Mag-log inสิงห์ขยับท่อนแขนล่ำสันเหมือนกิ่งไม้ใหญ่ขึ้นโอบแผ่นหลังเปียกชื้นของก้านตองไว้หลวม ๆ ด้วยท่าทางเหมือนคนบิดขี้เกียจ ลมหายใจร้อนผ่าวปนกลิ่นบุหรี่กรองทิพย์จาง ๆ เป่ารดข้างใบหูเล็กของหล่อน
สัมผัสใกล้ชิดเหมือนไม่ตั้งใจนั้นชวนให้หญิงสาวรู้สึกวาบหวิวในอกอย่างชวนพิศวง
"ถ้ายังสดยังซิง... แล้วหนีมาคนเดียวแบบนี้ คิดว่าจะรอดปากเสือปากจระเข้ไปได้สักกี่น้ำกันเชียว ก้านตอง?"
ก้านตองไม่ใช่คนใบ้ ที่จะหุบปากให้ผู้ชายสองคนรุมสาดโคลน
“หนีไปตายเอาดาบหน้า ดีกว่าอยู่เฉย ๆ ให้หมามันกัด”
โดนหญิงสาวด่าทางอ้อมว่าเป็นหมา แทนที่จะโกรธ สิงห์กับกลดกลับหัวเราะชอบใจที่หล่อนสู้คนแบบหลังชนฝา
“แล้วคิดว่าจะหนีไปตายที่ไหนดีล่ะ”
กลดซักไซ้ด้วยความสงสัย
พอได้ยินคำถามนี้ก้านตองก็ถอนใจยาว
เหลียวมองไปทางทิศไหนก็เห็นแต่บ้านป่าเมืองเถื่อน... เป็นสาวเป็นนาง ออกมาระเห็จระเหินตัวคนเดียว ไม่ว่าจะหนีไปซุกหัวอยู่ซอกหลืบไหนก็อันตรายทั้งนั้น ยามดึกดื่นค่ำคืนกลางสายฝนกระหน่ำแบบนี้ ก่อนหน้าที่จะโชคดีมาเจอสิงห์กับกลด หล่อนก็เผ่นหนีพวกสิบล้อหน้าหื่นที่จอดรถชวนขึ้นบกมาแล้วตั้งสามคันติด
"ไม่รู้..."
ก้านตองตอบเสียงเครือ ลมหายใจสะอื้นแผ่วเบา
"ฉัน... ฉันขออาศัยอยู่กับพวกพี่ชั่วคราวได้ไหม ฉันมีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง ฉันทำกับข้าวอร่อยด้วย รับรองว่าฉันจะไม่ทำตัวเป็นภาระให้พวกพี่หรอก"
สองหนุ่มวัยกลัดมันหันสายตามองสบกันโดยไม่ได้นัดหมาย นัยน์ตาสองคู่ลุกวาวแลกเปลี่ยนความนึกคิดบางอย่างในความมืด ก่อนที่ไอ้หนุ่มปากไวจะโพล่งขึ้นมา
"เออ... มีคนมาทำกับข้าวให้กินฟรี ๆ ก็ดีเหมือนกัน ฉันเบื่อขี้มือพี่สิงห์เต็มทีละ"
เมื่อรู้แน่ชัดว่าจะต้องไปตกระกำลำบากอาศัยอยู่ด้วยกันแบบหนึ่งหญิงสองชาย ความคิดของก้านตองก็เตลิดเปิดเปิงไปไกลเกินกู่กลับ พาลให้เกิดอาการปั่นป่วนวูบวาบในท้องน้อยจนปวดฉี่ขึ้นมาทันควัน กลดจึงต้องเหยียบเบรกหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถสิบล้อพ่วงคันโตแวะเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมันเล็ก ๆ ร้างผู้คนข้างทาง
ปั๊มมืดสลัวและมีห้องน้ำอยู่เพียงห้องเดียว แถวนี้เป็นเมืองเถื่อนดงนักเลง สิงห์จึงต้องรับหน้าที่เดินไปยืนเฝ้าก้านตองอยู่หน้าประตูห้องน้ำเพื่อความปลอดภัย
ทว่า... พอก้านตองทำธุระเบาเสร็จ ผลักประตูห้องน้ำเปิดพรวดออกมา หล่อนก็ต้องชะงักงันแทบก้าวขาไม่ออก เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
หนุ่มรุ่นพี่ร่างสูงใหญ่กำลังยืนอัดบุหรี่กรองทิพย์เข้าปอด พลางยืนยิงกระต่ายอยู่แถวหน้าห้องน้ำพอดี แสงไฟสลัวดวงเดียวที่สาดพุ่งออกมาจากช่องประตู ส่องเข้าจับที่ซีกกายและโคนขาของชายหนุ่มเหมือนสปอตไลต์
สายตาของก้านตองมองต่ำลงโดยสัญชาตญาณ... อาวุธประจำกายของสิงห์ทำเอาหล่อนตาโตเท่าไข่ห่าน
ให้ดิ้นตายเหอะ!
