Masukหมับ !
ทว่าข้อมือบางกลับถูกร่างสูงของใครบางคนพุ่งมาคว้าเอาไว้เสียก่อน แต่มืออีกข้างที่ไวเป็นกรด กลับยกขึ้นตั้งท่าจะเสยเข้าที่ปลายคางของหนุ่มอินเตอร์ผมเทาขาวใบหน้าหล่อเหลาอย่างลูเซิร์นที่ตรงเข้ามาหาเธออย่างไม่ปกปิดใบหน้าและตัวตน หลังปลดล็อกอุปกรณ์สื่อสารที่ซุกซ่อนไว้ทั่วตัวออกไปจนหมด โดยใช้มือแกร่งอีกข้างคว้าที่ข้อมือบางเอาไว้พร้อมกับอาศัยจังหวะที่เธอหมุนตัวกลับมาให้ความสนใจ เขาถึงได้ส่งสัญญาณบางอย่างไปหาอันมิ่งและคนของเทวทูตสีเงินให้รู้ตัว
"นี่ !" เทียนสี่รู้สึกไม่พอใจที่ จู่ ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาขัดจังหวะ ทั้งที่เธอกำลังจะได้เห็นใบหน้าค่าตาของคนพวกนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่าต่อขาน อันมิ่งกับคนของเทวทูตสีเงินก็กรูกันมาห้อมล้อมทั้งเธอและลูเซิร์นเอาไว้
"พวกมันมีปืน !" เป็นคำกล่าวของลูเซิร์นที่พิงแผ่นหลังชนกันไว้ โดยที่ถูกคนของเทวทูตสีเงินและอันมิ่งห้อมล้อมไว้รอบตัว
"แล้วคุณพวกไหน อยู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ พวกเดียวกับคนพวกนั้นรึเปล่า" เทียนสี่ไม่ไว้ใจ แม้ว่าหน้าตาของผู้ชายที่พิงหลังแนบชิดกับเธอไว้ดูราวกับหวังดีมาช่วยเหลือก็ตาม
"ผมเป็นพลเมืองดี แค่อยากช่วยเหลือคุณเท่านั้น"
"งั้นก็จัดการคนพวกนี้ให้ทีสิ" เทียนสี่บอกกับอีกฝ่าย ก่อนเขาจะส่งสัญญาณสั่งอันมิ่ง โดยผ่านแค่สายตาอันคมกริบเท่านั้น ก็ทำให้อันมิ่งรับรู้และเข้าใจถึงความหมายได้ทันที เพราะเขาทำงานกับลูเซิร์นมานานจนแทบอ่านภาษากายกันได้หมดแล้ว ทำให้อันมิ่งขยับตัวบอกคนของเทวทูตสีเงินให้ลงมือ
ผลัวะ ! ผลัวะ !
อันมิ่งพุ่งเข้าไปหาลูเซิร์นแบบไม่ยั้งมือ เพราะรู้จังหวะกันดีอยู่แล้วเวลาที่ฝึกปรือกัน ไม่ว่ายังไงตนก็ไม่มีทางชนะเขาได้หากใส่เต็มเหนี่ยว ถึงยังไงลูเซิร์นก็ผ่านไปได้อยู่ดี
'ไม่แรงจะแสดงให้สมบทบาทได้อย่างไร อันมิ่งนึกในใจ'
"โอ๊ะ !" อันมิ่งถูกถีบเข้าที่ต้นขาแกร่งด้วยเรียวขาเล็กของเทียนสี่ที่ไวกว่า จนลูเซิร์นถึงกับอึ้ง แทนที่เขาจะเป็นคนเข้ามาช่วยเหลือ แต่กลับเป็นเธอเสียได้ที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้
"ระวังหน่อยสิคุณ !" เทียนสี่หันเพียงเสี้ยวหน้ามากล่าวคำเตือน ก่อนจะพุ่งเข้าไปแตะตวัดขาและปล่อยหมัดพุ่งไปที่คนของเทวทูตสีเงินที่ดาหน้ากันเข้ามาหา
ลูเซิร์นกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจในความห้าวหาญนี้ คว้าไปที่เอวคอดกิ่วของคนที่อยู่ในชุดกางเกงขายาวดูทะมัดทะแมงให้เข้ามาหาแล้วยกร่างเธอขึ้นสูงเหนือพื้นหมุนเหวี่ยงให้เป็นวงกลมเตะอัดคนของเทวทูตสีเงินที่กลับมารายล้อมพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ราวกับหญิงสาวดูไร้น้ำหนัก โดยที่ความจริงแล้ว เธอก็ดูจะบอบบางมากสำหรับชายหนุ่มลูกครึ่งอินเตอร์ รูปร่างกำยำ สูงถึง 191 เซนติเมตรอย่างเขา หลังจากที่ได้สัมผัสร่างของเธอให้ลอยขึ้นสูงเหนือพื้นด้านล่างลอยอยู่บนอากาศ
ผลัวะ ! ผลัวะ ! ผลัวะ !
