แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: เสื้อฟางใต้ม่านฝน
เรือนทิงอวี่

กู้ฉางยวนวางร่างหลินหว่านฉิงลงบนเตียง การเคลื่อนไหวช่างอ่อนโยนและระมัดระวัง

หลินหว่านฉิงดึงชายเสื้อของเขาไว้

"ฉางยวน เจ้าอย่าได้ตำหนิเจาหนิงเลย ในฐานะสตรีด้วยกัน ข้าย่อมรู้ดีว่าในใจนางต้องรู้สึกทรมาน"

กู้ฉางยวนพยักหน้า "ยังคงเป็นพี่สะใภ้ที่รู้ความและเห็นใจผู้อื่น"

พี่สะใภ้สูญเสียสามีไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังต้องมาเผื่อแผ่ความคิดถึงผู้อื่น ย้อนกลับมาดูชิงเจาหนิงสิ รู้จักแต่หึงหวง ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ภาพรวมสักนิด

บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็แค่ให้ยืมเชื้อเพื่อสืบทอดสายเลือดให้พี่ชายเท่านั้น

หลินหว่านฉิงน้ำตาไหลริน

"ล้วนเป็นเพราะข้าที่ปรนนิบัติสามีไม่ดีพอ"

"หาก... หากพี่ชายเจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราก็คงไม่ถึงกับต้อง..."

กู้ฉางยวนใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาพลางปลอบโยนนาง

"พี่สะใภ้ไม่ควรโทษตัวเอง พี่ใหญ่ขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก จะเป็นท่านที่ดูแลไม่ดีได้อย่างไร คนตายไม่อาจฟื้นคืน เรามองไปข้างหน้ากันเถิด"

หลินหว่านฉิงเงยหน้า มองเขาด้วยท่าทางที่น่าสงสารและจับใจ ทว่าส่วนลึกในดวงตากลับซ่อนประกายบางอย่างเอาไว้

"เจ้าพูดถูก คนตายไม่อาจฟื้นคืนได้"

เมื่อซื่อจื่อตายจากไป นางก็สิ้นไร้ที่พึ่งพิงในจวนโหว นางต้องคว้าตัวกู้ฉางยวนไว้ให้มั่น และให้กำเนิดบุตรชายให้ได้!

กู้ฉางยวนจ้องมองนาง ลำคอเริ่มแห้งผากด้วยความรู้สึกบางอย่าง

พี่สะใภ้ตรงที่อยู่หน้านี้ คือสตรีที่เขาเคยหวั่นไหวให้มาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย

ต่อมานางแต่งงานพี่ชาย เขาจึงไม่กล้ามีความคิดล่วงเกินอีก ตั้งมั่นว่าจะใช้เวลาสองปีเพื่อลืมความสัมพันธ์นี้ ใช้ชีวิตร่วมกับลู่เจาหนิงให้ดี

ทว่ายามนี้พี่ใหญ่จากไปแล้ว เขาได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญให้มอบบุตรแก่พี่สะใภ้ ลึก ๆ แล้วย่อมมีความเห็นแก่ตัวปนอยู่บ้าง

คิดเสียว่าสวรรค์เมตตาต่อความรักที่เขามีให้มาหลายปี จึงช่วยทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของเขาเป็นจริง

เขาขอสาบานว่า หลังจากเรื่องนี้จบลง เขาจะถอนใจคืนมาทั้งหมด และเฝ้าดูแลเพียงภรรยาของตนเองเท่านั้น

"พี่สะใภ้ พวกเราพักผ่อนกันเถิด"

หลินหว่านฉิงแสดงสีหน้าเขินอายพลางก้มหน้าลง

"ได้" เสียงของนางแผ่วเบาราวกับยุงบิน

เมื่อกลิ่นอายของบุรุษเพศจู่โจมเข้ามา นางก็เงยหน้าหลับตาลง ปล่อยให้เขาเชยชมตามใจปรารถนา…

เรือนหลัน

อาหมานมองไปยังราตรีมืดมิดภายนอก กลัวว่าคุณหนูจะนึกเสียใจภายหลัง

"คุณหนู หรือจะให้บ่าวไปที่เรือนทิงอวี่ เพื่อพูดกับท่านแม่ทัพให้รู้เรื่องตอนนี้เลยดีหรือไม่เจ้าคะ!

