Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2025-12-01 07:03:14

ฮ่องเต้ชิงหยางประกาศให้บุตรชายของตระกูลขุนนางเข้าร่วมงานคัดเลือก ซึ่ง เจียงอวี้เฉิง ซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงปฏิเสธที่จะเข้าร่วมงานคัดเลือกนั้น

ในท้ายที่สุด จวงหมิงรุ่ย ซื่อจื่อแห่งจวนจวงกั๋วซือ ของ จวงเหวินจิ่น ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกั๋วซือของฮ่องเต้ในขณะนั้น ได้ผ่านการคัดเลือกเป็นพระราชบุตรเขย

หลังจากที่องค์หญิงใหญ่ได้สนทนากับซื่อจื่อแห่งจวนจวงกั๋วซือก็เกิดความพึงพอพระทัยในการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ซึ่งแตกต่างจากการใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์ของวังหลวงเป็นอย่างมาก

องค์หญิงใหญ่จึงได้ขอพระราชทานย้ายไปอยู่กับซื่อจื่อที่จวนจวงกั๋วซือ ซึ่งฮ่องเต้ชิงหยางก็ได้พระราชทานอนุญาต ตามพระทัยพระเชษฐภคินี

หลังจากงานอภิเษกสมรส องค์หญิงใหญ่ได้ก้าวเข้าสู่จวนจวงกั๋วซือในฐานะฮูหยินซื่อจื่อ เพียงไม่นาน ก็มีข่าวว่าองค์หญิงใหญ่ได้ประสบอุบัติเหตุที่ใบหน้า จำต้องใช้ผ้าปิดใบหน้าเมื่อออกจากจวนอยู่เสมอ

แต่ความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่นาน วันหนึ่ง เย่เฉิง รองแม่ทัพคนสนิทของเจิ้นกั๋วกงได้เข้าไปทูลรายงานกับฮ่องเต้ชิงหยางว่าจวนเจิ้นกั๋วกงต้องการก่อกบฏ ติดต่อสมคบคิดกับแคว้นศัตรู

เย่เฉิงมอบหลักฐานเป็นสาส์นลับที่เจิ้นกั๋วกงติดต่อกับแม่ทัพใหญ่เฉินของแคว้นต้าถังหลายฉบับ แต่ทั้งนี้ สาส์นจากเจิ้นกั๋วกงนั้น เป็นลายมือของเย่เฉิงที่คัดลอกความในสาส์นออกมา

ส่วนสาส์นจริงนั้น เขาได้ส่งถึงมือแม่ทัพใหญ่เฉินและถูกทำลายทิ้งไปแล้ว แต่หลักฐานชิ้นสำคัญที่ตระกูลเจียงไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือสาส์นลับที่แม่ทัพใหญ่เฉินตอบกลับเจิ้นกั๋วกงว่ายินยอมรับข้อตกลงที่เสนอมา

หากเจิ้นกั๋วกงช่วยก่อกบฏและแปรพักตร์ จนแคว้นต้าถังสามารถยึดครองแคว้นต้าหมิงได้ พวกเขาจะช่วยเปลี่ยนราชวงศ์จาก ชิง เป็น เจียง

ฮ่องเต้ชิงหยางได้ยินเช่นนั้น ก็โกรธกริ้วหมายจะสั่งลงโทษประหารชีวิตจวนเจิ้นกั๋วกงทั้งตระกูล แต่มีขุนนางและบรรดาแม่ทัพบางส่วนได้คุกเข่าขอร้องอ้อนวอน เพราะไม่เชื่อว่าเจิ้นกั๋วกงจะกระทำการเช่นนั้นจริง

หากแต่เย่เฉิง ซึ่งเป็นรองแม่ทัพคนสนิทของเจิ้นกั๋วกงยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่น พร้อมด้วยสาส์นลับจากแม่ทัพใหญ่เฉินที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นลายมือและตราประทับของจริง จึงทำให้เจิ้นกั๋วกงไม่อาจแก้ต่างให้ตนเองและตระกูลได้

สุดท้าย ฮ่องเต้ชิงหยางจึงตัดสินโทษเนรเทศจวนเจิ้นกั๋วกงทั้งตระกูล พร้อมทั้งสั่งมิให้ย่างกรายกลับเข้ามาในเมืองหลวงอีกตลอดชีวิต ริบกองทัพตระกูลเจียงเป็นของราชวงศ์ มอบหมายให้แม่ทัพท่านอื่นควบคุมดูแล และออกคำสั่งไม่ให้การช่วยเหลือใด ๆ แก่ตระกูลเจียง เพื่อเป็นการลงโทษ

