Masuk“แล้วน้ำต้องอยู่กับคุณไปจนถึงเมื่อเท่าไหร่ นานแค่ไหนค่ะ” เธอตัดสินใจถามเขาออกไป เพราะดูแล้วยังไงเธอคงหนีไม่พ้นข้อเสนอนี้แน่นอน เขาทั้งมีชื่อเสียงมีอำนาจขนาดนี้
“ก็...จนกว่าเธอจะเรียนจบ หรือจนกว่าฉันจะแต่งงาน” เขายกเหตุผลข้อนี้ขึ้นมาอ้าง เพราะไม่รู้ว่าควรจะใช้ข้ออ้างอะไรดีกับคนดื้อรั้นแบบเธอดี และก็คิดออกแค่นี้ด้วย จึงใช้เหตุผลนี้ไปก่อน
“แล้วนานไหมค่ะ กว่าคุณจะแต่งงาน...” ธารารินทร์ถามออกไปอีก เพราะกว่าเธอจะเรียนจบก็อีกตั้งเกือบสองปีไม่ใช่เวลาน้อย ๆ เลยที่เธอต้องนอนกับเขา
“ไม่รู้ ฉันยังให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ เพราะฉันก็ยังไม่มีแฟน บัตรนี้เธอเอาไปใช้ได้ตามที่่ต้องการเลย และเอกสารนี้ก็เซ็นรับทราบข้อเสนอด้วย ฉันไม่อยากเอาเปรียบใคร” เขาตอบเธอแบบปัด ๆ ไป ก่อนที่จะยื่นบัตรเครดิตและเอกสารบางอย่างที่เขาทำขึ้นมาให้กับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าบนที่นอนของเขา ซึ่งยังไม่เคยมีผู้หญิงได้แตะต้องแม้กระทั่งน้องสาวของเขาเอง
จะมีใครได้แตะต้องล่ะ ก็เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาที่นี่เลยสักคน นอกจากผู้เป็นแม่และน้องสาว ที่นาน ๆ จะแวะเวียนมาหา
ธารารินทร์มองสิ่งที่เขายื่นให้มาก็ถอนหายใจยาว ก่อนที่จะรับมันมาโดยที่ไม่พูดอะไร แล้วก็จรดปากกาลงบนเอกสารชุดนั้นในหน้าสุดท้าย โดยที่เธอไม่ยอมเปิดดูรายละเอียดอะไรเลย
“พอใจหรือยังค่ะ” เธอพูดขึ้นทันทีที่ยื่นเอกสารกลับคืนให้กับเขา
“นี่ไม่คิดจะอ่านรายละเอียดอะไรเลยหรือ ถ้าฉันหลอกเธอจะทำยังไง...” เขาถามเธอกลับ เพราะไม่คิดว่าเธอจะเซ็นง่ายแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่รายละเอียดภายในเอกสารเธออาจจะไม่เห็นด้วยในบางกรณี
“ไม่มีอะไรน่าอ่านนี้ค่ะ เพราะน้ำคิดว่าคุณคงไม่หลอกฉันหรอก คุณก็แค่ต้องการแค่เรื่องอย่างว่า” เธอเชิดหน้าพูดกับเขาอย่างท้าทาย
“คิดบวกเกินไป เพราะไว้ใจคนง่ายแบบนี้ไงล่ะ ถึงโดนไอ้หน้าจืดนั่นมันสวมเขาให้” เขาพูดขึ้นมาเพื่ออยากเตือนสติของเธอ
“คุณ”
“เก่งดีจัง แล้วอย่ามาหลงรักฉันน่ะสาวน้อย” เขาพูดขึ้นเชิงเป็นการท้าทาย เพราะนึกหมั่นไส้เธอขึ้นมา
“ไม่ มี ทาง” เธอตอบกลับเขาทันควันโดยเน้นถ้อยคำอย่างชัดเจน
“ทำให้ได้เหมือนที่ปากพูดก็แล้วกัน เพราะผู้หญิงส่วนมากมักจะผูกพันกับผู้ชายคนแรกกันเลยนะ” เขาพูดกับเธอเหมือนเป็นการท้าทายอีกครั้ง
“แล้วตอนนี้ น้ำขอกลับไปเก็บของก่อนได้...” เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง แล้วตัดสินใจถามเขาขึ้น เพราะตอนนี้เธอมีแค่ตัวเปล่า
“เวลานี้ เธอคิดว่าจะไม่เจอพวกเขากำลัง...” ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจบ เขาก็ชิ่งพูดขึ้นทันที
“เฮ้อ...เกิดเป็นอีน้ำมันไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรได้เลยหรือไงว่ะ” เธอถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่ระบายอารมณ์ออกมาอย่างอัดอั้น
“มีสิ แต่ตอนนี้...” พูดแล้วเขาก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยมองที่เป้ากางเกงตัวเอง เพื่อเป็นการบอกเธอเป็นนัย ๆ ว่าคืออะไร
“???”
