เข้าสู่ระบบมุมมองของนอร่าฉันรู้ว่าใครเป็นคนส่งมา ไม่มีใครอื่นเคยเห็นภาพต้นฉบับแบบใกล้ ๆ ไม่มีใครอื่นรู้ว่ามันมีความหมายกับฉันแค่ไหนฉันไม่ได้เผามันทิ้ง ตรงกันข้าม ฉันเก็บมันอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่เพราะฉันซาบซึ้ง แต่เพราะมันคือเครื่องเตือนใจต่อให้สำเนาจะสมบูรณ์แบบแค่ไหน มันก็ไม่มีวันเป็นต้นฉบับ เหมือนเรา เราไม่มีวันย้อนกลับไปได้ตลอดปีผ่านมา ของขวัญยังถูกส่งมาไม่หยุด เครื่องประดับ ภาพวาดดัง ๆ ของเก่าแก่ แม้กระทั่งทั้งแกลเลอรี่แต่ละชิ้นมูลค่ามหาศาล และทุกชิ้นถูกส่งกลับไปโดยไม่แกะ ชิ้นที่ส่งคืนไม่ได้ ฉันก็เผามันทิ้งในสวน ฉันก่อกองไฟจากจดหมายที่เขาส่งมา เปลวไฟสูงใกล้กับท้องฟ้ายามค่ำคืน ราวกับกองเพลิงเผาศพให้เด็กสาวที่ฉันเคยเป็น“เผาอดีตอีกแล้วเหรอ” เลโอถาม พลางโอบฉันจากด้านหลัง“เปล่า” ฉันเอนตัวซบอ้อมกอดเขา “แค่สงสัยว่าเมื่อไหร่เขาจะยอมแพ้สักที”“บางทีอาจจะไม่ยอมแพ้เลย” เลโอกระซิบ จูบข้างหูฉัน “ผู้ชายที่ตกหลุมรักเธอ…ไม่ปล่อยง่าย ๆ หรอก”ฉันหันไปหาเขา “รวมถึงคุณด้วยเหรอ”“รวมถึงฉัน” เขาพยักหน้าจริงจัง “ไม่มีวัน”สามเดือนต่อมา ฉันกับเลโออยู่ที่ลาสเวกัส โรงแรมเอ็มจีเอ็มแกร
มุมมองของเดม่อน“เดม่อน!” บิอังก้าวิ่งออกมา “คุณ…คุณมาแล้ว ฉันรู้ว่าคุณไม่มีวันปล่อยให้นังผู้หญิงคนนั้น…”เธอสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาว ผมยุ่งเหยิง ชัดเจนว่าเพิ่งลุกจากเตียงฉันไม่พูดอะไร แค่ชักปืนเล็งไปที่หัวเธอ “คุกเข่า”“อะไรนะ?” บิอังก้าชะงัก “เดม่อน คุณบ้าไปแล้วเหรอ?”“ฉันบอกให้คุกเข่า!”เสียงปืนดังสนั่น กระสุนเฉี่ยวหูเธอ ก่อนจะฝังเข้าไปที่ผนังด้านหลังเธอบิอังก้ากรีดร้องแล้วทรุดลงกับพื้น“ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอและวิคเตอร์” ฉันพูด เดินเข้าไปหา “ชู้รักสามปี จัดฉากการลักพาตัว แผนฆ่านอร่า”“ฉะ…ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร…”“ยังจะแสดงอีกเหรอ?” ฉันหัวเราะ ก่อนเปิดไฟล์บันทึกเสียงจากโทรศัพท์เสียงของเธอเองที่ดังก้องไปทั่วห้องนั่งเล่น: “วิคเตอร์ ทำตามแผนให้เป๊ะ ผู้หญิงคนนั้นตายไปก็ดี แต่ถ้ายังรอด ทำให้พิการ เดม่อนต้องเลือกฉัน เขาไม่มีทางเลือกอื่น”พอไฟล์บันทึกเสียงจบ บิอังก้า หน้าขาวซีดเหมือนผ้าขาว“ทีนี้จะพูดอะไรแก้ตัวอีกไหม”“เดม่อน ได้โปรด ให้ฉันอธิบาย…” เธอคลานเข้ามา พยายามกอดขาฉัน “ฉันทำเพื่อเรา! เพื่อความเป็นพันธมิตร! ผู้หญิงคนนั้นขวางทางตระกูลเรา!”“พันธมิตร?” ฉันเ