คนในตระกูลเจียงหลายรุ่นถูกพันธนาการด้วยกงและโซ่ตรวน เดินทางรอนแรมไปถึงชายแดนที่ยากไร้ กลุ่มคนขนาดใหญ่มีจำนวนที่ลดลงเรื่อย ๆ ด้วยไม่อาจทนต่อความยากลำบากระหว่างทางได้ไหว

มีเพียงเจียงซู่ อดีตเจิ้นกั๋วกง เจียงอวี้เฉิง อดีตซื่อจื่อ และบรรดาญาติผู้ชายที่สามารถทนลำบากได้ไหว จึงเริ่มตั้งรกรากถิ่นฐาน เข้าป่าไปตัดไม้สร้างเรือนอาศัยใกล้เมือง อาศัยอยู่บริเวณนั้นเป็นต้นมา

“บ้านเราโดนใส่ร้ายชัด ๆ ฮ่องเต้แม่งโคตรโง่เลย! นี่มันเนรคุณชัด ๆ เลยไม่ใช่เรอะ!?” เจียงอวี้เฉิงสบถอย่างอดไม่ได้ “ไม่ใช่เพราะกองทัพตระกูลเจียงคอยสนับสนุนหรอกเรอะ แกถึงได้ขึ้นครองบัลลังก์ได้น่ะ”

“ถ้าตระกูลเจียงอยากจะครองบัลลังก์ ตอนนั้นฮุบเอาไว้เอง ไม่สมเหตุสมผลกว่าหรือไง? จะไปติดต่อแคว้นต้าถุงต้าถังทำซากอะไรให้วุ่นวาย ไอ้เต้สุนัขเอ๊ย!”

เจียงอวี้เฉิงเปิดอ่านบันทึกหน้าต่อไป ตั้งแต่รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบห้าจนถึงปีที่สามสิบ ล้วนแต่เป็นเรื่องเล่าการสู้ชีวิตของตระกูลเจียงที่โดนชีวิตสู้กลับจนน่าท้อแท้

จนมาถึงรัชศกซื่ออัน ปีที่สามสิบเอ็ด ข่าวสารจากเมืองหลวงเล่าลือมาจนถึงชายแดนว่า จวงเหว่ยหรง บุตรชายคนโตขององค์หญิงใหญ่ที่อภิเษกเข้าจวนจวงกั๋วซือนั้นเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ชิงหยางเป็นอย่างมาก

ฮ่องเต้ชิงหยางจึงได้แต่งตั้งจวงเหว่ยหรงขึ้นเป็นรัชทายาท เนื่องจากบรรดาฮองเฮาและนางสนมในวังหลังของพระองค์นั้น ไม่สามารถตั้งครรภ์ให้ประสูติโอรสมังกรได้เลย

“ฮึ! สมน้ำหน้า ไร้น้ำยาสิ้นดี” เจียงอวี้เฉิงแค่นเสียง “นกเขาไม่ขันหรือว่าล่มปากอ่าวล่ะ? เนรเทศเนรคุณคนอื่น สุดท้าย ตัวเองก็ไร้คนสืบทอดจนต้องไปเอาลูกพี่สาวมาเป็นรัชทายาทต่อ ถุย!”

เจียงอวี้เฉิงถ่มน้ำลายที่ไม่มีอยู่จริงลงบนพื้นอย่างดูแคลน ก่อนจะเปิดอ่านหน้าต่อไปอย่างนึกสนุก

รัชศกซื่ออัน ปีที่สามสิบเจ็ด

ฮ่องเต้ชิงหยางสิ้นพระชนม์ด้วยอาการป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุ ทำให้จวงเหว่ยหรง บุตรชายคนโตขององค์หญิงใหญ่ ชิงหว่านซิน และ จวงหมิงรุ่ย ซึ่งดำรงตำแหน่งกั๋วซือต่อจากบิดาขึ้นครองราชย์ เปลี่ยนราชวงศ์จาก ชิง เป็น จวง อย่างสิ้นเชิง

