ANMELDENทว่าในวันถัดมา เธอกลับได้รับอีเมลยืนยันการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินที่ทำให้เธอถึงกับตาโต เมื่อพบว่าชื่อของเธอถูกใส่ลงในรายการตั๋วที่ถูกเลื่อนด้วย
“อ้าว อะไรยังไงล่ะเนี่ย” เธอพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสียเล็กน้อย ขณะที่กดโทรหาฝ่ายเดินทางเพื่อเคลียร์เรื่องนี้
[อ้าว พี่นึกว่าน้องซัมเมอร์จะเปลี่ยนด้วย] พี่เจ้าหน้าที่ถามกลับอย่างงงๆ
“ไม่ค่ะ! หนูต้องการให้เลื่อนแค่สามคนคือพี่องศา พี่พาที แล้วก็คุณซินดี้ค่ะ” ซัมเมอร์พยายามอธิบาย
“ตายแล้ว โทษทีค่ะน้องซัมเมอร์ พี่คงเข้าใจผิด แต่ว่าถ้าจะเลื่อนกลับ เกรงว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมน่ะสิคะ แล้วพี่...เอ่อ...ก็อาจโดนตำหนิด้วย”
“เอ่อ...ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะ” เธอตอบแบบปลงๆ ลอบถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่าการเปลี่ยนตั๋วใหม่อีกครั้งจะเป็นเรื่องยุ่งยากและเปลืองงบประมาณ ดังนั้นเธอจึงต้องจำใจยอมรับสถานการณ์นี้ไปโดยปริยาย
เมื่อวางสาย เธอนั่งลงกับโต๊ะทำงานพลางคิดในใจว่าแผนเดินเล่นชิลๆ ที่ญี่ปุ่นก่อนวันซ้อมใหญ่คงต้องพับไป
“โอ๊ย...นี่มันโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ” ซัมเมอร์คิดพลางถอนหายใจ แต่ในใจลึกๆ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับโอกาสที่จะได้ใช้เวลาใกล้ชิดพวกเขา แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
กระทั่งวันเดินทางมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิคึกคักกว่าปกติแม้จะสามทุ่มกว่าๆ แล้ว แฟนคลับจำนวนมากหลั่งไหลมายังอาคารผู้โดยสารขาออก พร้อมป้ายไฟและเสียงเชียร์ที่ดังจนแทบกลบทุกเสียงรอบข้าง ซัมเมอร์ที่เพิ่งเดินทางมาถึงยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปในอาคารก็ได้รับโทรศัพท์จากซินดี้
[น้องซัมเมอร์จ๊ะ] เสียงปลายสายดังขึ้น น้ำเสียงของซินดี้ฟังดูเร่งรีบ
“พี่ซินดี้ มีอะไรให้หนูช่วยหรือเปล่าคะ” ซัมเมอร์ตอบพลางปรับสายกระเป๋า
[ตอนนี้แฟนคลับองศากับพาทีมารอกันเยอะมาก พี่อยากให้ซัมเมอร์ช่วยคุ้มกันองศาหน่อยได้ไหม เดี๋ยวพี่จะคุ้มกันพาทีเอง]
“อะ...อ้อ ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูเดินไปหาที่รถตู้นะคะ”
หลังวางสาย เธอรีบหยิบแมสจากกระเป๋ามาสวม ด้วยกลัวเพื่อนในด้อมมาเห็นแล้วจะจำหน้าได้ จึงต้องปิดไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
เมื่อไปถึงจุดนัดพบ เธอเห็นองศาและพาทียืนรออยู่พร้อมซินดี้ ทั้งสองสวมแว่นกันแดดและเสื้อผ้าลำลองที่ดูเหมือนจะพยายามปกปิดตัวตน แต่ก็ยังโดดเด่นจนใครเห็นก็จำได้
“ซัมเมอร์ เดี๋ยวหนูช่วยดูแลองศาหน่อยนะ” ซินดี้พูดพลางจัดการให้คนขับรถยกกระเป๋าใส่ในรถเข็น
“ทางนี้ค่ะ” เธอบอกเบาๆ พร้อมจับแขนเสื้อเขาให้เดินไปที่จุดเช็กอิน
เมื่อเดินเข้ามาด้านในอาคาร แฟนคลับบางคนพยายามเบียด และแทรกตัวเข้ามาใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือยื่นของขวัญให้ องศารับมาถือไว้ในมือ พลางยกมือไหว้ และโบกมือให้เหล่าแฟนคลับที่ไปรอ ขณะที่ซัมเมอร์กันทาง พยายามเดินนำพาเขาไปยังจุดเช็กอินให้ทันตามเวลา
