로그인เซย์ยะที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับหันมารายงานกับลูเซิร์น หลังจากที่เขาก้มหน้าก้มตารัวนิ้วสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งอย่างขะมักเขม้น โดยใช้เอไออัจฉริยะดึงฐานข้อมูลบางอย่างบนแอปพลิเคชันการทำงานของไรเดอร์อยู่สักพักใหญ่
"ได้แล้วครับ"
ลูเซิร์นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาอันคมกริบดูเวลาบนสมาร์ทวอทช์ที่สวมอยู่กับข้อมือแกร่ง ขณะนั่งอยู่เบาะหลังรถสปอร์ตสีดำคันหรู ซึ่งจอดสนิทอยู่บนไหล่ทางของถนนเส้นหนึ่งมากว่า 10 นาทีแล้ว
"บอกคนของเราให้เตรียมพร้อม"
"ทราบแล้วครับ" เซย์ยะรับคำสั่ง ก่อนใช้เครื่องมือสื่อสารที่ซุกซ่อนไว้บนคอปกเสื้อติดต่อหาคู่หูเพื่อเริ่มภารกิจ "เหยื่อมาติดกับตามแผน ล็อกเป้าหมาย ตำแหน่ง 14 นาฬิกา ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร จะถึงภายใน 30 วินาที"
"ลงมือเลย" สิ้นเสียงของลูเซิร์น เซย์ยะก็รัวปลายนิ้วมือเรียวยาวสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีกครั้ง ก่อนที่บางอย่างบนจอภาพจะถูกรีเซ็ตไป พร้อมกับเสียงเบรกกะทันหันของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร่งรีบเพื่อนำอาหารไปส่งให้ถึงมือลูกค้าตามออเดอร์ที่ได้รับ ก่อนจะต้องเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม ที่จู่ ๆ ก็มีรถตู้คันหนึ่งขับเบียดเข้ามาปาดหน้าขวางทางเอาไว้จนแทบจะเสียหลักล้ม
เอี๊ยด !
"ขับรถภาษาอะไร !" ริมฝีปากบางชมพูระเรื่อภายใต้หมวกกันน็อคสีขาวพึมพำเบา ๆ ก่อนจะถอดหมวกออกมาส่งผลให้ผมที่รวบรัดไว้พอลวก ๆ ปลิวสยายตกลงมาทั่วแผ่นหลัง ด้วยความสวยสะดุดตาของเธอ สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ที่พบเห็น
"34-23-32 สูง 176 หนัก 44 หุ่นเช้ง หน้าเป๊ะ ! ตรงปกไม่จกตา นางฟ้าชัด ๆ" อันมิ่งเผยความรู้สึกผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ติดต่อกับเซย์ยะ โดยมีลูเซิร์นที่นั่งอยู่บนเบาะหลังได้ยินคำกล่าวนั้นผ่านอุปกรณ์สื่อสารสีดำขนาดเล็กซึ่งสวมใส่ไว้บริเวณใบหูหนาด้วยเช่นกัน
ลูเซิร์นหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถหรูเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดแบบไม่ยอมให้คลาดสายตา ก่อนขยับหูฟังแล้วก้าวลงจากรถ โดยไม่มีท่าทีอะไรหลังจากได้ฟังคำกล่าวของอันมิ่งราวกับไม่เคยสนใจอะไรพวกนี้เลย
"อย่ามัวแต่ล้อเล่น !" ลูเซิร์นขยับปากออกคำสั่งผ่านอุปกรณ์สื่อสารไปยังลูกน้องคนสนิท ทำให้อันมิ่งสลัดความคิดในหัวแล้วหันมาทำหน้าที่ของตัวเอง
"ไปเอาตัวมา !" อันมิ่งส่งสัญญาณเพื่อบอกให้คนของเทวทูตสีเงินที่ติดตามมาด้วยอีกสามคนลงจากรถตู้คันดังกล่าวเข้าไปรวบตัวเป้าหมายเอาไว้ แน่นอนว่าหญิงสาวที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงเมื่อแรกเห็นคือ เทียนสี่ สตรีหมายเลข 1 ที่นายใหญ่อย่างคาลวินต้องการตัวมากที่สุดในเวลานี้
"อย่าให้ว่าที่นายหญิงของซาร์เดญญ่า เซสส์น็อกได้รับบาดเจ็บเป็นอันขาด !" อันมิ่งบอกกับคนของเทวทูตสีเงิน แต่ไม่ทันจะได้พูดพร่ำทำเพลงอะไรไปมากกว่านี้ ก็มีเสียงลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทุกฝ่าย
ผัวะ !