แคว้นต้าหมิงได้รับการปกครองจากฮ่องเต้ราชวงศ์จวง ที่มีสติปัญญาเฉียบคมมาอีกนานหลายร้อยปี จนกระทั่งมาถึงยุคสมัยใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงที่ลดบทบาทของราชวงศ์ลง

แต่อย่างไร คนจากราชวงศ์จวงก็ยังคงได้รับความนับถือ กลายเป็นบุคคลชนชั้นสูงของประเทศ ได้อยู่ดีกินดี จนมาถึงปัจจุบัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 140 (จบ)

    สิ้นเสียงประโยคคำถาม น้ำตาของชิงหว่านซินก็ไหลพราก ใบหน้าเล็กพยักหน้ารัว ๆ ราวกับลูกไก่ที่จิกข้าวเปลือกอย่างน่าเอ็นดู“อื้อ! เราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าเลย!” ชิงหว่านซินตอบตกลง พร้อมยื่นมือข้างซ้ายให้เขา แหวนเพชรเม็ดงามถูกบรรจงสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างพอเหมาะพอดีเจียงอวี้เฉิงรีบลุกขึ้นมาสวมกอดอีกฝ่ายอย่างแนบแน่น ในวินาทีนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องเหนือศีรษะ!ปัง! ปัง! ปัง!พลุไฟนับร้อยนับพันดวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนจากหลายจุดในเมืองหลวง แสงไฟหลากสีกระจายตัวออกเป็นดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ แสงสีทอง สีเงิน และสีแดงสดสาดส่องลงมายังยอดตึกที่พวกเขาอยู่ ราวกับแสงดาวทั้งหมดบนฟ้าถูกดึงลงมาเพื่อเป็นฉากหลังให้แก่การตอบตกลงแต่งงานของเธอในครั้งนี้เสียง เปรี๊ยะ! ปร๊ะ! ของดอกไม้ไฟที่แตกตัวเหนือพวกเขา ทำให้ชิงหว่านซินถึงกับต้องปิดหูด้วยความตื่นเต้นภาพเมืองหลวงที่สว่างอยู่แล้วยิ่งสว่างเจิดจ้าขึ้นด้วยประกายของพลุไฟที่ประดับประดาตึกระฟ้าทั้งหมดให้กลายเป็นเวทีแห่งความยินดีขณะที่ชิงหว่านซินยังคงมองพลุไฟตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ประตูที่ซ่อนอย

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 139

    เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทร่อนลงจอดบนลานจอดส่วนตัวของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในเมืองอย่างนุ่มนวล ราวกับขนนกที่แตะพื้น เสียงเครื่องยนต์กังหันเริ่มเบาลงอย่างช้า ๆก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะดับเครื่องยนต์หลักเหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวของยามค่ำคืน เขาเปิดช่องระบายอากาศเล็กน้อย เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ของยอดตึกได้พัดโชยเข้ามาในขณะที่เครื่องกำลังสงบ ชิงหว่านซินที่นั่งข้าง ๆ ก็ขยับตัว สอดร่างบอบบางข้ามแผงควบคุมที่เย็นเฉียบไปยังเบาะหลังที่กว้างขวางและมิดชิดกว่า ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะข้ามตามไปติด ๆ โดยไม่ให้มีการทิ้งช่วงแม้แต่วินาทีเดียวหลังจากนั้นไม่นาน เสียงครางกระเส่าที่ถูกกดเอาไว้ก็เริ่มดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในห้องโดยสารที่มืดมิด เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังประสานกันอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของความรักและเหงื่อที่โชยออกมาจากเบาะหนังนับเป็นชั่วโมงกระทั่งเสียงหอบหายใจเหล่านั้นเริ่มผ่อนคลายลง เจียงอวี้เฉิงจึงได้ช่วยชิงหว่านซินแต่งกายจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วจากนั้นเขาจึงได้เปิดประตูเดินลงมาสัมผัสกับความเย็นของพื้นลานจอด แล้วส่งมือรอรับ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 138

