แต่น้อย มันฟาดลงบนพื้นดินในระยะที่คำนวณมาอย่างดี เพื่อสร้างเสียงข่มขู่แต่ไม่ให้เกิดอันตราย

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เนี่ยซวงเดินผ่านหญิงชรา เขาเห็นนางแอบขยิบตาให้หญิงชรา เป็นสัญญาณที่รวดเร็วเสียจนแทบมองไม่ทัน

"พั่วจวิน" มู่หรงจิ่งเอ่ยเรียกเสียงต่ำ

"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง"

"ส่งคนไปดูหญิงชราผู้นั้น ดูว่าในถุงเงินมีสิ่งใด"

พั่วจวินรับคำสั่งแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่เขาก็กลับมารายงานด้วยสีหน้าแปลกใจ

"ทูลท่านอ๋อง ในถุงเงินนั้นมิใช่เศษเงินขอรับ แต่เป็นก้อนเงินตำลึงจำนวนมาก มากพอให้หญิงชราผู้นั้นซื้อที่นาและปลูกบ้านหลังเล็กๆ ได้เลย แล้วยังมีเทียบยาสำหรับรักษาอาการตาฝ้าฟางแนบมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ"

มู่หรงจิ่งฟังแล้วเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มมุมปากยิ่งลึกล้ำขึ้นไปอีก

"แสร้งทำเป็นด่าทอ ขับไล่ไสส่ง แต่แท้จริงกลับมอบเงินทองและยารักษาให้ เนี่ยซวง... เจ้าช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจยิ่งนัก"

เขานึกถึงข่าวลือที่นางจ้างคนมาป่าวประกาศเมื่อครู่ แล้วปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว นางจงใจสร้างภาพลักษณ์เลวร้ายเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง หรือมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงกันแน่

ในราชสำนักที่เต็มไปด้วยคนสวมหน้ากากเข้าหากัน ทุกคนต่างพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนดีมีเมตตา เพื่อแย่งชิงอำนาจและความศรัทธา แต่สตรีผู้นี้กลับทำตรงกันข้าม นางทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อทำลายชื่อเสียงตนเอง

"ท่านอ๋อง พระองค์จะทรงทำเช่นไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ จะให้คนจับตาดูนางหรือไม่" พั่วจวินถาม

มู่หรงจิ่งลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าแผ่กลิ่นอายกดดันที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องรีบหลบสายตา เขาปัดชายเสื้อคลุมตัวยาวพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่แฝงความหมายนัย

"แน่นอน สตรีที่กล้าเล่นละครตบตาคนทั้งเมืองเช่นนี้ เปิ่นหวางจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร ข้าอยากจะรู้นักว่าภายใต้หน้ากากสตรีชั่วช้านั่น นางยังซุกซ่อนความลับอะไรไว้อีกบ้าง"

เขาเดินออกจากโรงน้ำชา สายตามองไปยังทิศทางที่รถม้าของจวนแม่ทัพเพิ่งแล่นจากไป

"สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่งกับยมทูตหน้าหยก... ฟังดูแล้วก็น่าสนุกดีมิใช่หรือ"

ทางด้านเนี่ยซวงที่เพิ่งขึ้นมาบนรถม้า ทันทีที่ประตูปิดลงและผ้าม่านถูกดึงลงมาปิดกั้นสายตาจากภายนอก ร่างที่เคยยืนเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยองก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับเบาะนุ่มๆ ทันที นางถอดหมวกที่มีผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

"เฮ้อ... เมื่อกี้ข้าเล่นใหญ่ไปหรือไม่นะ ปั้นเซี่ย" นางบ่นอุบอิบ พลางนวดแก้มตัวเองที่เมื่อครู่ต้องเกร็งปั้นหน้าดุ

"กำลังดีเลยเจ้าค่ะคุณหนู" ปั้นเซี่ยรินน้ำชาส่งให้นายสาว "แต่ตอนที่ท่านฟาดแส้ลงพื้น ฝุ่นตลบจนข้าสำลักแทบแย่ คราวหน้าท่านเบามือหน่อยนะเจ้าคะ"

"ช่วยไม่ได้นี่นา ถ้าไม่ทำรุนแรง พวกชาวบ้านจะเชื่อหรือว่าข้าร้ายกาจจริงๆ" เนี่ยซวงรับน้ำชามาดื่มรวดเดียวหมด "ว่าแต่ท่านยายผู้นั้นคงไม่ตกใจจนขวัญหายไปแล้วนะ"

