Compartir

สายเกินกว่าจะรักกัน
สายเกินกว่าจะรักกัน
Autor: ใจเย็น

บทที่ 1

Autor: ใจเย็น
ตอนที่ผมกะเผลกกลับมาถึงตัวเมือง ผมก็กลายเป็นตัวตลกในสังคมไปเสียแล้ว

พวกนั้นต่างพากันพูดว่า คุณชายที่ตระกูลสือเพิ่งรับกลับมาหลังจากระหกระเหินอยู่ข้างนอกตั้งแต่เด็กคนนี้ ความสามารถไม่เท่าไหร่แต่ขี้ใจน้อยชะมัด ถึงขั้นกล้าปีนเกลียวกับลูกบุญธรรมที่เข้าไปทำงานในบริษัทแล้ว แถมยังขู่พ่อแม่ตัวเอง สุดท้ายเลยจบด้วยการหนีออกจากบ้านแบบไม่มีเงินติดตัวสักบาท แม้แต่เงินไม่กี่พันก็ยังต้องหยิบยืมคนอื่น

พวกคุณหนูไฮโซที่เคยเหยียดหยามผมไม่รู้ไปได้ข่าวมาจากไหน พวกนั้นยกพวกมาดักเจอในเมืองอย่างเอิกเกริก แถมยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปผมอย่างไม่คิดจะปิดบัง

ผมไม่ได้แม้แต่จะยกมือขึ้นบังหน้าเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี มันถูกพวกเจ้าหนี้นอกระบบบดขยี้จนหมดสิ้นไปนานแล้ว

นับตั้งแต่ถูกบังคับให้คุกเข่าตบหน้าตัวเอง หัวใจของผมก็ไม่เคยสั่นคลอนให้กับสิ่งที่เรียกว่า "หน้าตาทางสังคม" อีกเลย

สือเจี่ยนคนก่อนที่ชอบหาเรื่องไปทั่ว แสร้งทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อปกปิดความต่ำต้อยในใจได้ตายไปแล้ว

ตระกูลสือและลู่ซีเป็นคนลงมือฆ่าเขาด้วยตัวเอง

ทันใดนั้น รถตู้สีดำหลายคันก็แล่นเข้ามาอย่างไม่สนใจใคร พวกคุณหนูไฮโซกลุ่มนั้นพอเห็นป้ายทะเบียนรถก็พากันแยกย้ายไปทันที

รถคันหน้าสุด ที่ดูเรียบหรูและสุขุม ผมรู้ดีว่าใครนั่งอยู่ข้างในนั้น

ลู่ซี ผู้กุมอำนาจของตระกูลลู่ และเธอยังเป็นคู่หมั้นของผมด้วย

ผมมองรถคันนั้นแล้วหยุดเดินตามสัญชาตญาณ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินเลี่ยงไปทางอื่น

ประตูรถเปิดออก ผู้หญิงในชุดสูทคนหนึ่งก้าวลงมา เธอเดินมาหยุดตรงหน้าผม และมีแววตาตื่นตระหนก เมื่อได้เห็นใบหน้าและสภาพของผมชัดๆ

ผมรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองดูอนาถแค่ไหน

เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ยังคงเป็นเชิ้ตขาวจากงานศพของคุณปู่ มันทั้งยับยู่ยี่และมีรอยรองเท้าเหยียบอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าบวมเป่งสีแดงจากการถูกตบเมื่อวันก่อนยังไม่ทันยุบ ในซอกเล็บเต็มไปด้วยคราบดินสีดำ นิ้วมือยังคงสั่นเบาๆ เท้าข้างหนึ่งสวมรองเท้าที่เก็บมาจากถังขยะ ส่วนอีกข้างเปลือยเปล่าโดนความเย็นกัดผิวจนแดงก่ำ

เลขาของลู่ซีหลุบตาลงเพื่อซ่อนความตกใจเอาไว้ ก่อนจะผายมือเชิญอย่างสุภาพ

"คุณชายสือ คุณลู่ให้เชิญไปพบค่ะ"

ผมก้มหน้าและถอยหลัง น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เป็นภาษา แค่เปล่งเสียงออกมาก็เจ็บคอจนระบม

"ไม่ล่ะครับ ผมจะกลับบ้านตระกูลสือ"