    “อาเฉิงจะพาฉันไปไหน?” เสียงหวานร้องถามอย่างสงสัย ในขณะที่เธอกำลังถูกอุ้มในท่าเจ้าสาว ชายผ้าที่ผูกปิดตาเธอกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม“เดี๋ยวก็รู้น่า...” เจียงอวี้เฉิงตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ก้าวขายาว ๆ ตรงไปยังพาหนะส่วนตัวของตระกูลที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารสูงสุดในเขตบ้านของตระกูลเจียงชิงหว่านซินกระชับแขนที่โอบรอบคอของเขาให้แน่นขึ้น เธอไว้วางใจผู้ชายที่อุ้มเธออยู่เป็นอย่างมาก หากแต่ความสงสัยมันมีมากกว่า ด้วยแรงลมที่พัดตีเข้าหน้าเธอไม่หยุดเจียงอวี้เฉิงเปิดประตูห้องโดยสารด้านข้างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำออกอย่างแผ่วเบาด้วยมือเดียว เขาวางร่างของชิงหว่านซินลงบนเบาะหนังฟอกอย่างทะนุถนอม แล้วจึงดึงสายเข็มขัดนิรภัยห้าจุดออกมาคาดรัดร่างเธออย่างแน่นหนา แล้วปิดประตูลงเขาเดินอ้อมไปนั่งที่เบาะนักบินอีกด้าน ภายในห้องนักบินที่เต็มไปด้วยแผงควบคุมดิจิทัล เขาแตะสวิตช์บางตัวอย่างเชี่ยวชาญ เสียงไฟฟ้าภายในเริ่มทำงานพร้อมกับเสียงหึ่งต่ำ ๆ ของระบบอัจฉริยะ จากนั้นเจียงอวี้เฉิงดึงคันบังคับที่ควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์กังหันเสียงอ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 137

    สิ้นเสียงบอก คิ้วคมของเจียงอวี้เฉิงก็เลิกขึ้นสูง เขานิ่งไปเพียงชั่วครู่อย่างตัดสินใจ“ได้... งั้นหยาเจินคุมเกมเองเลย”เจียงอวี้เฉิงพลิกตัวลงนั่งกางขาบนเบาะ สอดมือไปรั้งร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของเขา ท่ามกลางความงงงวยของชิงหว่านซินเพียงเธอพูดแค่ประโยคเดียว โลกทั้งใบก็ถูกอีกฝ่ายพลิกตลบจากคนที่อยู่ด้านล่างกลายมาเป็นคนคุมเกมเสียอย่างนั้น“หยาเจินพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย...”ชิงหว่านซินก้มหน้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยิ้มกริ่ม ก่อนจะกดสายตาลงต่ำไปเห็นแกนกายที่ชูชัน สลับขึ้นมามองหน้าเขาอีกคราวทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่ามีสองสายตาอ้อนวอนมองมาพร้อมกันทั้งบนทั้งล่างเลยล่ะ?เสี่ยวเฉิงมีตาด้วยเหรอ?ในขณะที่เธอกำลังเตรียมใจ มือปีศาจก็ลูบไล้ขาอ่อนของเธอดันให้ชายกระโปรงเลิกขึ้นสูง ไม่ให้เกะกะกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะไปสแตนด์บายรอที่แก้มก้น จนชิงหว่านซินอดมองค้อนไม่ได้“ไหนบอกว่าให้เราคุมเกมไง”เจียงอวี้เฉิงแสร้งทำหน้าอย่างไร้เดียงสา “เราก็ให้หยาเจินคุมเกมนะ เราแค่เตรียมตัว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 136

    ร่างสูงโผล่พรวดเข้ามาในห้องโดยสาร ก่อนจะกดไหล่เล็กให้นอนราบลงบนเบาะหนังด้านหลัง จับสองเรียวขาให้แยกออกจากกัน เรียวขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไปบนเบาะ ทำให้กระโปรงที่เธอสวมอยู่ถูกร่นขึ้นมากองที่หน้าท้องมือหนาตะครุบชายเสื้อซับในแล้วดึงออกให้พ้นตัว จนเหลือเพียงบราสีเนื้อที่โอบอุ้มเนินเนื้อขาวผ่องเจียงอวี้เฉิงสอดมือหนาไปทางด้านหลัง ใช้เพียงมือเดียวก็สามารถปลดตะขอบราได้อย่างง่ายดาย อีกมือหยิบบราชิ้นนั้นโยนไปทางเบาะหน้าข้างคนขับอย่างรู้หน้าที่ดวงตาจิ้งจอกพราวระยับ เมื่อเห็นร่างแม่นางน้อยเปลือยเปล่าช่วงบน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างเขินอาย ไหปลาร้าได้รูป ไล่มาถึงความอวบอิ่มสมวัยแต่ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะได้ขยับตัวลงมือทำอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้นมา“รับก่อนเถอะ เผื่อเป็นสายที่บ้าน...” ชิงหว่านซินบอกเสียงเรียบ แม้จะขัดใจไปบ้าง แต่เธอก็รู้จักแยกแยะได้เผื่อจะเป็นคุณป้า เพราะเมื่อครู่ แม่ของเจียงอวี้เฉิงบอกว่าหากเสร็จธุระแล้วจะมาคุยเป็นเพื่อนเธอ พอไม่เห็นพวกเธอจึงได้โทรมาตามหาเจียงอวี้เฉิงพยักห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 135