บ่าวพอดูออกว่า ถึงแม้การแต่งงานนี้ นายท่านจะเป็นผู้ผลักดัน แต่คุณหนูเองก็ชอบท่านแม่ทัพอยู่เช่นกัน..."

ลู่เจาหนิงรีบห้ามปรามทันที

"อย่าไปนะ"

ต่อให้เรียกตัวกู้ฉางยวนกลับมาได้ แต่จะเรียกหัวใจเขากลับมาได้หรือ?

อีกอย่าง ใครบอกว่านางชอบเขา แล้วต้องเป็นเขาเท่านั้นเล่า?

ตั้งแต่ตอนที่เขาอุ้มหลินหว่านฉิงก้าวพ้นประตูเรือนนี้ไป กู้ฉางยวนผู้นั้น ก็ไม่ใช่สามีของนางอีกต่อไปแล้ว…

หนึ่งคืนผ่านพ้นไป

วันต่อมา

แต่เช้าตรู่ ในขณะที่ลู่เจาหนิงกำลังแต่งกาย เรือนหลันก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือน

หลินหว่านฉิงสวมชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีฟ้าน้ำทะเล ไม่แต่งแต้มเครื่องสำอาง ใบหน้าดูผุดผ่องสะอาดตา ทว่าบนลำคอกลับมีรอยแดงประทับอยู่ ไม่มีการปกปิดแม้แต่น้อย

ลู่เจาหนิงลุกขึ้นทำความเคารพทันที "พี่สะใภ้"

หลินหว่านฉิงรีบเข้ามาประคองนางให้ลุกขึ้น

"ไม่ต้องมากพิธี ข้าเป็นห่วงเจ้าเลยแวะมาดู เมื่อคืนหลับสบายดีหรือไม่"

อาหมานแค่นหัวเราะในใจ

ดีหรือไม่ดี นางจะไม่รู้ชัดเชียวหรือ? แย่งสามีผู้อื่นไป ปล่อยให้คุณหนูเฝ้าห้องว่างเพียงลำพัง ยามนี้กลับเสนอหน้ามา มีเจตนาอะไรกันแน่!

ลู่เจาหนิงยิ้มตอบ "ขอบคุณพี่สะใภ้ที่เป็นห่วง ข้าเห็นพี่สะใภ้ดูเหนื่อยล้าเหลือเกิน คาดว่าเพื่อพี่ใหญ่แล้ว เมื่อคืนท่านคงจะลำบากมากทีเดียว"

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินหว่านฉิงแข็งค้างไปทันที

นางทำเป็นใจกว้างแล้วเอ่ยว่า

"เมื่อคืน ข้าพยายามเกลี้ยกล่อมฉางยวนแล้ว ให้เขาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าก่อน แต่เขาไม่ยอมฟังเลย"

ลู่เจาหนิงเงยหน้ามองนาง กล่าวด้วยน้ำเสียงแสดงความเห็นอกเห็นใจ

"สามีต้องตรากตรำลงแรงอย่างหนักเพื่อพี่ใหญ่ ข้าในฐานะภรรยา ย่อมต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว"

หลินหว่านฉิงคิ้วขมวดมุ่น จ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง

ลู่เจาหนิงไม่ถือสาจริง ๆ หรือว่ากำลังอดทนอยู่กันแน่?

"ท่านพ่อของข้าเป็นอัครมหาเสนาบดี ส่วนพ่อของเจ้าก็แค่พ่อค้า ข้าสามารถช่วยส่งเสริมฉางยวนให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ เจ้าเล่าจะทำอะไรได้ เช่นเรื่องการเลื่อนยศของฉางยวนในครั้งนี้ ก็เป็นจวนอัครเสนาบดีของข้าที่ออกแรง..."