เท้าเล็กเตะตวัดขาเข้าไปที่ลำตัวของคนที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ แต่ยังไม่ทันได้แตะเนื้อต้องตัว ร่างสูงของชายสวมสูทสีดำปิดบังใบหน้าไว้ด้วยฮูทและหน้ากากอนามัยสีเดียวกัน ซึ่งเป็นคนของเทวทูตสีเงินก็กระเด็นห่างออกไปคนละทิศละทาง
"เธอมีฝีมือ ระวังด้วย" ลูเซิร์นขยับปากเบา ๆ ด้วยท่าทีที่เรียบเฉย ขณะที่สายตาอันคมกริบเพ่งมองสถานการณ์ตรงหน้าโดยไม่ละสายตาไปไหน หลังจากที่ก้าวลงมาอยู่บริเวณข้างประตูรถด้วยความที่คาดไม่ถึง
"อะไรกันครับเนี่ย ไม่เห็นฟอร์ลันให้ข้อมูลนี้มาเลย" เป็นอันมิ่งที่ขมวดคิ้วขึ้นถามอย่างไม่โอเคนัก
"ไม่ต้องออมมือ ในคำสั่งไม่มีข้อห้ามความรุนแรง" ลูเซิร์นออกปาก เพราะต้องการเห็นฝีมือของหญิงสาวที่กำลังจะมาเป็นนายหญิงของซาร์เดญญ่า เซสส์น็อกว่าคู่ควรสำหรับตำแหน่งนี้มากแค่ไหน
"จับตัวเธอไว้ !" อันมิ่งหันไปสั่งการกับคนของเทวทูตสีเงินที่ได้รับคำสั่ง แต่ยังไม่มีใครเข้าไปประชิดถึงตัวเธอได้แม้แต่คนเดียว
ผลัวะ ! ผลัวะ ! ผลัวะ !
เทียนสี่ได้ยินไม่ชัดว่าคนพวกนั้นพูดอะไรกัน นอกจาก ว่าที่นายหญิง อะไรสักอย่าง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะมันไม่น่าจะใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธอเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ความปลอดภัยจากชายชกรรจ์กลุ่มนี้ต้องมาก่อน
"โทษที ผมไม่อยากทำแบบนี้เลย" อันมิ่งพึมพำ โดยอาศัยจังหวะที่เทียนสี่เผลอเข้าไปล็อกคอเธอเอาไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งจากทางด้านหลัง แต่ก็หยุดเธอได้แค่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
เมื่อข้อศอกเล็กของเทียนสี่กระทุ้งเข้าที่หน้าท้องแกร่งของอันมิ่งสองถึงสามครา จนเขาต้องยอมปล่อยในนาทีต่อมาเมื่อโดนส้นเท้าของเธอย่ำเข้าที่รองเท้าหนังราคาแพงอย่างเต็มกำลัง ก่อนจะหมุนตัวออกมาจากวงแขนแกร่ง แล้วพลิกร่างกลับมาเตะเข้าที่หว่างขาอย่างจังจนอันมิ่งหน้าซีดร้องโอดโอยอย่างทนไม่ไหว
ผัวะ!