“หนูซัมเมอร์นี่ก็ดูคล่องดีเหมือนกันนะ ดีกว่าซินดี้ตั้งเยอะ” องศาพูดขึ้นพร้อมยิ้มบางๆ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ หนูก็แค่ทำไปตามหน้าที่น่ะค่ะ” ซัมเมอร์ตอบพลางพยายามเก็บอาการของหัวใจที่เต้นแรง เธอหันไปมองพาทีที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เห็นซินดี้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด
เมื่อเช็กอินเสร็จเรียบร้อย ทั้งหมดเดินเข้าไปยังหน้าเกตเพื่อรอขึ้นเครื่อง กระทั่งพนักงานเรียกและพาพวกเขาไปยังที่นั่งชั้นบิสสิเนสคลาส ซัมเมอร์มองหาที่นั่งของตนตามที่ระบุไว้ในบอร์ดดิ้งพาส
ที่นั่งขององศาและพาทีอยู่ในโซนด้านหน้า ส่วนที่นั่งของเธอกับซินดี้ถูกจัดให้อยู่ด้านหลังของชั้นบิสิเนสคลาส
เธอรู้สึกโล่งใจที่ได้อยู่ห่างจากทั้งคู่บ้าง เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เธอได้พักหายใจหายคอ ไม่ต้องเกร็งเกินไปตลอดเที่ยวบิน แต่เมื่อเธอกำลังจัดแจงเก็บกระเป๋าเข้าไปในช่องเก็บของเหนือศีรษะ ซินดี้ก็เดินมาหาด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง
“น้องซัมเมอร์จ๊ะ” ซินดี้เรียกเบาๆ
“คะ?” ซัมเมอร์เงยหน้ามองอีกฝ่าย
“เอ่อ...พี่อยากขอแลกที่นั่งของซัมเมอร์กับพาทีได้ไหม พอดีพี่มีเรื่องงานบางอย่างที่ต้องคุยกับเขาน่ะ”
“...” ซัมเมอร์ชะงักไป ใจหนึ่งรู้สึกงง แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ ซินดี้ก็เสริมขึ้นมาเหมือนเดาว่าเธอกำลังสงสัย
“คือพี่มีงานสำคัญที่ต้องบรีฟกับพาทีน่ะ คุยกันแค่ไม่นานหรอกจ้ะ หนูก็นั่งกับองศาไปก่อน”
“อ้อ ได้ค่ะพี่” ซัมเมอร์ตอบไปตามมารยาท แม้ในใจจะยังคงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามที่วิ่งวนอยู่ในหัว และความตื่นเต้นที่ค่อยๆ ก่อตัว
แต่ก่อนที่ซัมเมอร์จะเปลี่ยนที่นั่งตามที่ถูกร้องขอ ซินดี้หยิบมือถือขึ้นมา แล้วเดินไปหาหนุ่มทั้งสองคนที่นั่งอยู่แถวหน้า เธอพูดคุยสั้นๆ ไม่กี่คำ ก่อนที่องศากับพาทีจะเอนกายแนบชิดกัน หัวของทั้งสองเกยเข้าหากันขณะที่พวกเขาชูสองนิ้วให้กล้อง
ซินดี้ยิ้มพอใจกับภาพที่ได้ แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียทันที ท่ามกลางเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นทันที ซัมเมอร์มองภาพนั้นจากที่ไกลๆ และรู้ดีว่ามันจะต้องกลายเป็นไวรัลในหมู่แฟนคลับในเวลาไม่ถึงนาที อย่างแน่นอน
แม้เธอจะยังรู้สึกแปลกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ความสงสัยเหล่านั้นเริ่มถูกกลบด้วยความตื่นเต้น เมื่อเธอทิ้งตัวลงบนที่นั่งเดิมของพาที ข้างๆ องศา
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่คาดฝัน ความใกล้ชิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่
“ดูเหมือนเราจะได้เป็นเพื่อนร่วมทางกันนะครับ” องศาหันมามองเธอเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางๆ
“ค่ะ…พี่องศา” ซัมเมอร์พยายามปรับสีหน้าของตัวเอง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด
แต่ความรู้สึกในใจเธอกลับพุ่งพล่าน ทุกครั้งที่องศาขยับตัวหรือเอนกายเข้ามาใกล้ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจเธอถีบตัวแรง
ถ้าหัวใจวายตายคาเครื่องบินลำนี้ ไม่ต้องสืบให้เสียเวลาเลยว่า สาเหตุการตายของเธอคืออะไร...