    “หื้ม?” ชิงหว่านซินครางในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายผละริมฝีปากออกกะทันหัน ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียเรียวปากตัวเองอย่างเสียดาย“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” เจียงอวี้เฉิงบอกเสียงทุ้ม ก่อนจะอุ้มร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักขึ้น พาเดินออกจากศาลาตรงไปที่โรงรถด้านนอกทันทีชิงหว่านซินที่ยังมึนเมาในรสจูบ เอ่ยถามอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ?”“อยู่บ้านมีคนสอดรู้สอดเห็นเยอะเกินไป...”เจียงอวี้เฉิงอุ้มชิงหว่านซินแนบอก พาเดินตามโถงทางเดินไปยังปีกอาคารด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงรถของตระกูล ทันทีที่ประตูบานใหญ่เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของหนังฟอกชั้นดีและน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงก็ลอยเข้ามาปะทะภายในโรงรถกว้างขวางปูพื้นด้วยหินอ่อนขัดเงา สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นตาจากเพดาน เผยให้เห็นคอลเล็กชันรถยนต์มูลค่าหลายร้อยล้าน ทั้งของบิดา ญาติผู้ใหญ่ และบรรดาน้องชายแต่สายตาของเจียงอวี้เฉิงจับจ้องไปยังรถหรูส่วนตัวของเขาที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางลาน รถซีดานหรูหราสีดำขลับ ตัวถังมันวาวดุดันตัดกับกระจกสีเข้มที่ช่วยอำพรางกิจกรรมของคนในรถได้เป็นอย่างดีเจ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 132

    เวลาผันผ่านไป จนถึงเวลาครบกำหนดคลอดของชิงหว่านซิน ทุกคนในจวนเจิ้นกั๋วกงต่างก็ยืนรออยู่ที่หน้าเรือนเจิ้งจื้ออย่างใจจดใจจ่อ รวมไปถึงฮ่องเต้ชิงหยางด้วยเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเป็นระลอก ฉินซื่อหลับตาพนมมือภาวนาขอให้การคลอดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ในขณะที่เจิ้นกั๋วกงเดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-04
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 134

    “ครั้งแรกที่ข้าได้เจอท่าน ก็เป็นตอนที่ท่านกำลังถอดเสื้อฝึกเพลงทวนอยู่ในลานฝึกพอดี ข้าจึงสังเกตเห็นว่าต้นแขนขวาของท่านไม่มีรอยสักลายคิตตี้อยู่”“เดี๋ยวนะ! นี่ท่านแอบไปดูผู้ชายคนอื่นถอดเสื้อผ้าเหรอ?” เจียงอวี้เฉิงหรี่ตาลงอย่างอันตราย จนชิงหว่านซินอดยกมือขึ้นมาตีเขาไม่

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-04
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 120

    แต่เจียงอวี้เฉิงก็ไม่ปล่อยให้ชิงหว่านซินได้ซาบซึ้งใจนาน เพราะร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ก่อนที่จะย่อตัวอุ้มนางขึ้นอีกครั้ง“ท่านจะพาข้าไปไหนรึ?” ชิงหว่านซินเอ่ยถาม ในขณะที่หันซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพานางเดินตรงเข้าไปใกล้น้ำตกอวี้หลิงมากขึ้นเรื่อย ๆเสียงคลื่นสายน้ำกระทบล

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 113

    “ข้าจะรู้ได้อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า...” เจียงอวี้เฉิงย้อนทุกประโยคที่หลี่จู้เคยกล่าว และจากท่าทางที่เขาแสดงออกมาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้ใดคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเจียงอวี้เฉิงคร้านที่จะต่อความ จึงได้ตะโกนสั่งทุกคน “เตรียมตัวกลับเข้าเมืองซานไห่!!”เสียงขานรับด

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status