"โอ๊ย !" อันมิ่งงอตัวยกมือขึ้นกุมหน้าเป้ากางเกงจุกระบมอย่างที่ไม่เคยเป็น ก่อนที่ร่างบางของเทียนสี่จะปราดเข้าไปดึงหน้ากากอนามัยสีดำ ซึ่งทำหน้าที่ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้
"ขึ้นรถ !" เสียงนั้นฟังดูเข้มและดุดัน จนเหมือนเป็นการบังคับให้เพื่อให้เธอยอมไปกับเขา หากแต่นิสัยของเทียนสี่ที่ดื้อรั้นและไม่ยอมฟังใครง่าย ๆ อยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่ทำตาม "ฉันบอกแล้วไงว่าจะแวะไปหายาย นายกลับไปได้เลย" พูดบอกถึงตรงนี้ก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง หากแต่เซย์ยะกลับปรี่เข้ามาคว้าเรียวแขนเธอเอาไว้ หมับ ! "ไปขึ้นรถ !" น้ำเสียงแข็งกร้าวบอกกับเธอพร้อมกับแรงบีบที่กดเข้ามาที่เรียวแขนจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บจากการถูกบังคับและฝืนใจ แต่ทันใดนั้นเอง หยางฟานที่มองเหตุเหตุหาฝการณ์ตั้งแต่ต้นก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเทียนสี่ให้หลบมาอยู่ด้านหลังของเขาแทน "นี่ลื้อทำอะไร ไม่ได้ยินที่อีบอกรึไงว่าไม่ไปลื้อหูตึงเหรอ ?" หยางฟานถามเสียงเรียบจ้องหน้าเซย์ยะอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะถูกฝ่ามือแกร่งกระแทกเข้ามาที่ต้นคออย่างจัง ผัวะ ! "ถอยไปไอ้กระจอก !" หยางฟานถูกสันมือหนาฟาดเข้าที่ต้นคอจนคอแทบเคล็ด หากแต่เขาก็ไม่เกรงกลัวพุ่งเข้าไปกรชากคอเสื้อของเซย์ย่าแล้วชกเข้าที่ใบหน้าไปหนึ่งที แต่น้ำหนักไม่พอให้อีกฝ่ายล้มลงหรือรู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย หากแต่เป็นหยางฟานเองที่ถูกกำปั้นหนัก ๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าทั้งสองข้า
คำถามของหยางฟานทำให้เทียนสี่ถึงกับนิ่งไป เพราะรู้ดีถึงความต้องการบางอย่างที่วิคเตอร์ต้องการจากเธอ หากแต่เทียนสี่กลับไม่ได้พูดมันออกไป เพราะเรื่องพวกนี้หยางฟานไม่ควรจะต้องมารับรู้ แค่เขาต้องมาเดือดร้อน เพราะวิคเตอร์พยายามเล่นงานคนรอบตัวเธอก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะไม่พอใจอะไรฉันอยู่ก็ได้ แต่ช่างเถอะ นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ฉันต้องขอโทษนายกับพ่อของนายด้วยที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันที่เป็นต้นเหตุ ฉันอยากให้นายพยายามอยู่ให้ห่างจากฉัน อย่างก็เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นกลับมาเล่นงานนานได้ ฉันขอโทษจริง ๆ นะ หยางฟานต่อจากนี้เราไม่ควรเจอกันอีก" "ลื้อพูดอะไร อั๊วไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย แต่นี่อั๊วยิ่งรู้ว่าลื้อกำลังตกอยู่ในอันตรายจะให้อั๊วทิ้งลื้อไปได้ยังไง" "ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไง แต่นายคือเพื่อนของฉันแล้วจะให้ฉันยอมเห็นนายถูกทำร้ายได้ยังไง นายคือเพื่อนนะหยางฟาน จะเป็นอย่างอื่นก็คงไม่ได้ ถ้านายไม่ตัดใจ ก็ได้โปรดรู้เอาไว้ว่าอย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก นายกับพ่อของนายจะไม่ปลอดภัย หนีให้ห่างจากฉันเถอะนะหยางฟาน อย่างน้อย ก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อนเอาไว้"
