แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: เสื้อฟางใต้ม่านฝน
นายหญิงกู้ใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ลู่เจาหนิงกล่าวมาเมื่อครู่นั้น มีเหตุผลทุกประการ

"เช่นนั้นก็ย้ายเหิงเอ๋อร์ไปที่เรือนทิงอวี่เถิด เพื่อชะลอการเน่าเปื่อยของร่างกาย ให้เพิ่มน้ำแข็งลงไปให้มากหน่อย..."

"การเติมน้ำแข็งทุกวันย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนสงสัย มิสู้ซื้อโลงหยกเย็นสักใบดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ" ลู่เจาหนิงเสนอ

ประการแรก นางไม่ต้องการให้ใครเข้าไปในห้องใต้ดินเพื่อรบกวนการถอนพิษให้ซื่อจื่อ

ประการที่สอง พิษที่ซื่อจื่อได้รับคือพิษร้อน โลงหยกเย็นจะมีส่วนช่วยในการกระจายพิษได้ดี

นายหญิงกู้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

"โลงหยกเย็น!? ของสิ่งนั้นมูลค่าตั้งหมื่นทองเชียวนะ!"

ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ "เพื่อคำนึงถึงภาพรวมอย่างไรเล่าเจ้าคะ ลูกสะใภ้ย่อมตัดใจสละได้!"

นายหญิงกู้ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก

ช่างเป็นพวกเศรษฐีใจถึงเสียจริง

ทว่า หว่านฉิงจะตั้งครรภ์เมื่อใดนั้นยังไม่รู้ได้ การรักษาร่างกายไว้จึงสำคัญที่สุด

"หายากนักที่เจ้าจะคิดไตร่ตรองได้รอบคอบเพียงนี้ เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าเถิด"

"เจ้าค่ะ"

หลังจากวางถ้วยน้ำชาลง นายหญิงกู้ก็หันมากำชับต่อ

"เจ้าต้องทำดีกับพี่สะใภ้ของเจ้าให้มาก นางคือผู้มีพระคุณใหญ่หลวงของบ้านเรา

การที่ฉางยวนจะได้เลื่อนยศครั้งนี้ ล้วนต้องพึ่งพาอัครมหาเสนาบดีหลิน ท่านพ่อของหว่านฉิง หากทำให้อัครมหาเสนาบดีจดจำความดีของเจ้าไว้ ไม่แน่ว่าพ่อของเจ้าอาจจะได้รุ่งเรืองจนได้เป็นพ่อค้าหลวงก็ได้"

ท่าทางโอหังนั่นของนายหญิงกู้ ทำเอาอาหมานโกรธจนคันเหงือกยิบ ๆ

ลู่เจาหนิงยิ้มอย่างเยือกเย็น

"ท่านแม่มั่นใจเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ ว่าท่านพี่จะได้เลื่อนยศแน่นอน?"

"แน่นอนสิ หว่านฉิงบอกแล้วว่าเพื่อเรื่องนี้ ท่านอัครมหาเสนาบดีหลินช่วยกราบทูลสิ่งดี ๆ ต่อหน้าฮ่องเต้ไปไม่น้อย"

ลู่เจาหนิงยิ้มแต่ไม่ได้กล่าวอะไร

มิน่าเล่า กู้ฉางยวนถึงยอมสละสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งโหว ยอมไปสมสู่กับพี่สะใภ้เพื่อยกตำแหน่งให้สายตระกูลของพี่ใหญ่ ที่แท้ก็เพราะคิดว่าตนมีชัยไปกว่าครึ่ง จนสามารถทำฝัน ‘หนึ่งตระกูลสองบรรดาศักดิ์’ ให้เป็นจริงได้

นางล่ะอยากจะรู้นัก ว่าหากไม่มีการติดสินบนปูทางจากตระกูลลู่ ลำพังแค่ปากของอัครมหาเสนาบดีหลิน กู้ฉางยวนจะยังได้เลื่อนยศอยู่อีกหรือไม่

นายหญิงกู้เห็นลู่เจาหนิงนิ่งเฉย ก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ

"เรื่องพรรค์นี้ยังต้องให้ข้าสอนอีกหรือ? ไปหาซื้อของบำรุงมาบำรุงร่างกายให้พี่สะใภ้เจ้าสิ"

ลู่เจาหนิงทำท่าลำบากใจ "ท่านแม่เจ้าคะ ลูกสะใภ้เพิ่งซื้อโลงหยกเย็นไป ในมือย่อมไม่มีเงินเหลือแล้ว ในเมื่อต้องซื้อของบำรุงให้พี่สะใภ้ สินเดิมของลูกที่เคยฝากไว้กับท่านแม่ ไม่ทราบว่าพอจะ..."