มุมมองของเดม่อนสิบแปดชั่วโมงต่อมา ฉันยืนอยู่หน้าคฤหาสน์โวลคอฟนอกเมืองมอสโกหิมะกำลังตก อากาศติดลบยี่สิบองศา ฉันไม่รู้สึกหนาวไฟในท้องฉันร้อนพอจะละลายผืนดินน้ำแข็งนั่นได้“เดม่อน วิทาเล่” การ์ดรัสเซียคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษชัดเป๊ะ “คุณโวลคอฟรอคุณอยู่”ฉันไม่ตอบ แค่เดินตามเข้าไปที่นี่เป็นป้อมปราการสไตล์บาโรก ราวกับปราสาทแห่งน้ำแข็งและหินฉันไม่ได้มาเที่ยว ฉันมาทวงของที่เป็นของฉันคืนในห้องโถงหลัก เลโอ โวลคอฟ นั่งอยู่บนโซฟาหนัง ในมือถือแก้ววอดก้าผมสีบลอนด์ แววตาสีฟ้า สูทสีดำตัดพอดีตัว แต่เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้น“นอร่าอยู่ไหน” ฉันถามเข้าประเด็นทันที“คุณวิทาเล่” เลโอพูดเสียงนิ่ง วางแก้วลง “คุณเดินทางมาไกล ไม่ดื่มอะไรสักแก้วเหรอ”“ฉันไม่ได้มาคุยเล่น” ฉันชักปืน “ส่งเธอมา”ชั่วพริบตา ปืนยี่สิบกระบอกเล็งมาที่หัวฉันเลโอโบกมือ ลูกน้องผ่อนลงนิดหน่อย แต่ปืนยังเล็งฉันอยู่“นั่งสิ” เลโอพูด “ในฐานะแขก คุณควรมีมารยาทหน่อย”“ฉันไม่ใช่แขก ฉันมาหาผู้หญิงของฉัน”“ผู้หญิงของคุณ?” เลโอหัวเราะแห้งไร้อารมณ์ “คุณเข้าใจผิดแล้ว เธอไม่เคยเป็นของคุณ”“เธออยู่กับฉันมาห้าปี”“ห้าปี” เลโอทวน “แล้วต
มุมมองของเดม่อนในห้องทำงานของฉันงั้นเหรอ? ฉันรีบลุกขึ้น แววตากวาดมองทุกตารางนิ้วของห้อง“ตรงไหนกันแน่”“ผะ…ผมไม่แน่ใจ สัญญาณบอกว่าอยู่ตรงตัวคุณพอดี”ฉันเริ่มรื้อห้องอย่างจริงจัง โต๊ะ ตู้เอกสาร ชั้นหนังสือ ฉันค้นทุกซอกทุกมุมสิบนาทีต่อมา ฉันยืนอยู่หน้าตู้นิรภัยที่ซ่อนอยู่หลังผนังนิ้วฉันสั่นขณะกดรหัส 1015 วันเกิดของเธอประตูเหล็กที่หนาเปิดออกอย่างเงียบงัน มันว่างเปล่าเงินสดหายไป เอกสารหายไป แม้แต่พาสปอร์ตของเธอก็หายแต่บนชั้นล่างสุด มีเครื่องติดตามชิ้นเล็กเท่าเมล็ดข้าว มันเปื้อนเลือดแห้งกรังเครื่องติดตามที่ฉันฝังไว้ในตัวเธอ เครื่องมือเพื่อการครอบครอง ไม่ใช่การปกป้องมีแค่เธอกับฉันที่รู้รหัสตู้นี้ ซึ่งหมายความว่า…“เธอยังมีชีวิตอยู่” ฉันพึมพำ คลื่นความโล่งใจถาโถมจนแทบทรุด แล้วความเดือดดาลก็พุ่งเข้ามาแทนที่ไม่ใช่แค่ยังมีชีวิต เธอยังเคยมาที่นี่ ในห้องนี้ขณะที่ฉันเป็นบ้าตามหาเธอ เธอกลับมาและเอาทุกอย่างที่สำคัญไปรวมถึง… แววตาฉันหยุดที่ช่องว่างลึกในตู้นิรภัยเดิมทีมีปืนพกอยู่ตรงนั้น สลักชื่อเธอ—นอร่า—ไว้บนนั้นมันคือของขวัญชิ้นแรกที่ฉันให้เธอ ในวันเกิดครบรอบยี่สิบปีตอ
