แชร์

สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร
สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร
ผู้แต่ง: หวางลี่อิง/มงกุฏดาว

บทที่1 บทนำ

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 14:39:38

รัชศกสุ่ยหยางปีที่15 หลังจากราชวงศ์สุ่ยเรืองอำนาจจักรพรรดิสุ่ยหยางขึ้นครองราชย์ เป็นช่วงที่บ้านเมืองเพิ่งเข้าสู่ความสงบสุขหลังจากรบทัพจับศึกรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ไพร่ฟ้าหน้าใส น้ำท่าบริบูรณ์ แต่ว่ามีเรื่องเล่ากันว่าสตรีที่แสนงดงามในตระกูลสุ่ย ป่วยด้วยโรคประหลาด เอาแต่ทำร้ายตัวเอง หลังจากแต่งเข้าตระกูลหวังนั่นจึงทำให้หญิงตระกูลสุ่ยถูกกล่าวหาว่า เป็นตัวกาลกิณีของตระกูลหวัง

            สตรีผู้มีนามว่าสุ่ยเซียน บ้าคลั่งทำร้ายตัวเอง จนต้องจับมัดไว้ แต่เดิมสุ่ยเซียนเป็นสตรีงดงามอันดับหนึ่ง หากไม่ใช่พระญาติฝ่าบาทแล้วละก็ ที่ที่นางควรไปอยู่คือในวังหลวง แต่ว่าด้วยเป็นญาติใกล้ชิด จึงไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้

            สุ่ยเซียนอาศัยอยู่กับท่านพ่อและท่านตาที่เมืองเจียงหนานเมืองทางตอนเหนือของลั่วหยางเมืองหลวงแคว้นสุ่ยซึ่งเป็นเขตกันชนเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู เมื่อยังวัยดรุณีแรกแย้ม นางถูกเลี้ยงมาพร้อมกับลู่ชิง ญาติผู้พี่ฝั่งท่านแม่ ที่มาขออาศัยอยู่ด้วย แต่เมื่อท่านแม่เสียชีวิตไป นางก็ไม่ได้กลับไป หากแต่ปักหลักราวกับต้องหาที่พึ่งพิงอยู่ตระกูลสุ่ยต่อไป เพื่อรอวันขึ้นมามีอำนาจ โดยการวางแผนอย่างแยบยล

            เนื่องจากเป็นสตรีรุ่นราวคราวเดียวกัน เมื่อเวลาไปไหนมาไหน ก็เป็นที่จับตาแก่คนทั่วไป สุ่ยเซียนมีศักดิ์เป็นพระญาติของฮ่องเต้ นั่นจึงทำให้นางได้รับการดูแลและเอาใจใส่ที่ดี จนผู้คนไม่สนใจในตัวลู่ชิง ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของสุ่ยเซียน ทำให้ความริษยาคุกรุ่นอยู่ในตัวนางตั้งแต่เล็ก

            ลู่ชิงเดิมทีก็รักใคร่กับสุ่ยเซียนดีอยู่ แต่เมื่อทั้งคู่ทำผิดลู่ชิงจะต้องรับโทษเป็นสองเท่า เนื่องจากนางพาให้สุ่ยเซียนเสียผู้เสียคน ทั้งที่ไม่เคยเป็นคนต้นคิด แต่มักจะโดนลงโทษประจำ เนื่องจากไม่ใช่คุณหนูของจวนตระกูลสุ่ย แห่งเจียงหนาน

            จวบจนวัย 15 หนาวก็ได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทให้เข้าไปในวัง เพื่อได้รับการอบรมสั่งสอนกิริยามารยาท และนั่นจึงเป็นที่มาในเรื่องราวทั้งหมด

            สุ่ยเซียนเนื่องจากเป็นเด็กสาวในวัยซุกซน จึงลอบออกไปเที่ยวเล่นในเขตหวงห้าม และก็พลัดตกลงไปในน้ำ แต่วันนั้นมีขุนนางหนุ่มนามว่าหวังลี่จินเข้ามาช่วยไว้