วันที่สองของการแต่งงานของนางครานั้น แม่สามีก็สั่งปิดผนึกสินเดิมของนางทันที โดยอ้างคำพูดสวยหรูว่าจะช่วยดูแลให้ เพื่อกันไม่ให้นางใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

สีหน้าของนายหญิงกู้เปลี่ยนไปเล็กน้อย

"ฉางยวนมีเงินหวัดไม่ใช่หรือ เขาไม่ได้ให้เจ้า? ไปเรียกเขามา ข้าจะจัดการให้เอง ไม่มีที่ไหนที่ปล่อยให้ภรรยาต้องควักสินเดิมมาเลี้ยงดูครอบครัวหรอก"

ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ

เตรียมจะไม่คืนให้สินะ

เมื่อเดินออกจากเรือนหรงเวย

อาหมานอดทนไม่ไหวอีกต่อไป

"คุณหนู สินเดิมของท่านฝากไว้ที่ฮูหยินผู้เฒ่าตลอด สองปีมานี้ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ นางก็เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที บ่าวว่านางคิดจะฮุบไว้เองมากกว่า!"

ลู่เจาหนิงรู้อยู่แก่ใจดี

ขณะกำลังเดินอยู่ ก็ได้ยินสาวใช้สองสามคนซุบซิบกัน

"ได้ยินข่าวหรือยัง เมื่อคืนที่เรือนทิงอวี่เรียกหาน้ำถึงสามรอบเชียวนะ!"

"ท่านซื่อจื่อดูร่างกายอ่อนแอ นึกไม่ถึงว่าจะองอาจกล้าหาญถึงเพียงนี้"

เรื่องที่ซื่อจื่อสิ้นลม นายหญิงกู้ปกปิดไว้อย่างดี คนที่รู้เรื่องนี้จึงมีน้อยมาก

สาวใช้พวกนั้นคิดว่าคนที่ร่วมห้องเมื่อคืนคือซื่อจื่อ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกนางจะพูดเช่นนั้น

แต่ทว่า ทั้งลู่เจาหนิงและอาหมานต่างรู้ความจริงดี

อาหมานไล่พวกสาวใช้ที่นินทาพวกนั้นไป แล้วหันมากล่าวอย่างเดือดดาล

"คุณหนูเจ้าคะ หากท่านซื่อจื่อได้ยินคำนี้เข้า คงโกรธจนฟื้นคืนชีพขึ้นมาแน่!"

จากนั้นก็ถามอย่างระมัดระวัง "แล้วท่านไม่โกรธบ้างหรือเจ้าคะ"

ลู่เจาหนิงไม่โกรธแต่กลับยิ้มออกมา

"หากโกรธจนฟื้นขึ้นมาได้จริง ๆ ก็คงช่วยทุ่นแรงข้าไปได้ไม่น้อยทีเดียว"

"คุณหนู ท่านยังมีแก่ใจมาล้อเล่นอีกหรือ! บ่าวเห็นว่าท่านไม่ควรมายุ่งเรื่องในจวนโหวนี้เลย ขอหย่าขาดไปเสียยังดีกว่า!"

อาหมานเป็นคนอุปนิสัยโผงผางแข็งกร้าว อยากจะให้คุณหนูออกจากจวนโหวไปให้พ้นจากเรื่องโสมมพวกนี้

แสงแดดสาดส่องลงมา รอยยิ้มของลู่เจาหนิงจางหายไปในทันที

"คนที่ทำผิดไม่ใช่ข้า คนที่ต้องจากไป ก็ไม่ควรจะเป็นข้าเช่นกัน"

การหลีกทางให้คู่ชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น ไม่ใช่วิสัยของนางแน่นอน

อีกทั้ง บุตรสาวพ่อค้าที่คิดจะแต่งเข้าตระกูลที่สูงนั้น ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์

ท่านพ่อรู้ซึ้งถึงหลักการนี้ดี ตอนนั้นจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจทุกอย่างเพื่อให้นางได้แต่งเข้าจวนโหว หวังให้ชีวิตที่เหลือของนางราบรื่นสงบสุข

เพราะท่านพ่อและนางต่างก็เหมือนกัน ไม่อาจลืมเรื่องของพี่ใหญ่และพี่สาวใหญ่คนโตในตอนนั้นได้ เพียงเพราะพวกเขาเป็นลูกหลานพ่อค้า จึงถูกใส่ร้ายรังแก คนหนึ่งเสียสติ อีกคนหนึ่งตายอย่างอนาถ...

