Masukกึก...
เข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวเบ่งบานเท่านั้นแหละ เขาก็ต้องพบกับความยากลำบาก เพราะแรงบีบรัดที่เขาไม่สามารถเดินหน้าไปต่อได้เลย ครั้นจะถอยหลังเขาก็ยอมไม่ได้อยู่แล้ว
“อย่าเกร็ง มันเข้าไม่ได้”
เขาพูดเพียงแค่นั้น และเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่เขาจะกลั้นหายใจแล้วดันแก่นกายเข้าไปในช่องทางคับแคบของเธออีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้เขานั้นกลั้นใจออกแรงกดลงไปทีเดียวจนสุดลำกันเลยทีเดียว
กรี๊ด!!!
คนใต้ร่างกรีดร้องเสียงหลงออกมาอย่างสุดเสียง เพราะความเจ็บปวดกลางกายสาว พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพร่าอาบสองแก้ม ขาทั้งสองเกร็งสั่นเทา เล็บสาวจิกลงที่กลางหลังของคนเหนือร่างอย่างแรง เพื่อระบายความเจ็บปวด
“นี่เธอ!!!”
ปุณณธีร์กลับต้องชะงักเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีที่แก่นกายเข้าไปตัวเธอได้สุด เพราะตกใจกับสิ่งที่เจอจนทำอะไรแทบไม่ถูก ปฏิกิริยาของเธอในตอนนี้กับกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูกเขา เขาก็รับรู้ได้ว่ามันคืออะไร เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่าเธอจะยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ทั้งที่เธอเข้ามาทำงานแบบนี้ เธอไม่รู้เหรอว่างานแบบนี้ยังไงก็ต้อวมีนอนกับแขก
และเขาคิดแค่ว่าผู้หญิงทำงานกลางคืนก็คงจะเหมือนกันหมดกับผู้หญิงคนอื่น ๆ โดยที่ไม่คิดออมแรงตั้งแต่แรก แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ เขากลับรู้สึกผิดต่อเธอขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ขอโทษ!!! ไม่เคย ทำไมถึงไม่บอกกันก่อน ฉันจะได้...” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ พูดกับคนใต้ร่างที่เอาแต่หลับตาคร่ำครวญ
“ออกไป! น้ำไม่เอาแล้ว” เสียงสั่นปนสะอื้น เอ่ยขับไล่คนเหนือร่างขึ้นที อาการมึนเมาเหมือนไม่ได้สติก่อนหน้านั้นหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะความเจ็บแสบกลางกายสาวเข้ามาแทรกแซง
“ฉันถอยไม่ได้แล้วนะ...น้ำ! มันเข้าไปจนสุดลำแล้ว...”
“ชะ ช่วยอุบ...”
เขาก้มลงจูบประกบปิดปากของเธอในทันที เมื่อไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร ครั้นจะให้เขาถอย เขาก็ขายขี้หน้าเธอแย่นะสิ เพราะตอนนี้เขาอยากจะแตกกระจายอยู่รอมร่อแล้ว เพียงแต่เขาต้องอดทนข่มใจเอาไว้ก่อน
“พี่สัญญาครับว่าจะทำเบา ๆ อ้าปากหน่อยครับเด็กดี” เสียงแหบพร่าเอ่ยพร้อมกับจ้องหน้าคนใต้ร่างอย่างจริงจัง
เมื่อไม่สามารถขัดขืนหรือปฏิเสธได้ ธารารินทร์ได้แต่จำใจยอมทำตามที่คนเหนือร่างบอก และก็เริ่มมีอารมณ์แล้ว
ลิ้นร้ายส่งเข้าไปกวาดต้อนหยอกล้อลิ้นเล็กชิมความหวานอีกครั้ง เขาเล้าโลมให้เธอจนกว่าเธอจะผ่อนคลายเพื่อลืมความเจ็บปวดนั้น และเพื่อให้เธอมีอารมณ์ร่วมไปด้วยกันกับเขา
เมื่อรู้ว่าเธอเริ่มอ่อนระทวยและปรับตัวได้จากการเล้าโลมแล้ว เขาก็เริ่มขยับสะโพกช้า ๆ โดยการหมุนควงเพื่อให้เธอได้คุ้นชินเสียก่อน และเริ่มขยับจังหวะที่ถี่และเร็วขึ้นตามลำดับความต้องการของตน
“รู้สึกดีขึ้นมาบ้างไหม...” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามคนใต้ร่าง
“มัน...”
“ไม่ต้องอาย มันเป็นเรื่องธรรมชาติ รู้สึกแบบไหน ต้องการให้ทำแบบไหนก็ร้องขอออกมาได้เลย พี่จะได้จัดให้ตามที่หนูต้องการ เราจะได้มีความสุขไปด้วยกัน...”