เดิมทีที่เข้ามาถวายรายงานเรื่องน้ำท่วม ที่เมืองเหอเป่ย และภัยแล้งที่เมืองอู๋หวง เนื่องจากภูมิประเทศของทั้งสองเมืองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกเมืองเป็นเขตทะเลทรายแห้งแล้ง อีกเขตเป็นเมืองติดทะเลหน้ามรสุมก็เกิดน้ำท่วมอุทกภัย จนชาวบ้านเดือดร้อน

            เขาจึงอยากสร้างผลงานโดยเสนอให้สร้างคลองเชื่อมระหว่างเมืองและก็เป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าระหว่างเมืองย่นระยะทางได้มาก และก็ทำให้อีกเมืองมีความชุ่มชื้นลดภาระยุ้งของเมืองหลวงที่ต้องส่งอาหารธัญพืชเพื่อไปช่วยเหลือทุกปี เมื่อมีน้ำพื้นที่เคยแห้งแล้งก็เริ่มเพาะปลูกได้ ชาวบ้านที่อดอยากกลับมีกินอีกครั้ง เขาจึงได้ความดีความชอบ และเป็นที่สนใจของฝ่าบาท

            แต่เมื่อขากลับได้พบกับสตรีในวังหลวงผู้มีใบหน้างดงามพลัดตกน้ำ เขาจึงรีบเข้าไปช่วย เมื่อช่วยแล้วก็พบว่านางผู้ที่ตกน้ำนั้น เป็นพระญาติของฝ่าบาท เขาจึงแสดงกิริยาอย่างอ่อนน้อม

            สุ่ยเซียนนางอยู่บนฝั่ง นางจำได้ว่ากำลังเอื้อมมือไปเด็ดดอกบัว ไม่รู้เหตุใดจึงพลัดลงไปได้ ทั้งที่ก็จับไว้แน่น แต่เหมือนมีบางอย่างมากระทบกับหลังของนาง ด้วยความตกใจจึงไม่คิดอันใดได้แต่ร้องอย่างเดียว

            เมื่อได้ขุนนางหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้นี้ช่วย นางถึงกับประทับใจ ทั้งยังอายที่เขาแตะต้องตัวนาง จนเมื่อความสัมพันธ์ของนางและหวังลี่จินพัฒนาขึ้น จนเป็นที่กล่าวขาน ในที่สุดฝ่าบาทก็พระราชทานสมรสให้กับนางและหวังลี่จิน โดยเมื่อนางเจริญวัยได้ 18  หนาวถึงจะได้แต่งงาน

            ระหว่างนี้ นางก็ได้แต่อยู่ในวังไม่อาจจะออกไปพบเขาได้ ได้แต่ฝากจดหมายให้กับลู่ชิงไปส่งให้ถึงจวนเจ้ากรมโยธาหวังลี่จิน เนื่องจากตอนนี้เขารั้งตำแหน่งเจ้ากรมโยธา

            นางและเขาติดต่อกันผ่านจดหมายของกันและกัน โดยให้ลู่ชิงเป็นคนดำเนินการไปส่งแทนนาง เพื่อป้องกันการครหา แต่นางหารู้ไม่ว่ากำลังไว้ใจคนผิด

            ลู่ชิงที่ชิงชังสุ่ยเซียนอยู่เป็นทุนเดิม ไม่ว่าสิ่งใดนางล้วนได้รับสิ่งที่ดีกว่าตน กระทั่งแต่งงาน แม้ว่าตนความสวยจะด้อยกว่านางแต่ก็จัดว่าเป็นสตรีที่งามพร้อม จากที่เข้าวังเพื่อจะได้เป็นหนึ่งในสนม แต่ไม่คิดว่าฮองเฮาจะเก็บนางสองคนไว้ในตำหนัก และไม่ให้ฝ่าบาทได้ใกล้ชิด

            นางไม่ใช่ญาติสนิท แต่ก็เหมารวมไปด้วยจนไม่มีสิทธิ์ได้เกิดในวัง ความคั่งแค้นนี้นำพาให้นางกระทำการแย่งคนรักของญาติผู้น้องของตัวเองโดยที่สุ่ยเซียนไม่รู้

