แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: Prypradhana
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-09 17:11:03

หมับ !

"ขอฉันดูหน่อย"

"ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นตอบกลับทันทีที่เห็นเทียนสี่พุ่งเข้ามาคว้าที่ข้อมือแกร่งของเขาเอาไว้

"แต่เลือดคุณยังไหลอยู่เลย" มือนุ่ม ๆ จับพลิกไปมาที่ฝ่ามือใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งผมเทาขาวที่บาดเจ็บ ทำให้ทั้งคู่เผลอสบตากันเข้าอีกครั้ง

"ผมไม่เป็นไร" น้ำเสียงทุ้ม ๆ ของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เทียนสี่ขมวดคิ้วเข้าหากันปนความสงสัยว่าเหตุใด ผู้ชายที่มีใบหน้าค่าตาไม่เหมือนคนไทยเช่นนี้ถึงพูดไทยได้ชัดปร๋อราวกับเป็นคนไทยแท้ ๆ

"ฉันว่าคุณควรจะไปหาหมอ" เทียนสี่สลัดความสงสัยนั้นทิ้งไป แล้วเสนอสิ่งสำคัญกว่าที่อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

"ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นยังคงยืนยันคำตอบเดิม ก่อนเทียนสี่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจด้วยว่าไม่อยากที่จะรบเร้าอีกฝ่าย

แล้วผละมือออกจากการเกาะกุม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

"ฉันมีออเดอร์ส่งอาหาร" เทียนสี่วิ่งไปดูอาหารที่วางอยู่ภายในกระเป๋าบนเบาะที่นั่งด้านหลัง ซึ่งเทมากองรวมกันอยู่ข้างเดียวจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นเมนูอะไร

"มีอะไรรึเปล่า" ร่างสูงเดินตามไปที่รถของเทียนสี่ ก่อนเหลือบไปเห็นสภาพของอาหารที่อยู่ภายในกล่องใส

"ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบเอาอาหารไปส่ง" ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่เหน็บไว้กับกระจกมองข้างเพื่อใช้บอกเส้นทางการขับขี่ในระหว่างรับงานขึ้นมาดู ก่อนพบเรื่องที่ทำให้ต้องรู้สึกงุนงงปนความสงสัย

"ออเดอร์หายไปไหนแล้ว !"

"เกิดอะไรขึ้น ?"

"ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าระบบเป็นอะไรรึเปล่า" เทียนสี่รู้สึกมึนงงกับระบบบนแอปพลิเคชัน เพราะเธอเพิ่งเริ่มรับงานไรเดอร์ได้ไม่เท่าไหร่ จึงยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใช้งาน แต่ดูเหมือนว่าออเดอร์ที่หายไปดื้อ ๆ กลางครันแบบนี้ เธอเองก็ยังไม่เคยพบเคยเจอ

"มีอะไรให้ผมช่วยไหม" ลูเซิร์นแสร้งถามทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเธอกำลังประสบปัญหาที่ตัวเองเป็นคนสั่งการให้ลูกน้องคนสนิทอย่างเซย์ยะที่เก่งในการแฮกข้อมูล รวมถึงโครงสร้างการทำงานระบบเอไอ และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขานี่แหละที่เป็นคนใช้โปรแกรมอัจฉริยะป้อนข้อมูลเสมือนจริงในการลับลวงพรางเพื่อล่อให้เทียนสี่มาติดกับถึงที่นี่ ก่อนจัดการรีเซ็ตออเดอร์ในระบบบนแอปพลิเคชันนั้นทิ้งไปอย่างไร้ร่องรอย

"ช่างเถอะ เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้ ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะรับงานต่อแล้ว แต่ว่าอาหารนี่สิ ปลายทางเงินสด แถมโดนหักเงินในระบบไปแล้วด้วย" เทียนสี่ถอนหายใจทิ้ง อย่างคิดไม่ตกกับเรื่องของค่าใช้จ่าย ไหนจะค่าน้ำมันที่เพิ่งกัดฟันแคะกระปุกออมสินออกมา แถมตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวก็มีอยู่แค่สองร้อยกว่าบาทเท่านั้น

"ค่าอาหารของคุณเท่าไหร่ เดี๋ยวผมซื้อต่อให้เอง" ลูเซิร์นแสดงความรับผิดชอบ  โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยสักนิดว่าสิ่งที่เขากำลังพยายามทำอยู่นั้นมีจุดมุ่งหมายอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่

"อย่าเลย ฉันไม่อยากรบกวน อีกอย่างแผลที่มือคุณ ฉันเองก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วย เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันพาคุณไปหาหมอก็แล้วกัน" เทียนสี่คำนวณค่าทำแผลกับค่ายาสองร้อยกว่าที่มีคงพอเอาอยู่ถ้าเป็นที่คลีนิกไม่ถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล

