เข้าสู่ระบบ
พอลู่เจาหนิงได้ยินว่ากู้ฉางยวนจะรั้งอยู่ค้างคืน นางก็หนักใจทันทีโดยเฉพาะท่าทีที่วางโตสูงส่งราวกับเป็นเจ้าชีวิตของเขา คล้ายกับว่านี่คือรางวัลที่ประทานให้นางเขาคิดว่าตนเองเป็นของล้ำค่าที่ใคร ๆ ก็ต้องการจริงหรือ?นางอยากให้เขาไปสิงสถิตอยู่ที่เรือนทิงอวี่ทั้งวันทั้งคืน ร่วมเคียงคู่โผบินไปกับหลินหว่านฉิง และมีบุตรด้วยกันไว ๆ เสียเหลือเกินกู้ฉางยวนเห็นนางนิ่งเงียบไป ก็สำคัญตัวผิดว่านางตื้นตันใจจนพูดไม่ออกเพราะอย่างไรเสีย นางก็เฝ้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานถึงสองปีเต็มทว่าลู่เจาหนิงกลับเงยหน้ามองเขา แผ่นหลังตั้งตรงแน่วแน่ แววตาสงบนิ่งราวน้ำในสระร้าง ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความหวั่นไหวใด ๆ"ศพของท่านพี่นับวันยิ่งเน่าเปื่อย ท่านแม่ทัพเอาใจใส่พี่สะใภ้ดี ทางข้าไม่เป็นไรหรอก"นางช่างเป็นคนรู้ความและเห็นแก่ส่วนรวมเสียจริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจของกู้ฉางยวนกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเขาเลิกชายเสื้อคลุมแล้วนั่งลง กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะอันอุดมสมบูรณ์ไก่น้ำเต้า ปลาแปดเซียน... และยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่เขาเรียกชื่อไม่ถูก มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาสูงลิ่วเขายังมิได้เริ่มกิน แต่กลับไร้เ
นายหญิงกู้ใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ลู่เจาหนิงกล่าวมาเมื่อครู่นั้น มีเหตุผลทุกประการ"เช่นนั้นก็ย้ายเหิงเอ๋อร์ไปที่เรือนทิงอวี่เถิด เพื่อชะลอการเน่าเปื่อยของร่างกาย ให้เพิ่มน้ำแข็งลงไปให้มากหน่อย...""การเติมน้ำแข็งทุกวันย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนสงสัย มิสู้ซื้อโลงหยกเย็นสักใบดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ" ลู่เจาหนิงเสนอ ประการแรก นางไม่ต้องการให้ใครเข้าไปในห้องใต้ดินเพื่อรบกวนการถอนพิษให้ซื่อจื่อประการที่สอง พิษที่ซื่อจื่อได้รับคือพิษร้อน โลงหยกเย็นจะมีส่วนช่วยในการกระจายพิษได้ดีนายหญิงกู้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก"โลงหยกเย็น!? ของสิ่งนั้นมูลค่าตั้งหมื่นทองเชียวนะ!"ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ "เพื่อคำนึงถึงภาพรวมอย่างไรเล่าเจ้าคะ ลูกสะใภ้ย่อมตัดใจสละได้!"นายหญิงกู้ถึงกับจุกจนพูดไม่ออกช่างเป็นพวกเศรษฐีใจถึงเสียจริงทว่า หว่านฉิงจะตั้งครรภ์เมื่อใดนั้นยังไม่รู้ได้ การรักษาร่างกายไว้จึงสำคัญที่สุด"หายากนักที่เจ้าจะคิดไตร่ตรองได้รอบคอบเพียงนี้ เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าเถิด""เจ้าค่ะ"หลังจากวางถ้วยน้ำชาลง นายหญิงกู้ก็หันมากำชับต่อ"เจ้าต้องทำดีกับพี่สะใภ้ของเจ้าให้มาก นางคือผู้มีพระ
หลินหว่านฉิงยิ้ม ทว่าในดวงตาไม่อาจซ่อนเร้นความดูแคลนได้ นางเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของลู่เจาหนิง"เป็นคนน่ะ ควรต้องรู้จักเจียมตัวเอาไว้บ้างมังกรคู่หงส์ เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วยามนี้ที่ให้เจ้าขอหย่าเอง ก็ถือว่าเหลือเกียรติไว้ให้เจ้าแล้วเชื่อหรือไม่ว่าแค่ข้าพูดคำเดียว ฉางยวนก็จะหย่าขาดจากเจ้าทันที?"ลู่เจาหนิงทำทีท่าเหมือนไม่ยินยอม"ข้าไม่ได้ทำความผิดอันใด จวนโหวจะหย่าขาดจากข้าไม่ได้"แววตาของหลินหว่านฉิงมืดครึ้มลง"ข้าสงสัย เหตุใดเจ้าถึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกันนะ?คงไม่ใช่ว่าคิดจะดื้อด้านไม่ยอมไป เพื่อหาโอกาสคลอดบุตรชายให้ฉางยวน หวังจะชูคอเพราะลูก แล้วขึ้นเป็นนายหญิงของจวนโหวในภายภาคหน้าหรอกนะ?ข้าจะบอกเจ้าให้ ต่อให้ข้ากลายเป็นหม้าย เจ้าก็ไม่มีวันสั่นคลอนตำแหน่งชายาซื่อจื่อของข้าได้"นางลูบหน้าท้องของตนเอง ใบหน้าปรากฏความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน"ฉางยวนเป็นคนซื่อสัตย์กตัญญู เขาบอกแล้วว่าจะไม่รับสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อ แต่เขาจะมอบบุตรแก่ข้าคนหนึ่ง เพื่อสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อและจวนโหว ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าก็ไม่มีวันเหนือกว่าข้าไปได้ เข้าใจหรือไม่?"ส่วนลึกในดวงตาของลู่เจาหนิงเย
เรือนทิงอวี่กู้ฉางยวนวางร่างหลินหว่านฉิงลงบนเตียง การเคลื่อนไหวช่างอ่อนโยนและระมัดระวังหลินหว่านฉิงดึงชายเสื้อของเขาไว้"ฉางยวน เจ้าอย่าได้ตำหนิเจาหนิงเลย ในฐานะสตรีด้วยกัน ข้าย่อมรู้ดีว่าในใจนางต้องรู้สึกทรมาน"กู้ฉางยวนพยักหน้า "ยังคงเป็นพี่สะใภ้ที่รู้ความและเห็นใจผู้อื่น"พี่สะใภ้สูญเสียสามีไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังต้องมาเผื่อแผ่ความคิดถึงผู้อื่น ย้อนกลับมาดูชิงเจาหนิงสิ รู้จักแต่หึงหวง ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ภาพรวมสักนิดบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็แค่ให้ยืมเชื้อเพื่อสืบทอดสายเลือดให้พี่ชายเท่านั้นหลินหว่านฉิงน้ำตาไหลริน"ล้วนเป็นเพราะข้าที่ปรนนิบัติสามีไม่ดีพอ""หาก... หากพี่ชายเจ้ายังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราก็คงไม่ถึงกับต้อง..."กู้ฉางยวนใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาพลางปลอบโยนนาง"พี่สะใภ้ไม่ควรโทษตัวเอง พี่ใหญ่ขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก จะเป็นท่านที่ดูแลไม่ดีได้อย่างไร คนตายไม่อาจฟื้นคืน เรามองไปข้างหน้ากันเถิด"หลินหว่านฉิงเงยหน้า มองเขาด้วยท่าทางที่น่าสงสารและจับใจ ทว่าส่วนลึกในดวงตากลับซ่อนประกายบางอย่างเอาไว้"เจ้าพูดถูก คนตายไม่อาจฟื้นคืนได้"เมื่อซื่อจ
"ท่านจะช่วยพี่สะใภ้มีบุตร? ช่วยอย่างไรกัน"ลู่เจาหนิงขนตาสั่นระริก นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เขาคือกู้ฉางยวน สามีของนางนั่นเองกู้ฉางยวนเพิ่งคว้าชัยกลับมาวันนี้ ยังคงสวมชุดเกราะที่แข็งและเย็นเฉียบเขามองตรงไปข้างหน้า น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชาเด็ดขาดตามลักษณะเฉพาะของขุนนางนักรบ"ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ข้าจะไปค้างที่เรือนทิงอวี่ของนาง จนกว่านางจะท้อง"ลู่เจาหนิงหัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม"มิน่าเล่า พี่ใหญ่จากไปเดือนกว่าแล้ว ท่านพ่อท่านแม่กลับปกปิดเรื่องนี้ไว้ จนป่านนี้ยังไม่มีการจัดงานศพแจ้งข่าวออกไป..."นางเบะปากหัวเราะเยาะตัวเอง"ดังนั้น พวกท่านปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้ว ที่มาตอนนี้ก็เพียงเพื่อบอกให้ข้ารู้เท่านั้น?"หลังแต่งงาน กู้ฉางยวนก็ไปประจำการที่ชายแดน จนป่านนี้ทั้งสองจึงยังไม่ได้ร่วมห้องร่วมหอกันเลยคืนนี้ควรจะเป็นคืนเข้าหอเขาที่ชดเชยให้นาง แต่เขากลับจะไปพัวพันกับสตรีอื่น อีกทั้งสตรีนางนั้นยังเป็นถึงพี่สะใภ้ของเขาด้วย!ช่างเหลวไหลสิ้นดี!กู้ฉางยวนฟังออกว่านางกำลังประชดประชัน"ท่านพ่อท่านแม่ตัดสินใจแล้ว เดิมทีไม่จำเป็นต้องถามความเห็นเจ้าด้วย แต่