ถ้าหากมันไปลอยอยู่ในน้ำ หล่อนคงนึกว่าเป็นปลาชะโดตัวเขื่องติดแหที่สะบัดหัวไปมา แถมแรงดันปัสสาวะยังพุ่งไกลพรวด ๆ หยั่งกะเอาสายยางฉีดน้ำดับเพลิงมาพ่น
ทางด้าน นายเผือก กับ นางกล้วย พ่อแม่หน้าเงินของแม่สาวก้านตอง ยามนี้กำลังนั่งหน้าแห้งกะพริบตาปริบ ๆ อยู่ในบ้านพักหลังโตของเสี่ยเชิดเรื่องของเรื่องก็คือ...คืนวันแต่งงานนั้น เสี่ยเชิดถูกแม่ก้านตองคนงามเอาแจกันตีหัวจนสลบไสลฟื้นขึ้นมาอีกทียามดึก พอลืมตาตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัวตึบๆ แถมเจ้าสาวตัวดียังหอบผ้าหนีหัวซุกหัวซุนหายเข้ากลีบเมฆไปเสียแล้วคนอย่าง เสี่ยเชิด ผู้มีทั้งเงินทองและอิทธิพลบารมี ใหญ่โตคับอำเภอท่ามะกา หากจะออกไปตีโพยตีพาย โวยวายว่าโดนเด็กสาวรุ่นลูกหลอกตีหัวแล้วเชิดเงินหนี มีหวังได้ขายขี้หน้าชาวบ้านร้านตลาดไปเจ็ดชั่วโคตร!เสี่ยแก่ตัณหากลับจึงเลียแผลใจอย่างสงบ แล้วคิดอ่านแผนการชั่วร้ายขึ้นมาอย่างแยบยลเย็นวันต่อมา เสี่ยเชิดจัดการส่งไอ้พวกลูกน้องหน้าหื่นไปเชิญนายเผือกกับนางกล้วยมากินข้าวเย็นที่บ้านทรงไทยหลังใหญ่ หวังจะปิดประตูตีแมว มอมเหล้าสองผัวเมียหน้าเงินให้เมาคอพับคออ่อนหมดสภาพความจริงแล้ว...ในอดีต เสี่ยเชิดกับนายเผือกมันเคยเป็นเพื่อนเกลอคอสุรามาด้วยกันตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ ยามนั้นทั้งคู่ต่างก็รุมจีบ นางกล้วย อดีตสาวงามทรงโตประจำตลาดท่ามะกา ทว่านายเผือกตอนเป็นหนุ่มมันหล่อเห
“หมายความว่าน้องตองยอมเป็นเมียพี่แล้วใช่ไหมจ๊ะ?”“ฮึ... ฉันโดนพวกพี่จับกินจนเหลือแต่กระดูก จะให้ทำยังไงได้...”ก้านตองถลึงตามองค้อนชายหนุ่มวงใหญ่ ทว่าเนื้อตัวกลับสั่นระริก ยามเมื่อฝ่ามือหนาของสิงห์เริ่มลูบไล้ผ่านแผ่นหลังเปลือยเปล่าลงสู่บั้นท้ายอวบอัดใต้ผ้าห่มท่าทางกระเง้ากระงอด สะบัดสะบิ้งค้อนขวับของแม่ดอกฟ้าแห่งตลาดท่ามะกา ยามนี้มันส่อชัดเจนว่าหล่อนกำลังใจอ่อนมือไม้อ่อน ร่างกายแทบจะลอยไปตามแรงดึงดูดของพี่สิงห์อยู่รอมร่อถึงแม้ว่ากลดจะเป็นไอ้หนุ่มพันทาง หัมตั้งปากหมาจนสาวๆ ในอำเภอเข็ดขยาดเผ่นหนีมาแล้วหลายราย ทว่าผู้ชายนิสัยดิบกึ่งสุกอย่างไอ้กลดก็ไม่ได้โง่ฉกรรจ์ในหัวใจส่วนลึก มันอาจจะแอบรักแอบเล็งน้องก้านตองคนสวยมาตั้งแต่สมัยที่หล่อนยังขี่มอเตอร์ไซค์ตัดเบาะแต่งท่อใส่ชุดนักเรียน ทว่ามันก็มองออกทะลุปรุโปร่งว่า ก้านตองน่ะ... มีใจให้พี่สิงห์ พี่ชายต่างแม่ของมันล้านเปอร์เซ็นต์เมื่อความรักเข้าตา... คนเรายอมทำได้ทุกอย่างกลดคิดในใจ นัยน์ตาเปี่ยมความรักมองเรือนร่างสะโอดสะองค์ของหญิงสาวด้วยความเสียดายทว่าก็ยอมสวมบทลูกผู้ชายใจนักเลง ยอมเป็นผัวอันดับสอง ถอยฉากเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ อย่างคนรู