พูดจบ ผมก็เดินอ้อมตัดหน้าเธอกำลังจะจากไป

เลขาสาวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

ในอดีตผมเคยมองลู่ซีเป็นเหมือนแสงสว่างที่ช่วยชีวิต คอยเดินตามหลังเธอมาตลอดห้าปี ต่อให้ทุกครั้งที่เจอเธอจะไม่เคยทำหน้าดีๆ ให้เห็นเลยสักครั้ง ผมก็ยังหลอกตัวเอง เพื่อเข้าหาเธออยู่ดี แต่ตอนนี้ผมกลับมองเธอเป็นเหมือนอสุรกาย

ซึ่งมันสร้างความประหลาดใจให้กับเลขาที่เคยเห็นท่าทางตื๊อไม่เลิกของผมอยู่บ่อยครั้ง

"สือเจี่ยน!"

น้ำเสียงเย็นชาอันคุ้นเคยทำให้ผมหยุดก้าวโดยอัตโนมัติ

เลขาเห็นผมเม้มปากแน่น เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ยังคงผายมือเชิญอีกครั้ง

ผมพยายามยืดหลังให้ตรง ฝืนความเจ็บปวดที่ขาซ้าย เมินเฉยต่อสายตาของเลขาที่มีคำถามมากมาย แล้วค่อยๆ ก้าวขึ้นรถไปอย่างช้าๆ

ลู่ซีนั่งอยู่ด้านใน

เธอเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสาร และเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของผม แทนที่จะเอ่ยปากถามด้วยความห่วงใย เธอกลับขมวดคิ้วแน่นและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"นี่คอสเพลย์เป็นขอทานอยู่หรือไง? เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแบบนี้ ไม่กลัวขายหน้าคนอื่นบ้างหรอ"

หัวใจของผมไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดกับถ้อยคำที่ทิ่มแทงเหล่านั้นเหมือนในอดีตอีกแล้ว และไม่ได้รู้สึกผิดหวังที่เธอมองไม่เห็นบาดแผลบนร่างกายของผมเลยสักนิด ผมเพียงแต่ก้มหัวลง แล้วตอบกลับไปเบาๆ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 12

    ผมหลับตาลง แล้วทิ้งตัวดิ่งลงไปยามเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาก็คือใบหน้าของสวี่เจี่ยวเจี่ยวที่ร้องไห้จนตาบวมเป่ง หล่อนออกแรงกุมมือของผมไว้แน่น ทันทีที่เห็นว่าผมฟื้นขึ้นมา หล่อนก็รีบวิ่งออกไปตามคุณหมอเข้ามาตรวจอาการทันทีผมพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก"อย่าร้องไห้เลยนะ"สวี่เจี่ยวเจี่ยวโผเข้าสวมกอดร่างของผมเต็มแรง จนกระทั่งผมเอื้อมมือไปตบหลังหล่อนเบาๆ เพื่อปลอบประโลม หล่อนถึงยอมปล่อยมือคลายอ้อมกอดออกจากตัวผมคุณพ่อคุณแม่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงคนไข้ พลางทอดสายตามองมาที่ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและรู้สึกผิดสวี่เจี่ยวเจี่ยวโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"ตอนนี้ลู่ซีเสาะหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าสือยวี่แอบสมรู้ร่วมคิดกับพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบเพื่อวางแผนทำร้ายนายจนเจอหมดแล้วล่ะ ตอนนี้พวกมันทั้งหมดโดนจับเข้าคุกไปเรียบร้อยแล้วนะ"คุณแม่ยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาเบาๆ พลางเอ่ยปากเรียกชื่อผมออกมา"อาเจี่ยน"ทว่าหลังจากเอ่ยปากเรียกชื่อผมแล้ว หล่อนกลับอ้ำอึ้งอยู่นานสองนานไม่ยอมพูดจาอะไรออกมาเสียที

