Partager

บทที่ 9 ห๊า

last update Date de publication: 2025-11-01 23:33:31

บทที่ 9 ห๊า

“ข…ข้า” เสิ่นหรงลี่มองค้างอยู่ครู่หนึ่งก็หันกลับมาจดจ้องที่ตงเฟยเทียน “ทุกคนจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ต่อให้เป็นชีวิตก็ย่อมต้องเดินต่อ หากวันนี้ตายพรุ่งนี้ก็เกิดใหม่ เวียนว่ายอยู่เช่นนี้ สิ่งตรงหน้าที่ดูสำคัญแท้จริงแล้วอาจมิได้เป็นชะตาของเจ้าที่ต้องใส่ใจ” เฟยเทียนกล่าวอย่างใจเย็นไม่คิดกดดันนาง แต่ก็มิได้ต้องการให้นางรั้งรออยู่ที่นี่ เพราะหากความลับเรื่องเลือดวิเศษไม่เป็นความลับนางย่อมถูกตามล่า

“มิได้เป็นชะตาของข้าหรือ”

“อืม เจ้าอาจมิได้มีอันใดเกี่ยวข้องกับที่แห่งนี้อีกแล้ว” เขากล่าวออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก เพราะนางแปลกเกินกว่าจะอยู่เป็นมนุษย์ทั่วไป

“หมายความว่าอย่างไร”

“สิ่งที่เจ้าได้ยินมีคนตั้งใจกลั่นแกล้ง สิ่งนี้มีไว้เจาะจงใช้ยามปลุกปั่นให้คนผู้นั้นมาทำลาย…เอาเป็นว่ามีคนจงใจทำกับเจ้า โดยมิได้มีคำสั่งใดให้ทำ การกระซิบจิตคนนอกเป็นเรื่องร้ายแรงมีโทษถึงตาย เพราะคนผู้นั้นจะไม่สามารถใช้ชีวิตต่อได้อีก หากมีคนยอมเสี่ยงกระทำเช่นนี้ เจ้าอาจจะมิใช่เพียงมนุษย์ทั่วไป ข้ามิมีหลักฐานใด แต่เจ้าเชื่อข้าเถิด”

“ข้า…ข้าเชื่อท่าน” หรงลี่ตอบออกมาเมื่อนึกได้ว่ายามที่นางสาบานจะถลกหนังมารชายผู้นี้ก็โผล่ออกมา หากที่แห่งนี้มิใช่ชะตาของนาง เช่นนั้นการตามเขาไปอาจทำให้ตัวนางได้พบกับชะตาของตนเอง หากมีคนตั้งใจทำสิ่งนี้กับนาง ก่อนจะไปชดใช้กรรมนางก็ควรต้องรู้ก่อนว่ามันเป็นผู้ใด

“เช่นนั้นข้าอาจต้องล่วงเกินแม่นางแล้ว” เมื่อสิ้นสุดคำพูดของเฟยเทียนเขาก็ดึงหรงลี่เข้ามากอดไว้แนบอก 

       คุณหนูเสิ่นหลับตาลง หากสิ่งนี้เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดขึ้นในหัวของนางเพียงผู้เดียว หรงลี่ก็มิไม่ได้อยากเห็นสิ่งสุดท้ายเป็นความตายของตน มือเล็กสวมกอดตงเฟยเทียนกลับไปอย่างแน่นหนา หูได้ยินเสียงชายผู้นั้นพึมพำบางอย่างกับตนเอง จากนั้นก็มีความรู้สึกหัวใจหล่นวูบเพราะคนทั้งสองกำลังกระโดดลงมาจากผาน้ำตกสูง

       เสิ่นหรงลี่ลืมตาเมื่อได้ยินเสียงหวีดดังขึ้นรอบตัว เสียงนั้นดังจนทำให้นางหูอื้อและไม่ได้ยินสิ่งใดอีก สิ่งที่ตาเห็นเมื่อลืมขึ้นมาเป็นตัวนางและเฟยเทียนกำลังหล่นผ่านม่านบางอย่าง เมื่อหล่นลงมาแล้วร่างกายของนางเจ็บแปล๊บไปทุกส่วน คล้ายว่ามีเข็มนับพันกำลังทิ่มแทง มือเล็กจึงจิกเข้าไปยังแผ่นหลังของตงเฟยเทียนแน่น