“มันแข็ง”
“ทะลึ่ง ว้าย...” เธอร้องเสียงหลงออกมาทันที เมื่อถูกร่างสูงจู่โจมเข้าหา แล้วดันเธอให้นอนหงายกับที่นอนด้วยความไว
“ละ แล้ววันนี้คุณไม่ไปทำงานเหรอ” เธอถามเขาขึ้น เพื่อนอยากเปลี่ยนเรื่อง
“ฉันเป็นประธานบริษัทนะ ฉันรวยเลี้ยงเธอได้ทั้งชีวิตเลย และอีกอย่างงานมันไม่หนีไปไหนหรอก อยากทำตอนไหนก็ได้อยู่แล้ว”
“คุณ อื้อ...”
ยังไม่ทันที่ธารารินทร์จะได้โต้แย้งอะไร เสียงของเธอก็ถูกกลืนลงลำคอคืนแล้ว เพราะเขาประกบปากปิดเสียงของเธอก่อน
“บอกแล้วไงว่าฉันชื่อธาม” เขาเอ่ยบอก พร้อมกับจ้องมองหน้าเธอ เมื่อถอนจูบ
“คะ คุณธาม...”
“พี่ เรียกคุณมันดูห่างเหินเกินไป”
“...” ธารารินทร์เม้มปากแน่น ไม่กล้าเรียกตามที่เขาบอก
“ฉันเป็นพี่เธอตั้งสิบปีเชียวน่ะยัยน้ำเน่า”
“คะ คุณก็เลิกเรียกน้ำแบบนี้สักทีสิ”
“มีสิทธิอะไรมาขอ” เขาถามเธอกลับไปทันที ที่เธอกำลังต่อรองกับเขา เธอนี้ช่างใจกล้ามากเลยที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาแบบไม่เกรงกลัว
“ถ้าน้ำขอไม่ได้ งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิมาบังคับให้น้ำเรียกคุณแบบนั้นเหมือนกัน” เธอพูดขึ้นด้วยความน้อยใจคนเหนือร่าง
“ก็ได้ รอเรียกตอนครางก็พอ จ๊วบ” พูดแล้วเข้าก็ก้มลงมอบจูบให้เธออีกครั้ง
เขาใช้ความไวความชำนาญจับเธอถอดเสื้อผ้าของออกทันที และตามด้วยกางเกงบอกเซอร์ตัวเดียวของเขาที่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้
เขาจับขาเธอแยกออกแล้วแทรกกายเข้ากลางหว่างขาของเธอ แล้วก็ก้มลงมอบจูบให้เธออีกครั้ง มือใหญ่อีกข้างก็กำสาวตัวตนของตัวเอง จ่อตรงปากทางรัก ก่อนจะกดแทรกเข้าไปในร่องรักของเธอทันที
“อื้อ...” เธอผวายกแขนขึ้นโอบกอดรัดเขาไว้แน่นทันที ที่ตนตัวอันใหญ่โตเข้าไปในกายของเธอทีเดียวแบบลึกสุดลำ
“อ๊า...โคตรแน่นเลย อย่างนี้ฉันต้องย้ำบ่อย ๆ” เสียงกระเส่าเอ่ยที่ข้างหูของเธอ มือใหญ่ลูบที่ศีรษะเล็กเบา ๆ พร้อมกับปากที่ขบเม้มเบา ๆ ที่ใบหูของเธอเชิงเป็นการหยอกล้อ
“...” หญิงสาวไม่กล้าพูดอะไรตอบเขาออกไป เธอเอาแต่เม้มปากไว้แน่น
“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า...” เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม พร้อมกับเริ่มควงเอวช้า ๆ ด้วยจังหวะที่เนิบนาบเพื่อให้เธอได้ปรับตัว
“รีบทำเถอะค่ะ นะ น้ำ...” เธอเอ่ยบอกพร้อมกับยกขาขึ้นสูงเกี่ยวที่เอวของคนเหนือร่างไว้แน่น
“จุดติดเร็วเหมือนกันนะแม่สาวน้อย ฟอด...” พูดแล้วเขาก็หอมแก้มเธอไปหนึ่งฟอด ยกตัวเพียงขึ้นเล็กน้อย วางศอกท้าวกับที่นอนของกายหญิงสาว