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 11

    ในจังหวะที่ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ลู่ซีก็เอ่ยปากขึ้นมา"อาเจี่ยน นายเป็นยังไงบ้าง"ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียง หัวสมองมันตื้อจนพูดอะไรไม่ออกที่แท้ คนอย่างผมก็ไม่คู่ควรกับการมีชีวิตที่ดีจริงๆ สินะช่วงเวลาดีๆ ทั้งหมดที่ได้ใช้ร่วมกับสวี่เจี่ยวเจี่ยว มันช่างเหมือนกับภาพความฝัน ตอนนี้ฝันนั้นมันสลายไปแล้ว และผมก็ควรจะกลับสู่ห้วงนรกอันมืดมิดตามเดิม ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ทำเป็นหูทวนลมลู่ซีเฝ้ารออยู่นานสองนาน เมื่อเห็นว่าผมไม่มีทีท่าจะเอ่ยปากพูดจา หล่อนก็ค่อยๆ สาวเท้าก้าวเข้ามานั่งลงตรงขอบเตียง พลางเอื้อมมือมาจะแตะวัดอุณหภูมิที่หน้าผากของผม"อย่ามาจับตัวผม"ผมเอ่ยปากห้ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"แค่เธอมาสัมผัสโดนตัว ผมก็สะอิดสะเอียนอยากจะอ้วกแล้ว"ลู่ซีชะงักค้างไปทันควัน ขอบตาของหล่อนพลันรื้นขึ้นมาคนที่มีท่าทีหยิ่งทะนงเสมอมาอย่างลู่ซี มีตอนไหนกันที่หล่อนจะยอมมาเผยสีหน้าท่าทางเวทนาแบบนี้ต่อหน้าผม"อาเจี่ยน ฉันไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ว่านายโดนพวกมัน…"ผมหันหน้ากลับมามอง อาศัยแสงจันทร์รำไรสาดส่องจ้องมองไปที่ใบหน้าของหล่อน แววตาของหล่อนมันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด มันทำให้ผมรู้สึกว่าผ

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 10

    คนอย่างมันคู่ควรตรงไหน? คนอย่างมันกล้าดียังไง? จนกระทั่งความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาบนใบหน้า ผมถึงได้สติกลับคืนมาลู่ซียืนอยู่ตรงหน้าผม แววตาเอือมระอาและรังเกียจเดียดฉันท์จนแทบจะทะลักออกมา ส่วนสือยวี่โดนผมกระชากคอเสื้อกดไว้กับกำแพง สภาพผมเผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าบวมเป่งขึ้นสีแดงช้ำ ในตอนนั้นผมแยกแยะไม่ออกเลยจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนบ้าสติฟั่นเฟือนลู่ซีชักมือกลับ พลางเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจับขั้วหัวใจ"โจวเจี่ยน นายเป็นบ้าไปแล้วหรือไง? หัดแหกตาดูสภาพของตัวเองในตอนนี้บ้างสิ มีตรงไหนที่ดูคู่ควรกับคนของตระกูลสือบ้าง? ทำตัวไม่ต่างอะไรกับพวกคนป่วยจิตเวช""ซีซี ไม่เป็นไรหรอกครับ อาเจี่ยนจะโกรธผมมันก็สมควรแล้วล่ะ"สือยวี่ยิ้มมุมปาก พลางหลุดเสียงซี้ดซ้าดออกมาด้วยความเจ็บปวด"ยังไม่รีบปล่อยมือออกจากตัวอายวี่อีก"ผมได้แต่ยืนอึ้งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อน ลู่ซีเริ่มหมดความอดทน ถลันกายเข้ามาตั้งท่าจะกระชากตัวผมออกทว่าในตอนนั้น ท่อนแขนของผมกลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอ่อนโยน ผมกวาดสายตามองตามไป ก็สบตาเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและสงสารของสวี่เจี่ยวเจี่ยว หล่อนเอื้อมมือมาดึงตัวผมให้แยกออกมา

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 9

    สวี่เจี่ยวเจี่ยวหัวเราะซ้ำเติมผมอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังคงรีบหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ แล้วรีบวิ่งลงบันไดไปหาซื้อยาแก้ปวดท้องมาให้ผมเมื่อเสียงกดกริ่งประตูห้องดังรัวขึ้นอย่างเร่งรีบ ผมก็นึกทึกทักเอาเองว่าสวี่เจี่ยวเจี่ยวคงจะลืมหยิบโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วยแน่ๆหล่อนมักจะขี้หลงขี้ลืมแบบนี้อยู่เรื่อย"รีบออกไปขนาดนั้น ลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วยล่ะสิท่า"น้ำเสียงของผมพลันขาดห้วงไปในทันควัน พร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกเปิดออกผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตูไม่ใช่สวี่เจี่ยวเจี่ยว ทว่ากลับเป็นสือยวี่ที่แต่งตัวหรูหราดูดีราวกับคุณชายตระกูลสูงศักดิ์เขากวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของผม ในมือหิ้วถุงขนมปังอยู่สองสามชิ้นผมรู้ได้ทันทีว่าเขามาเยือนในคราวนี้ย่อมไม่หวังดีแน่ผมขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยปากเค้นถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา"นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?"สือยวี่จับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังมองคนโง่"นี่นายไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริงๆ สินะ ตึกแถวหลังที่นายกำลังซุกหัวนอนอยู่นี่น่ะ มันเป็นสินทรัพย์ในเครือของตระกูลลู่ต่างหากล่ะ""และแน่นอนว่า ที่อยู่ของนาย ซีซีก็เป็นคนคาบข่าวมาบอกฉันเองนั่นแหละ"ผม