       ตงเฟยเทียนใช้ร่างของตัวเองรองไว้ที่พื้น เมื่อตกลงมาจึงรับแรงกระแทกไปเพียงผู้เดียว ยามนี้จึงรู้สึกจุกเล็กน้อยได้แต่นอนนิ่งไว้ชั่วคราว ส่วนเสิ่นหรงลี่กลับนอนแน่นิ่งไม่ขยับร่างกายแม้แต่น้อย

“เจ้าเป็นอันใด” จอมมารที่ได้กลับมายังภพของตนเองเอ่ยถามขึ้นทันที

“เจ็บเจ้าค่ะ เจ็บมาก เจ็บเหมือนคิดว่าคงต้องตายแน่ๆ แต่ยามนี้ข้าหายแล้ว”

“ร่างกายคงกำลังปรับตัว แต่นับว่าปรับได้รวดเร็วทีเดียว เจ้าดูแปลกตาไปมาก”

“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” นางรีบยกมือขึ้นมาจับหน้าตนเอง

“เครื่องหน้ายังดูเป็นเจ้าเพียงแต่งดงามขึ้น” ตงเฟยเทียนขมวดคิ้วเหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดแค่ยามเทพ มาร และเซียนผ่านด่านเคราะห์ ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเกิดกับมนุษย์ที่ข้ามภพมาด้วยเช่นกัน

“งดงามขึ้น เช่นนี้ก็ดียิ่ง ข้าชอบความงดงาม” หรงลี่ยิ้มออกมาอย่างน่าเอ็นดู นางหันมองไปรอบๆ ก็พบเห็นแต่ไม้ใหญ่และหินมากมาย “ที่นี่คือที่ใดหรือเจ้าคะ”

“ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่มนุษย์จะเรียกกันว่าภพมาร อันที่จริงมันก็อยู่ที่เดียวกับภพสวรรค์ เพียงแต่แบ่งอาณาเขตกัน เหมือนที่มนุษย์แบ่งแคว้น”

“ภพมารมิใช่นรกหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่ นรกคือนรก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดหากทำการชั่วร้ายก็ต้องไปที่แห่งนั้นทั้งหมด”

“เช่นนั้นท่านเป็นมารหรือ”

“อืมเป็นมาร” เขาพยักหน้ารอดูว่าเสิ่นหรงลี่จะแสดงความกลัวออกมาหรือไม่

“มารไม่เหมือนเทพอย่างไรเจ้าคะ”

“เทพมีหน้าที่สร้าง ส่วนมารมีหน้าที่ทำลาย สร้างความสมดุลให้กับจักรวาลนี้ มิอาจขาดกันหรือมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งได้”

“ไม่ทำลายไม่ได้หรือเจ้าคะ”

“หากไม่ทำลายแล้วจะสร้างสิ่งใหม่ได้อย่างไร”

“จริงด้วยเจ้าค่ะ หากสร้างจนที่เต็มแล้วจะเอาตรงไหนไปสร้างเพิ่มกัน ข้าลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย” หรงลี่พยักหน้าทำความเข้าใจข้อมูลใหม่ที่ได้รับ 

“เจ้าถูกเลี้ยงดูมาอย่างมนุษย์อาจเกลียดชังมารที่คอยทำลาย แต่ข้าขอยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ เหล่ามารทำเพื่อให้มนุษย์ไม่หยุดยั้งการพัฒนาก็เท่านั้น” จอมมารตงเฟยเทียนยิ้มอย่างอ่อนโยน ด้วยกลัวว่าหรงลี่จะรังเกียจตน