"คุณหนูวางใจเถอะเจ้าค่ะ บ่าวแอบกระซิบกับนางแล้วตอนยัดถุงเงินใส่มือ ว่าให้รีบนำเงินไปรักษาตา แล้วย้ายไปอยู่กับหลานชายที่ต่างเมือง อย่ามานั่งขอทานตรงนี้อีก"

"ดีแล้ว" เนี่ยซวงพยักหน้า ก่อนจะหยิบขนมเปี๊ยะขึ้นมากัดคำโต "วันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ ข่าวลือเรื่องข้ารังแกคนแก่คงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองภายในเย็นนี้ พรุ่งนี้คงไม่มีแม่สื่อหน้าไหนกล้าเหยียบย่างเข้ามาในจวนแม่ทัพอีก"

นางเคี้ยวขนมอย่างมีความสุข "กลับจวนกันเถอะ วันนี้ข้าใช้แรงไปเยอะ ต้องกลับไปนอนชดเชยสักสิบชั่วยาม"

"เจ้าค่ะคุณหนู" ปั้นเซี่ยรับคำ

รถม้าคันหรูแล่นออกไปท่ามกลางเสียงก่นด่าของชาวบ้าน ทิ้งไว้เพียงตำนานบทใหม่ของเนี่ยซวง ที่นางบรรจงแต่งแต้มมันขึ้นมาด้วยตัวเอง...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่ง คือฉายาที่ข้าปั้นแต่ง   ตอนพิเศษ 2

    ลมหนาวพัดกรรโชกหวีดหวิว หอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วเมืองหลวง หลังคาจวนชินอ๋องถูกย้อมจนกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับสีแดงสดของโคมไฟที่แขวนประดับอยู่ตามระเบียงทางเดิน บ่งบอกถึงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงภายในห้องหนังสือที่อบอุ่นด้วยเตาถ่านมู่หรงจิ่ง นั่งอ่านฎีกาอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทว่าสมาธิของเขามิได้จดจ่ออยู่กับตัวอักษร หากแต่คอยลอบชำเลืองมองสตรีที่นั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่างเนี่ยซวง กำลังจดจ่ออยู่กับการกิน... กินอย่างเอาเป็นเอาตายในมือของนางถือจานใส่ผลส้มจี๊ดดองเกลือและมะม่วง นางหยิบผลไม้รสเปรี้ยวเหล่านั้นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ราวกับกำลังลิ้มรสอาหารทิพย์จากสวรรค์"เนี่ยซวง" มู่หรงจิ่งอดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยทัก "เจ้ากินของเปรี้ยวมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่เข็ดฟันบ้างหรือ"เนี่ยซวงกลืนส้มจี๊ดลงคอแล้วหันมาทำตาโตใส่สามี "ไม่เข็ดเพคะ ช่วงนี้หม่อมฉันรู้สึกเบื่ออาหารรสจืดชืด อยากกินแต่ของรสจัดจ้าน ท่านพี่... ท่านช่วยสั่งให้ห้องเครื่องทำมะม่วงคลุกพริกเกลือมาเพิ่มอีกสักจานได้หรือไม่"มู่หรงจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจำได้ว่าปกติเนี่ยซวงเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย แต

  • สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่ง คือฉายาที่ข้าปั้นแต่ง   ตอนพิเศษ 1

    กาลเวลาผันผ่านดุจสายน้ำไหล สามปีนับจากศึกสงครามครั้งใหญ่ที่ชายแดนด่านเหนือ ความสงบสุขได้หวนคืนสู่แคว้นต้าเยี่ยนอย่างแท้จริง บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ราษฎรอยู่ดีกินดี ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้หนุ่มผู้ปรีชาสามารถ และการสนับสนุนจากชินอ๋องผู้สำเร็จราชการทว่า... ความสงบสุขที่ว่านั้น ดูเหมือนจะยกเว้นไว้เพียงสถานที่เดียวณ จวนชินอ๋อง เสียงไก่ขันยามรุ่งสางยังไม่ทันจางหาย เสียงร้องโวยวายของบ่าวไพร่ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ"คุณชายน้อย! อย่าเพิ่งวิ่งไปทางนั้นขอรับ! ระวังตกสระบัว!""คุณชายน้อย! นั่นดาบอาญาสิทธิ์ของท่านอ๋องนะขอรับ นำไปขุดดินเล่นไม่ได้!"เงาร่างเล็กป้อมในชุดผ้าไหมสีแดงสดวิ่งหลบซ้ายขวาไปทั่วสวนหิน ด้วยความเร็วที่น่าตกใจสำหรับเด็กวัยเพียงสามขวบ ใบหน้ากลมป้อมขาวผ่องดุจซาลาเปานึ่งสุก ดวงตากลมโตสุกใสทอประกายซุกซน และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ถอดแบบมาจากบิดาไม่มีผิดเพี้ยนมู่หรงเฉิง หรือ อาเฉิง บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของชินอ๋องมู่หรงจิ่งและพระชายาเนี่ยซวง"จับข้าให้ได้สิ เจ้าเต่าเชื่องช้า" อาเฉิงแลบลิ้นใส่พ่อบ้านที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา ในมือเล็กป้อมถือตราประทับหยกขาวประจำตำแหน่งชินอ๋องแกว่งไป

  • สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่ง คือฉายาที่ข้าปั้นแต่ง   ตอนที่ 44 จบ.