ตัว ตับ ตับ
ปุณณธีร์เริ่มสาดแรงใส่คนใต้ร่างทันที เมื่อเธอส่งสัญญาณมาแบบนี้ ยอมรับเลยว่าเขาแทบจะแตกตั้งแต่สอดใส่ แต่ต้องข่มเอาไว้เพราะยังไม่ได้ทำอะไรเลย
“เรียกชื่อฉันหน่อย...” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอก ขณะที่สะโพกสอบยังคงทำหน้าที่ได้ดีแบบไม่แผ่วเลย แถมยังพยายามกระทุ้งเพื่อให้โดนจุดเสียวซ่านของเธอ
“คุณ อ๊ะ จุก...”
“ครางชื่อฉันหน่อย ฉันอยากได้ยินเสียงของเธอ...” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากได้ยินเสียงหวานของเธอเรียกชื่อของเขา
“อ้ะ พะพี่ ธะธาม” เธอยอมทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ถึงแม้จะฟังแทบไม่ได้ศัพท์ก็ตาม
“ดีมาก แบบนี้เอาทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เหนื่อย อ้าขาหน่อย อ๊า...” เขาทิ้งตัวลงแนบร่างบางสอดแขนกอดเธอแน่น เอ่ยบอกเธอก่อนที่เขาจะสาดแรงแบบถี่ยิบส่งตัวตนเข้าไปแบบสุดลึกเท่าที่จะทำได้
เพราะการมีอะไรกับเธอแบบไม่ป้องกัน เขาไม่ต้องกังวลเรื่องถุงยางอนามัยจะแตก จริงสิเขาไม่ป้องกันแบบนี้หวังว่าเธอคงจะป้องกันนะ
“พี่จ๋า น้องเสียว...”
เสียงหวานหลุดออกมาจากคนใต้ร่าง ทำเอาหัวใจของคนเหนือร่างเต้นไม่เป็นส่ำ ถ้าเป็นหญิงคนอื่นเขาคงดุพวกเธอออกไปแล้ว ที่ใช้คำพูดหวานพูดกับเขาแบบนี้
แต่พอเป็นธารารินทร์ทำไมเขาถึงชอบและอยากได้ยินมันนัก แถมยังดุไม่ลงอีก เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดาไม่ต้องปรุงแต่งอะไร แต่เธอช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
เขาแค่มองใบหน้าของเธอก็ทำให้เขาเกิดอารมณ์ จนอยากจะอยู่ในตัวเธอตลอดเวลาหากเป็นไปได้ แต่สำหรับหญิงคนอื่น ต้องใช้เวลายั่วปลุกกว่าเขาจะมีอารมณ์
“ตัวแสบ ครั้งนี้ฉันจะเอาแค่ท่าเดียวก่อน เพราะเธอยังสดใหม่อยู่ ฉันจ่ายเงินไปเยอะฉันต้องใช้งานให้คุ้ม แล้วอย่าไปนอนกับเด็ดขาด”
ธารารินทร์ล็อคต้นคอเขาเอาไว้แน่น ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาบ้าง ถึงแม้จะเป็นจูบไม่ประสา แต่เพราะความต้องการที่ถูกปลุกปั้นของเขา ทำให้เธอมีอารมณ์เธอจึงเลือกที่จะใช้วิธีนี้ เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง
ตับ ตับ ตับ
ยิ่งแต่เธอเป็นฝ่ายจูบเขาแบบนี้ เขายิ่งแต่มีอารมณ์เพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ จนเผื่อรุนแรงตอกสะโพกอัดใส่เธอแบบไม่ยั้ง
“อ้าย...”