“อืม หากอุปสรรคที่เจอเป็นเรื่องใหม่หรือเรื่องเดิมแต่ร้ายแรงขึ้น ย่อมต้องหาทางรับมือให้สอดคล้องตาม เช่นนี้จึงจะพัฒนา ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสิ่นหรงลี่พยักหน้าหงึกๆ อยู่บนแผงอกของตงเฟยเทียน เมื่อนางรู้สึกถึงความแข็งแรงที่ชนกับแก้มก็รีบเด้งตัวขึ้นมาอย่างว่องไว “ขออภัยเจ้าค่ะ”

“คิดว่าเจ้าจะไม่รู้ตัวไปอีกนานเสียแล้ว” ตรงเฟยเทียนหัวเราะเล็กน้อย เมื่อนางลุกออกก็เป็นตอนที่เขารู้สึกดีขึ้นแล้วพอดิบพอดี จึงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น

“หากโชคยังเข้าข้างเราคงพบสิ่งที่คนของข้าทิ้งไว้แถวนี้” เฟยเทียนลุกขึ้นยืน ก่อนจะค้นหาจดหมายหรือสิ่งให้สัญญาณจากคนของตนทันที เพราะจุดเชื่อมต่อระหว่างภพนี้ เป็นจุดใหม่ที่เขาและลูกน้องคนสนิทค้นพบโดยบังเอิญเมื่อหลายปีก่อน เขาจึงเลือกใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหนีและทางกลับเพราะมีเพียงไม่กี่คนที่รู้

“หาอะไรหรือเจ้าคะ”

“สิ่งที่ไม่น่าจะอยู่ในป่าหินไม้ใหญ่อย่างนี้”

“นี่หรือไม่เจ้าคะ ถ้วยใส่น้ำมันบำรุงหน้าหรือนี่” หรงลี่หยิบถ้วยเล็กที่สลักลายอย่างงดงามขึ้นมาพิจารณา แต่เมื่อเห็นเฟยเทียนยื่นมือออกมารอรับก็ยืนไปให้อย่างเสียดาย

“ตาแหลมคมเช่นนี้ไว้ข้าจะให้รางวัล” ตงเฟยเทียนเมื่อเปิดดูด้านในก็พบกับกระดาษเล็กๆ แผ่นหนึ่ง พร้อมกับประทัดไฟชิ้นเล็กสองอันที่มีสีแตกแตกต่างกัน

       ยังไม่ทันที่คุณหนูเสิ่นจะถามอะไร เฟยเทียนก็หยิบเอาประทัดที่มีลักษณะเป็นสีเขียวมาจุดขึ้นฟ้า และในไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นก็มีชายประมาณสิบคนมุ่งหน้ามาล้อมทั้งสองไว้

“พี่เฟยเทียน นี่มัน…” เสิ่นหรงลี่กล่าวได้เพียงเท่านั้นนั้นก็เอื้อมมือไปจับชายเสื้อของตงเฟยเทียนไว้ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปซ่อนอยู่ด้านหลัง

“เหลือเท่านี้หรือ” เฟยเทียนถามออกไปด้วยเสียงกดต่ำ

“เหลือมากกว่านี้พ่ะ…” ชายชุดดำที่กำลังรายงานชะงักค้างเมื่อเจ้านายของตนยกมือให้หยุดพูด และส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าทันทีเมื่อเห็นว่านายของตนปรายตาไปยังสตรีที่อยู่ด้านหลัง

“เหลือมากกว่านี้ขอรับ เพียงแต่แบ่งกันเป็นกลุ่มและกระจายไปยังจุดเชื่อมภพทุกจุด หากแต่พวกเราไม่สามารถไปทันกองกำลังที่ตลบหลังได้ คนทั้งหมดถูกสังหารและไม่อาจสืบต่อไปถึงตัวการใหญ่ได้แล้วขอรับ”

“หึ เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด” ตงเฟยเทียนยิ้มเยาะออกมา “มีผู้ใดตามหาข้าหรือไม่”

“ท่านพ่อของท่านเร่งให้คนออกตามหา แต่จุดนี้ยังเป็นความลับ จึงรู้เพียงแค่เราทั้งสิบคน และตัวนายท่านอีกหนึ่ง อ้อ คงรวมแม่นางผู้นี้แล้วด้วยสินะขอรับ” กงต้าต้ากล่าวพร้อมกับหยกยิ้มมุมปากอย่างล้อเลียน

“อะไรก็อย่าให้มากเกินไปนัก” ตงเฟยเทียนกล่าวเตือน “ พี่น้องของข้าเล่า”

“คนโตปิดจวนเงียบเรียกนักสะกดรอยเข้ามาพบเป็นจำนวนมาก ส่วนคนเล็กแสดงอาการเกรี้ยวกราดก่นด่าคนที่ยังตามท่านไม่เจอทุกวัน แต่ถ้าหากเป็นฝั่งสตรี พวกนางนั่งสมาธิภาวนาให้กับท่านทุกคืน” ต้าต้ารายงานข่าวที่ได้รับจากกลุ่มอื่นให้ตงเฟยเทียนฟัง

“เช่นนั้นไม่ควรให้พี่น้องของข้ารอนานจนกังวลใจ ควรเร่งพาฮูหยินคนใหม่ไปแนะนำเสียแล้ว” เขายกยิ้มขึ้น

“ห๊า” เสียงร้องจากเสิ่นหรงลี่ที่เงียบไปนานดังแทรกขึ้นมากลางวง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 4 น้ำตกผูกรัก

    บทพิเศษ 4 น้ำตกผูกรัก“นี่มัน นี่เหมือนกับน้ำตกที่เราได้พบกันไม่มีผิดเพี้ยน” หานหรงลี่กล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าขึ้นมา“เป็นอย่างไรชอบหรือไม่ ของขวัญครบรอบหนึ่งพันห้าร้อยปีที่เราได้พบกัน” ตงเฟยเทียนเข้าไปสวมกอดฮองเฮาของตนจากด้านหลัง“ชอบที่สุดเพคะ ไม่คิดว่าแม้แต่วันพบหน้าก็ยังมีของขวัญให้เช่นนี้” หรงลี่หันกลับไปเอ่ยกับสามี“แล้วเจ้าเล่ามีอันใดมาแลกกันหรือไม่” ผู้เป็นองค์มารเอ่ยถาม“ปกติเราไม่เคยฉลองจึงไม่มีเพคะ พี่เฟยเทียนโกรธเคืองหรือไม่” นางช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน แม้ตำแหน่งจะใหญ่โตแล้ว แต่หรงลี่ก็ยังถือคติว่ากับตงเฟยเทียนแล้วการน่ารักสักหน่อย อ่อนอ้อนเล็กน้อย

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 3 ไม่คาดคิดว่าจะพบกัน

    บทพิเศษ 3 ไม่คาดคิดว่าจะพบกันหนึ่งเดือนถัดมายามนี้ก็เป็นงานมงคลของหลิวหยางหลงและกงหรูอี้ แน่นอนว่าอี้ฉุนเป็นผู้ดูแลความงามทุกกระเบียดนิ้วในแก่เจ้าสาวรายนี้เช่นกันตัวหรงลี่นั้นเป็นตัวแทนของแดนมารมาร่วมงานมงคลในครั้งนี้ที่จัดขึ้นในวังของหลิวหยาง และเพราะตัวนางเป็นผู้นำขบวนเจ้าสาวจึงมาถึงเป็นกลุ่มสุดท้ายทว่าก่อนจะเริ่มพิธีดวงตาของหรงลี่เหลือบไปเห็นสตรีผู้หนึ่งที่ดูแล้วคุ้นเคยยิ่งนัก ในระหว่างพิธีตัวนางเหลือบมองไปยังคนผู้นั้นอยู่เป็นระยะ บ่าวที่ติดตามมาแจ้งว่านั่นคือองค์ชายเก้าและพระชายา นางจึงพยักหน้ารับและหันกลับไปสนใจบ่าวสาวที่ผลัดกันโยนของลงอ่างน้ำตามธรรมเนียมสมุทร จากนั้นจึงทำพิธีคำนับ ตามด้วยการโยนไม้เสี่ยงทายให้มหาเทพยอมรับ และเมื่องานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นแล้ว นางก็เ