เขาพูดแล้วก็เริ่มสาดแรง ตอกสะโพกอัดอย่างหนักหน่วง จนร่างของเธอสั่นคลอนไปตามแรง และหน้าอกอันใหญ่พอดีตัวก็กระเพื่อมขึ้นตาม เขาได้แต่ก้มลงครอบครองดูดหยอกล้ออย่างเมามัน
“อ๊ะ น้ำจุก...” เธอเผลอครางเสียงหลงออกมาทันที ที่เขากดตัวตนเข้าไปอย่างสุดลึกและแช่ไว้แบบนั้น
“ก็มันทั้งใหญ่ทั้งยาว”
“คุณ!”
เธอค้อนใส่เขาที่เขาพูดจาหื่นห่าม และทำหน้าทำตาทะเล้นเหมือนกำลังล้อเลียนเธอแบบนั้นแหละ ก็ใช่สิเธอเป็นคนร้องขอให้เขาช่วยเธอเองนี้ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นนช่างน่าอายเสียเหลือเกิน
“กอดแน่นเชียวนะ เธอทำพี่ไว้เจ็บแสบมากเลยน่ะ รู้ไหม...” เขาจ้องมองเธอแล้วพูดขึ้นอย่างคาดโทษ แต่ก็ไม่คิดจะทำจริงหรอก เขาเจ็บเธอก็เจ็บเท่ากับว่าหายกัน
“ก็...”
เขาจึงจับมือของเธอให้มาวางคล้องคอเขาไว้ทั้งสองข้าง แล้วจ้องมองใบหน้าคนใต้ร่าง ที่เอาแต่หลบสายตาเอียงอาย
“แต่ก็คุ้มอยู่น่ะ ฟอด...” พูดแล้วก็หอมแก้มของเธอไปฟอดใหญ่พร้อมกับยกยิ้มมุมปาก และช้อนคางเธอขึ้นมาจ้องหน้ากัน ก่อนที่จะก้มลงประกบปากจูบเธออย่างดูดดื่ม และส่งแรงตอกสะโพกอัดใส่อย่างหนักหน่วงอีกครั้ง
ตับ ตับ ตับ
“แม่ง...เอามันฉิบ” เขาสบถคำหยามออกมา เมื่ออารมณ์ดิบเข้าครองครอง
“อ๊ะ เบาหน่อย...”
“แม่งเอ้ย ลืมได้ยังไงว่ะ...” (ไม่เป็นไรหรอกมั้งยังซิง เดี๋ยวค่อยหลั่งนอกเอาก็ได้ว่ะ) เขาบ่นอุบในใจทันทีที่พึ่งนึกได้ว่าตัวเองนั้นกำลังประมาทในสิ่งที่ไม่ควรจะพลาดได้
“อ๊ะ จะ จุก มัน ละ ลึก...” เธอเริ่มร้องประท้วงออกมา เมื่อเขาไม่ยอมผ่อนแรงเลย
“ธรรมดา ก็ของพี่มันทั้งยาวทั้งใหญ่” เขาพูดขึ้นหน้าตายด้วยใบหน้าที่ภูมิใจพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย จากที่ภูมิใจอยู่แล้วที่ได้เจอของสดใหม่ กับอย่างโคตรภูมิใจเลยที่การไม่ใส่เกราะป้องกันของเขามันมีความรู้สึกดีแบบนี้เอง
“อ๊ะ ไหนบอกว่าจะเบา...”
“เบาไม่ได้แล้วเด็กดี เธอเอามันขนาดนี้ แถมยังตอดรัดดูดแทบของพี่จะขาดอยู่แล้ว...” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยวาจาห่าม
“ลามก อ๊ะ...” เธอดุเขาพร้อมจ้องมองค้อนใส่เขาอีกครั้งที่เขาพูดคำหยาบลามกออกมา แบบหน้าตาเฉยไม่รู้สึกระอายใจเลย
ตับ ตับ ตับ
“อ๊าส์ จะแตก...” เสียงกระเส่าเอ่ยพร้อมกับสูดปาก กระแทกกระทั้นอย่างอย่างเร็วถี่ เพราะใกล้จะเสร็จสมแล้ว
“อ๊ะ อ้าย...”
แต่คนใต้ร่างกลับชิ่งหนีเสร็จสมไปก่อนเขา เขาจึงรีบเร่งจังหวะให้เร็วและถี่ขึ้นเท่าทวีคูณเพื่อจะได้เสร็จตามเธอ
“อ๊าส แม่งโคตรเสียวหัวเลย...”
และคนเหนือร่างก็เสร็จสมในเวลาอันรวดเร็วตามเธอมาติด ๆ เขาทิ้งตัวลงไปทาบทับคนใต้ร่างที่หอบหายใจระทวยอย่างหมดแรงเช่นกัน
“แม่งเอ้ย!!!...” เขาสบถคนเดียวเบา ๆ เมื่อนึกได้ว่าตนเองนั้นไม่ได้ตามที่บอกกับตัวเองไว้ตั้งแต่แรก เพราะเธอคนเดียว ทำให้เขาแหกกฎความปลอดภัยของตัวเองไปหลายอย่างเลย
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







