LOGINตกเย็น
“ทำไมน้ำยังไม่กลับมาสักที โทรไปก็ไม่ติด ไม่ไปทำงานแล้วทำไมไม่กลับมาบ้านล่ะ ผมว่าผมจะเข้าไปถามข่าวที่นั่นดู...” เอกมนัสเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในบ้านของหญิงสาว เมื่อเขาไม่สามารถติดต่อแฟนสาวของเขาได้เลย
“เห็นพี่ใบหม่อนบอกว่า น้ำไม่ได้ไปทำงานสองวันแล้ว แล้วตอนนี้น้ำก็ลาออกไปแล้วด้วย...” หญิงสาวเอ่ยบอกเท่าที่เธอทราบข่าวมา หลังจากที่เธอตั้งใจจะลางานต่อในคืนนี้ แต่ผู้จัดการไม่อนุญาตให้ลา เพราะว่าพนักงานลาหยุดเยอะ และมีลาออกด้วย
ปุยฝ้ายจึงตัดสินใจถามผู้จัดการกลับไป ว่าใครมีบ้างที่ลาออก จนเธอได้คำตอบที่แน่ชัดแล้วว่ามีชื่อของธารารินทร์อยู่ด้วย เธอนึกแปลกใจที่ธารารินทร์ลาออก แต่ก็ไม่ได้ถามถึงสาเหตุ
“ลาออกแล้ว? แล้วน้ำไปไหนทำไมถึงไม่ยอมกลับมาที่นี่ หรือว่าน้ำจะมีอันตราย...”
ติ้ง!!!
Nam : เราเลิกกันเถอะนะเอก ขอบคุณช่วงเวลาดี ๆ ที่มีให้กัน...
Ak : ....
เอกมนัสรีบกดโทรศัพท์ต่อสายกลับไปหาในทันทีที่ เมื่อได้รับข้อความที่แฟนสาวส่งมาหา ด้วยความเป็นกังวลและร้อนใจมาก
แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า เอกมนัสก็ไม่สามารถติดต่อปลายสายได้เลย เพราะแฟนสาวดันบล็อกทุกช่องทางการติดต่อของเขา
“โธ่เว้ย!!!”
ชายหนุ่มปาโทรศัพท์ทิ้งลงบนโซฟาอย่างแรงด้วยความโมโหที่ไม่สามารถติดต่อแฟนสาวได้ แถมยังได้รับข้อความแบบนี้อีก
“เอก!” ปุยฝ้ายที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาอีกตัว เธอร้องเรียกชื่อเขาเสียงหลงทันที เพราะตกใจกับการกระทำของชายหนุ่ม
“ก็น้ำนะสิ ส่งข้อความมาบอกเลิกกันแบบดื้อ ๆ เลย” เขาพูดขึ้นด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด
“อะไรน่ะ”
เอกมนัสเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ จนหญิงสาวต้องขยับตัวไปนั่งข้าง ๆ เขา เพื่ออยากจะปลอบประโลม
“อย่าเสียใจไปเลยนะ เอกยังมีฝ้ายอยู่ไง ฝ้ายให้ความสุขเอกได้เสมอ” เธอเอ่ยปลอบพร้อมกับสวมกอดและวางคางลงที่ไหล่ของเขา
“อย่ามายุ่ง” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับพยายามสะบัดกายหนีด้วยความหงุดหงิด
“เอก ใจเย็น ๆ ก่อน ฝ้ายรักเอกน่ะ...” เธอเอ่ยปลอบเขาพร้อมกับกอดเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม
“จะให้เย็นได้ไงว่ะ โดนบอกเลิกโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ผมบกพร่องตรงไหน ให้เกียรติมาตลอด ไม่เคยคิดจะแตะต้องตัวของน้ำเลยด้วยซ้ำถ้าน้ำไม่อนุญาต” เขาสวนคำพูดขึ้นและระบายความอัดอั้นออกมาทันที
“เอกไม่ผิดเลย น้ำอาจจะทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ รอน้ำกลับมาค่อยคุยกันน่ะ” เธอพยายามปลอบใจชายหนุ่มให้ใจเย็นลง
“...” เขาไม่พูดอะไร แต่หันหน้าไปมองหญิงสาวนิ่งอยู่พักหนึ่ง
“เอก...”