ความอดทนอดกลั้นขาดสะบั้นลง เมื่อความยั่วเย้าเร้าอารมณ์ที่เธอปลุกปั่นให้เขาลุกฮือขึ้นมาจนหยุดไว้ไม่ได้ หมับ ! ลูเซิร์นพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้แล้วดันเรียวขาให้อ้าถ่างออกจากกัน ก่อนจะเสียบเสยแท่งเอ็นดุ้นใหญ่เข้าไปในร่องรักคราวเดียวจนมิดลำโคน ปึก ! "อ๊า !" เทียนสี่หยาดน้ำตารินไหล เมื่อลำเอ็นแท่งใหญ่ถูกดันเข้ามาในคราวเดียวจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความใหญ่โตถาโถมเขาหากลีบอวบอ้าที่ยังมีร่องรอยของการเสียดสีอย่างหนักหน่วงจากบนรักเร่าร้อนของเมื่อคืนทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านปนความเจ็บร้าวระบมอยู่ลึก ๆ หากแต่เธอกลับใจสู้ เด้งสะโพกอวบเข้าใส่ลำเอ็นที่อัดกระแทกเข้ามาหาเธออย่างเน้น ๆ "ดื้อเหลือเกิน ไม่รู้จะห้ามยังไง" ลูเซิร์นพูดขึ้นพลางบีบขยำไปที่ก้นอวบใหญ่จับสะโพกเธอล็อกไว้ไม่ให้ขยับหนีแล้วอันลำเอ็นเข้าไปในรูรักจนมันปลิ้นอ้าออกจากกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำเธอเสียวซ่านไปถึงท้องน้อย ขณะที่ลำเอ็นแล่นเข้าออกในจังหวะที่ถี่รัว ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิด ขณะที่ใบหน้าคมฝังปลายจมูกโ่ด่งเข้าหาซอกคอขาวระหงดูดดึงจนเกิดรอยแดงที่เขาฝังลึกเอาไว้ราวกับตีตราจองไม่ให้ใครกล้ามาซ้ำ หรือ เอาตัวเธอไปได้ สัมผัสหยาบ
เวลาต่อมา "อื้อ" เทียนสี่ขยับตัวปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือเมื่อใบหน้าถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือกับผ้าที่เปียกพอหมาด ๆ ทำเธอรู้สึกตัวแล้วพลิกนอนตะแคงหาคนที่ปลุกให้ตื่นด้วยน้ำเย็น ๆ ภายในห้องอับอบอุ่นสบาย "ลูเซิร์น" เธอเอ่ยชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ไอร้อนจากผิวกาย ทำให้ลูเซิร์นต้องหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดลงไป เธอยิ้มอ่อน ๆ ให้เขาทันที เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นเขาเป็นคนแรกตามที่อีกคนได้บอกเธอไว้จริง ๆ ไม่ผิดคำพูด "กี่โมงแล้ว ?" เธอถามเขาเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยินเสียง "บ่ายสองแล้วค่ะคนเก่ง ไข้ขึ้น แต่ไม่เป็นไรลีวายมาดูแล้วบอกให้ผมป้อนยาลดไข้ให้คุณไปแล้ว" "ป้อน ?" เทียนสี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกินยาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "ฉันตื่นมากินยาตั้งแต่ตอนไหนกันคะ" ริมฝีปากหยักยกขึ้นตรงมุมปากเล็ก ๆ "ผมไม่ปลุกหรือกวนคุณให้ตื่นเลย อยากให้คุณได้พัก" ดูเหมือนจะตอบไม่ตรงคำถาม "แล้วป้อนยายังไงคะ" เธอเอียงใบหน้าพลางกะพริบตาปริบ ๆ ขึ้นลงเบา ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ ในตอนที่ถามแล้วรอคำตอบจากเขา "ป้อนด้วยปาก" นิ้วหัวแม่มือเรียวยาวเกลี่ยไล้ไปบนกลีบปากนุ่ม ๆ ของเธออย่างหลงใหลในตอนที่ให้คำเฉลย ทำเทียนสี่ใบ
"อยากให้เรียก...เรียกอีกสักครั้งนึงจะได้ไหม ?" เธอถามเสียงแผ่ว แม้กลัวว่าตัวเองจะผิดหวัง เพราะที่ผ่านมาลูเซิร์นไม่ใช่คนที่พูดจาหวานหูอะไร ไม่แปลกหากเขาจะไม่ยอมเอ่ยเรียกคำพูด้หล่านี้ให้ได้ยินอีกซ้ำ ๆ "จะให้เรียกอีกกี่ครั้งก็ยังได้ ถ้าคุณต้องการ ผมจะทำให้ที่รัก" พูดพลางก้มลงไปจูบที่ขมับขวาของเธอเบา ๆ แล้วขยับเลื่อนลงมาแตะเรียวปากไว้ที่กลีบปากนุ่ม ๆ ค้างไว้นานนับนาทีกว่าที่เขาจะผละออกไป "ลูเซิร์น..." เทียนสี่จ้องเขาตาค้างไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เธอจับจ้องด้วยแววตาที่เปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมบนใบหน้าสวย "เด็กดี....