"ไม่จำเป็น แผลนิดเดียว ผมไม่เป็นไร"

"ใบมีดสะอาดรึเปล่าก็ไม่รู้ เกิดคุณเป็นบาดทะยักขึ้นมาทำไง" ว่าแล้วก็ล้วงเอาบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกงสีดำพอดีกับรูปร่างเพรียวบางอันสมส่วนของตัวเอง

"โทษทีนะ ฉันขอมือคุณหน่อยสิ" ลูเซิร์นยื่นท่อนแขนแกร่งออกไปให้ ก่อนที่เทียนสี่จะจัดการร่นแขนเสื้อสูทของเขาขึ้นเหนือข้อศอกหนาแล้วบรรจงพันผ้าเช็ดหน้าผืนบางไปบนฝ่ามือแกร่งเพื่อห้ามเลือดเอาไว้

"คงช่วยให้เลือดหยุดไหลได้สักพัก" ดวงตาคมกริบไล่มองทุกการกระทำของหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่มีทีท่าอะไร

"ผ้าเช็ดหน้ามันอาจจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่ว่าฉันซักเองกับมือเลยนะ สะอาดเอี่ยม พันแผลเอาไว้แบบนี้ รับรองเชื้อโรคไม่กล้ามาแหยมคุณหรอก"

"ขอบคุณ" ริมฝีปากหยักเอ่ยขึ้น ก่อนที่เทียนสี่จะคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาเพื่อรับคำกล่าวของเขา

"ตกลง คุณจะไม่ไปให้หมอดูอาการสักหน่อยเหรอ"

"ไม่ครับ" คำตอบของลูเซิร์น ทำให้เทียนสี่เงียบไปอย่างใช้ความคิดกับอะไรสักอย่างจนตกผลึก

"ถ้างั้นเดี๋ยวแวะที่ร้านขายยา ฉันทำแผลให้คุณเองแล้วกัน" ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะคร่อมไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่ง แต่ก็ถูกมือแกร่งของลูเซิร์นถือวิสาสะคว้าที่ข้อมือบางเอาไว้เป็นรอบที่สอง

หมับ !

"ไปรถผมดีกว่า เดี๋ยวยังไง ผมได้แวะส่งคุณที่บ้านด้วยเลย"

"อะไรนะ ?" เทียนสี่อึ้งในคำกล่าวนั้น ก่อนจะอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหู อีกทั้งยังกดสายตาลงมองตามการกระทำของอีกฝ่ายที่เกาะกุมข้อมือบางของเธอเอาไว้ จนใบหน้าขาวเนียนเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาในทันใด

"เกิดคนพวกนั้นย้อนกลับมา คุณจะทำยังไง"

เทียนสี่อึกอักทำอะไรไม่ถูก จู่ ๆ ก็รู้สึกใจเต้นหวิว ๆ ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จะว่าเหมือนคนน้ำตาลตกก็คงไม่ใช่ เพราะอาการที่ว่าส่งผลให้ใบหน้าที่เห่อร้อนของเธอปรากฏเป็นสีแดงระเรื่อคล้ายกับผลของเชอร์รี่

"ขอโทษที" ลูเซิร์นคลายฝ่ามือหนาออกจากการเกาะกุม เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอรั้งข้อมือเธอเอาไว้นานเกินไป "แค่จะถามคุณว่าอยากไปแจ้งความเอาไว้ด้วยรึเปล่า ผมจะได้พาไปที่สถานีตำรวจเป็นพยานให้คุณด้วยเลย"

เทียนสี่ก้มหน้าที่เริ่มจะแดงก่ำลงทันใด พร้อมกับส่ายหน้าไปมา ก่อนตอบคำถาม

"ไม่ดีกว่า"

"คุณกลัว ? หรือว่ามีศัตรูที่ไหนรึเปล่า"

"เปล่าค่ะ แค่ไม่อยากเสียเวลา อีกอย่างฉันไม่อยากมีเรื่องกับใครด้วย" ว่าแล้วก็เงยหน้าขึ้นสบตาของร่างสูงอย่างรู้สึกผิดอยู่ในใจที่ทำให้เขาต้องมาบาดเจ็บ จนอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น "ฉันว่าเราไปหาที่ทำแผลกันดีกว่า" เทียนสี่รีบตัดบท กลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นอากัปกิริยาแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอ

"งั้นไปรถผม ส่วนรถคุณเดี๋ยวผมให้เซย์ยะขับตามไปส่ง"

"เอ่อ..." เทียนสี่กระอักกระอ่วนอย่างไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก แต่ก็เหมือนกับมีเวทมนตร์อะไรบางอย่างสะกดให้เธอคล้อยตามไปอย่างว่าง่าย