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 2 ยินยอมแล้ว

    บทพิเศษ 2 ยินยอมแล้วทุกสรรพเสียงแห่งความคิดของหานหรงลี่สงบลงเมื่อประตูตำหนักถูกเปิดออก หรงลี่เงยหน้ามองผ่านผ้าคลุมหน้าของตนด้วยความประหม่า แม้จะไม่ใช่สาวน้อยที่ไม่รู้ความเรื่องชายหญิงอีกต่อไป แต่เรื่องเล่านั้นก็เพียงรู้ผ่านคำบอกเล่า หรือการเห็นผ่านตาในภพเก่า ยิ่งองค์มารเดินเข้ามาใกล้ใจของหรงลี่ยิ่งสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะ“พี่เฟยเทียน” สตรีที่ตำแหน่งฐานะเลื่อนขึ้นมาเป็นฮองเฮาเอ่ยเรียก“รอนานหรือไม่” เฟยเทียนเดินเข้ามาใกล้กับเตียงใหญ่“นานเพคะ เครื่องหัวนี้หนักกว่ายามที่แต่งเข้าวังโลหิตนัก” หรงลี่บ่น“เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะนำผ้าคลุมหน้าและเครื่องหัวออกให้บัดเดี๋ยวนี้” องค์มารที่อยู่กับคนรักเพียงลำพังเริ่มพูดจาหยอกล

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 1 ยกน้ำชา

    บทพิเศษ 1 ยกน้ำชางานมงคลของหานหรงลี่สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้เข้าไปอาศัยในวังหลังของวังมารในรัชสมัยนี้ยิ่งใหญ่นัก โชคดีที่ความหวาดระแวงระหว่างดินแดนเบาบางลงมากแล้ว มิเช่นนั้นการแต่งงานครั้งนี้อาจสร้างความระส่ำระสายเหมือนยามที่มีการประกาศหมั้นหมาย แต่ถึงจะกล่าวเช่นนั้นอย่างไรก็เริ่มมีการทาบทามให้องค์หญิงแดนสมุทรที่ยังไร้คู่หมายให้แก่องค์ชายในแดนสวรรค์บ้างแล้วส่วนเด็กคนแรกที่จะเกิดในครรภ์ของหานหรงลี่ก็ถูกทาบทามไว้แล้วด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิงหรือองค์ชายย่อมต้องให้แต่งกับราชวงศ์ของแดนสวรรค์ เพื่อผสานดินแดนใหญ่ทั้งสามไว้ว่าอย่างไรก็ล้วนเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้นเรื่องนี้ทำให้แดนพฤกษาสามารถกลับมาวางตัวเป็นกลางไม่เข้าพวกกับแดนใดได้ตามต้องการ แต่ผู้คนที่จับตาย่อมรู้ด

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 63 องค์มารของเจ้ามานู่นแล้ว

    บทที่ 63 องค์มารของเจ้ามานู่นแล้ว“แม่ แม่รีบกดตะกร้าเลย ไลฟ์นี้ก่อนแม่ค้าหยุดยาวกลับจีนน้า ใครตุนได้ตุนเลย” หรงลี่พูดภาษาไทยในแบบที่คนทั่วไปสามารถฟังออกว่าภาษานี้ไม่ใช่ภาษาแม่ของผู้พูด‘แม่ค้าจะหิ้วสครับพส.จีนกลับมาไหมคะ’“หิ้วมาแน่นอน ตัวไหนแมสเอามาหมดแม่ แม่รอกดเลย”หรงลี่กวาดตาอ่านคอมเมนต์ของลูกค้าที่สอบถามเรื่องต่างๆ ในไลฟ์ของแม่ค้าออนไลน์อย่างเธอ อาชีพที่รู้มาก่อนแล้วว่าจะได้ยึดเป็นเครื่องมือหาเงิน หรงลี่ดีดตัวขึ้นมาไลฟ์สดขายของได้เพราะคลิปที่เธอกับจางมี่ถ่ายเล่นในตอนมาเรียนมหาวิทยาลัยในไทย และที่ตัดสินใจมาเรียนในไทยเพราะคะแนนเกาเข่าไม่ดีนัก สองเพื่อนสนิทเลยตัดสินใจมาหาประสบการณ์ในต่างประเทศและเรียนภาษาที่สามที่มีคู่แข่งในตลาดงานน้อยกว่า

