เข้าสู่ระบบเซย์ยะที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับหันมารายงานกับลูเซิร์น หลังจากที่เขาก้มหน้าก้มตารัวนิ้วสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งอย่างขะมักเขม้น โดยใช้เอไออัจฉริยะดึงฐานข้อมูลบางอย่างบนแอปพลิเคชันการทำงานของไรเดอร์อยู่สักพักใหญ่
"ได้แล้วครับ"
ลูเซิร์นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาอันคมกริบดูเวลาบนสมาร์ทวอทช์ที่สวมอยู่กับข้อมือแกร่ง ขณะนั่งอยู่เบาะหลังรถสปอร์ตสีดำคันหรู ซึ่งจอดสนิทอยู่บนไหล่ทางของถนนเส้นหนึ่งมากว่า 10 นาทีแล้ว
"บอกคนของเราให้เตรียมพร้อม"
"ทราบแล้วครับ" เซย์ยะรับคำสั่ง ก่อนใช้เครื่องมือสื่อสารที่ซุกซ่อนไว้บนคอปกเสื้อติดต่อหาคู่หูเพื่อเริ่มภารกิจ "เหยื่อมาติดกับตามแผน ล็อกเป้าหมาย ตำแหน่ง 14 นาฬิกา ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร จะถึงภายใน 30 วินาที"
"ลงมือเลย" สิ้นเสียงของลูเซิร์น เซย์ยะก็รัวปลายนิ้วมือเรียวยาวสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีกครั้ง ก่อนที่บางอย่างบนจอภาพจะถูกรีเซ็ตไป พร้อมกับเสียงเบรกกะทันหันของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร่งรีบเพื่อนำอาหารไปส่งให้ถึงมือลูกค้าตามออเดอร์ที่ได้รับ ก่อนจะต้องเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม ที่จู่ ๆ ก็มีรถตู้คันหนึ่งขับเบียดเข้ามาปาดหน้าขวางทางเอาไว้จนแทบจะเสียหลักล้ม
เอี๊ยด !
"ขับรถภาษาอะไร !" ริมฝีปากบางชมพูระเรื่อภายใต้หมวกกันน็อคสีขาวพึมพำเบา ๆ ก่อนจะถอดหมวกออกมาส่งผลให้ผมที่รวบรัดไว้พอลวก ๆ ปลิวสยายตกลงมาทั่วแผ่นหลัง ด้วยความสวยสะดุดตาของเธอ สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ที่พบเห็น
"34-23-32 สูง 176 หนัก 44 หุ่นเช้ง หน้าเป๊ะ ! ตรงปกไม่จกตา นางฟ้าชัด ๆ" อันมิ่งเผยความรู้สึกผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ติดต่อกับเซย์ยะ โดยมีลูเซิร์นที่นั่งอยู่บนเบาะหลังได้ยินคำกล่าวนั้นผ่านอุปกรณ์สื่อสารสีดำขนาดเล็กซึ่งสวมใส่ไว้บริเวณใบหูหนาด้วยเช่นกัน
ลูเซิร์นหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถหรูเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดแบบไม่ยอมให้คลาดสายตา ก่อนขยับหูฟังแล้วก้าวลงจากรถ โดยไม่มีท่าทีอะไรหลังจากได้ฟังคำกล่าวของอันมิ่งราวกับไม่เคยสนใจอะไรพวกนี้เลย
"อย่ามัวแต่ล้อเล่น !" ลูเซิร์นขยับปากออกคำสั่งผ่านอุปกรณ์สื่อสารไปยังลูกน้องคนสนิท ทำให้อันมิ่งสลัดความคิดในหัวแล้วหันมาทำหน้าที่ของตัวเอง
"ไปเอาตัวมา !" อันมิ่งส่งสัญญาณเพื่อบอกให้คนของเทวทูตสีเงินที่ติดตามมาด้วยอีกสามคนลงจากรถตู้คันดังกล่าวเข้าไปรวบตัวเป้าหมายเอาไว้ แน่นอนว่าหญิงสาวที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงเมื่อแรกเห็นคือ เทียนสี่ สตรีหมายเลข 1 ที่นายใหญ่อย่างคาลวินต้องการตัวมากที่สุดในเวลานี้
"อย่าให้ว่าที่นายหญิงของซาร์เดญญ่า เซสส์น็อกได้รับบาดเจ็บเป็นอันขาด !" อันมิ่งบอกกับคนของเทวทูตสีเงิน แต่ไม่ทันจะได้พูดพร่ำทำเพลงอะไรไปมากกว่านี้ ก็มีเสียงลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทุกฝ่าย
ผัวะ !