"ขอกุญแจด้วยครับ" มือบางส่งของสิ่งนั้นให้กับเขาไปอย่างง่ายดายแล้วเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างดื้อ ๆ ราวกับถูกป้ายยา ก่อนที่ร่างสูงของลูเซิร์นจะเดินนำไปจนถึงรถสีดำคันหรูที่จอดสนิทอยู่ข้างทาง โดยที่ด้านในมีกุญแจเสียบคาเอาไว้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 5

    "โหวนี่รถคุณเหรอ เท่จัง !" เทียนสี่ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยว่าไม่เคยได้สัมผัส หรือ เฉียดเข้าใกล้รถยนต์ที่มีราคาหลายสิบล้านขนาดนี้มาก่อน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปเหยียบที่พื้นของมัน "เชิญครับ" ลูเซิร์นพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับดึงประตูรถเพื่อเปิดออกแล้วผายมือเชิญชวนเธอให้เข้าไปนั่งด้านในอย่างเป็นกันเองมากที่สุด แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยังรู้สึกเกร็ง ๆ "ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่นั่งที่เบาะข้างคนขับกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ รถหรูคันนั้นยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกประหม่าจนมือไม้มันสั่นทำให้ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ในขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัว "ขอโทษนะครับ" "อ๊ะ !" สิ้นเสียงของเขา เทียนสี่ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อคนข้าง ๆ เอี้ยวตัวเข้ามาหาแล้วดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดมาที่ลำตัวของเธอ ในระยะประชิดกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะมาที่ต้นคอขาวนวล ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนกายกำยำ ซึ่งลอยมาแตะที่ปลายจมูกเชิดรั้นนิด ๆ ของเธอด้วย "ขอโทษที พอดีพื้นร้องเท้าฉันดันเหยียบเศษดินติดมาด้วย เดี๋ยวฉันรีบปัดออกให้นะ" เทียนสี่ทำท่าว่าจะก้มลงไปปัดเศษดินที่ตกอยู่บนพื้นรถ แต่ก็ถูกฝ่ามื

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 4

    หมับ !"ขอฉันดูหน่อย""ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นตอบกลับทันทีที่เห็นเทียนสี่พุ่งเข้ามาคว้าที่ข้อมือแกร่งของเขาเอาไว้"แต่เลือดคุณยังไหลอยู่เลย" มือนุ่ม ๆ จับพลิกไปมาที่ฝ่ามือใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งผมเทาขาวที่บาดเจ็บ ทำให้ทั้งคู่เผลอสบตากันเข้าอีกครั้ง"ผมไม่เป็นไร" น้ำเสียงทุ้ม ๆ ของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เทียนสี่ขมวดคิ้วเข้าหากันปนความสงสัยว่าเหตุใด ผู้ชายที่มีใบหน้าค่าตาไม่เหมือนคนไทยเช่นนี้ถึงพูดไทยได้ชัดปร๋อราวกับเป็นคนไทยแท้ ๆ"ฉันว่าคุณควรจะไปหาหมอ" เทียนสี่สลัดความสงสัยนั้นทิ้งไป แล้วเสนอสิ่งสำคัญกว่าที่อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง"ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นยังคงยืนยันคำตอบเดิม ก่อนเทียนสี่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจด้วยว่าไม่อยากที่จะรบเร้าอีกฝ่ายแล้วผละมือออกจากการเกาะกุม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน"ฉันมีออเดอร์ส่งอาหาร" เทียนสี่วิ่งไปดูอาหารที่วางอยู่ภายในกระเป๋าบนเบาะที่นั่งด้านหลัง ซึ่งเทมากองรวมกันอยู่ข้างเดียวจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นเมนูอะไร"มีอะไรรึเปล่า" ร่างสูงเดินตามไปที่รถของเทียนสี่ ก่อนเหลือบไปเห็นสภาพของอาหารที่อยู่

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 3

    หมับ !ทว่าข้อมือบางกลับถูกร่างสูงของใครบางคนพุ่งมาคว้าเอาไว้เสียก่อน แต่มืออีกข้างที่ไวเป็นกรด กลับยกขึ้นตั้งท่าจะเสยเข้าที่ปลายคางของหนุ่มอินเตอร์ผมเทาขาวใบหน้าหล่อเหลาอย่างลูเซิร์นที่ตรงเข้ามาหาเธออย่างไม่ปกปิดใบหน้าและตัวตน หลังปลดล็อกอุปกรณ์สื่อสารที่ซุกซ่อนไว้ทั่วตัวออกไปจนหมด โดยใช้มือแกร่งอีกข้างคว้าที่ข้อมือบางเอาไว้พร้อมกับอาศัยจังหวะที่เธอหมุนตัวกลับมาให้ความสนใจ เขาถึงได้ส่งสัญญาณบางอย่างไปหาอันมิ่งและคนของเทวทูตสีเงินให้รู้ตัว"นี่ !" เทียนสี่รู้สึกไม่พอใจที่ จู่ ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาขัดจังหวะ ทั้งที่เธอกำลังจะได้เห็นใบหน้าค่าตาของคนพวกนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่าต่อขาน อันมิ่งกับคนของเทวทูตสีเงินก็กรูกันมาห้อมล้อมทั้งเธอและลูเซิร์นเอาไว้"พวกมันมีปืน !" เป็นคำกล่าวของลูเซิร์นที่พิงแผ่นหลังชนกันไว้ โดยที่ถูกคนของเทวทูตสีเงินและอันมิ่งห้อมล้อมไว้รอบตัว"แล้วคุณพวกไหน อยู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ พวกเดียวกับคนพวกนั้นรึเปล่า" เทียนสี่ไม่ไว้ใจ แม้ว่าหน้าตาของผู้ชายที่พิงหลังแนบชิดกับเธอไว้ดูราวกับหวังดีมาช่วยเหลือก็ตาม"ผมเป็นพลเมืองดี แค่อยากช่วยเหลือคุณเท่านั้น""งั้นก็