เขาผลักหญิงสาวให้นอนราบลงกับโซฟา และตามขึ้นไปทาบทับ ก่อนที่จะเลิกชุดนอนกระโปรงวาบหวิวของเธอขึ้นไปกองบนสะโพก แล้วเขาจึงปลดเข็มขัดรูดซิปกางเกงของเขาตาม จากนั้นก็ควักเอาแท่งเอ็นของเขาออกมา
เขาแหวกกางเกงชั้นในของหญิงสาวออกไปด้านข้าง แล้วกดตัวตนของเขาเข้าไปในร่องรักของหญิงสาวทันที โดยที่ยังไม่ได้เล้าโลมอะไรเลย
“เอก ฝ้ายเจ็บ...” ปุยฝ้ายร้องออกมาเสียงหลงด้วยความเจ็ดปวด เพราะร่างกายยังไม่พร้อม
“ชอบนักไม่ใช่เหรอเอาแบบสด ๆ จะทำให้แบบลืมไม่ลงเลย” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเชิดหน้าสูดปาก
“เอก...”
ตับ ตับ ตับ
“แม่งโคตรฟิดเลย ฝืด ๆ แบบนี้ เสียวหัวดีฉิบหาย...” เขากระแทกกระทั้นคนใต้ร่างอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่คิดจะปราณีออมแรงเลยแม้แต่น้อย
“เอก!!! มีสติหน่อยสิ”
“ฉันอุตส่าห์ทะนุถนอมอดทนรอเธอตั้งนานน้ำ รอวันที่จะได้เธอมาเป็นของฉัน แต่เธอดันมาบอกเลิกกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นถึงแฟนสาว
“เอก ฮึก...” เสียงสะอื่นของหญิงสาวใต้ร่างดังขึ้นมาแทนเสียงคราง เพราะเธอไม่ได้มีอารมณ์ตามความบ้าคลั่งของเขา
“...” เขาชะงักนิ่งอยู่สักพัก และเมื่อได้สติเขาก็รีบดึงตัวตนออก แล้วลุกขึ้นรีบยัดตัวตนกลับเข้าไปแบบลวก ๆ ก่อนที่จะออกจากบ้านของหญิงสาวไปในทันที โดยไม่คิดจะหันมามองคนบนโซฟาที่สภาพยับเยินเพราะความรุนแรงของเขา
*
*
รุ่งเช้าวันต่อมา
วันนี้เป็นวันเปิดเรียนปกติของธารารินทร์ที่จะต้องไปมหาวิทยาลัยแล้ว เขาจัดการสั่งชุดนักศึกษาและของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ มาให้เธอใหม่ทั้งหมด โดยที่เธอต้องยอมรับไว้ เพราะเธอไม่มีอะไรติดตัวมา
ส่วนเรื่องของใช้ต่าง ๆ ที่นั่น เขาจะพาเธอเข้าไปเก็บก่อนที่จะพาเธอไปมหาวิทยาลัยนั้นแหละ เพียงแต่เขายังไม่ได้บอกกับเธอ
“มื้อเช้าไหมค่ะ” เธอถามเขาขึ้นมาตามมารยาทที่เธอเป็นผู้อาศัย และเธอก็เป็นคนเข้าครัวด้วยตัวเอง
“ฉันไม่เคยกินข้าวเช้า ไปกันได้แล้ว ถ้าสายกว่านี้เดี๋ยวจะรถติด พอดีฉันมีประชุมด้วย”
“ไปไหนค่ะ” เธอถามเขาขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะเป็นคนตั้งกฎขึ้นมาว่าอยู่ข้างนอกให้ทำเหมือนไม่รู้จักกัน แต่นี้เขากำลังชวนเธออยู่
“สงสัยเธอจะโดนเอาจนสมองเพี้ยนไปแล้วนะ วันนี้เธอไม่ไปเรียนหรือไง” เขาพูดขึ้นด้วยวาจาห้วน ๆ ที่ฟังแล้วเหมือนจะกำลังเหน็บเธออยู่
“น้ำไปเอง...”