ลู่เจาหนิงนิ่งเงียบไป ในดวงตาฉายประกายเย็นเยียบ

เรื่องการเลื่อนยศ เป็นตระกูลลู่ที่คอยจัดการมาตลอด จวนอัครเสนาบดีทำอะไรบ้าง? หลินหว่านฉิงไม่รู้จริง ๆ หรือว่าแกล้งโง่เพื่อชิงความดีความชอบกันแน่?

เมื่อเห็นลู่เจาหนิงก้มหน้าเงียบ หลินหว่านฉิงก็คิดว่านางไม่มีคำโต้แย้ง จึงพูดโพล่งออกมาอีก

"ฉางยวนแต่งกับเจ้าในตอนนั้น เพราะสถานการณ์บังคับเท่านั้น"

"ยามนี้เขามีผลงานการรบ ได้รับอวยยศเป็นแม่ทัพ เจ้าที่เป็นเพียงลูกสาวพ่อค้า ยิ่งไม่คู่ควรกับเขาเข้าไปใหญ่"

ลู่เจาหนิงแย้มยิ้มทางแววตา "พี่สะใภ้ ข้าฟังไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าท่านต้องการจะบอกอะไรกันแน่"

หึ! แกล้งโง่สินะ?

หลินหว่านฉิงยิ้มตาหยี แสดงด้านที่เป็นกุลสตรีผู้เพียบพร้อมและสง่างามออกมา

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะพูดตรง ๆ ลู่เจาหนิง เจ้าจงขอหย่าขาดไปเสียเถิด"

ลู่เจาหนิงหัวใจหล่นวูบ ก่อนจะถามย้อนกลับอย่างสุขุม

"นี่เป็นความต้องการของพี่สะใภ้ หรือว่าเป็นความต้องการของท่านแม่ทัพและจวนโหวกันแน่"
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 5

    พอลู่เจาหนิงได้ยินว่ากู้ฉางยวนจะรั้งอยู่ค้างคืน นางก็หนักใจทันทีโดยเฉพาะท่าทีที่วางโตสูงส่งราวกับเป็นเจ้าชีวิตของเขา คล้ายกับว่านี่คือรางวัลที่ประทานให้นางเขาคิดว่าตนเองเป็นของล้ำค่าที่ใคร ๆ ก็ต้องการจริงหรือ?นางอยากให้เขาไปสิงสถิตอยู่ที่เรือนทิงอวี่ทั้งวันทั้งคืน ร่วมเคียงคู่โผบินไปกับหลินหว่านฉิง และมีบุตรด้วยกันไว ๆ เสียเหลือเกินกู้ฉางยวนเห็นนางนิ่งเงียบไป ก็สำคัญตัวผิดว่านางตื้นตันใจจนพูดไม่ออกเพราะอย่างไรเสีย นางก็เฝ้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานถึงสองปีเต็มทว่าลู่เจาหนิงกลับเงยหน้ามองเขา แผ่นหลังตั้งตรงแน่วแน่ แววตาสงบนิ่งราวน้ำในสระร้าง ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความหวั่นไหวใด ๆ"ศพของท่านพี่นับวันยิ่งเน่าเปื่อย ท่านแม่ทัพเอาใจใส่พี่สะใภ้ดี ทางข้าไม่เป็นไรหรอก"นางช่างเป็นคนรู้ความและเห็นแก่ส่วนรวมเสียจริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจของกู้ฉางยวนกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเขาเลิกชายเสื้อคลุมแล้วนั่งลง กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะอันอุดมสมบูรณ์ไก่น้ำเต้า ปลาแปดเซียน... และยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่เขาเรียกชื่อไม่ถูก มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาสูงลิ่วเขายังมิได้เริ่มกิน แต่กลับไร้เ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 4

