แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: เสื้อฟางใต้ม่านฝน
พอลู่เจาหนิงได้ยินว่ากู้ฉางยวนจะรั้งอยู่ค้างคืน นางก็หนักใจทันที

โดยเฉพาะท่าทีที่วางโตสูงส่งราวกับเป็นเจ้าชีวิตของเขา คล้ายกับว่านี่คือรางวัลที่ประทานให้นาง

เขาคิดว่าตนเองเป็นของล้ำค่าที่ใคร ๆ ก็ต้องการจริงหรือ?

นางอยากให้เขาไปสิงสถิตอยู่ที่เรือนทิงอวี่ทั้งวันทั้งคืน ร่วมเคียงคู่โผบินไปกับหลินหว่านฉิง และมีบุตรด้วยกันไว ๆ เสียเหลือเกิน

กู้ฉางยวนเห็นนางนิ่งเงียบไป ก็สำคัญตัวผิดว่านางตื้นตันใจจนพูดไม่ออก

เพราะอย่างไรเสีย นางก็เฝ้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานถึงสองปีเต็ม

ทว่าลู่เจาหนิงกลับเงยหน้ามองเขา แผ่นหลังตั้งตรงแน่วแน่ แววตาสงบนิ่งราวน้ำในสระร้าง ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความหวั่นไหวใด ๆ

"ศพของท่านพี่นับวันยิ่งเน่าเปื่อย ท่านแม่ทัพเอาใจใส่พี่สะใภ้ดี ทางข้าไม่เป็นไรหรอก"

นางช่างเป็นคนรู้ความและเห็นแก่ส่วนรวมเสียจริง

แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจของกู้ฉางยวนกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

เขาเลิกชายเสื้อคลุมแล้วนั่งลง กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะอันอุดมสมบูรณ์

ไก่น้ำเต้า ปลาแปดเซียน... และยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่เขาเรียกชื่อไม่ถูก มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาสูงลิ่ว

เขายังมิได้เริ่มกิน แต่กลับไร้เงาสาวใช้ที่จะเข้ามาจัดเตรียมถ้วยตะเกียบเพิ่มให้

คนของเรือนหลันนี่ช่างไร้ไหวพริบสิ้นดี

เขาพลันนึกไปถึงอาหารที่เรือนทิงอวี่ หากเทียบกันแล้ว ที่นั่นเรียกว่า "อัตคัด"

กู้ฉางยวนเกิดความไม่พอใจทันที

"ได้ยินท่านแม่บอกว่า เจ้าจะซื้อของบำรุงให้พี่สะใภ้ นางชอบทานรังนกของร้านตงซาน ซื้อไปให้มากหน่อย

แล้วก็ ต่อไปอาหารการกินของเรือนทิงอวี่ ให้จัดตามมาตรฐานเรือนของเจ้า จะได้ไม่เป็นการลำเอียง จนคนจะหาว่าจวนโหวทอดทิ้งพี่สะใภ้หม้าย..."

อาหมานรู้สึกคับแค้นใจแทนคุณหนูยิ่งนัก

ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนคุมบัญชี เงินที่จ่ายให้แต่ละเรือนต่อเดือนมีเพียงน้อยนิด อาหารที่สมบูรณ์ของเรือนหลันล้วนเป็นเงินส่วนตัวที่คุณหนูควักจ่ายเอง แล้วเรือนทิงอวี่มีสิทธิ์อะไรมาให้เรือนหลันแบกรับภาระ?

"ท่านแม่ทัพ ในบัญชีไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นเจ้าค่ะ" ลู่เจาหนิงปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา

กู้ฉางยวนตวาดขึ้นทันที "เป็นไปได้อย่างไร!"

"หากท่านไม่เชื่อ ก็ตรวจสอบบัญชีดูได้เจ้าค่ะ"

"ไม่ใช่ว่ามีกำไรมาโดยตลอดหรอกหรือ"

ลู่เจาหนิงตอบกลับอย่างราบเรียบเย็นชา

"ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพไปได้ยินมาจากที่ใด

แต่ความจริงคือ ร้านที่มีกำไรล้วนเป็นร้านค้าในนามของข้า ส่วนร้านค้าของจวนโหวทำได้เพียงประคองตัวไม่ให้ขาดทุน เมื่อเดือนก่อนท่านพ่อรับคำสั่งลงใต้ ก็เบิกเงินก้อนใหญ่ไปก้อนหนึ่ง ยามนี้รายรับไม่พอกับรายจ่าย มิหนำซ้ำยังค้างค่าแรงคนงาน..."