เทียนสี่ยกเรียวขาขึ้นถีบคนของเทวทูตสีเงิน รวมถึงอันมิ่งจนล้มกลิ้งไปทีละคน ๆ แล้วเผยยิ้มมุมปากราวกับนึกชอบใจในความรู้ใจของผู้ชายผมเทาขาวหน้าตาอินเตอร์คนนี้อย่างบอกไม่ถูก
แต่ทันใดนั้นเองอันมิ่งที่เหลือบไปเห็นแววตาอันคมกริบของลูเซิร์นก็รีบดึงมีดพกสั้นที่ซุกซ่อนเอาไว้ออกมาจากด้านหลัง ขึ้นมาสะบัดเปิดใบมีดที่พับอยู่พร้อมกับจ้วงแทงมาที่ร่างบางของเทียนสี่แบบจัง ๆ อย่างไม่ออมมือ
วืด !
ลูเซิร์นยกมือขึ้นปัดมีดเล่มนั้นทิ้งไปแล้วดึงปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังขึ้นมาดันกระสุนเข้ารังเพลิงแล้วเหนี่ยวไก
ปิ้ว !
ลูเซิร์นยกปืนขึ้นเล็งข่มขู่ ก่อนจะยิงเฉียดไปที่ต้นขาของอันมิ่ง และ พวกที่กระถดถอยหนี ทีละคน ๆ อย่างตั้งใจ จนทั้งหมดกรูไปที่รถตู้คันเดิมแล้วหลบหนี ก่อนที่เซย์ยะซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาจะรีบเข้ามาดูอาการ หากแต่ฝ่ามือแกร่งของลูเซิร์นกลับยกขึ้นห้ามปรามเอาไว้ ด้วยว่าไม่อยากให้ต้องตื่นตกใจใด ๆ นัก
"ไม่ต้อง" คำสั่งสั้น ๆ ทำเซย์ยะชะงักงัน
ดูเหมือนว่าจะเป็นครั้งแรกที่ลูเซิร์นถึงกับเลือดตกยางออกขณะปฏิบัติหน้าที่ และ เป็นการลงทุนเสียเลือดเสียเนื้ออย่างตั้งใจ จนเซย์ยะคาดไม่ถึง
"ไม่เป็นไร" ว่าแล้วก็หันไปหาร่างบางของเทียนสี่ที่ยืนตัวทื่ออยู่ด้วยความหวาดระแวง ทันทีที่เหตุการณ์ตรงหน้าดูจะบานปลายจนถึงขั้นใช้อาวุธมีดและปืน
"คุณเป็นใคร ทำไมถึงพกของพวกนี้ด้วย" เทียนสี่ถามเสียงสั่น ในขณะที่ยังคงยืนนิ่ง หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมตอบ
"นี่เซย์ยะ คนของผม คุณไม่ต้องกังวลไป ผมไม่ทำอันตรายคุณหรอก" ลูเซิร์นปรายตามองไปทางเซย์ยะ ระหว่างที่แนะนำคนของตัวเองอย่างเปิดเผยเพื่อเป็นการผูกมิตร
"มีทั้งปืน ทั้งผู้ติดตาม เสื้อผ้าก็ดูดี มีราคา คุณคงไม่ใช่แค่พลเมืองดีธรรมดา ๆ ทั่วไปหรอกใช่มั้ย คุณเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่ !" เธอย้ำถามพร้อมก้บจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาชนิดที่ตาไม่กะพริบ
"ผมแค่ผ่านมาแถวนี้ แล้วเผอิญเห็นเหตุการณ์เข้า เลยลงมาช่วยเหลือ ก็เท่านั้น คุณไม่ควรคิดเป็นอย่างอื่น"
"ฉันจะไว้ใจคุณได้ยังไง" คำถามของเทียนสี่ทำให้ลูเซิร์นที่นิ่งเงียบไปก่อนหน้านั้นเดินเข้ามาหยุดยืนในระยะที่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ แล้วสบตากับเธออย่างเปิดเผย
"ผม ลูเซิร์น หรือ จะเรียก ลูซ เฉย ๆ ก็ได้" ร่างสูงประสานสายตาของคนที่ตัวเล็กกว่าอยู่เนิ่นนาน โดยที่เทียนสี่เองก็มองเขาตอบกลับไปเช่นกัน