“ฉันจะไปส่ง เร็วเข้าน้องฉันมารออยู่ข้างล่างแล้ว”
ปุณณธีร์ชิ่งพูดตัดหน้าเธอขึ้นมาเสียก่อน เมื่อธารารินทร์กำลังหาข้ออ้างมาปฏิเสธ เพื่อที่จะได้ไม่ไปด้วยกันกับเขานั้นเอง
“น้อง?” เธอเลิกคิ้วมองหน้าเขาด้วยความสงสัย ที่ได้ยินเขาบอกว่าน้องมารอ
เธอได้แต่ครุ่นคิดในใจว่าเป็นปัณณธรน้องชายแท้ ๆ ของเขาเหรอ ไหนเขาบอกว่าเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเธอจะเก็บเป็นความลับกันแค่สองคนยังไง ทำไมเขาถึง...
เธอจึงปฏิเสธดีที่สุด ขืนเธอไปพร้อมเขามีหวังคนรู้กันหมดภายในเร็ววันแน่ และอีกอย่างเธอก็ไม่รู้จะแก้ตัวกับปัณณธรยังไงด้วย ทั้งเรื่องงานที่ลาออกกระทันหันและเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับพี่ชายเพื่อนอีก
“ไอ้วิน มันเป็นผู้ช่วยฉันเอง...” เขาจึงรีบอธิบาย เมื่อเห็นใบหน้าความกังวลของเธอ
เขาก็พอจะทราบถึงสาเหตุที่่เธอบ่ายเบี่ยงกับเขาดีว่าเพราะอะไร แต่ในเมื่อเขาพาเธอมาที่นี่ตัวเปล่าแบบนี้ เขาก็ต้องจัดแจงรายละเอียดทุกอย่างให้เธอเข้าใจกับการใช้ชีวิตของเขาบ้าง
ทุกอย่างจะเป็นข้อตกลงของเขากับเธอแค่สองคน แต่กับศราวินเขาคงไม่สามารถปกปิดเรื่องนี้ได้ จริงอยากให้เธอได้คุ้นชินกับคนของเขา
บทส่งท้าย(จบ)“จะรีบเดินไปไหนครับ? กำลังท้องอยู่นะ” เสียงทุ้มถามขึ้นทันที เมื่อเดินมาประชิดตัวเธอ เพราะเห็นว่าเธอรีบสาวเท้าเดินออกไปตั้งแต่เปิดประตูลงจากรถ“...” ธารารินทร์ไม่เอ่ยตอบ แต่กลับจะสาวเท้าเดินต่อ“เดี๋ยวสิน้ำ...” เขารีบคว้าตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“...” เธอจึงหยุดและหมุนตัวหันหน้ามาสบตากันกับเขา แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรเขากลับไปทั้งนั้น“เดินเข้าไปด้านในพร้อมกันนะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้น“แต่...” เธอปฏิเสธด้วยใบหน้าที่มีแต่ความกังวล“เราแต่งงานกันแล้วนะน้ำ เราเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง น้ำจะกลัวอะไร” ปุณณธีร์รีบเอ่ยขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังมีความกังวลใจอะไรเขาพอจะเดาออกว่าสิ่งเธอกังวลอยู่นั้นคือเรื่องใด เป็นใครก็มีความกังวลทั้งนั้น เพราะด้วยหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมเขาเพียบพร้อม แต่เขากลับเลือกเธอมาเป็นภรรยา“แต่คนที่นี่รู้จักน้ำแค่ในฐานะนักศึกษาฝึกงานเองนะคะ”“ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาปะไร ใครกล้านินทาเมียของพี่ พี่จะไล่ออกให้หมดเลย”“ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ค่ะ” เธอไม่รู้จะสันหาคำไหนมาอ้าง“พี่ไม่ได้เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ พี่เอาน้ำด้วย เอาทุกวันจนตอนนี้ก็ท้องแล้ว เจ๋งไหมล่ะ” เขาจึงพูด
มันไม่มีอะไรเลย“เปิดห้องไหมเพื่อน” ปุณณธีร์เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ปนวัฒน์ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วอย่างประชดประชัน“พี่ธาม” แต่กลับถูกธารารินทร์ที่นั่งข้าง ๆ ดุเอาไว้เสียก่อน“มึงเองก็ใช่ย่อยไอ้ธาม ที่คอน้องน้ำยังมีรอยแดงอยู่เลย” ปนวัฒน์สวนขึ้นมาทันที พร้อมกับเพยิดหน้าไปมองทางธารารินทร์แล้วแซวออกมา ไม่ได้อยากจะแซวคืนหรอกเพียงแต่มันมาแซวเขาก่อน“แต่กูก็ไม่ทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนไหมว่ะ อย่างน้อย ๆ ก็เกรงใจคนโสดแบบไอ้ภูมันหน่อย”“เกี่ยวไรกับกูอีกว่ะเนี่ย” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเพื่อนทั้งสองกำลังถกเถียงกันแต่สุดท้ายก็มาจบลงที่เขา“แล้วนั่น มึงมองอะไรว่ะ” ปนวัฒน์ถามขึ้นทันที ที่ทัพพ์ภูวิศเอาแต่สนใจอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่าง โดยไม่สนใจพวกเขาเลย ขนาดปากพูดกับเพื่อนแต่สายตากลับจับจ้องลงไปที่ชั้นล่าง“ปะเปล่า” เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันควันด้วยน้ำเสียงติดขัด“กูว่ามึงกำลังมีพิรุธนะไอ้ภู” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาเมื่อสังเกตอาการของเพื่อนไม่ค่อยปกติ นั่งอยู่ไม่เป็นสุขแล้วตอนนี้ ร้อนรนเหมือนคนมีอะไรปิดบัง“เปล๊า” ทัพพ์ภูวิศปฏิเสธเสียงสูง“มึงมี...” ปนวัฒน์จี้ขึ้นมาอีกคน“กูขอตัวกลับก่อนนะ
เลี้ยงฉลองสองสัปดาห์ต่อมา“คืนนีกูไท้ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกมึงนานนะ เมียกูท้องด้วยไม่อยากพาอยู่ในที่แบบนี้นาน” ปุณณธีร์เอ่ยบอกกับเพื่อนทั้งสองขึ้นมาทันทีที่เขานั่งลงภายในห้องวีไอพีที่ไว้สำหรับรับรองพวกเพื่อนเขาปุณณธีร์นัดเพื่อนทั้งสองมาเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่เขานั้นมีครอบครัว ต่อจากปนวัฒน์ โดยที่พวกเขาทั้งสามตั้งกฎขึ้นมาเอง และสถานที่ก็เป็นสถานบันเทิงของปุณณธีร์นั้นเองแต่เจ้าตัวกลับอยู่ในสถานที่แบบนี้นานไม่ได้ เพราะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาจึงรีบชิ่งบอกกับเพื่อนเอาไว้ก่อน และเพื่อนก็รับรู้และเข้าใจดีเพราะอีกคนที่พึ่งจะผ่านการเป็นพ่อมาหมาด ๆ ก็ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเช่นกันส่วนอีกคน นั่นก็คือทัพพ์ภูวิศ เขายังไงก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อน เพราะเขานั้นตัวคนเดียว ยังไม่มีแฟนยังไม่มีลูก เขาจะอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์แบบไหนเขาได้อยู่แล้ว“ที่นี่มันก็ที่ของมึงไหมไอ้ธาม” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้น เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องรีบชิ่งบอกขนาดนั้น รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าคนมีครอบครัวความคิดและทัศนคติเปลี่ยนแน่ แต่เขาแค่อยากจะแซวเพียงเท่านั้นตามประสาที่คบกันมาตั้งน
ฝันดีนะครับบ้านพัชรเหมรัตน์“พี่ทิพย์ นี่มันก็ดึกมากแล้วพี่จะออกไปไหนอีก” ปัณณธรถามขึ้นมาทันที เมื่อเขานั้นกำลังเอนกายนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาที่ห้องโถงของบ้าน แล้วเห็นคนเป็นพี่สาวเดินลงมาทั้งที่เป็นเวลาดึกมากแล้วทั้งคู่กลับมารถคันเดียวกัน โดยที่ปัณณธรเป็นคนขับและถึงบ้านมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว และเขาเองก็พึ่งได้รับข้อความจากคนเป็นแม่ว่าพวกท่านแวะหาพักที่โรงแรมในต่างจังหวัดก่อนสักคืนจึงจะเดินทางกลับมาบ้านในอีกวันรุ่งขึ้นและเขาก็คิดว่าคืนนี้พี่สาวก็คงจะค้างที่บ้านแน่ หลังจากที่พี่สาวไม่เคยกลับมานอนที่บ้านเลยตั้งแต่ที่ทำงานในวงการบันเทิงแถมช่วงเกิดเรื่องวิวาห์ก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย และวันนี้ถ้าไม่ใช่วันสำคัญของพี่ชาย ครอบครัวคงไม่ได้เห็นหน้าปุณยวีร์แน่นอนและปัณณธรก็คิดผิดเพราะถึงจะดึกมากแค่ไหน พี่สาวของเขาก็หาทางออกจากบ้านอยู่ดี ไม่คิดห่วงชีวิตของตัวเองเลยหรืออย่างไร“เรื่องของฉัน แกเองก็โตแล้วนะ รู้ดีอยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไรไม่น่าถามเลย” ปุณยวีร์เอ่ยตอบน้องชาย เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนสอบปากคำ“แต่แทนเป็นผู้ชายนะพี่ทิพย์” ปัณณธรลุกขึ้นนั่งจ้องมองไปที่พี่สาวพูดพร้อมกับสำรวจมองพี่สา