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 8

    สวี่เจี่ยวเจี่ยวเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างทันที"อยากให้ฉันพานายออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาหน่อยไหมล่ะ? ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งครึ่งปีแล้วนะ เชี่ยวชาญเส้นทางแถวนี้สุดๆ เลยล่ะ"ผมทำหน้ามึนตึบบอกบุญไม่รับอยู่บ้าง"จะไปไหนงั้นเหรอ?"สวี่เจี่ยวเจี่ยวเขย่งปลายเท้าขึ้นมาแล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากของผมเบาๆ เหมือนอย่างที่เคยทำในอดีตไม่มีผิด"ก็ต้องออกไปหาซื้อเฟอร์นิเจอร์สิ อีกอย่างนะ อาการป่วยของนายขืนอยู่แต่ในบ้านมันจะไปหายดีได้ยังไงกันเล่า?""แต่นายสบายใจได้เลยนะ เรื่องต่อรองราคาเดี๋ยวฉันทำแทนเอง นายมีหน้าที่แค่เดินอยู่ข้างๆ ฉันก็พอแล้วล่ะ""เรื่องแบบนี้มันไม่ต้องรีบให้เห็นผลในทันทีหรอก"น่าแปลกเหลือเกิน ที่ผมไม่ได้มีความรู้สึกรังเกียจหรือต่อต้านสัมผัสจากหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียวความรู้สึกเหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยมัธยมปลาย ตอนที่ผมโดนบังคับให้ลงแข่งวิ่งหนึ่งพันเมตร ในตอนนั้นมีเพียงหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ยอมตะโกนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจผมดังลั่น และในยามที่ผมวิ่งฝ่าเส้นชัยมาได้ ก็มีเพียงหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ยอมเข้ามาพยุงร่างของผมเอาไว้ไม่มีความรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่มีความดูถูกอยู่เลย มีเพ

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 7

    ผมเช่าบ้านอยู่แถวชานเมือง ห่างไกลจากความพลุกพล่าน มันช่วยให้ผมสงบสติอารมณ์ลงได้ และไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องราววุ่นวายพวกนั้นอีกผมกดสั่งอาหารเดลิเวอรีและบอกให้ไรเดอร์วางของทิ้งไว้ตรงประตูบ้าน พอแว่วเสียงฝีเท้าของไรเดอร์ที่ค่อยๆ เดินห่างไกลออกไป ผมก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปหยิบถุงอาหารทว่าในจังหวะที่ผมกำลังก้มตัวลงไปนั้น จู่ๆ ความเจ็บก็แล่นขึ้นมาจากเรียวขาขวาอย่างกะทันหัน มันเจ็บปวดรุนแรงจนเหงื่อไหลพราก ทำให้ผมทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นในระหว่างที่ผมกำลังฝืนเกาะขอบประตูเพื่อยันตัวลุกขึ้นยืน ตรงหน้าก็พลันปรากฏฝ่ามืออันขาวผ่องข้างหนึ่งยื่นเข้ามาเรียวนิ้วยาวสลวยมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นมือของผู้หญิงผมลังเลอยู่ชั่วครู่ ไม่ได้ยื่นมือไปจับ รอจนกระทั่งความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลง จึงค่อยหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองฝ่ามือนั้นชักกลับคืนไปผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตา ทำเพียงแค่หลุบสายตาลงต่ำ เอ่ยปากขอบคุณหล่อนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากนั้นก็คว้าถุงอาหารตั้งท่าจะเดินกลับเข้าห้อง"โจวเจี่ยน?"น้ำเสียงใสของหญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อในอดีตของผมออกมา ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ สบตาเข้า

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status