มุมมองของเดม่อนฉันได้บิอังก้ากลับมา ราคาที่ต้องจ่ายคือนอร่า“เรียกทุกคนมา!” ฉันตะคอกใส่มาร์โก้ “หาวิคเตอร์!”สองชั่วโมงต่อมา ท่าเรือทั้งแถบลุกเป็นไฟฉันเผาฐานของตระกูลคอสโลฟในนิวยอร์กทีละจุดฉันหักคอวิคเตอร์ด้วยมือเปล่า มองชีวิตดับลงจากแววตาเขาความสะใจจากการล้างแค้นอยู่ได้เพียงไม่กี่นาทีเมื่อควันจางหาย ความโกรธก็สลาย เหลือเพียงแค่โพรงว่างเปล่าเจ็บลึกตรงที่หัวใจเคยอยู่“มาร์โก้” ฉันพูด พลางเช็ดเลือดออกจากมือ “ส่งคนไปหานอร่า”“ครับ บอส”“ใช้ทุกอย่างที่มี โรงพยาบาล ห้องเก็บศพ หน่วยยามฝั่ง” เสียงฉันสั่น “หาตัวเธอมา”วันที่หนึ่ง ไม่มีอะไรเลย“บอสครับ เราค้นหาตามแนวชายฝั่งรัศมีห้าสิบไมล์แล้ว” มาร์โก้รายงานอย่างระมัดระวัง “ไม่พบร่องรอยเธอ”“หาต่อไป”“ครับ”ฉันนั่งอยู่ในออฟฟิศ กับขวดวิสกี้ที่ดื่มไม่ลงทุกครั้งที่หลับตา ฉันเห็นเธอตกลงไปฉันเห็นเลือดบานในน้ำ เหมือนกุหลาบกำลังตายวันที่สอง ยังไม่มีอะไร“บอสครับ กระแสน้ำแถบนั้นแรงมาก ไม่มีใครรอดเกินในไม่กี่ชั่วโมง…” มาร์โก้เว้นเสียง“หาต่ออีก!” ฉันปาแก้วใส่กำแพงแตกกระจาย “อย่ากลับมาถ้ายังไม่เจอเธอ!”ฉันนอนไม่หลับ ในค่ำคืน
งานเลี้ยงจบลงเกือบเที่ยงคืน“นอร่า ขับรถพาเราไปที่ท่าเรือหน่อย” บิอังก้าพูด พลางเกาะแขนเดม่อน เสียงเต็มไปด้วยคำสั่งแบบสะใจ “ฉันอยากรับลมทะเลกับเดม่อน คุยเรื่องฮันนีมูน แค่เราสามคน”เดม่อนไม่เถียง รอยคิ้วขมวดวูบหนึ่งผ่านใบหน้าเขา เร็วเกินกว่าจะมองเห็นได้ ก่อนที่เขาจะพยักหน้ามือฉันสั่นจับกุญแจแน่น “มันดึกแล้วนะคะ” ฉันพูด เสียงตึง “ท่าเรือไม่ปลอดภัย”“ว่ายังไงนะ ตั้งคำถามกับการตัดสินใจของฉันเหรอ?” เดม่อนหันมาหาฉันในที่สุด แววตาเย็นเฉียบ “หรือว่าผู้ช่วยของฉันดันไร้ความสามารถกับการขับรถง่าย ๆ”ฉันหลับตา กลืนคำพูด ความโกรธ ทุกอย่างลงคอ “ฉันจะไปเอารถ”ค่ำคืนที่ท่าเรือเงียบงันราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงคลื่นซัดกับชายฝั่ง กับเสียงแตรต่ำ ๆ ของเรือบรรทุกสินค้าที่อยู่ไกลออกไปฉันจอดรถใกล้จุดชมวิว มองกระจกหลัง เห็นบิอังก้าซุกในอ้อมแขนของเดม่อน“สวยจังเลย” เธอพูดเสียงดังอย่างตั้งใจ “เรามาที่นี่ทุกเดือนเป็นการออกเดทกลางคืนได้ไหมคะ”“ถ้าเธอชอบละก็นะ” เดม่อนตอบแบบเรียบๆ แต่ฉันได้ยินความรำคาญแฝงอยู่ทันใดนั้น เสียงซ่าที่แหลมดังทั่วรถ ระบบสื่อสารและระบบนำทางดับสนิท เลือดในร่างกายฉันเย็นยะเยือก เ