กู้ฉางยวนเกลียดการคิดบัญชีเป็นที่สุด

"ไม่ต้องมาพูดเรื่องพวกนี้กับข้า คนบ้านเดียวกันไยต้องแบ่งแยกชัดเจนปานนี้ ในบัญชีจวนโหวไม่มีเงิน ในบัญชีของเจ้าก็ต้องมีไม่ใช่หรือ เจ้าก็เอาเงินส่วนของเจ้าสำรองจ่ายไปก่อน วันหน้าค่อยคืนให้ ตอนนี้ต้องเห็นเรื่องของพี่สะใภ้สำคัญที่สุด"

ลู่เจาหนิงยังคงรักษารอยยิ้มแสนอ่อนโยนไว้บนใบหน้า

"ท่านแม่ทัพคงไม่ทราบ เงินในส่วนของข้านั้น นำไปซื้อโลงหยกเย็นและน้ำแข็งให้ท่านพี่หมดแล้วเจ้าค่ะ"

กู้ฉางยวนขมวดคิ้วมุ่น

ไม่ทันให้เขาได้ซักไซ้ ลู่เจาหนิงก็กล่าวต่อ

"นอกจากนี้ ยังนำไปมอบให้ขุนนางผู้ใหญ่หลายท่าน เพื่อหวังให้พวกเขาช่วยส่งเสริมให้ท่านแม่ทัพได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ จึงไม่มีเงินเหลือติดบัญชีแล้ว"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ฉางยวนก็บันดาลโทสะจนแทบคลั่ง

"ซื้อโลงศพให้พี่ข้าจะไม่ว่าสักคำ แต่เหตุใดเจ้าต้องไปวุ่นวายกับขุนนาง เรื่องราวในราชสำนัก ลูกสาวพ่อค้าอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร!

เงินที่เจ้าเสียไปโดยเปล่าประโยชน์นั้น ยังสู้ให้ท่านอัครมหาเสนาบดีทูลเพียงไม่กี่คำต่อหน้าพระพักตร์ไม่ได้ด้วยซ้ำ! อีกอย่างเรื่องเลื่อนยศของข้ามีท่านอัครมหาเสนาบดีคอยหนุนอยู่แล้ว จำเป็นต้องให้เจ้ามาเสริมด้วยหรือ"

ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับ

"ท่านแม่ทัพกล่าวได้ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นนางยอมรับผิด กู้ฉางยวนก็มิอยากเอาความต่อ

"ภายหน้าหากไม่รู้ความ ก็จงถามท่านแม่กับพี่สะใภ้ให้มาก

ยามนี้เจ้าเป็นถึงสะใภ้รองของจวนโหว และเป็นฮูหยินแม่ทัพของข้า ควรจะเลิกทำตัวแบบพวกลูกสาวพ่อค้าเสียที

ไม่หวังให้เจ้าเชี่ยวชาญศาสตร์ศิลป์หรือเก่งเรื่องสมุนไพรเหมือนพี่สะใภ้หรอก แต่อย่างน้อยก็ควรมีความสามารถโดดเด่นติดตัวบ้าง

หาอะไรทำเสียบ้าง จะได้มิต้องทำเรื่องโง่เขลาอยู่ร่ำไป"

อาหมานแทบจะอดใจไม่ไหว อยากด่าสวนกลับ

คุณหนูของนางพรสวรรค์ล้ำเลิศ ร่ำเรียนกับอาจารย์เอกมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือในศาสตร์ศิลป์ทั้งหลายนั้น หลินหว่านฉิงมีหรือจะเทียบติด? เพียงแต่คุณหนูชอบเก็บงำความสามารถไว้มิดชิดเท่านั้น

ส่วนเรื่องยา คุณหนูเป็นถึงศิษย์สายตรงของท่านหมอเทวดาเซวีย! หลินหว่านฉิงแค่เคยอ่านตำราเล่น ๆ เพียงไม่กี่เล่ม ก็นับว่าเชี่ยวชาญแล้วหรือ

อีกประการ คุณหนูใช่คนว่างงานเสียที่ไหน? หากนางไม่ทำบัญชี ไม่บริหารร้านค้า จวนโหวจะมีทรัพย์สินพรั่งพร้อมเช่นทุกวันนี้หรือ