    นายหญิงกู้ใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ลู่เจาหนิงกล่าวมาเมื่อครู่นั้น มีเหตุผลทุกประการ"เช่นนั้นก็ย้ายเหิงเอ๋อร์ไปที่เรือนทิงอวี่เถิด เพื่อชะลอการเน่าเปื่อยของร่างกาย ให้เพิ่มน้ำแข็งลงไปให้มากหน่อย...""การเติมน้ำแข็งทุกวันย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนสงสัย มิสู้ซื้อโลงหยกเย็นสักใบดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ" ลู่เจาหนิงเสนอ ประการแรก นางไม่ต้องการให้ใครเข้าไปในห้องใต้ดินเพื่อรบกวนการถอนพิษให้ซื่อจื่อประการที่สอง พิษที่ซื่อจื่อได้รับคือพิษร้อน โลงหยกเย็นจะมีส่วนช่วยในการกระจายพิษได้ดีนายหญิงกู้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก"โลงหยกเย็น!? ของสิ่งนั้นมูลค่าตั้งหมื่นทองเชียวนะ!"ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ "เพื่อคำนึงถึงภาพรวมอย่างไรเล่าเจ้าคะ ลูกสะใภ้ย่อมตัดใจสละได้!"นายหญิงกู้ถึงกับจุกจนพูดไม่ออกช่างเป็นพวกเศรษฐีใจถึงเสียจริงทว่า หว่านฉิงจะตั้งครรภ์เมื่อใดนั้นยังไม่รู้ได้ การรักษาร่างกายไว้จึงสำคัญที่สุด"หายากนักที่เจ้าจะคิดไตร่ตรองได้รอบคอบเพียงนี้ เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าเถิด""เจ้าค่ะ"หลังจากวางถ้วยน้ำชาลง นายหญิงกู้ก็หันมากำชับต่อ"เจ้าต้องทำดีกับพี่สะใภ้ของเจ้าให้มาก นางคือผู้มีพระ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 3

    หลินหว่านฉิงยิ้ม ทว่าในดวงตาไม่อาจซ่อนเร้นความดูแคลนได้ นางเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของลู่เจาหนิง"เป็นคนน่ะ ควรต้องรู้จักเจียมตัวเอาไว้บ้างมังกรคู่หงส์ เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วยามนี้ที่ให้เจ้าขอหย่าเอง ก็ถือว่าเหลือเกียรติไว้ให้เจ้าแล้วเชื่อหรือไม่ว่าแค่ข้าพูดคำเดียว ฉางยวนก็จะหย่าขาดจากเจ้าทันที?"ลู่เจาหนิงทำทีท่าเหมือนไม่ยินยอม"ข้าไม่ได้ทำความผิดอันใด จวนโหวจะหย่าขาดจากข้าไม่ได้"แววตาของหลินหว่านฉิงมืดครึ้มลง"ข้าสงสัย เหตุใดเจ้าถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันนะ?คงไม่ใช่ว่าคิดจะดื้อด้านไม่ยอมไป เพื่อหาโอกาสคลอดบุตรชายให้ฉางยวน หวังจะชูคอเพราะลูก แล้วขึ้นเป็นนายหญิงของจวนโหวในภายภาคหน้าหรอกนะ?ข้าจะบอกเจ้าให้ ต่อให้ข้ากลายเป็นหม้าย เจ้าก็ไม่มีวันสั่นคลอนตำแหน่งชายาซื่อจื่อของข้าได้"นางลูบหน้าท้องของตนเอง ใบหน้าปรากฏความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน"ฉางยวนเป็นคนซื่อสัตย์กตัญญู เขาบอกแล้วว่าจะไม่รับสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อ แต่เขาจะมอบบุตรแก่ข้าคนหนึ่ง เพื่อสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อและจวนโหว ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าก็ไม่มีวันเหนือกว่าข้าไปได้ เข้าใจหรือไม่?"ส่วนลึกในดวงตาของลู่เจาหนิงเย