เท้าเล็กเตะตวัดขาเข้าไปที่ลำตัวของคนที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ แต่ยังไม่ทันได้แตะเนื้อต้องตัว ร่างสูงของชายสวมสูทสีดำปิดบังใบหน้าไว้ด้วยฮูทและหน้ากากอนามัยสีเดียวกัน ซึ่งเป็นคนของเทวทูตสีเงินก็กระเด็นห่างออกไปคนละทิศละทาง
"เธอมีฝีมือ ระวังด้วย" ลูเซิร์นขยับปากเบา ๆ ด้วยท่าทีที่เรียบเฉย ขณะที่สายตาอันคมกริบเพ่งมองสถานการณ์ตรงหน้าโดยไม่ละสายตาไปไหน หลังจากที่ก้าวลงมาอยู่บริเวณข้างประตูรถด้วยความที่คาดไม่ถึง
"อะไรกันครับเนี่ย ไม่เห็นฟอร์ลันให้ข้อมูลนี้มาเลย" เป็นอันมิ่งที่ขมวดคิ้วขึ้นถามอย่างไม่โอเคนัก
"ไม่ต้องออมมือ ในคำสั่งไม่มีข้อห้ามความรุนแรง" ลูเซิร์นออกปาก เพราะต้องการเห็นฝีมือของหญิงสาวที่กำลังจะมาเป็นนายหญิงของซาร์เดญญ่า เซสส์น็อกว่าคู่ควรสำหรับตำแหน่งนี้มากแค่ไหน
"จับตัวเธอไว้ !" อันมิ่งหันไปสั่งการกับคนของเทวทูตสีเงินที่ได้รับคำสั่ง แต่ยังไม่มีใครเข้าไปประชิดถึงตัวเธอได้แม้แต่คนเดียว
ผลัวะ ! ผลัวะ ! ผลัวะ !
เทียนสี่ได้ยินไม่ชัดว่าคนพวกนั้นพูดอะไรกัน นอกจาก ว่าที่นายหญิง อะไรสักอย่าง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะมันไม่น่าจะใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธอเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ความปลอดภัยจากชายชกรรจ์กลุ่มนี้ต้องมาก่อน
"โทษที ผมไม่อยากทำแบบนี้เลย" อันมิ่งพึมพำ โดยอาศัยจังหวะที่เทียนสี่เผลอเข้าไปล็อกคอเธอเอาไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งจากทางด้านหลัง แต่ก็หยุดเธอได้แค่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
เมื่อข้อศอกเล็กของเทียนสี่กระทุ้งเข้าที่หน้าท้องแกร่งของอันมิ่งสองถึงสามครา จนเขาต้องยอมปล่อยในนาทีต่อมาเมื่อโดนส้นเท้าของเธอย่ำเข้าที่รองเท้าหนังราคาแพงอย่างเต็มกำลัง ก่อนจะหมุนตัวออกมาจากวงแขนแกร่ง แล้วพลิกร่างกลับมาเตะเข้าที่หว่างขาอย่างจังจนอันมิ่งหน้าซีดร้องโอดโอยอย่างทนไม่ไหว
ผัวะ!