เรื่องราวในอดีตผุดขึ้นมาฉากแล้วฉากเล่า แววตาของลู่เจาหนิงลึกล้ำ ทว่ากลับมีพลังใจที่เด็ดเดี่ยวประหนึ่งเผาสะพานทุบหม้อข้าว

นางมองไปเบื้องหน้า แล้วกล่าวเสียงเข้ม

"หลังพระอาทิตย์ตกดิน ย้าย ‘ร่าง’ ของซื่อจื่อไปที่เรือนทิงอวี่"

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ อาหมานก็พลันมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที

"เจ้าค่ะ คุณหนู!"

......

เมื่อกลับถึงเรือนหลัน

ลู่เจาหนิงเปิดดูสมุดบัญชีของร้านค้า

ตอนกู้ฉางยวนเดินเข้ามา สิ่งที่เขาเห็นก็คือภาพเหตุการณ์เช่นนี้

เขาอยากแต่งงานกับกุลสตรีผู้สูงศักดิ์มาตั้งแต่เด็กแล้ว ย่อมไม่ชอบใจในกิริยาท่าทางแบบพ่อค้าของภรรยา แต่ก็ต้องยอมรับว่าเพียงแค่นางนั่งอยู่ตรงนั้น ก็งดงามราวกับภาพวาดในตัวเอง

"ท่านแม่ทัพ!" อาหมานเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาเข้า ก็สะดุ้งโหยงทันที

ลู่เจาหนิงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้า แล้วยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

"ท่านแม่ทัพ"

เมื่อได้ยินนางเรียกขานอย่างห่างเหินเช่นนั้น ใบหน้าที่หล่อเหลาของกู้ฉางยวนก็ปรากฏร่องรอยความไม่สบอารมณ์

นึกย้อนไปเมื่อสองปีก่อน ตอนที่เขาจะออกศึก นางยังเรียกเขาว่า "ท่านพี่" ด้วยแววตาอันอ่อนโยนอยู่เลย

ดูท่าแล้ว นางคงยังโกรธเรื่องเมื่อคืนอยู่ ถึงอย่างไรนางก็รักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น อีกทั้งมีชาติกำเนิดมาจากพ่อค้า จึงชินกับการเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยตรงหน้า และไม่คำนึงถึงแผนการใหญ่ในระยะยาว

กู้ฉางยวนสะบัดชายเสื้อนั่งลง "เมื่อคืนหลับสบายหรือไม่"

"เจ้าค่ะ" ลู่เจาหนิงตอบรับ

"คืนนี้ข้าจะค้างที่นี่"
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 5

    พอลู่เจาหนิงได้ยินว่ากู้ฉางยวนจะรั้งอยู่ค้างคืน นางก็หนักใจทันทีโดยเฉพาะท่าทีที่วางโตสูงส่งราวกับเป็นเจ้าชีวิตของเขา คล้ายกับว่านี่คือรางวัลที่ประทานให้นางเขาคิดว่าตนเองเป็นของล้ำค่าที่ใคร ๆ ก็ต้องการจริงหรือ?นางอยากให้เขาไปสิงสถิตอยู่ที่เรือนทิงอวี่ทั้งวันทั้งคืน ร่วมเคียงคู่โผบินไปกับหลินหว่านฉิง และมีบุตรด้วยกันไว ๆ เสียเหลือเกินกู้ฉางยวนเห็นนางนิ่งเงียบไป ก็สำคัญตัวผิดว่านางตื้นตันใจจนพูดไม่ออกเพราะอย่างไรเสีย นางก็เฝ้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานถึงสองปีเต็มทว่าลู่เจาหนิงกลับเงยหน้ามองเขา แผ่นหลังตั้งตรงแน่วแน่ แววตาสงบนิ่งราวน้ำในสระร้าง ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความหวั่นไหวใด ๆ"ศพของท่านพี่นับวันยิ่งเน่าเปื่อย ท่านแม่ทัพเอาใจใส่พี่สะใภ้ดี ทางข้าไม่เป็นไรหรอก"นางช่างเป็นคนรู้ความและเห็นแก่ส่วนรวมเสียจริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจของกู้ฉางยวนกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเขาเลิกชายเสื้อคลุมแล้วนั่งลง กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะอันอุดมสมบูรณ์ไก่น้ำเต้า ปลาแปดเซียน... และยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่เขาเรียกชื่อไม่ถูก มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาสูงลิ่วเขายังมิได้เริ่มกิน แต่กลับไร้เ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 4