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 2

    เรือนทิงอวี่กู้ฉางยวนวางร่างหลินหว่านฉิงลงบนเตียง การเคลื่อนไหวช่างอ่อนโยนและระมัดระวังหลินหว่านฉิงดึงชายเสื้อของเขาไว้"ฉางยวน เจ้าอย่าได้ตำหนิเจาหนิงเลย ในฐานะสตรีด้วยกัน ข้าย่อมรู้ดีว่าในใจนางต้องรู้สึกทรมาน"กู้ฉางยวนพยักหน้า "ยังคงเป็นพี่สะใภ้ที่รู้ความและเห็นใจผู้อื่น"พี่สะใภ้สูญเสียสามีไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังต้องมาเผื่อแผ่ความคิดถึงผู้อื่น ย้อนกลับมาดูชิงเจาหนิงสิ รู้จักแต่หึงหวง ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ภาพรวมสักนิดบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็แค่ให้ยืมเชื้อเพื่อสืบทอดสายเลือดให้พี่ชายเท่านั้นหลินหว่านฉิงน้ำตาไหลริน"ล้วนเป็นเพราะข้าที่ปรนนิบัติสามีไม่ดีพอ""หาก... หากพี่ชายเจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราก็คงไม่ถึงกับต้อง..."กู้ฉางยวนใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาพลางปลอบโยนนาง"พี่สะใภ้ไม่ควรโทษตัวเอง พี่ใหญ่ขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก จะเป็นท่านที่ดูแลไม่ดีได้อย่างไร คนตายไม่อาจฟื้นคืน เรามองไปข้างหน้ากันเถิด"หลินหว่านฉิงเงยหน้า มองเขาด้วยท่าทางที่น่าสงสารและจับใจ ทว่าส่วนลึกในดวงตากลับซ่อนประกายบางอย่างเอาไว้"เจ้าพูดถูก คนตายไม่อาจฟื้นคืนได้"เมื่อซื่อจ

  • สลับรังหงส์: พี่สามีผู้นี้รักข้าสุดหัวใจ   บทที่ 1

    "ท่านจะช่วยพี่สะใภ้มีบุตร? ช่วยอย่างไรกัน"ลู่เจาหนิงขนตาสั่นระริก นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เขาคือกู้ฉางยวน สามีของนางนั่นเองกู้ฉางยวนเพิ่งคว้าชัยกลับมาวันนี้ ยังคงสวมชุดเกราะที่แข็งและเย็นเฉียบเขามองตรงไปข้างหน้า น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชาเด็ดขาดตามลักษณะเฉพาะของขุนนางนักรบ"ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ข้าจะไปค้างที่เรือนทิงอวี่ของนาง จนกว่านางจะท้อง"ลู่เจาหนิงหัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม"มิน่าเล่า พี่ใหญ่จากไปเดือนกว่าแล้ว ท่านพ่อท่านแม่กลับปกปิดเรื่องนี้ไว้ จนป่านนี้ยังไม่มีการจัดงานศพแจ้งข่าวออกไป..."นางเบะปากหัวเราะเยาะตัวเอง"ดังนั้น พวกท่านปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้ว ที่มาตอนนี้ก็เพียงเพื่อบอกให้ข้ารู้เท่านั้น?"หลังแต่งงาน กู้ฉางยวนก็ไปประจำการที่ชายแดน จนป่านนี้ทั้งสองจึงยังไม่ได้ร่วมห้องร่วมหอกันเลยคืนนี้ควรจะเป็นคืนเข้าหอเขาที่ชดเชยให้นาง แต่เขากลับจะไปพัวพันกับสตรีอื่น อีกทั้งสตรีนางนั้นยังเป็นถึงพี่สะใภ้ของเขาด้วย!ช่างเหลวไหลสิ้นดี!กู้ฉางยวนฟังออกว่านางกำลังประชดประชัน"ท่านพ่อท่านแม่ตัดสินใจแล้ว เดิมทีไม่จำเป็นต้องถามความเห็นเจ้าด้วย แต่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status