ทว่าในวันถัดมา เธอกลับได้รับอีเมลยืนยันการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินที่ทำให้เธอถึงกับตาโต เมื่อพบว่าชื่อของเธอถูกใส่ลงในรายการตั๋วที่ถูกเลื่อนด้วย“อ้าว อะไรยังไงล่ะเนี่ย” เธอพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสียเล็กน้อย ขณะที่กดโทรหาฝ่ายเดินทางเพื่อเคลียร์เรื่องนี้[อ้าว พี่นึกว่าน้องซัมเมอร์จะเปลี่ยนด้วย] พี่เจ้าหน้าที่ถามกลับอย่างงงๆ“ไม่ค่ะ! หนูต้องการให้เลื่อนแค่สามคนคือพี่องศา พี่พาที แล้วก็คุณซินดี้ค่ะ” ซัมเมอร์พยายามอธิบาย“ตายแล้ว โทษทีค่ะน้องซัมเมอร์ พี่คงเข้าใจผิด แต่ว่าถ้าจะเลื่อนกลับ เกรงว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมน่ะสิคะ แล้วพี่...เอ่อ...ก็อาจโดนตำหนิด้วย”“เอ่อ...ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะ” เธอตอบแบบปลงๆ ลอบถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่าการเปลี่ยนตั๋วใหม่อีกครั้งจะเป็นเรื่องยุ่งยากและเปลืองงบประมาณ ดังนั้นเธอจึงต้องจำใจยอมรับสถานการณ์นี้ไปโดยปริยายเมื่อวางสาย เธอนั่งลงกับโต๊ะทำงานพลางคิดในใจว่าแผนเดินเล่นชิลๆ ที่ญี่ปุ่นก่อนวันซ้อมใหญ่คงต้องพับไป“โอ๊ย...นี่มันโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ” ซัมเมอร์คิดพลางถอนหายใจ แต่ในใจลึกๆ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับโอกาสที่จะได้ใช้เวลาใก
ซัมเมอร์นั่งอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของตัวเอง พร้อมกับมือถือที่หน้าจอเต็มไปด้วยข้อความในกลุ่มไลน์แฟนด้อมที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ นับถอยหลังสู่วันคอนเสิร์ตใหญ่ขององศาพาทีที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันกระทั่งเสียงวิดีโอคอลดังขึ้น เพื่อประชุมสาย ซัมเมอร์ถอนหายใจเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าจะต้องโกหกเพื่อนๆ อีกแล้ว[อีกสองวันจะถึงคอนฯ แล้วนะ ทุกคนเตรียมพร้อมกันแล้วใช่ไหม] เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งถาม[ซัมเมอร์! อย่าลืมเอาป้ายไฟไปด้วยนะ] อีกคนเสริมซัมเมอร์ที่เคยซักซ้อมแผนการกับเพื่อนๆ ไว้อย่างดิบดี ตอนนี้ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ระหว่างตอบกลับ“เอ่อ…ฉันขอโทษทุกคนด้วยนะ ฉันคงไปไม่ได้แล้วล่ะ พอดีมีงานด่วนที่ต่างจังหวัด”[หา!! อะไรนะซัม แกไปไม่ได้เหรอ ทำไมล่ะ][นั่นสิ ธุระอะไรทำไมถึงเลื่อนไม่ได้ มันจะสำคัญกว่าคอนเสิร์ตที่แกรอคอยได้ยังไง][ซัมเมอร์ แกไม่อยากเจอพี่องศากับพาทีแล้วเหรอ! นี่มันโอกาสครั้งสำคัญเลยนะ!]เพื่อนในกลุ่มพากันตั้งคำถามด้วยความตกใจและผิดหวัง ก่อนเธอจะถอนหายใจเบาๆ ค่อยๆ อธิบาย“ขอโทษจริงๆ นะ แต่เลื่อนไม่ได้ งานสำคัญมาก ยังไงเดี๋ยวฉันฝากป้ายไฟให้พวกแกแทนละกันนะ”แม้เธอจะรู้สึกผิดที่ต้องโกหก แต่ก็ไม่มีทา