อาหมานโกรธจนอยากจะเข้าไปกัดขย้ำ

ทว่าลู่เจาหนิงกลับหลุดหัวเราะออกมา

"เจ้าขำอะไร" กู้ฉางยวนขมวดคิ้วมุ่น

ลู่เจาหนิงเงยหน้ามองเขาฉับพลัน นัยน์ตาทอประกายเย็นเยือกแวบหนึ่ง รวดเร็วเสียจนกู้ฉางยวนนึกว่าตาฝาด

ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่าดวงตากลับมืดมิดยากหยั่งถึง

"ข้าเพียงแต่คิดว่า ท่านแม่ทัพกำลังจะได้เลื่อนยศ ช่างน่ายินดียิ่งนัก จนอดใจไว้มิไหวเจ้าค่ะ"

กู้ฉางยวนจึงไม่ได้สงสัยในเจตนาอื่น

"ข้าต้องเข้าวังไปรายงานตัว คงไม่ร่วมโต๊ะกับเจ้าแล้ว แม้คืนนี้จะไม้ค้างด้วย แต่ก็จะแวะมาหาเจ้าเสียหน่อย"

กล่าวจบเขาก็ลุกจากไป จนกระทั่งก้าวพ้นประตูเรือน ก็ไม่เห็นว่าลู่เจาหนิงจะเอ่ยปากรั้งให้เขาอยู่ทานข้าวเลยสักคำ

……

ภายในห้อง

ในที่สุดอาหมานก็กลั้นไว้ไม่อยู่

"คุณหนู! นี่คนประเภทกัน! เอ่ยปากสามคำก็ไม่พ้นเรื่องหลินหว่านฉิง หากคนนอกไม่รู้คงนึกว่าหลินหว่านฉิงเป็นเมียเขาไปแล้ว! ยังจะเอารังนกร้านตงซานอีก ช่างเลือกนักนะ! นึกว่าท่านเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คอยโปรยเงินให้พวกเขาทุกวันหรือไร!

แต่คุณหนูเก่งกาจนัก พูดเพียงไม่กี่คำก็ล้างบัญชีจนเกลี้ยง ทำให้จวนโหวเอาเปรียบไม่ได้เลย!"

นั่นสิ ลู่เจาหนิงตระหนักมาแต่เด็กว่า ทรัพย์สินเงินทองต้องกุมไว้ในมือตนเองให้มั่นที่สุด

นางจิบชาคำหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ทางห้องบัญชี กำชับเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่"

"ทำตามที่คุณหนูกำชับตั้งแต่เมื่อวานแล้วเจ้าค่ะ ไม่มีการส่งเงินไปติดสินบนพวกขุนนางอีก บ่าวละอยากจะรอดูนัก ว่าหากขาด 'การวาดงูเติมขา' ของคุณหนู ท่านเขยของเราจะร่ำไห้ออกมาเช่นไร!"

ลู่เจาหนิงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง

"เตรียมการเถิด คืนนี้ข้าจะฝังเข็มให้ซื่อจื่อ หากโชคดี เขาจะกลับมาได้ยินเร็ว ๆ นี้"

นัยน์ตารูปลูกท้อน้อยฉายแววประหลาดใจ

"เช่นนั้นเขาจะไม่ได้ยินท่านแม่ทัพกับหลินหว่านฉิง..."

แม่เจ้า! แค่คิดก็เริ่มตื่นเต้นแล้ว!
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 5

    พอลู่เจาหนิงได้ยินว่ากู้ฉางยวนจะรั้งอยู่ค้างคืน นางก็หนักใจทันทีโดยเฉพาะท่าทีที่วางโตสูงส่งราวกับเป็นเจ้าชีวิตของเขา คล้ายกับว่านี่คือรางวัลที่ประทานให้นางเขาคิดว่าตนเองเป็นของล้ำค่าที่ใคร ๆ ก็ต้องการจริงหรือ?นางอยากให้เขาไปสิงสถิตอยู่ที่เรือนทิงอวี่ทั้งวันทั้งคืน ร่วมเคียงคู่โผบินไปกับหลินหว่านฉิง และมีบุตรด้วยกันไว ๆ เสียเหลือเกินกู้ฉางยวนเห็นนางนิ่งเงียบไป ก็สำคัญตัวผิดว่านางตื้นตันใจจนพูดไม่ออกเพราะอย่างไรเสีย นางก็เฝ้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานถึงสองปีเต็มทว่าลู่เจาหนิงกลับเงยหน้ามองเขา แผ่นหลังตั้งตรงแน่วแน่ แววตาสงบนิ่งราวน้ำในสระร้าง ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความหวั่นไหวใด ๆ"ศพของท่านพี่นับวันยิ่งเน่าเปื่อย ท่านแม่ทัพเอาใจใส่พี่สะใภ้ดี ทางข้าไม่เป็นไรหรอก"นางช่างเป็นคนรู้ความและเห็นแก่ส่วนรวมเสียจริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจของกู้ฉางยวนกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเขาเลิกชายเสื้อคลุมแล้วนั่งลง กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะอันอุดมสมบูรณ์ไก่น้ำเต้า ปลาแปดเซียน... และยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่เขาเรียกชื่อไม่ถูก มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาสูงลิ่วเขายังมิได้เริ่มกิน แต่กลับไร้เ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 4