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 2

    เซย์ยะที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับหันมารายงานกับลูเซิร์น หลังจากที่เขาก้มหน้าก้มตารัวนิ้วสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งอย่างขะมักเขม้น โดยใช้เอไออัจฉริยะดึงฐานข้อมูลบางอย่างบนแอปพลิเคชันการทำงานของไรเดอร์อยู่สักพักใหญ่"ได้แล้วครับ"ลูเซิร์นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาอันคมกริบดูเวลาบนสมาร์ทวอทช์ที่สวมอยู่กับข้อมือแกร่ง ขณะนั่งอยู่เบาะหลังรถสปอร์ตสีดำคันหรู ซึ่งจอดสนิทอยู่บนไหล่ทางของถนนเส้นหนึ่งมากว่า 10 นาทีแล้ว"บอกคนของเราให้เตรียมพร้อม""ทราบแล้วครับ" เซย์ยะรับคำสั่ง ก่อนใช้เครื่องมือสื่อสารที่ซุกซ่อนไว้บนคอปกเสื้อติดต่อหาคู่หูเพื่อเริ่มภารกิจ "เหยื่อมาติดกับตามแผน ล็อกเป้าหมาย ตำแหน่ง 14 นาฬิกา ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร จะถึงภายใน 30 วินาที""ลงมือเลย" สิ้นเสียงของลูเซิร์น เซย์ยะก็รัวปลายนิ้วมือเรียวยาวสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีกครั้ง ก่อนที่บางอย่างบนจอภาพจะถูกรีเซ็ตไป พร้อมกับเสียงเบรกกะทันหันของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร่งรีบเพื่อนำอาหารไปส่งให้ถึงมือลูกค้าตามออเดอร์ที่ได้รับ ก่อนจะต้องเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม ที่จู่ ๆ ก็มีรถตู้ค

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 1

    บิสเต็กก้า ฟิออเรนตินา มัสมั่นขาแกะ กิวทัง ซุปหางวัว และ โทโรโระ รวมทั้ง ปิโนต์นัวร์ กลิ่นหอมฟุ้งไปด้วยผลไม้สีแดงสดถูกจัดวางบนโต๊ะอาหารหรูหราเบื้องหน้าของ คาลวิน ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ ซาร์เดญญ่า เซสส์น็อก หัวหน้า มาเฟียองค์กร เทวทูตสีเงิน ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งเฉกเช่นทุกเช้าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาภายใต้บรรยากาศเดิม ๆ ของคฤหาสน์หรูหราหลังหนึ่งในเมืองไทยที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน ทว่ากลับเป็นที่ให้เขาได้ซุกหัวนอนมาเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากที่คาลวินหนีหัวซุกหัวซุนจากการถูกไล่ล่า และ หมายเอาชีวิตจากอาชญากรลึกลับข้ามชาติที่ไล่ฆ่าคนในครอบครัวเขา ทีละคน ๆ ตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบเท่านั้นตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คาลวินพำนักอาศัยมาแล้วกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ดูเหมือนว่าเมืองไทยจะเป็นสถานที่เดียว ซึ่งเขาอยู่อาศัยมาได้ยาวนานที่สุด โดยที่ยังไม่ตายเหมือนอย่างที่กลุ่มคนพวกนั้นอยากให้เป็น"ปกติมึงไม่สาย" สายตาคมเข้มเหลือบดูเวลาก่อนตวัดมอง โดยไม่ได้ส่อแววตำหนิมือขวาคนสนิทที่เพิ่งจะก้าวเข้ามายืนเบื้องหน้าฝั่งตรงข้ามของเขาแต่อย่างใด"ขอโทษครับ" นั่นเป็นคำกล่าวของ ลูเซิร์น มือขวาคนสนิทที่อยู่เคีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status