    เนี่ยซวงโยนราชโองการให้แม่ทัพแคว้นอวี้ แม่ทัพผู้นั้นรับไปเปิดอ่าน มือไม้สั่นเทา“ราชโองการระบุว่าให้ปลดองค์หญิงอวี้หลันออกจากฐานันดรศักดิ์ คุมตัวกลับไปรับโทษ และให้ทหารทุกนายถอยทัพกลับทันที หากฝ่าฝืน... มีโทษฐานกบฏ”แม่ทัพแคว้นอวี้หน้าซีดเผือด เขารีบคุกเข่าลงหันไปทางทิศเมืองหลวงแคว้นอวี้“น้อมรับราชโองการ”“ไม่จริง” อวี้หลันกรีดร้อง “เจ้าโกหก นั่นเป็นของปลอม ข้าเป็นองค์หญิง พวกเจ้าต้องฟังข้า”“องค์หญิงจบสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพเอ่ยเสียงเศร้า “พระองค์ทรงทำเกินไปจริงๆ”ทหารแคว้นอวี้ต่างพากันลดอาวุธลง เสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นจากฝั่งต้าเยี่ยนอวี้หลันมองไปรอบๆ ด้วยความสิ้นหวัง นางสูญเสียทุกอย่างแล้ว ทั้งคนรัก อำนาจ และศักดิ์ศรี“มู่หรงจิ่ง...” นางหันไปมองบุรุษที่นางรักสุดหัวใจ เขาขี่ม้ามายืนเคียงข้างเนี่ยซวง สายตาที่มองนางมีเพียงความสมเพช“กลับไปรับโทษเถิดอวี้หลัน” มู่หรงจิ่งเอ่ย “ชีวิตเจ้ายังมีค่า อย่าทำลายมันไปมากกว่านี้เลย”“ชีวิตที่มีค่า?” อวี้หลันหัวเราะทั้งน้ำตา “ชีวิตที่ไม่มีท่าน จะมีค่าอันใด ข้าทำทุกอย่างเพื่อท่าน แต่ท่านกลับ... กลับเห็นข้าเป็นเพียงศัตรู”นางคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้

  • สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่ง คือฉายาที่ข้าปั้นแต่ง   ตอนที่ 43

    สายลมหวีดหวิวพัดกรรโชกหอบเอาฝุ่นทรายสีเหลืองคลุ้งตลบไปทั่วบริเวณชายแดนด่านเหนือ ธงรูปพยัคฆ์ทมิฬบนกำแพงเมืองโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งราวกับจะขาดออกจากเสา เสียงกลองศึกดังกึกก้องสอดประสานไปกับเสียงโห่ร้องของทหารนับแสนนายที่ตั้งค่ายประชิดกำแพงเมืองเบื้องล่างกำแพงเมืองอันสูงตระหง่าน กองทัพแคว้นอวี้ดูดำมืดดุจเมฆฝนที่พร้อมจะถล่มทลายทุกสรรพสิ่ง นำทัพโดยสตรีในชุดเกราะสีเงินแวววาว บนศีรษะสวมหมวกเกราะประดับพู่สีแดงสด นางนั่งสงบนิ่งอยู่บนหลังม้าสีขาว ใบหน้างดงามบัดนี้เย็นชาและเต็มไปด้วยความอำมหิต“มู่หรงจิ่ง” อวี้หลันตะโกนก้อง เสียงของนางแฝงพลังยุทธ์ดังกังวานไปทั่วสมรภูมิ “ออกมาหาข้า หากท่านยังหดหัวอยู่หลังกำแพง ข้าจะสั่งทหารยิงธนูเพลิงเผาเมืองนี้ให้เป็นจุล และราษฎรทุกคนในเมืองจะต้องตายตกไปตามกัน”สิ้นเสียงคำขู่ ลูกธนูชุดแรกก็ถูกยิงขึ้นฟ้าเป็นเชิงข่มขวัญบนกำแพงเมือง ทหารรักษาการณ์ต่างหน้าซีดเผือด กำลังใจถดถอยด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าข้าศึกถึงห้าเท่าทันใดนั้น ประตูเมืองบานใหญ่ที่ปิดสนิทมาหลายวันก็ค่อยๆ เปิดแง้มออก เสียงเสียดสีของไม้และโลหะดังสนั่นหวั่นไหวเงาร่างของอาชาสีดำทมิฬควบตะบึงออกมาอย่างเชื่อง

  • สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่ง คือฉายาที่ข้าปั้นแต่ง   ตอนที่ 42

    ฮ่องเต้ฉวยโอกาสถีบกุ้ยมัวมัวจนหงายหลัง แล้วกลิ้งตัวหนีออกมา"ฆ่ามัน ฆ่าพวกมันให้หมด" ไทเฮากรีดร้องอย่างคนเสียสติ นางคว้ากระบี่จากแท่นบูชาข้างตัว วิ่งถลันลงมาจากบัลลังก์หมายจะแทงฮ่องเต้ด้วยมือตนเอง"ฝ่าบาทระวัง" เนี่ยซวงพุ่งตัวเข้าไปขวางเคร้งกระบี่ของเนี่ยซวงรับกระบี่ของไทเฮาไว้ได้ทัน ไทเฮาแม้จะแก่ชราแต่ก็มีวรยุทธ์ติดตัว นางฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธแค้น"นังตัวดี เป็นเพราะเจ้า ทุกอย่างพังเพราะเจ้า"เนี่ยซวงปัดป้องการโจมตีอย่างใจเย็น แววตาของนางไร้ความปรานี"ท่านทำตัวเองทั้งนั้น หากท่านรู้จักพอ เรื่องคงไม่จบเช่นนี้"เนี่ยซวงตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว ปัดอาวุธในมือไทเฮากระเด็นไปไกล แล้วใช้ด้ามกระบี่กระแทกเข้าที่ท้องของนางจนล้มคว่ำมู่หรงจิ่งเดินเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าไทเฮาที่นอนหายใจรวยริน"จบสิ้นกันเสียที" เขาเอ่ยเสียงเรียบ"ฆ่าข้าสิ" ไทเฮาเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาท้าทาย "หากข้าไม่ตาย ข้าก็จะกลับมาทำลายพวกเจ้า""ข้าจะไม่ฆ่าท่าน" มู่หรงจิ่งตอบ "ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับความผิดของท่าน"เขาหันไปสั่งทหาร "คุมตัวไทเฮาไปขังที่ตำหนักเย็นตลอดชีวิต ถอดยศศักดิ์ให้เหลือเพียงสามัญชน ห้ามผู้ใ

  • สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่ง คือฉายาที่ข้าปั้นแต่ง   ตอนที่ 41

    ความมืดมิดของท้องนภายังคงปกคลุมเมืองหลวง ทว่าแสงสว่างจากเปลวเพลิงที่ลุกโชนตามมุมเมืองกลับทำให้ค่ำคืนนี้สว่างไสวราวกับกลางวัน เสียงระฆังเตือนภัยยังคงดังกึกก้อง ผสมผสานไปกับเสียงกรีดร้องของผู้คนและเสียงฝีเท้าม้าที่ควบตะบึงไปตามท้องถนนบนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่วังหลวงมู่หรงจิ่ง ในชุดเกราะเงินแวววาวควบม้าสีดำนำหน้าขบวน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปื้อนยิ้มในพิธีมงคล บัดนี้เคร่งขรึมและเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร ข้างกายเขาคือเนี่ยซวง ในชุดเกราะหนังสีแดงเพลิง ผมยาวสยายถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าสูง นางควบม้าเคียงบ่าเคียงไหล่สามี แววตาเด็ดเดี่ยวไร้ความหวาดกลัวกองทัพพยัคฆ์ทมิฬนับพันนายเคลื่อนพลตามหลังดุจเกลียวคลื่นสีดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง"สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง" มู่หรงจิ่งตะโกนถามพั่วจวินที่ขี่ม้าประกบข้าง"ทหารกบฏของไทเฮาปิดล้อมประตูวังทั้งสี่ทิศพ่ะย่ะค่ะ อ้างว่าฝ่าบาทประชวรหนักห้ามผู้ใดเข้าออก แต่สายของเรารายงานว่าฝ่าบาทถูกคุมขังอยู่ที่ตำหนักใหญ่ และไทเฮากำลังจะประกาศราชโองการปลดฝ่าบาท เพื่อยกองค์ชายรองที่ยังเป็นทารกขึ้นครองราชย์แทน""นางมารเฒ่า" เนี่ยซวงกัดฟันกรอด "คิดจะชักใยหุ่นเชิดตัวใหม่สินะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status