    นายหญิงกู้ใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ลู่เจาหนิงกล่าวมาเมื่อครู่นั้น มีเหตุผลทุกประการ"เช่นนั้นก็ย้ายเหิงเอ๋อร์ไปที่เรือนทิงอวี่เถิด เพื่อชะลอการเน่าเปื่อยของร่างกาย ให้เพิ่มน้ำแข็งลงไปให้มากหน่อย...""การเติมน้ำแข็งทุกวันย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนสงสัย มิสู้ซื้อโลงหยกเย็นสักใบดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ" ลู่เจาหนิงเสนอ ประการแรก นางไม่ต้องการให้ใครเข้าไปในห้องใต้ดินเพื่อรบกวนการถอนพิษให้ซื่อจื่อประการที่สอง พิษที่ซื่อจื่อได้รับคือพิษร้อน โลงหยกเย็นจะมีส่วนช่วยในการกระจายพิษได้ดีนายหญิงกู้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก"โลงหยกเย็น!? ของสิ่งนั้นมูลค่าตั้งหมื่นทองเชียวนะ!"ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ "เพื่อคำนึงถึงภาพรวมอย่างไรเล่าเจ้าคะ ลูกสะใภ้ย่อมตัดใจสละได้!"นายหญิงกู้ถึงกับจุกจนพูดไม่ออกช่างเป็นพวกเศรษฐีใจถึงเสียจริงทว่า หว่านฉิงจะตั้งครรภ์เมื่อใดนั้นยังไม่รู้ได้ การรักษาร่างกายไว้จึงสำคัญที่สุด"หายากนักที่เจ้าจะคิดไตร่ตรองได้รอบคอบเพียงนี้ เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าเถิด""เจ้าค่ะ"หลังจากวางถ้วยน้ำชาลง นายหญิงกู้ก็หันมากำชับต่อ"เจ้าต้องทำดีกับพี่สะใภ้ของเจ้าให้มาก นางคือผู้มีพระ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 3

    หลินหว่านฉิงยิ้ม ทว่าในดวงตาไม่อาจซ่อนเร้นความดูแคลนได้ นางเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของลู่เจาหนิง"เป็นคนน่ะ ควรต้องรู้จักเจียมตัวเอาไว้บ้างมังกรคู่หงส์ เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วยามนี้ที่ให้เจ้าขอหย่าเอง ก็ถือว่าเหลือเกียรติไว้ให้เจ้าแล้วเชื่อหรือไม่ว่าแค่ข้าพูดคำเดียว ฉางยวนก็จะหย่าขาดจากเจ้าทันที?"ลู่เจาหนิงทำทีท่าเหมือนไม่ยินยอม"ข้าไม่ได้ทำความผิดอันใด จวนโหวจะหย่าขาดจากข้าไม่ได้"แววตาของหลินหว่านฉิงมืดครึ้มลง"ข้าสงสัย เหตุใดเจ้าถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันนะ?คงไม่ใช่ว่าคิดจะดื้อด้านไม่ยอมไป เพื่อหาโอกาสคลอดบุตรชายให้ฉางยวน หวังจะชูคอเพราะลูก แล้วขึ้นเป็นนายหญิงของจวนโหวในภายภาคหน้าหรอกนะ?ข้าจะบอกเจ้าให้ ต่อให้ข้ากลายเป็นหม้าย เจ้าก็ไม่มีวันสั่นคลอนตำแหน่งชายาซื่อจื่อของข้าได้"นางลูบหน้าท้องของตนเอง ใบหน้าปรากฏความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน"ฉางยวนเป็นคนซื่อสัตย์กตัญญู เขาบอกแล้วว่าจะไม่รับสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อ แต่เขาจะมอบบุตรแก่ข้าคนหนึ่ง เพื่อสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อและจวนโหว ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าก็ไม่มีวันเหนือกว่าข้าไปได้ เข้าใจหรือไม่?"ส่วนลึกในดวงตาของลู่เจาหนิงเย