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 62 เกิดใหม่อีกครั้ง

    บทที่ 62 เกิดใหม่อีกครั้งขบวนเกี้ยวเจ้าสาวสั้นๆ ไม่มีอะไรให้คนตื่นตาถูกหามจากถนนหน้าบ้านของหัวหน้าฝ่ายโก๋ พิธีแต่งงานแบบดั้งเดิมถูกจัดขึ้นอย่างสามัญ ชุดเจ้าสาวก็หยิบยืมมา เครื่องประดับมีเพียงชิ้นเดียวที่ได้ความเมตตาจากว่าที่แม่สามีให้มาใส่เข้าพิธี สินเดิมเป็นข้าวสาร หัวมัน และเผือก ของมีค่ามีเพียงเงินและตั๋วแลกของไม่กี่ใบเท่านั้นจางหรงลี่ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืดไม่ได้มีเวลาได้ปลุกแม่ของตนเองเพื่อกล่าวลาและขอพรใดด้วยซ้ำ ป้าสะใภ้ลากตัวออกมาเสมือนกลัวว่าหรงลี่จะหนีงานแต่งความคิดที่จะกลืนน้ำลายตนเองกลับไปร่วมทดลองหาเงินให้แม่ได้มีติดตัวต้องพับเก็บไว้ เพราะเจ็ดวันที่ผ่านมาทั้งย่าและป้าไม่อนุญาตให้เธอออกไปไหน ทุกวินาทีมีคนสับเปลี่ยนมาจับตามองอยู่เสมอ แม้ยืนยันเท่าใดว่าไม่คิดห

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 60 สูญสิ้น

    บทที่ 60 สูญสิ้น“สามหาวนัก!” องค์ชายรองลงจากหลังม้า และเป็นผู้ดึงธนูออกให้แก่หานหรงลี่ด้วยตนเอง แต่ในจังหวะที่กำลังจะรวบตัวหรงลี่ขึ้นหลังม้า อีกฝ่ายก็ยิงธนูใส่ม้าหลายต่อหลายดอกจนล้มลง แต่ฝ่

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 59 สตรีที่ทุกคนต้องการ 2

    บทที่ 59 สตรีที่ทุกคนต้องการ 2คนตรงหน้าของหานหรงลี่ระบายยิ้มกว้าง แต่นั่นกลับทำให้รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของนางแข็งค้างเล็กน้อย ด้วยรอยยิ้มครั้งนี้ของว

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 58 สตรีที่ทุกคนต้องการ

    บทที่ 58 สตรีที่ทุกคนต้องการ“เฮือกก…” อีกสี่วันถัดมา การสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นกลางเบาะนอนภายในโถงของตำหนักฮองเฮาในยามเหม่า&nb

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 57 บารมีขององค์หญิง และสารที่คลาดไป

    บทที่ 57 บารมีขององค์หญิง และสารที่คลาดไป“ปลาหน้าตาไม่งดงาม แต่จะมีก้อนวิบวับอยู่ที่หัว โดยมากจะเป็นสีออกเหลือง ช่วยรื้อฟื้นความจำ หรือจะปลุกศพขึ้นมาบอกความในอดีตก็ทำได้ ส่วนที่เป็นสีแดงมีบันทึกชัดเจนเพียงสองครั้งเท่านั้น ใช้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status