“ปิดทำไม... พี่เห็นหมดแล้ว ทั้งนมทั้งหอย”“คนฉวยโอกาส !”ก้านตองเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้โฮ ความรู้สึกวูบวาบและเสียวสะท้านจากศึกรักบนเบาะสิบล้อเมื่อคืนที่ผ่านมายังคงแล่นซ่านอยู่ทั่วซอกขาอ่อน พอเห็นหล่อนน้ำตาคลอด้วยตะกอนอารมณ์ สิงห์ก็ร้อนตัวขึ้นมาทันที รีบพุ่งพรวดเข้าไปกอดปลอบประโลมเอาใจ“อย่าร้องเลยนะคนดี... ที่พี่ฉวยโอกาสก็เพราะอยากเป็นผัวน้องตองนั่นแหละ”“คนเลว... ทำเป็นพูดดี คงกลัวฉันจะไปแจ้งความเอาเรื่องล่ะสิ !”มือบางของก้านตองฮึดฮัดทุบตีแผงอกหนาแน่นของเขาอย่างไม่ออมแรง แต่สิงห์ก็ยังสงบนิ่ง กายใจมั่นคงดุจหินผา เขาไม่ตอบโต้หล่อนสักคำ ปล่อยให้แม่เนื้อนมไข่ทุบตีระบายความโกรธจนกว่าหล่อนจะพอใจจังหวะนั้นเอง... ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก กลดเดินอาด ๆ เข้ามาในห้อง หลังจากที่ได้ยินเสียงโวยวายของหญิงสาวมาแต่ไกล“อยากไปแจ้งความ ให้ตำรวจลากคอผัวตัวเองเข้าตะรางก็เชิญเลย ! ไปมันแบบไม่มีเสื้อผ้าใส่นี่แหละ กล้าไหมล่ะ ?”ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก เลิกคิ้วมองเรือนร่างใต้ผ้าห่มอย่างกวนโอ๊ย นัยน์ตาส่อแววยั่วเย้าตั้งใจแกล้งให้หล่อนได้อายกลดกับก้านตองอายุห่างกันเพียงแค่สามปี ทั้งคู่เหมือนไม้เบื่อไม้เมากันม
“ซี๊ดดด... เสียวฉิบ... !”กลดสูดปากครางอู้ลอดไรฟัน ฝ่ามือหยาบหนาบีบขยำแก้มก้นอวบอัด แบะดูเนื้อในแดงฉ่ำที่ปลิ้นอ้าเผยิบผยาบตามแรงสอดกระแทก แสงไฟคอนโซลหน้ารถส่องสว่างพอให้พวกเขามองเห็นทุกช่องทางรักที่เสือกสวนเข้าออกในตัวหล่อนเสียงเนื้อหวดเนื้อดัง พั่บ ๆ ๆ ผสมผสานกับเสียงครางแหบโหยอย่างกลัดมันของสองหนุ่ม และเสียงร้องอู้อี้ในลำคอของสาวงาม สามเสียงระงมก้องไปทั่วห้องโดยสารสิบล้อพ่วงที่จอดข้างทาง ท่ามกลางสายฝนที่ซัดกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายก้านตองหูอื้อตาพร่าไปหมด ร่างเล็กเกร็งกระตุกสั่นสะท้าน คลื่นความเสียวรุนแรงเหมือนกระแสไฟฟ้าแสนโวลต์แล่นผ่านร่าง ทำเอาหล่อนสูญเสียการควบคุม ช่องทางรักบีบรัดตอดขมิบบ้องเอ็นยักษ์ของกลดอย่างสุขสมซาบซ่านกลดรู้ทันทีว่าหล่อนเสร็จคาดุ้นอีกแล้ว ชายหนุ่มเร่งกระแทกเอวเข้าใส่บั้นท้ายอวบอัด ด้วยจังหวะหนักหน่วงรัวถี่ราวกับลูกสูบเครื่องยนต์ส่วนทางด้านบน สิงห์ขยุ้มเส้นผมตรงท้ายทอยของก้านตองไว้แน่น เขากดหน้าหล่อนลงแล้วกระดกเอวตอกลำเอ็นเข้าไปในปากหล่อนอย่างป่าเถื่อนและถี่ยิบ ก่อนจะตบะแตก ระเบิดความเสียวออกมาอย่างรุนแรงพร้อมกับคำรามโฮกลั่นแค็บสิบล้อน้ำเชื้อร้อนระอุและขมปร่าฉ