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 2

    เรือนทิงอวี่กู้ฉางยวนวางร่างหลินหว่านฉิงลงบนเตียง การเคลื่อนไหวช่างอ่อนโยนและระมัดระวังหลินหว่านฉิงดึงชายเสื้อของเขาไว้"ฉางยวน เจ้าอย่าได้ตำหนิเจาหนิงเลย ในฐานะสตรีด้วยกัน ข้าย่อมรู้ดีว่าในใจนางต้องรู้สึกทรมาน"กู้ฉางยวนพยักหน้า "ยังคงเป็นพี่สะใภ้ที่รู้ความและเห็นใจผู้อื่น"พี่สะใภ้สูญเสียสามีไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังต้องมาเผื่อแผ่ความคิดถึงผู้อื่น ย้อนกลับมาดูชิงเจาหนิงสิ รู้จักแต่หึงหวง ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ภาพรวมสักนิดบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็แค่ให้ยืมเชื้อเพื่อสืบทอดสายเลือดให้พี่ชายเท่านั้นหลินหว่านฉิงน้ำตาไหลริน"ล้วนเป็นเพราะข้าที่ปรนนิบัติสามีไม่ดีพอ""หาก... หากพี่ชายเจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราก็คงไม่ถึงกับต้อง..."กู้ฉางยวนใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาพลางปลอบโยนนาง"พี่สะใภ้ไม่ควรโทษตัวเอง พี่ใหญ่ขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก จะเป็นท่านที่ดูแลไม่ดีได้อย่างไร คนตายไม่อาจฟื้นคืน เรามองไปข้างหน้ากันเถิด"หลินหว่านฉิงเงยหน้า มองเขาด้วยท่าทางที่น่าสงสารและจับใจ ทว่าส่วนลึกในดวงตากลับซ่อนประกายบางอย่างเอาไว้"เจ้าพูดถูก คนตายไม่อาจฟื้นคืนได้"เมื่อซื่อจ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 1

    "ท่านจะช่วยพี่สะใภ้มีบุตร? ช่วยอย่างไรกัน"ลู่เจาหนิงขนตาสั่นระริก นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เขาคือกู้ฉางยวน สามีของนางนั่นเองกู้ฉางยวนเพิ่งคว้าชัยกลับมาวันนี้ ยังคงสวมชุดเกราะที่แข็งและเย็นเฉียบเขามองตรงไปข้างหน้า น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชาเด็ดขาดตามลักษณะเฉพาะของขุนนางนักรบ"ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ข้าจะไปค้างที่เรือนทิงอวี่ของนาง จนกว่านางจะท้อง"ลู่เจาหนิงหัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม"มิน่าเล่า พี่ใหญ่จากไปเดือนกว่าแล้ว ท่านพ่อท่านแม่กลับปกปิดเรื่องนี้ไว้ จนป่านนี้ยังไม่มีการจัดงานศพแจ้งข่าวออกไป..."นางเบะปากหัวเราะเยาะตัวเอง"ดังนั้น พวกท่านปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้ว ที่มาตอนนี้ก็เพียงเพื่อบอกให้ข้ารู้เท่านั้น?"หลังแต่งงาน กู้ฉางยวนก็ไปประจำการที่ชายแดน จนป่านนี้ทั้งสองจึงยังไม่ได้ร่วมห้องร่วมหอกันเลยคืนนี้ควรจะเป็นคืนเข้าหอเขาที่ชดเชยให้นาง แต่เขากลับจะไปพัวพันกับสตรีอื่น อีกทั้งสตรีนางนั้นยังเป็นถึงพี่สะใภ้ของเขาด้วย!ช่างเหลวไหลสิ้นดี!กู้ฉางยวนฟังออกว่านางกำลังประชดประชัน"ท่านพ่อท่านแม่ตัดสินใจแล้ว เดิมทีไม่จำเป็นต้องถามความเห็นเจ้าด้วย แต่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status