    นายหญิงกู้ใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ลู่เจาหนิงกล่าวมาเมื่อครู่นั้น มีเหตุผลทุกประการ"เช่นนั้นก็ย้ายเหิงเอ๋อร์ไปที่เรือนทิงอวี่เถิด เพื่อชะลอการเน่าเปื่อยของร่างกาย ให้เพิ่มน้ำแข็งลงไปให้มากหน่อย...""การเติมน้ำแข็งทุกวันย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนสงสัย มิสู้ซื้อโลงหยกเย็นสักใบดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ" ลู่เจาหนิงเสนอ ประการแรก นางไม่ต้องการให้ใครเข้าไปในห้องใต้ดินเพื่อรบกวนการถอนพิษให้ซื่อจื่อประการที่สอง พิษที่ซื่อจื่อได้รับคือพิษร้อน โลงหยกเย็นจะมีส่วนช่วยในการกระจายพิษได้ดีนายหญิงกู้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก"โลงหยกเย็น!? ของสิ่งนั้นมูลค่าตั้งหมื่นทองเชียวนะ!"ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ "เพื่อคำนึงถึงภาพรวมอย่างไรเล่าเจ้าคะ ลูกสะใภ้ย่อมตัดใจสละได้!"นายหญิงกู้ถึงกับจุกจนพูดไม่ออกช่างเป็นพวกเศรษฐีใจถึงเสียจริงทว่า หว่านฉิงจะตั้งครรภ์เมื่อใดนั้นยังไม่รู้ได้ การรักษาร่างกายไว้จึงสำคัญที่สุด"หายากนักที่เจ้าจะคิดไตร่ตรองได้รอบคอบเพียงนี้ เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าเถิด""เจ้าค่ะ"หลังจากวางถ้วยน้ำชาลง นายหญิงกู้ก็หันมากำชับต่อ"เจ้าต้องทำดีกับพี่สะใภ้ของเจ้าให้มาก นางคือผู้มีพระ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 3

    หลินหว่านฉิงยิ้ม ทว่าในดวงตาไม่อาจซ่อนเร้นความดูแคลนได้ นางเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของลู่เจาหนิง"เป็นคนน่ะ ควรต้องรู้จักเจียมตัวเอาไว้บ้างมังกรคู่หงส์ เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วยามนี้ที่ให้เจ้าขอหย่าเอง ก็ถือว่าเหลือเกียรติไว้ให้เจ้าแล้วเชื่อหรือไม่ว่าแค่ข้าพูดคำเดียว ฉางยวนก็จะหย่าขาดจากเจ้าทันที?"ลู่เจาหนิงทำทีท่าเหมือนไม่ยินยอม"ข้าไม่ได้ทำความผิดอันใด จวนโหวจะหย่าขาดจากข้าไม่ได้"แววตาของหลินหว่านฉิงมืดครึ้มลง"ข้าสงสัย เหตุใดเจ้าถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันนะ?คงไม่ใช่ว่าคิดจะดื้อด้านไม่ยอมไป เพื่อหาโอกาสคลอดบุตรชายให้ฉางยวน หวังจะชูคอเพราะลูก แล้วขึ้นเป็นนายหญิงของจวนโหวในภายภาคหน้าหรอกนะ?ข้าจะบอกเจ้าให้ ต่อให้ข้ากลายเป็นหม้าย เจ้าก็ไม่มีวันสั่นคลอนตำแหน่งชายาซื่อจื่อของข้าได้"นางลูบหน้าท้องของตนเอง ใบหน้าปรากฏความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน"ฉางยวนเป็นคนซื่อสัตย์กตัญญู เขาบอกแล้วว่าจะไม่รับสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อ แต่เขาจะมอบบุตรแก่ข้าคนหนึ่ง เพื่อสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อและจวนโหว ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าก็ไม่มีวันเหนือกว่าข้าไปได้ เข้าใจหรือไม่?"ส่วนลึกในดวงตาของลู่เจาหนิงเย