“อ้าส แม่งโคตรดีเลย”
ร่างเปลือยเปล่าของคนทั้งสองกอดกันแน่นกลมเกลียว เกร็งกระตุกปลดปล่อยความสุขออกมาแบบพร้อมเพียงกัน น้ำสีขาวขุ่นถูกฉีดพ้นเข้าไปในกายสาวจนหมดสิ้นทุกหยาดหยด
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
ผมเป็น...รุ่งเช้า“น้ำ...” เสียงเจ้าบ้านเอ่ยเรียกชื่อลูกสาวดังขึ้นราวกับว่ามีคำถามมากมายที่อยากจะถาม เมื่อเห็นว่าการกลับมาบ้านในครั้งนี้ของลูกสาวนั้น ไม่ได้มาคนเดียว“สวัสดีครับ ผมชื่อธาม เป็นเอ่อ...” เขารีบยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้าทันที เมื่อเห็นว่ามีสายตาจ้องมองมาที่เขาอย่างจับผิด“เขาเป็นนายจ้างของน้ำเองจ้ะแม่ พอดีน้ำจองตั๋วไม่ได้ แล้วคุณธามเขาก็มีธุระแถวนี้พอดี เลยให้น้ำติดรถมาด้วย และก็อาสามาส่งน้ำถึงที่บ้านนี่แหละแม่...” ธารารินทร์รีบพูดแทรกแก้ตัวกับคนเป็นแม่ของเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ แล้วทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจเอาทั้งคู่เดินทางมาถึงที่หมายในช่วงเช้าพอดี บ้านของธารารินทร์ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย หรือที่เรียกว่าภาคอีสานนั้นเอง ซึ่งคนสวนใหญ่ที่นี่จะประกอบอาชีพทำการเกษตร และใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารเป็นหลัก แต่บางครอบครัวก็ใช้ภาษากลางเหมือนกันครอบครัวของธารารินทร์เองก็ใช้ภาษากลางในการสื่อสารเช่นกัน เธอกับมารดาจะใช้ภาษากลางในการสื่อสารกันตั้งแต่เธอกำเนิด แต่พวกเธอก็ฟังภาษาถิ่นออกและพูดได้“แล้วงานที่คุณจะไปเป็นที่ไหนเหรอพ่อหนุ่ม...” ธารทิพย
ครั้งเดียวก็ได้ NC“นี้คุณ! ไหนบอกว่าง่วงนอนไงค่ะ” ธารารินทร์ประท้วงขึ้นมาทันที ที่เธอทิ้งตัวนอนลงที่เตียง แล้วถูกเขาสวมกอดและซุกไซ้ตามซอกคอของเธอ“ก็ใครใช้ให้เธออยากตัวหอมแบบนี้ล่ะน้ำ...” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอก ขณะที่ยังคงซุกใบหน้าป้วนเปี้ยนอยู่ที่แถวซอกคอของเธอ“ก็น้ำ อื้อ...”ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยค้านอะไรขึ้นมาด้วยซ้ำ เขาก็ไซ้มาปิดเสียงประกบปากของเธอเข้าเสียแล้ว เพราะไม่อยากได้ยินคำปฏิเสธจากปากของเธอ“ดูบรรยากาศข้างนอกสิดีจะตาย เอาแค่น้ำเดียวก็ได้ เดี๋ยวถึงบ้านแม่ ฉันก็ไม่ได้ทำแล้ว...” เขามองผ่านกระจกออกไป ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นเมื่อถอนจูบออกจากปากของเธอ แล้วหาเหตุผลเอาแม่ของเธอมาเป็นข้ออ้างเพราะต้องการรังแกเธอ“แต่ก่อนมา คุณก็...”“เธอก็รู้ ว่าครั้งเดียวฉันไม่เคยพออยู่แล้ว...” เขาพูดสวนขึ้นมาก่อนที่เธอจะพูดจบประโยค เพราะรู้ดีว่าเธอจะบอกอะไร“แล้วเมื่อก่อน กับผู้หญิงคนอื่นละ...”เขาก้มลงประกบปิดเสียงของเธออีกครั้ง เมื่อเธอกำลังจะพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาของเขา กับหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่เขาเคยมีสัมพันธ์ด้วยและก่อนที่จะออกเดินทางมาที่นี่ เขาก็รังแกเธอจริงอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ ก็ใครให้เ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