            เมื่อหญิงร้ายชายชั่วสองคนได้รวมหัวกัน วางแผนเพื่อหลอกให้นางแต่งงานเพื่อที่เขาจะได้รับตำแหน่งใหญ่ขึ้น และหลังจากนั้นลู่ชิง นางก็กระทำการอย่างร้ายกาจ วางยาพิษแก่สุ่ยเซียน จนนางคลุ้มคลั่ง ทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าหมอที่ไหนมารักษาก็ไม่หาย

            หลังจากแต่งงาน เขาได้เข้าหอกับนาง และหลอกให้นางดื่มยาบำรุงเพื่อที่จะมีบุตรด้วยกัน แต่ว่ายานั้นมีฤทธิ์กล่อมประสาท หลังจากแต่งงานได้เพียงสามเดือน นางก็ป่วยด้วยอาการประหลาด

            นั่นจึงทำให้ลู่ชิงต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด และเข้ามาอยู่ในจวนอย่างแยบยล สองหญิงร้ายชายเลวอาศัยที่นางไม่ได้สติ เริงรักกันในห้อง ต่อหน้านาง นางที่มองดูพวกเขาด้วยอาการเหม่อลอย เหมือนคนบ้า

            จนครั้งหนึ่งนางปัดถ้วยยาตก ไม่ได้กินยาที่ลู่ชิงนำมาให้กินติดต่อกันสามวัน สตินางก็เริ่มกลับคืน แต่ว่านางยังพูดจาไม่รู้ความ แผนชั่วของทั้งคู่เริ่มตั้งแต่เมื่อนางได้ให้ส่งจดหมาย เพื่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อการได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาท สองคนถึงกับวางแผนฆ่านางอย่างเลือดเย็น

            สติสุดท้ายก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่างแสนอาภัพ ได้รับรู้ความอัปรีย์ที่ทั้งคู่ทำ ความเสียใจทำให้หัวใจนางหยุดเต้นกะทันหัน และสุดท้ายก็ช็อกจนน้ำลายฟูมปาก

            วิญญาณสุ่ยเซียนล่องลอยไป ตามเส้นทางของผู้ที่ตายแล้ว เส้นทางแห่งการพลัดพรากจากชีวิต แม้วิญญาณจะล่องลอยไปตามเส้นทาง แห่งสายน้ำปรภพ หากแต่เมื่อผ่านข้ามไปเพื่อดื่มน้ำชาแห่งการลืมเลือน นางจักจำคนที่คิดร้ายกับนางไม่ได้

            เช่นนั้นวิญญาณดวงนี้ไม่ขอลืมชาติก่อนที่แสนเจ็บปวด ความเกลียดชังทั้งญาติผู้พี่ที่แสนน่ารังเกียจ และคนรักที่ไว้ใจจนนางแทบกระอักเลือด ความคับแค้นนี้จะนำพามาซึ่งความชิงชังต่อตัวเอง ที่หลงโง่งมเชื่อคนเช่นนั้น

            “ไม่...ข้าไปข้ามไป” เมื่อมองไปด้านซ้ายที่มีดอกปี่อั้นที่เบ่งบานดุจทะเลสีเลือด นางจึงตั้งสัตยาอธิฐาน ขอปี่อั้นนี้จงเป็นพยาน จะไม่ขอข้ามมหานทีแห่งการลืมเลือนนี้ และส่งวิญญาณตัวเองให้จมลงในมหานทีปรภพเพื่อเกิดใหม่

            เขาต้องได้รับการชดใช้อย่างสาสม...

                       

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   ตอนพิเศษ เข้าหอโดยสมบูรณ์

    “ดะ...เจ้าอย่าเพิ่งขะ...ข้ายังไม่ได้อาบน้ำ เกรงว่าเจ้าจะเหม็น” เขามาถึงก็จับนางเข้าหอ น่าไม่อายนางต้องหาวิธีหลบเลี่ยงเขาก่อน “ไม่เป็นไรข้าจะอาบให้เจ้าเอง ด้วยลิ้นของข้านี่แหละ รับรองว่าสะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัวเลย” เขาพูดจบ แก้มขาวของนางก็แดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขาชอบยิ่งนักที่หยอกเย้าให้นางได้อายเช่นนี้ “เจ้าพูดอะไรลามก” “ข้ารู้ว่าเจ้าก็ชอบ ไม่เช่นนั้นแก้มเจ้าไม่แดงปลั่งเช่นนี้หรอก” แก้มของฟางเหนียงร้อนขึ้นเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรระหว่างเขาและนางต่อจากนี้ แม้ว่าจะขืนตัวให้หลุดจากการเกาะกุม แต่เรี่ยวแรงนางก็ลดน้อยถอยลงนัก เมื่อเขาอยู่ใกล้นาง เหมือนดูดเรี่ยวแรงนางไปจนหมดสิ้น “คืนนี้...ข้าว่า...เจ้า...!” นางไม่ทันจะพูดได้จบ เขาก็โน้มใบหน้าลงมาชิมริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นอุ่นชื้นแทรกเข้าหาเริมฝีปากบางอย่างคิดถึง ความหิวกระหายของเขาทำให้จูบแทบดูดวิญญาณนางออกมาจากร่าง จนต้องทุบอกเขาเพื่อให้รั้งรอให้นางได้หายใจเสียก่อน “เจ้า...ตะกละกินมูมมามเช่นนี้ ข้าหายใจไม่ทัน” นางหอบหายใจหนักเมื่อเขายอมละริมฝีปากออกจากปากอิ่มของนา

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 16 ความจริงปรากฏกับทางเดินที่เลือก

    “จินหลิง เจ้าเป็นอะไร” หานหลิงอี้เห็นคนของตัวเองบาดเจ็บมา พร้อมกับตงหยางและญาติผู้น้องก็ตกใจนัก “ท่านพี่ พวกเราโดนหลอก” จื่อเถิงบอกกับญาติผู้พี่พร้อมกับเอาสมุดบัญชีรายชื่อคนร่วมกันช่อโกงเงินพระคลังไป “เพื่อนข้ากับพ่อเจ้า...ด้วยงั้นรึ” จื่อเถิงไม่ตอบอันใด เอาแต่พยักหน้าให้กับญาติผู้พี่ เขาคงไม่รู้ว่านางไม่ใช่จื่อเถิงที่เป็นเจ้าของร่าง จึงไม่ได้อาลัยอาวรณ์นักหากพ่อตัวเองทำผิด “แล้วเจ้าไม่คิดว่าพ่อเจ้าจะโดนโทษหรอกหรือ” หานหลิงอี้ถามญาติผู้น้อง “ข้าไม่ใช่ลูกสาวเขาตั้งแต่วันที่ข้าแต่งงานแล้ว ข้าเพิ่งรับรู้ว่าเขาต้องการส่งข้าไปตายชัดๆ เพียงเพื่ออำนาจที่ตนเองอยากได้ ข้าก็เพิ่งประจักษ์วันนี้เอง” จื่อเถิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เกิดกี่ชาติก็ยังคงถูกหลอกซ้ำซาก “เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ หาข้าทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทพ่อเจ้าต้องมีโทษแล้วเจ้าก็จะโดนด้วย” “ไม่ได้ นางเป็นเมียข้าแล้ว นางจะไม่ได้รับโทษอันใดทั้งนั้น” ด้วยความที่ห่วงนางตงหยางรีบอ้างเรื่องนี้ทันที “ใครเมียเจ้า ลืมไปแล้วหรือบ้านเจ้าก็มีส่วนรู้เห็น” นางละเบื่อเขาจริง