“อ๊ะ... อร๊า... !!”หญิงสาวแผดร้องออกมาสุดเสียง เนื้อตัวเบาโหวงเกร็งกระตุก ความเปียกชื้นฉ่ำหวานไหลเยิ้มออกมาจากรูร่องที่ถูกชายหนุ่มบดขยี้ ของเหลวทะลักล้นปนเปไปทั่วซอกขาอ่อน“ซี๊ดดด... น้ำแตกซะแล้วเมียกู”กลดโอบอุ้มร่างนุ่มนิ่มหมุนตัวเปลี่ยนท่า ให้หล่อนเอนหลังลงไปนอนถ่างขาบนเบาะสิบล้อ โดยที่ท่อนเอ็นยักษ์ยังเสียบคาฝังแน่นอยู่ตรงกลางหว่างขาขาว“พวกมึงจะเอากันอีกนานไหมวะ ?!”สิงห์สบถเสียงเข้ม นัยน์ตาของหนุ่มใหญ่ฉายแววหื่นกระหายอย่างเปิดเผย ร่างสูงใหญ่กำยำขยับพรวดเข้ามาชิด บรรยากาศภายในแค็บสิบล้อพ่วงที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งอึดอัดและร้อนระอุไปด้วยกลิ่นคาวสวาทจนกระจกรถขึ้นฝ้าขาวโพลน“แหม... พี่สิงห์ ของอร่อยมันก็ต้องแบ่งกันกินสิวะ”กลดหัวเราะหึ ๆ ในคอ ทว่าก็ยอมถอนท่อนเอ็นยักษ์ที่เสียบคาอยู่ออกมาจากร่องสาวดัง ป๊อก ! คราบน้ำกามฉ่ำหวานเยิ้มหยดเปรอะต้นขาขาวผ่องของก้านตองจนเปียกโชก"อื้อ... พี่สิงห์... พอเถอะ... ตองไม่ไหวแล้วจริงๆ..."ก้านตองครางประท้วงเสียงสั่นระรวย ร่างนุ่มนิ่มนอนถ่างขาอ่อนระทวยอยู่บนเบาะหน้ารถสิบล้อ สองเต้าอวบอัดเต่งตึงชูชันเปลือยเปล่า ไร้สิ่งใดปกปิด กระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะการ
“มึงถามความสมัครใจของน้องตองหรือยัง?”สิงห์ยังคงกระแทกเอว กระเด้งกระเด้าติดลม“พี่สิงห์ก็ไม่ได้ถามหล่อนเหมือนกันนั่นแหละ”ความหื่นขึ้นตาจนหน้ามืดแปดด้านแล้วตอนนี้ กลดไม่สนใจถามไถ่ความสมัครใจของหญิงสาว ชายหนุ่มปรับเอนพนักพิงหลัง เลื่อนเบาะออกห่างจากพวงมาลัยสิบล้อ ก่อนจะเอื้อมมือที่แข็งแกร่งออกไป ช้อนอุ้มร่างอ่อนระทวยของก้านตอง ลอยวืดมานั่งคร่อมบนตักของตนเอง“อย่า...”หญิงสาวครางประท้วง เสียงหวานอ่อนระโหยโรยแรง ไร้ซึ่งฤทธิ์เดชจะดิ้นรนขัดขืน“อย่าช้าหรือจ๊ะน้องตอง”กลดไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการจ่อหัวหยักมหึมาแทงพรวดสวนเสยขึ้นไปจนมิดโคนดังตับ ! ก้านตองผวากายเฮือก ร่องลอนตรงหว่างขาของหล่อนเปียกชื้นไปด้วยของเหลวและน้ำเชื้อของสิงห์ที่ยังตกค้างร้อนระอุอยู่ในช่องทางสวาท บ้องเอ็นยักษ์ของกลดจึงตอกฝังขยักเย่อเข้าออกได้อย่างลื่นไหลและนุ่มนวลยิ่งขึ้นมือที่ว่างของชายหนุ่มนวดคลึงเม็ดแตงของหล่อนไปพร้อม ๆ กับกระดกสะโพกกระเด้าลำแทงร่องสาวถี่ ๆ ความร้อนรัญจวนใจแผ่กระจายพุ่งพล่านจากจุดซ่อนเร้น ที่ถูกองคชาตหนั่นหนาบดขยี้เสียดสีอย่างไม่บันยะบันยังก้านตองกัดริมฝีปากจนห้อเลือด พยายามต่อต้านคลื่นความเสียวที่ปั่