"เอ๊ะนั่น ! ที่มือคุณมีแผล" เพราะพึ่งจะได้ทันสังเกตเห็น ทำให้เทียนสี่ตกอกตกใจ ในหัวพลันแล่นไปเห็นภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ ตอนที่เขาเข้ามาปัดมีดพกสั้นที่ทำท่าว่าจะจ้วงแทงมาที่เธออย่างบ้าระห่ำ ทำให้ต้องมาเจ็บตัวแทนเธออย่างที่ช่วยไม่ได้
"ขึ้นรถ !" เสียงนั้นฟังดูเข้มและดุดัน จนเหมือนเป็นการบังคับให้เพื่อให้เธอยอมไปกับเขา หากแต่นิสัยของเทียนสี่ที่ดื้อรั้นและไม่ยอมฟังใครง่าย ๆ อยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่ทำตาม "ฉันบอกแล้วไงว่าจะแวะไปหายาย นายกลับไปได้เลย" พูดบอกถึงตรงนี้ก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง หากแต่เซย์ยะกลับปรี่เข้ามาคว้าเรียวแขนเธอเอาไว้ หมับ ! "ไปขึ้นรถ !" น้ำเสียงแข็งกร้าวบอกกับเธอพร้อมกับแรงบีบที่กดเข้ามาที่เรียวแขนจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บจากการถูกบังคับและฝืนใจ แต่ทันใดนั้นเอง หยางฟานที่มองเหตุเหตุหาฝการณ์ตั้งแต่ต้นก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเทียนสี่ให้หลบมาอยู่ด้านหลังของเขาแทน "นี่ลื้อทำอะไร ไม่ได้ยินที่อีบอกรึไงว่าไม่ไปลื้อหูตึงเหรอ ?" หยางฟานถามเสียงเรียบจ้องหน้าเซย์ยะอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะถูกฝ่ามือแกร่งกระแทกเข้ามาที่ต้นคออย่างจัง ผัวะ ! "ถอยไปไอ้กระจอก !" หยางฟานถูกสันมือหนาฟาดเข้าที่ต้นคอจนคอแทบเคล็ด หากแต่เขาก็ไม่เกรงกลัวพุ่งเข้าไปกรชากคอเสื้อของเซย์ย่าแล้วชกเข้าที่ใบหน้าไปหนึ่งที แต่น้ำหนักไม่พอให้อีกฝ่ายล้มลงหรือรู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย หากแต่เป็นหยางฟานเองที่ถูกกำปั้นหนัก ๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าทั้งสองข้า
คำถามของหยางฟานทำให้เทียนสี่ถึงกับนิ่งไป เพราะรู้ดีถึงความต้องการบางอย่างที่วิคเตอร์ต้องการจากเธอ หากแต่เทียนสี่กลับไม่ได้พูดมันออกไป เพราะเรื่องพวกนี้หยางฟานไม่ควรจะต้องมารับรู้ แค่เขาต้องมาเดือดร้อน เพราะวิคเตอร์พยายามเล่นงานคนรอบตัวเธอก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะไม่พอใจอะไรฉันอยู่ก็ได้ แต่ช่างเถอะ นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ฉันต้องขอโทษนายกับพ่อของนายด้วยที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันที่เป็นต้นเหตุ ฉันอยากให้นายพยายามอยู่ให้ห่างจากฉัน อย่างก็เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นกลับมาเล่นงานนานได้ ฉันขอโทษจริง ๆ นะ หยางฟานต่อจากนี้เราไม่ควรเจอกันอีก" "ลื้อพูดอะไร อั๊วไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย แต่นี่อั๊วยิ่งรู้ว่าลื้อกำลังตกอยู่ในอันตรายจะให้อั๊วทิ้งลื้อไปได้ยังไง" "ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไง แต่นายคือเพื่อนของฉันแล้วจะให้ฉันยอมเห็นนายถูกทำร้ายได้ยังไง นายคือเพื่อนนะหยางฟาน จะเป็นอย่างอื่นก็คงไม่ได้ ถ้านายไม่ตัดใจ ก็ได้โปรดรู้เอาไว้ว่าอย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก นายกับพ่อของนายจะไม่ปลอดภัย หนีให้ห่างจากฉันเถอะนะหยางฟาน อย่างน้อย ก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อนเอาไว้"
ความอดทนอดกลั้นขาดสะบั้นลง เมื่อความยั่วเย้าเร้าอารมณ์ที่เธอปลุกปั่นให้เขาลุกฮือขึ้นมาจนหยุดไว้ไม่ได้ หมับ ! ลูเซิร์นพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้แล้วดันเรียวขาให้อ้าถ่างออกจากกัน ก่อนจะเสียบเสยแท่งเอ็นดุ้นใหญ่เข้าไปในร่องรักคราวเดียวจนมิดลำโคน ปึก ! "อ๊า !" เทียนสี่หยาดน้ำตารินไหล เมื่อลำเอ็นแท่งใหญ่ถูกดันเข้ามาในคราวเดียวจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความใหญ่โตถาโถมเขาหากลีบอวบอ้าที่ยังมีร่องรอยของการเสียดสีอย่างหนักหน่วงจากบนรักเร่าร้อนของเมื่อคืนทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านปนความเจ็บร้าวระบมอยู่ลึก ๆ หากแต่เธอกลับใจสู้ เด้งสะโพกอวบเข้าใส่ลำเอ็นที่อัดกระแทกเข้ามาหาเธออย่างเน้น ๆ "ดื้อเหลือเกิน ไม่รู้จะห้ามยังไง" ลูเซิร์นพูดขึ้นพลางบีบขยำไปที่ก้นอวบใหญ่จับสะโพกเธอล็อกไว้ไม่ให้ขยับหนีแล้วอันลำเอ็นเข้าไปในรูรักจนมันปลิ้นอ้าออกจากกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำเธอเสียวซ่านไปถึงท้องน้อย ขณะที่ลำเอ็นแล่นเข้าออกในจังหวะที่ถี่รัว ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิด ขณะที่ใบหน้าคมฝังปลายจมูกโ่ด่งเข้าหาซอกคอขาวระหงดูดดึงจนเกิดรอยแดงที่เขาฝังลึกเอาไว้ราวกับตีตราจองไม่ให้ใครกล้ามาซ้ำ หรือ เอาตัวเธอไปได้ สัมผัสหยาบ
เวลาต่อมา "อื้อ" เทียนสี่ขยับตัวปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือเมื่อใบหน้าถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือกับผ้าที่เปียกพอหมาด ๆ ทำเธอรู้สึกตัวแล้วพลิกนอนตะแคงหาคนที่ปลุกให้ตื่นด้วยน้ำเย็น ๆ ภายในห้องอับอบอุ่นสบาย "ลูเซิร์น" เธอเอ่ยชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ไอร้อนจากผิวกาย ทำให้ลูเซิร์นต้องหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดลงไป เธอยิ้มอ่อน ๆ ให้เขาทันที เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นเขาเป็นคนแรกตามที่อีกคนได้บอกเธอไว้จริง ๆ ไม่ผิดคำพูด "กี่โมงแล้ว ?" เธอถามเขาเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยินเสียง "บ่ายสองแล้วค่ะคนเก่ง ไข้ขึ้น แต่ไม่เป็นไรลีวายมาดูแล้วบอกให้ผมป้อนยาลดไข้ให้คุณไปแล้ว" "ป้อน ?" เทียนสี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกินยาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "ฉันตื่นมากินยาตั้งแต่ตอนไหนกันคะ" ริมฝีปากหยักยกขึ้นตรงมุมปากเล็ก ๆ "ผมไม่ปลุกหรือกวนคุณให้ตื่นเลย อยากให้คุณได้พัก" ดูเหมือนจะตอบไม่ตรงคำถาม "แล้วป้อนยายังไงคะ" เธอเอียงใบหน้าพลางกะพริบตาปริบ ๆ ขึ้นลงเบา ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ ในตอนที่ถามแล้วรอคำตอบจากเขา "ป้อนด้วยปาก" นิ้วหัวแม่มือเรียวยาวเกลี่ยไล้ไปบนกลีบปากนุ่ม ๆ ของเธออย่างหลงใหลในตอนที่ให้คำเฉลย ทำเทียนสี่ใบ
"อยากให้เรียก...เรียกอีกสักครั้งนึงจะได้ไหม ?" เธอถามเสียงแผ่ว แม้กลัวว่าตัวเองจะผิดหวัง เพราะที่ผ่านมาลูเซิร์นไม่ใช่คนที่พูดจาหวานหูอะไร ไม่แปลกหากเขาจะไม่ยอมเอ่ยเรียกคำพูด้หล่านี้ให้ได้ยินอีกซ้ำ ๆ "จะให้เรียกอีกกี่ครั้งก็ยังได้ ถ้าคุณต้องการ ผมจะทำให้ที่รัก" พูดพลางก้มลงไปจูบที่ขมับขวาของเธอเบา ๆ แล้วขยับเลื่อนลงมาแตะเรียวปากไว้ที่กลีบปากนุ่ม ๆ ค้างไว้นานนับนาทีกว่าที่เขาจะผละออกไป "ลูเซิร์น..." เทียนสี่จ้องเขาตาค้างไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เธอจับจ้องด้วยแววตาที่เปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมบนใบหน้าสวย "เด็กดี....คุณนอนต่อเถอะนะคะที่รัก เดี๋ยวผมไปตามลีวายมาดูไข้" ว่าจบก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะโน้มเข้าไปจูบที่หน้าผากอุ่น ๆ ทำเทียนสี่อึ้งไปราวกับถูกสาปไว้ชั่วขณะ ทันทีที่ได้ยินคำว่าที่รักหลุดออกจากปากของเขา และไม่เพียงแค่นั้น ยังมีคำพูดคะขาที่เขาพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งที่เธอไม่ได้เอ่ยปากขอเลยด้วยซ้ำ หมับ ! เทียนสี่เอื้อมมือบางเหนี่ยวรั้งที่ชายเสื้อของลูเซิร์นเอาไว้เหมือนไม่อยากให้ไปไหน ทำคิ้วหนา ๆ ของเขาเลิกขึ้นมาแล้วมองหน้าคนสวยที่เอาแต่จ้องเขาอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน
ลูเซิร์นวางเธอลงบนเตียงนอนแล้วขึ้นมาคร่อมร่างเปลือยเปล่ากักขังตัวเธอเอาไว้ภายใต้พันธนาการอันแข็งแกร่ง "ทีนี้ จะหายงอนผมได้รึยัง ?" "ยัง" เทียนสี่ตอบพลางจ้องมองเขาอย่างไม่คลาดสายตา มือบางลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งเบา ๆ "งั้นก็กลับหลังหัน" ว่าจบก็พลิกร่างนุ่มให้หันหลังในท่าคลานเข่า พร้อมกับฟุบหน้าลงไปบนหมอน ช้อนสะโพกอันกลมกลึงเธอให้ลอยเด่นขึ้นมาจนเห็นร่องรักอวบอูมที่ดูฉ่ำเยิ้มอวดแก่สายตาคมของเขา เผียะ ! ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงไปที่แก้มก้นขาว ๆ จนขึ้นรอยมือเป็นสีแดงตามมาด้วยรอยนิ้ว "อ๊ะ ! " เขาดึงรั้งไปที่เส้นผมบนท้ายทอยคนสวยให้เชิดหน้าขึ้นมาแล้วโน้มริมฝีปากเข้าหาเธอ ก่อนจะสัมผัสจูบอันร้อนแรงที่เรียวปากนุ่ม ๆ อย่างดุดันสอดปลายลิ้นอุ่นจัดเข้าไปในโพรงปากอันหวานล้ำแล้วบี้บดไปที่หัวจุกสีหวานจนมันนูนเด่นแข็งขึ้นเป็นไต "อื้อ ลูเซิร์น !"ทเทียนสี่สั่นสะท้านร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่างกาย "แบบนี้ชอบไหม ?" "อ๊า ลูเซิร์น ฉันชอบ !" "ไม่ชอบให้ผมอ่อนโยนรึไง" เขาผละจูบออกมาถามเธอแล้วดูดดึงลำคอขาวระหงของเธอด้วยริมฝีปากอันร้อนแรง ก่อนจะดันแผ่นหลังบางให้ฟุบหน้าลงไปบนเตียงนอนอีกครั้ง "ก้นขาว น่ากระแท
"เปล่านี่คะ ทำไมถึงคิดแบบนั้น""หน้าคุณมันฟ้อง""ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ" เทียนสี่ยกสองมือขึ้นลูบข้างแก้มขาว ๆ ขณะที่พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ไม่รู้ว่ามันดูตึงเครียดขนาดไหนอีกคนถึงได้มองออก"ตกลงว่าใช่รึเปล่า" ลูเซิร์นย้ำถาม พลางหันหน้ามาสบตากับเธอ"เปล่าค่ะ ฉันเต็มใจ" เทียนสี่ตอบออกไปเพียงแค่นั้นก็หันหน้าม
"บอกว่าไม่ได้จีบไงเจ๊" เทียนสี่ขยับปากให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่รอดพ้นไปจากสายตาอันคมกริบของคนที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ"คุณลองชิมดูหน่อยไหม ลูกชิ้นเจ๊หวาน กินแล้วไม่อ้วน ถ้าบ้วนทิ้ง !" ว่าแล้วเทียนสี่ก็หันไปหาร่างสูงของคนที่ออกตังค์ค่าลูกชิ้นให้"นังเทียน !" คำพูดของเทียนสี่ทำเอาเจ๊
"อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง "ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเ
"เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว" คาลวินไม่ได้สนใจอะไรหลังจากนั้น ดึงสายตากลับมาสั่งให้คิมลีวายนั่งลงแทนที่ของมือขวาที่เดินกลับออกไปแล้ว "เรียบร้อยดีครับ ผมเลือกตัวที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว" "คิดว่ามันจะสำเร็จไหม" คำถามที่ดูเหมือนจะคิดหนักทำให้คิมลีวายมองออกอย่างชัดเจน "ถึงไม่สำเร็จ ผมว่าคุณคาลวินคงมีแผนการส