วิวาห์แบบเรียบง่ายงานแต่งของธารารินทร์และปุณณธีร์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิดของธารารินทร์เอง ตามความต้องการของเธอด้วยเอง เดิมทีผู้เป็นแม่ของเธอไม่ต้องการให้จัดงานเสียด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวของเขาอยากทำให้ถูกต้องธารารินทร์จึงยอมให้จัดงานเพียงแค่เล็ก ๆ และทำตามประเพณีของคนที่บ้านไป ส่วนทางบ้านของปุณณธีร์นั้นซึ่งไม่ยอมแน่นอน โดยที่จะจัดงานขึ้นอีกรอบอย่างสมเกียรติในวันที่ธารารินทร์ให้กำเนิดลูกแล้ว“เหนื่อยไหมครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามคนเป็นภรรยาออกไป เมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงด้วยดีเมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ และครอบครัวของปุณณธีร์นั้นเดินทางกลับกันทันที เพราะหน้าที่การงานที่รออยู่“ไม่เลยค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ“พวกลูกตามสบายเลยน่ะ” ธารทิพย์เอ่ยบอกกับลูกสาวและลูกเขยหมาด ๆ ซึ่งก็คือเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงนั้นเอง และกำลังจะเข้าห้องหอในค่ำคืนนี้“แล้วแม่จะไปไหน” ธารารินทร์เอ่ยถามคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ที่ผู้เป็นแม่พูดออกมาแบบนี้“แม่ขอไปนอนที่กระท่อมดีกว่า ไม่อยากรบกวนคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ” ธารทิพย์เอ่ยบอกตามตรง เพราะกระท่อมหลังเล็กที่ปลูกเอ
พร้อมวันไหนล่ะบ้านพัชรเหมรัตน์“ขอโทษนะครับพ่อแม่”ปุณณธีร์รีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพ่อแม่และเอ่ยขอโทษขอโพยทันที ที่เขาพาธารารินทร์เข้ามาบ้าน หลังจากที่เขากลับจากโรงพยาบาล“คนที่แกควรขอโทษคือพ่อแม่ของน้องต่างหาก แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนลูกให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้นะ” ปราณีตำหนิลูกชายขึ้นมาทันที ที่ทั้งคู่นั่งลงยังโซฟา“เรื่องนี้ผมจะไปกราบขอขมาท่านอย่างแน่นอนครับ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอลูกสาวท่านให้ผมด้วยนะ...” เขาพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่จริงจัง“พี่ธาม” ธารารินทร์รีบแทรกขึ้นมาทันที เพราะรู้ความหมายในสิ่งที่ปุณณธีร์พูดดี ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร เขาพร้อมก็จริงแต่เธอยังไม่พร้อมเพราะเธอไม่เคยบอกกับผู้ให้กำเนิดว่าเธอนั้นคบหาดูใจกันกับใคร แถมตอนนี้ยังต้องครรภ์อีกด้วยผู้ให้กำเนิดปุณณธีร์ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที ที่ได้ยินลูกชายคนโตของบ้านพูดออกมาแบบนี้ เพราะลูกชายไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ทั้งที่พวกตนพยายามแหย่อยู่หลายครั้ง“พร้อมกันวันไหนล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ธนาพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับใบหน้าที่ส่งยิ้มให้แก่ธารารินทร์อย่างนึกเอ็นดูที่เอาแต่นั่งก้มหน้า“คือว่า น้ำ...”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่ไ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