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 15 นายหญิงที่ตามหา

    จื่อเถิงเดินออกจากเรือนเพื่อไปยังนอกจวนสกุลหลัว แต่ยังไม่ได้ก้าวสักกี่ก้าว เจ้าคนหน้ามึนก็มาขวางไว้อีกแล้ว “เจ้าหลบไป” “เจ้าจะไปไหน ให้ข้าพาไปดีหรือไม่” ตงหยางรู้สึกผิดกับนางอยากไถ่โทษโดยการทำดีกับนางให้มาก นางก็น่างสงสารเช่นกัน เขามันคนเอาใจแต่ไม่รู้เลยว่านางจะเจ็บปวดใจเช่นนี้ “ไปวัดทำบุญให้เจ้า” “ทำไม?” “เผื่อได้รับบุญจากข้าแล้วจะสงบจิตสงบใจ แล้วก็เลิกตามรังควานข้าสักที ข้าเบื่อ” นางเดินหนีเขาตอนนี้ไม่อยากพบหน้านัก ความหนักอึ้งใจหัวใจราวกับมีคนเอาก้อนหินมาถ่วงไว้ก็ไม่ปาน นางพบเจอเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทนรับการกระทำที่แสนเจ็บปวดจากคนรักในอดีต ก็มากเกินพอแล้ว นางไม่ควรกลับมาเจ็บช้ำอีก “ให้ข้าไปเป็นเพื่อน” “ไม่ต้องยุ่ง!” จื่อเถิงหนีไปขึ้นรถม้าที่หน้าจวน เมื่อขึ้นไปแล้วเจ้าบ้ากามตงหยางก็ขึ้นตามมาอีก น่าเบื่อชะมัดไม่รู้จะตามติดนางไปถึงไหนกัน “ข้าอยากดูแลเจ้า สีหน้าเจ้าดูไม่ค่อยดี อากาศข้างนอกหนาวเย็นนัก” “ข้าดูแลตัวเองได้ ไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดหรอก” นางไม่ใช่คนที่อ

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 14 จดหมายลับ

    จื่อเถิงเปิดจดหมายออกทีละใบทีละใบ เพื่ออ่านอยากจับใจความให้ได้ว่าคนที่นายหญิงแอบคบชู้นั้นเป็นผู้ใดกันนางไม่ใช่คนที่ข้ารัก ข้าเพียงใกล้ชิดนางเพื่อจะได้พบหน้าท่าน [เสี่ยวเค่อ]ท่านโปรดรอข้า ข้าจักทำให้ท่านและข้าได้อยู่ครองคู่กัน [เสี่ยวเค่อ]ข้าใส่ยาในอาหารให้สามีท่านกิน แล้วลากนางขึ้นเตียง คืนนี้ข้าจะไปหาท่าน [เสี่ยวเค่อ]สามีท่านนำนางไปอุ่นเตียงทุกค่ำคืน ข้าขอพบท่านทุกคืนได้หรือไม่ [เสี่ยวเค่อ]ข้าจะทำเบาๆ ข้ารู้ว่าท่านท้องลูกของข้า [เสี่ยวเค่อ] ท่านท้องกับข้า เขารู้หรือไม่ ข้าอยากเคียงข้างดูแลท่านแทนเขายิ่งนัก [เสี่ยวเค่อ] ‘นะ...นี่มันอะไรกัน ลากนางขึ้นเตียง ท้องกับเสี่ยวเฮ่อ ทำไม...ทำไมมันดูเหมือนชีวิตนางเช่นนี้’ ข้าคือสาวใช้อุ่นเตียง นอกจากข้าแล้วมีผู้ใดเป็นสาวใช้อุ่นเตียงกับนายท่านอีกเล่า จื่อเถิงลำดับเหตุการณ์ ก่อนที่นางได้เป็นสาวใช้อุ่นเตียง วันนั้นเป็นวันที่นางเอาอาหารเข้าไปให้นายท่านตอนดึกเพราะว่า เป็นคำสั่งนายหญิง แต่คนที่ยกอาหารมาให้นางเป็นเค่อรุ่ย คนรักของนางที่