คุณนอนต่อเถอะนะคะที่รัก เดี๋ยวผมไปตามลีวายมาดูไข้" ว่าจบก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะโน้มเข้าไปจูบที่หน้าผากอุ่น ๆ ทำเทียนสี่อึ้งไปราวกับถูกสาปไว้ชั่วขณะ ทันทีที่ได้ยินคำว่าที่รักหลุดออกจากปากของเขา และไม่เพียงแค่นั้น ยังมีคำพูดคะขาที่เขาพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งที่เธอไม่ได้เอ่ยปากขอเลยด้วยซ้ำ หมับ ! เทียนสี่เอื้อมมือบางเหนี่ยวรั้งที่ชายเสื้อของลูเซิร์นเอาไว้เหมือนไม่อยากให้ไปไหน ทำคิ้วหนา ๆ ของเขาเลิกขึ้นมาแล้วมองหน้าคนสวยที่เอาแต่จ้องเขาอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน
ลูเซิร์นวางเธอลงบนเตียงนอนแล้วขึ้นมาคร่อมร่างเปลือยเปล่ากักขังตัวเธอเอาไว้ภายใต้พันธนาการอันแข็งแกร่ง "ทีนี้ จะหายงอนผมได้รึยัง ?" "ยัง" เทียนสี่ตอบพลางจ้องมองเขาอย่างไม่คลาดสายตา มือบางลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งเบา ๆ "งั้นก็กลับหลังหัน" ว่าจบก็พลิกร่างนุ่มให้หันหลังในท่าคลานเข่า พร้อมกับฟุบหน้าลงไปบนหมอน ช้อนสะโพกอันกลมกลึงเธอให้ลอยเด่นขึ้นมาจนเห็นร่องรักอวบอูมที่ดูฉ่ำเยิ้มอวดแก่สายตาคมของเขา เผียะ ! ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงไปที่แก้มก้นขาว ๆ จนขึ้นรอยมือเป็นสีแดงตามมาด้วยรอยนิ้ว "อ๊ะ ! " เขาดึงรั้งไปที่เส้นผมบนท้ายทอยคนสวยให้เชิดหน้าขึ้นมาแล้วโน้มริมฝีปากเข้าหาเธอ ก่อนจะสัมผัสจูบอันร้อนแรงที่เรียวปากนุ่ม ๆ อย่างดุดันสอดปลายลิ้นอุ่นจัดเข้าไปในโพรงปากอันหวานล้ำแล้วบี้บดไปที่หัวจุกสีหวานจนมันนูนเด่นแข็งขึ้นเป็นไต "อื้อ ลูเซิร์น !"ทเทียนสี่สั่นสะท้านร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่างกาย "แบบนี้ชอบไหม ?" "อ๊า ลูเซิร์น ฉันชอบ !" "ไม่ชอบให้ผมอ่อนโยนรึไง" เขาผละจูบออกมาถามเธอแล้วดูดดึงลำคอขาวระหงของเธอด้วยริมฝีปากอันร้อนแรง ก่อนจะดันแผ่นหลังบางให้ฟุบหน้าลงไปบนเตียงนอนอีกครั้ง "ก้นขาว น่ากระแท
"ผมต้องขอโทษคุณคาลวินด้วยนะครับ ที่ก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธการร่วมโปรเจกต์วิจัยยาตัวใหม่กับทางคุณหมอลีวายไป เพราะทางคุณเจคอปกำลังทดลองสูตรยาตัวใหม่มาเสนอผมอยู่" วิคเตอร์พูดขึ้นกลางวงสนทนา เพราะเขาเองก็ไม่ได้ต้องการจะเสียผลประโยชน์จากฝั่งใดฝั่งหนึ่งไป การได้ร่วมลงทุนกับคู่ค้าที่จะสามารถผลักดันธุรกิจไปได้
ระหว่างที่เทียนสี่จัดเตรียมเครื่องดื่มและอาหารว่างอยู่บริเวณมุมกาแฟที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นที่สำหรับผ่อนคลายของพนักงานอยู่เพียงลำพัง ก็มีใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังของเธออย่างเงียบ ๆ "มาใหม่เหรอ ?" "อ๊ะ !" เสียงนั้นทำให้เทียนสี่สะดุ้งเล็กน้อย เพราะมัวแต่คิดถึงใครบาง
วันต่อมา เทียนสี่ตกลงมาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหาร หลังจากที่เธอรับสายสนทนาของใครคนหนึ่งที่โทรเข้ามาขัดจังหวะ ระหว่างที่เธอพูดคุยอยู่กับคาลวิน คุณหมอมาเฟียหนุ่ม และ บอดี้การ์ดฝีมือดีอย่างฟอร์ลันอยู่เมื่อวานนี้ โดยเป็นการเชิญชวนและตอบรับการทำงานที่เร่งด่วน ทั้งที่บริษัทที่ว่าไม่ได้อยู่ในรายชื่อท
"เบื้องต้นคุณยายถูกรถชนกระแทกเข้าที่ขา กระดูกต้นขาหัก และ ร้าวเป็นบางส่วน ต้องใช้การผ่าตัดเพื่อใส่อุปกรณ์ช่วยดามเข้าไป" เป็นคำกล่าวรายงานของคุณหมอเจ้าของไข้ที่รับรักษาคุณยายกลิ่นเกษรของเธอที่วินิจฉัยออกมา "ค่าใช้จ่ายล่ะคะ สูงแค่ไหน ?" เทียนสี่สีหน้าไม่ดีแสดงออกถึงความกังวลใจที่มี