“ขออนุญาตแนะนำให้ทุกคนรู้จักน้องซัมเมอร์ค่ะ น้องเป็นหนึ่งในทีมของเรา จะเป็นผู้ดูแลและประสานงานโดยตรงสำหรับส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลศิลปินค่ะ”ซัมเมอร์เบิกตากว้าง ทั้งอายและตกใจ มือที่ถือมือถือรีบพลิกหน้าจอลงแนบกับหน้าขาตัวเองอย่างไว หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ“ซัมเมอร์เป็นคนเก่ง คล่องตัวมาก เธอพูดได้หลายภาษา แล้วก็มีประสบการณ์ทำงานกับศิลปินต่างชาติ รับรองได้เลยค่ะว่า เธอจะดูแลทั้งองศาและพาทีอย่างดีแน่นอน”เสียงชมเชยพรั่งพรูออกมาจากหัวหน้าของเธอ ทำให้ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกฉายแสงบนเวทีโดยที่ไม่ได้เตรียมตัว เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามยิ้มและลุกขึ้นยืนช้าๆ“สวัสดีค่ะ หนูชื่อซัมเมอร์นะคะ ขอบคุณพี่ๆ ที่ให้โอกาสหนูได้ช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ หนูจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ” เธอพูดจบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุดทว่ามีสายตาหนึ่งจ้องมาจนทำให้เธอต้องหลบ มันไม่ใช่สายตาขององศาหรือพาที หากแต่เป็นสายตาของ ซินดี้ ผู้จัดการส่วนตัวของทั้งสองคนซินดี้นั่งไขว่ห้างอยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะประชุม ใบหน้าเรียบเฉยแต่สายตาคมกริบจ้องตรงมาที่ซัมเมอร์ราวกับกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง“น้องซัมเมอร์คะ” เสียงข
เวลาประชุมงวดเข้ามาทุกที ซัมเมอร์ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำของออฟฟิศ แต่งแต้มใบหน้าให้ดูสดใสขึ้นเพื่อต้อนรับการมาเยือนขององศากับพาทีมือทั้งสองข้างกำแน่นจนเหงื่อซึม เธอสูดหายใจเข้าลึก แล้วพ่นลมหายใจออกยาวๆ พยายามขจัดความฟุ้งซ่านที่พัดโหมเข้ามาในหัว“เรื่องนี้...ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด!” เธอยังคงท่องกับตัวเองซ้ำๆ แม้เรื่องที่เธอจะได้ใกล้ชิดองศากับพาทีควรจะเป็นข่าวดีที่เธอสามารถกรีดร้องดังๆ ในกลุ่มแฟนด้อมได้ แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่เธอต้องเก็บไว้คนเดียว ไม่เพียงต้องปิดบังเพื่อนในด้อมที่มักจะคุยกันทุกเรื่อง แต่ยังต้องปิดบังเพื่อนร่วมงานและศิลปินทั้งสองคนด้วยถ้าพี่องศากับพี่พาทีรู้ว่าเราคือแฟนคลับตัวยง งานนี้คงจบไม่สวยแน่! เธอคิดพลางจินตนาการถึงผลเสียที่จะตามมาหากความจริงเปิดเผยเมื่อถึงเวลาเข้าห้องประชุม ซัมเมอร์กดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดลงลึกสุดหัวใจ หยิบสมุดโน้ตกับปากกาเข้าไปนั่งประจำที่ของตัวเอง การประชุมเริ่มต้นด้วยการนำเสนอแผนงานใหญ่จากพี่นัทและทีมอาวุโส ทุกคนตั้งใจฟังอย่างจริงจัง รวมทั้งซัมเมอร์ที่พยายามโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำ แต่แล้วประตูห้องประชุมกลับเปิดออก พร้อมกับเสียงทักทายเป็นกันเอ
ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ซัมเมอร์ได้ดูแลศิลปินระดับแถวหน้ามาแล้วมากมาย ทั้งชายและหญิง ศิลปินไทยที่เธอเคยดูแลล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง เกาหลีไม่ต้องพูดถึง เพียงแค่ได้เจอไอดอลระดับแนวหน้าอย่างวงบอยแบนด์ชื่อดัง เธอก็แทบกรีดร้องในใจมาแล้วหลายครั้ง ไหนจะศิลปินจากจีนที่เธอเคยต้องใช้ภาษาจีนกลางเจรจารายละเอียดงาน หรือแม้แต่ครั้งที่ต้องดูแลทีมถ่ายทำภาพยนตร์จากจากฮอลลีวูด ที่บินตรงมาถ่ายทำฉากการจัดงานอีเวนต์ใหญ่ใจกลางกรุงชีวิตเหมือนจะเพอร์เฟกต์ แต่จริงๆ แล้วเธอก็แค่สาวโสดธรรมดา ที่มีทั้งงานหนักและความฝันเต็มหัว ซัมเมอร์มักถามตัวเองเวลานั่งคนเดียวบนโซฟาในห้อง ข้างกายมีแฟ้มงานแฟ้มใหญ่ที่หอบมาจากบริษัทต้องเคลียร์แม้ภายนอกเธอจะดูเข้มแข็ง แต่ลึกๆ แล้ว ซัมเมอร์ก็มีช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าเช่นกัน การต้องเจอคนหลากหลายประเภทในแต่ละวัน ทำงานภายใต้ความกดดัน และต้องดูแลศิลปินระดับโลกที่มีมาตรฐานสูง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่สิ่งที่ทำให้เธอผ่านมันมาได้ ก็คือพลังแห่งความสุขเล็กๆ ที่เธอได้รับจากด้อมองศาพาทีที่เธอรักแค่เห็นคลิปพี่องศายิ้มให้พาที หรือเห็นภาพที่พาทีแอบส่งสายตาให้องศา ร่างกายก็เหมือนได้ชาร์จแบตแล้วแต่
ยามบ่ายในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซัมเมอร์ หญิงสาวร่างบางหน้าตาจิ้มลิ้ม ทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องนอน ดวงตาใสแป๋วจ้องหน้าจอไอแพดที่เปิดค้างไว้ ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังเลื่อนดูรูปภาพและข้อมูลใหม่ในกลุ่มแฟนด้อมคู่จิ้นคู่ฮอตอย่าง องศา กับ พาที อย่างตั้งอกตั้งใจ“เชื่อมั่นในความมโนของพวกเรานะทุกคน!” ซัมเมอร์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง “นี่ไงล่ะ เสื้อพี่องศาตัวนี้ลายเหมือนเสื้อที่พี่พาทีใส่เมื่อเดือนก่อนเลย! อร๊าย...แบบนี้ตู้เสื้อผ้าเดียวกันแหงๆ”หญิงสาวขยายภาพบนหน้าจอเพื่อดูให้ชัดขึ้น พลางไฮไลต์จุดสำคัญในหน้าจอไอแพดด้วยสีชมพูสด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอและเพื่อนๆ ในกลุ่มแฟนด้อมตั้งข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของคู่จิ้นสุดฮอตคู่นี้ เธอเชื่อว่าทุกการกระทำ ทุกโพสต์ ทุกภาพถ่ายล้วนมีความหมายที่ซ่อนอยู่“เอาแล้วๆ เรื่องนี้ต้องแชร์ในกลุ่มด่วน!” ซัมเมอร์รีบพิมพ์ข้อความกลุ่มปิดในเฟซบุ๊คที่เธอเป็นสมาชิกอยู่หลายปี แนบรูปเปรียบเทียบเสื้อที่คิดว่าเป็นตัวเดียวกัน พร้อมข้อความกระตุ้นให้ทุกคนร่วมวิเคราะห์‘ทุกคน ลองสังเกตกันดูดีๆ สิ เสื้อพี่องศากับพี่พาทีเหมือนกันเป๊ะ หรือว่านี่จะเป็นเสื้อคู่? มาค่ะ มาช่วยกันหาคำตอบ’เพียงไม