"โอ๊ย !" อันมิ่งงอตัวยกมือขึ้นกุมหน้าเป้ากางเกงจุกระบมอย่างที่ไม่เคยเป็น ก่อนที่ร่างบางของเทียนสี่จะปราดเข้าไปดึงหน้ากากอนามัยสีดำ ซึ่งทำหน้าที่ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้
"โหวนี่รถคุณเหรอ เท่จัง !" เทียนสี่ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยว่าไม่เคยได้สัมผัส หรือ เฉียดเข้าใกล้รถยนต์ที่มีราคาหลายสิบล้านขนาดนี้มาก่อน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปเหยียบที่พื้นของมัน "เชิญครับ" ลูเซิร์นพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับดึงประตูรถเพื่อเปิดออกแล้วผายมือเชิญชวนเธอให้เข้าไปนั่งด้านในอย่างเป็นกันเองมากที่สุด แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยังรู้สึกเกร็ง ๆ "ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่นั่งที่เบาะข้างคนขับกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ รถหรูคันนั้นยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกประหม่าจนมือไม้มันสั่นทำให้ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ในขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัว "ขอโทษนะครับ" "อ๊ะ !" สิ้นเสียงของเขา เทียนสี่ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อคนข้าง ๆ เอี้ยวตัวเข้ามาหาแล้วดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดมาที่ลำตัวของเธอ ในระยะประชิดกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะมาที่ต้นคอขาวนวล ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนกายกำยำ ซึ่งลอยมาแตะที่ปลายจมูกเชิดรั้นนิด ๆ ของเธอด้วย "ขอโทษที พอดีพื้นร้องเท้าฉันดันเหยียบเศษดินติดมาด้วย เดี๋ยวฉันรีบปัดออกให้นะ" เทียนสี่ทำท่าว่าจะก้มลงไปปัดเศษดินที่ตกอยู่บนพื้นรถ แต่ก็ถูกฝ่ามื
หมับ !"ขอฉันดูหน่อย""ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นตอบกลับทันทีที่เห็นเทียนสี่พุ่งเข้ามาคว้าที่ข้อมือแกร่งของเขาเอาไว้"แต่เลือดคุณยังไหลอยู่เลย" มือนุ่ม ๆ จับพลิกไปมาที่ฝ่ามือใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งผมเทาขาวที่บาดเจ็บ ทำให้ทั้งคู่เผลอสบตากันเข้าอีกครั้ง"ผมไม่เป็นไร" น้ำเสียงทุ้ม ๆ ของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เทียนสี่ขมวดคิ้วเข้าหากันปนความสงสัยว่าเหตุใด ผู้ชายที่มีใบหน้าค่าตาไม่เหมือนคนไทยเช่นนี้ถึงพูดไทยได้ชัดปร๋อราวกับเป็นคนไทยแท้ ๆ"ฉันว่าคุณควรจะไปหาหมอ" เทียนสี่สลัดความสงสัยนั้นทิ้งไป แล้วเสนอสิ่งสำคัญกว่าที่อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง"ผมไม่เป็นไร" ลูเซิร์นยังคงยืนยันคำตอบเดิม ก่อนเทียนสี่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจด้วยว่าไม่อยากที่จะรบเร้าอีกฝ่ายแล้วผละมือออกจากการเกาะกุม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน"ฉันมีออเดอร์ส่งอาหาร" เทียนสี่วิ่งไปดูอาหารที่วางอยู่ภายในกระเป๋าบนเบาะที่นั่งด้านหลัง ซึ่งเทมากองรวมกันอยู่ข้างเดียวจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นเมนูอะไร"มีอะไรรึเปล่า" ร่างสูงเดินตามไปที่รถของเทียนสี่ ก่อนเหลือบไปเห็นสภาพของอาหารที่อยู่