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 13 จูบเย้ยจันทร์

    “เอ่อ...ตงหยาง...เจ้าปล่อยข้าก่อนดีหรือไม่ ทำเช่นนี้เจ้าจะดื่มชาได้อย่างไร” จื่อเถิงพยายามหาทางออกจากตักแกร่งของเขา เมื่อยามใกล้ชิดชายเช่นนี้นางรู้สึกอกสั่นขวัญหาย ช่องท้องเสียววูบไปหมด “ดื่มได้สิ เดี๋ยวข้าจะดื่มให้เจ้าดู” เขายกถ้วยชาขึ้นชนกับริมฝีปากนาง แล้วก็กระดกถ้วยให้นางดื่ม เมื่อนางดื่มได้ครึ่งถ้วยเขาก็วางถ้วยชาลง เปลี่ยนเป็นประกบปากอุ่นร้อนกับริมฝีปากนาง เพื่อทวงคืนน้ำชาในถ้วย “ฮึก...! อื้อ...” ริมฝีปากเล็กที่กำลังจะร้องก็ถูกปากหนาจูบกลืนเสียงลงไป เรียวลิ้นของเขาแทรกลึกเข้ามาภายใน นางทั้งตกใจและไม่ทันได้ตั้งตัว สองมือพลัดกันทุบหน้าอกของเขาให้ออกห่างจากตัวนาง คนตัวใหญ่เมื่อได้ลิ้มรสของหวานเช่นนั้นก็ยากจะละออก เขาดูดกลืนอย่างย่ามใจ สองมือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นสองเนินเนื้อหน้าอก อย่างแรงด้วยความมันเขี้ยวความนุ่มนิ่มนี้ทำให้เขาขยำมันอย่างเพลิดเพลิน จื่อเถิงกำลังจะเคลิ้มไปกับสัมผัสอันร้ายกาจของเขา ยิ่งตอนมือหนาแทรกเข้ามาในสาบเสื้อ ยิ่งทำให้นางร้อนวูบวาบดังไฟเผา มือของเขาช่างร้ายกาจนักปลุกปั้นอารมณ์เล้าโลมจนจื่อเถิงรู้สึกผ่อนคลาย และเผลอลูบไล้

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 12 กลับไปจวนสกุลหลัว

    นางป่วยจนสามวันเต็ม ทุกวันจิ่นช่างหลิวกับตง หยางสลับกันมาเยี่ยม จนนางเองต้องให้สาวใช้ไล่กลับไป หากผู้พบผู้ใด อีกผู้ก็อยากจะพบอีก เป็นอย่างนี้นางก็ไม่ได้พักผ่อนเสียที อีกอย่างนางอยากเข้าสกุลหลัวให้ได้เร็วๆ หาไม่เช่นนั้นก็คงไม่ได้จัดการเรื่องที่คาราคาซังมานานเสียที แค่ก แค่ก...! “ท่านหญิงดื่มยาสักหน่อยเจ้าค่ะ” อี๋เหนียงยกถ้วยยามาให้ผู้เป็นนาย ตอนนี้อาการปวดหัวและไข้เริ่มซาลงแล้ว เหลือแค่เจ็บคอและไอเท่านั้น นางจึงลุกขึ้นดื่มยาเองได้แล้ว “ยาขมชะมัด!” นางดื่มทีเดียวหมดถ้วยก็จริง แต่ว่าสีหน้าหลังจากดื่มยาน่าสงสารนัก “น้ำตาลกุ้ยฮัวเจ้าค่ะ” อี๋เหนียงนึกขึ้นได้ว่า คุณชายหลัวเอามาเยี่ยมนางบอกว่ากลัวนางจะดื่มยาขมจนเกินไป จึงเอาน้ำตาลกุ้ยฮัวมาให้นางเผื่อนางต้องใช้ และก็จริงดังที่คาดไว้ “อร่อยจัง เจ้าเอามาจากไหน” จื่อเถิงอมแล้วรู้สึกหวานชุ่มคอดีจัง “คุณชายน้อยหลัวเจ้าค่ะ...” อี๋พูดไปก็เสี่ยงต่อการโดนนายหญิงต่อว่า นางหลับตาปี๋เตรียมตัวแต่ทว่าก็ไม่มีเสียงก่นด่าอันใดออกจากปากผู้เป็นนาย “อร่อยดี...!” จื่อเถิงหยิบมาเข้าปากอีกก้อน ด้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status