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 2

    เรือนทิงอวี่กู้ฉางยวนวางร่างหลินหว่านฉิงลงบนเตียง การเคลื่อนไหวช่างอ่อนโยนและระมัดระวังหลินหว่านฉิงดึงชายเสื้อของเขาไว้"ฉางยวน เจ้าอย่าได้ตำหนิเจาหนิงเลย ในฐานะสตรีด้วยกัน ข้าย่อมรู้ดีว่าในใจนางต้องรู้สึกทรมาน"กู้ฉางยวนพยักหน้า "ยังคงเป็นพี่สะใภ้ที่รู้ความและเห็นใจผู้อื่น"พี่สะใภ้สูญเสียสามีไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังต้องมาเผื่อแผ่ความคิดถึงผู้อื่น ย้อนกลับมาดูชิงเจาหนิงสิ รู้จักแต่หึงหวง ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ภาพรวมสักนิดบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็แค่ให้ยืมเชื้อเพื่อสืบทอดสายเลือดให้พี่ชายเท่านั้นหลินหว่านฉิงน้ำตาไหลริน"ล้วนเป็นเพราะข้าที่ปรนนิบัติสามีไม่ดีพอ""หาก... หากพี่ชายเจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราก็คงไม่ถึงกับต้อง..."กู้ฉางยวนใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาพลางปลอบโยนนาง"พี่สะใภ้ไม่ควรโทษตัวเอง พี่ใหญ่ขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก จะเป็นท่านที่ดูแลไม่ดีได้อย่างไร คนตายไม่อาจฟื้นคืน เรามองไปข้างหน้ากันเถิด"หลินหว่านฉิงเงยหน้า มองเขาด้วยท่าทางที่น่าสงสารและจับใจ ทว่าส่วนลึกในดวงตากลับซ่อนประกายบางอย่างเอาไว้"เจ้าพูดถูก คนตายไม่อาจฟื้นคืนได้"เมื่อซื่อจ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 1

    "ท่านจะช่วยพี่สะใภ้มีบุตร? ช่วยอย่างไรกัน"ลู่เจาหนิงขนตาสั่นระริก นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เขาคือกู้ฉางยวน สามีของนางนั่นเองกู้ฉางยวนเพิ่งคว้าชัยกลับมาวันนี้ ยังคงสวมชุดเกราะที่แข็งและเย็นเฉียบเขามองตรงไปข้างหน้า น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชาเด็ดขาดตามลักษณะเฉพาะของขุนนางนักรบ"ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ข้าจะไปค้างที่เรือนทิงอวี่ของนาง จนกว่านางจะท้อง"ลู่เจาหนิงหัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม"มิน่าเล่า พี่ใหญ่จากไปเดือนกว่าแล้ว ท่านพ่อท่านแม่กลับปกปิดเรื่องนี้ไว้ จนป่านนี้ยังไม่มีการจัดงานศพแจ้งข่าวออกไป..."นางเบะปากหัวเราะเยาะตัวเอง"ดังนั้น พวกท่านปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้ว ที่มาตอนนี้ก็เพียงเพื่อบอกให้ข้ารู้เท่านั้น?"หลังแต่งงาน กู้ฉางยวนก็ไปประจำการที่ชายแดน จนป่านนี้ทั้งสองจึงยังไม่ได้ร่วมห้องร่วมหอกันเลยคืนนี้ควรจะเป็นคืนเข้าหอเขาที่ชดเชยให้นาง แต่เขากลับจะไปพัวพันกับสตรีอื่น อีกทั้งสตรีนางนั้นยังเป็นถึงพี่สะใภ้ของเขาด้วย!ช่างเหลวไหลสิ้นดี!กู้ฉางยวนฟังออกว่านางกำลังประชดประชัน"ท่านพ่อท่านแม่ตัดสินใจแล้ว เดิมทีไม่จำเป็นต้องถามความเห็นเจ้าด้วย แต่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status