หมับ !ทว่าข้อมือบางกลับถูกร่างสูงของใครบางคนพุ่งมาคว้าเอาไว้เสียก่อน แต่มืออีกข้างที่ไวเป็นกรด กลับยกขึ้นตั้งท่าจะเสยเข้าที่ปลายคางของหนุ่มอินเตอร์ผมเทาขาวใบหน้าหล่อเหลาอย่างลูเซิร์นที่ตรงเข้ามาหาเธออย่างไม่ปกปิดใบหน้าและตัวตน หลังปลดล็อกอุปกรณ์สื่อสารที่ซุกซ่อนไว้ทั่วตัวออกไปจนหมด โดยใช้มือแกร่งอีกข้างคว้าที่ข้อมือบางเอาไว้พร้อมกับอาศัยจังหวะที่เธอหมุนตัวกลับมาให้ความสนใจ เขาถึงได้ส่งสัญญาณบางอย่างไปหาอันมิ่งและคนของเทวทูตสีเงินให้รู้ตัว"นี่ !" เทียนสี่รู้สึกไม่พอใจที่ จู่ ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาขัดจังหวะ ทั้งที่เธอกำลังจะได้เห็นใบหน้าค่าตาของคนพวกนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ต่อว่าต่อขาน อันมิ่งกับคนของเทวทูตสีเงินก็กรูกันมาห้อมล้อมทั้งเธอและลูเซิร์นเอาไว้"พวกมันมีปืน !" เป็นคำกล่าวของลูเซิร์นที่พิงแผ่นหลังชนกันไว้ โดยที่ถูกคนของเทวทูตสีเงินและอันมิ่งห้อมล้อมไว้รอบตัว"แล้วคุณพวกไหน อยู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ พวกเดียวกับคนพวกนั้นรึเปล่า" เทียนสี่ไม่ไว้ใจ แม้ว่าหน้าตาของผู้ชายที่พิงหลังแนบชิดกับเธอไว้ดูราวกับหวังดีมาช่วยเหลือก็ตาม"ผมเป็นพลเมืองดี แค่อยากช่วยเหลือคุณเท่านั้น""งั้นก็
เซย์ยะที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับหันมารายงานกับลูเซิร์น หลังจากที่เขาก้มหน้าก้มตารัวนิ้วสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งอย่างขะมักเขม้น โดยใช้เอไออัจฉริยะดึงฐานข้อมูลบางอย่างบนแอปพลิเคชันการทำงานของไรเดอร์อยู่สักพักใหญ่"ได้แล้วครับ"ลูเซิร์นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาอันคมกริบดูเวลาบนสมาร์ทวอทช์ที่สวมอยู่กับข้อมือแกร่ง ขณะนั่งอยู่เบาะหลังรถสปอร์ตสีดำคันหรู ซึ่งจอดสนิทอยู่บนไหล่ทางของถนนเส้นหนึ่งมากว่า 10 นาทีแล้ว"บอกคนของเราให้เตรียมพร้อม""ทราบแล้วครับ" เซย์ยะรับคำสั่ง ก่อนใช้เครื่องมือสื่อสารที่ซุกซ่อนไว้บนคอปกเสื้อติดต่อหาคู่หูเพื่อเริ่มภารกิจ "เหยื่อมาติดกับตามแผน ล็อกเป้าหมาย ตำแหน่ง 14 นาฬิกา ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร จะถึงภายใน 30 วินาที""ลงมือเลย" สิ้นเสียงของลูเซิร์น เซย์ยะก็รัวปลายนิ้วมือเรียวยาวสัมผัสไปบนแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอีกครั้ง ก่อนที่บางอย่างบนจอภาพจะถูกรีเซ็ตไป พร้อมกับเสียงเบรกกะทันหันของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร่งรีบเพื่อนำอาหารไปส่งให้ถึงมือลูกค้าตามออเดอร์ที่ได้รับ ก่อนจะต้องเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม ที่จู่ ๆ ก็มีรถตู้ค
บิสเต็กก้า ฟิออเรนตินา มัสมั่นขาแกะ กิวทัง ซุปหางวัว และ โทโรโระ รวมทั้ง ปิโนต์นัวร์ กลิ่นหอมฟุ้งไปด้วยผลไม้สีแดงสดถูกจัดวางบนโต๊ะอาหารหรูหราเบื้องหน้าของ คาลวิน ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของ ซาร์เดญญ่า เซสส์น็อก หัวหน้า มาเฟียองค์กร เทวทูตสีเงิน ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งเฉกเช่นทุกเช้าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาภายใต้บรรยากาศเดิม ๆ ของคฤหาสน์หรูหราหลังหนึ่งในเมืองไทยที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน ทว่ากลับเป็นที่ให้เขาได้ซุกหัวนอนมาเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากที่คาลวินหนีหัวซุกหัวซุนจากการถูกไล่ล่า และ หมายเอาชีวิตจากอาชญากรลึกลับข้ามชาติที่ไล่ฆ่าคนในครอบครัวเขา ทีละคน ๆ ตั้งแต่วัยเพียง 8 ขวบเท่านั้นตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คาลวินพำนักอาศัยมาแล้วกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ดูเหมือนว่าเมืองไทยจะเป็นสถานที่เดียว ซึ่งเขาอยู่อาศัยมาได้ยาวนานที่สุด โดยที่ยังไม่ตายเหมือนอย่างที่กลุ่มคนพวกนั้นอยากให้เป็น"ปกติมึงไม่สาย" สายตาคมเข้มเหลือบดูเวลาก่อนตวัดมอง โดยไม่ได้ส่อแววตำหนิมือขวาคนสนิทที่เพิ่งจะก้าวเข้ามายืนเบื้องหน้าฝั่งตรงข้ามของเขาแต่อย่างใด"ขอโทษครับ" นั่นเป็นคำกล่าวของ ลูเซิร์น มือขวาคนสนิทที่อยู่เคีย







