ANMELDEN“ขออนุญาตแนะนำให้ทุกคนรู้จักน้องซัมเมอร์ค่ะ น้องเป็นหนึ่งในทีมของเรา จะเป็นผู้ดูแลและประสานงานโดยตรงสำหรับส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลศิลปินค่ะ”
ซัมเมอร์เบิกตากว้าง ทั้งอายและตกใจ มือที่ถือมือถือรีบพลิกหน้าจอลงแนบกับหน้าขาตัวเองอย่างไว หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ
“ซัมเมอร์เป็นคนเก่ง คล่องตัวมาก เธอพูดได้หลายภาษา แล้วก็มีประสบการณ์ทำงานกับศิลปินต่างชาติ รับรองได้เลยค่ะว่า เธอจะดูแลทั้งองศาและพาทีอย่างดีแน่นอน”
เสียงชมเชยพรั่งพรูออกมาจากหัวหน้าของเธอ ทำให้ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกฉายแสงบนเวทีโดยที่ไม่ได้เตรียมตัว เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามยิ้มและลุกขึ้นยืนช้าๆ
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อซัมเมอร์นะคะ ขอบคุณพี่ๆ ที่ให้โอกาสหนูได้ช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ หนูจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ” เธอพูดจบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด
ทว่ามีสายตาหนึ่งจ้องมาจนทำให้เธอต้องหลบ มันไม่ใช่สายตาขององศาหรือพาที หากแต่เป็นสายตาของ ซินดี้ ผู้จัดการส่วนตัวของทั้งสองคน
ซินดี้นั่งไขว่ห้างอยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะประชุม ใบหน้าเรียบเฉยแต่สายตาคมกริบจ้องตรงมาที่ซัมเมอร์ราวกับกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง
“น้องซัมเมอร์คะ” เสียงของซินดี้ดังขึ้นชัดถ้อยชัดคำ “หลังประชุมแล้วรบกวนมาทำความรู้จักกันสักหน่อยนะคะ พี่อยากจะแลกเบอร์ไว้ติดต่อเรื่องงานค่ะ”
“อะ...อ้อ ได้ค่ะ ยินดีค่ะพี่ซินดี้” ซัมเมอร์ยิ้มเจื่อนๆ พร้อมพยักหน้ารับ
เธอทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด สายตาจากซินดี้ยังคงทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจับผิดยังไงยังงั้น
กระทั่งการประชุมจบลง ซัมเมอร์สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะลุกจากเก้าอี้ เธอพยายามข่มความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นในใจ กำมือแน่นเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเดินตรงไปยังองศาและพาทีที่ยืนคุยกันอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะประชุม เพื่อรอให้ซินดี้คุยธุระกับคนอื่นเสร็จ แล้วมาคุยกับเธอต่อ
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ” เธอเรียกองศากับพาทีด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้นิ่งที่สุด ก่อนทั้งสองหันมาพร้อมรอยยิ้มที่เป็นกันเอง “คือ…เพื่อนของหนูเป็นแฟนคลับของพวกพี่ ถ้าจะรบกวนขอถ่ายรูปด้วยสักรูปได้ไหมคะ”
องศากับพาทีสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะพยักหน้าพร้อมกัน
“ได้สิครับ หลายรูปเลยก็ได้” องศาตอบเสียงนุ่ม
“ว่าแต่ น้องซัมเมอร์อยากจะให้เราทำท่าอะไรดีล่ะครับ” พาทีเสริมด้วยรอยยิ้ม
“อะ...เอ่อ…ท่าอะไรก็ได้เลยค่ะ!” ซัมเมอร์ตอบกลับพร้อมหัวเราะแก้เก้อ
ทั้งสองไม่รอช้า เดินเข้ามาขนาบยืนด้านซ้ายขวา ประกบตัวเธอเอาไว้อย่างคล่องแคล่ว พาทีหยิบกล้องเธอยื่นออกไปจนสุดแขน ก่อนยกมืออีกข้างโอบไหล่เธออย่างเป็นกันเอง ขณะที่องศาเองก็ทำเช่นเดียวกัน
“เอ้า ยิ้ม!” องศาเอ่ยเบาๆ พร้อมกับจับมือเธอที่วางแนบลำตัวขึ้นแล้วบอกให้เธอทำท่ามินิฮาร์ท
ซัมเมอร์เกือบจะหยุดหายใจ มือเริ่มสั่นเล็กน้อยยกขึ้นมา เธอยิ้มแก้มปริ
“เพื่อนหนูเห็นแล้วต้องกรี๊ดแน่ๆ”
“แล้วน้องล่ะ ไม่ใช่แฟนคลับเราเหรอครับ” องศาถามขณะมองเธอด้วยแววตาเจือไปด้วยความสงสัย
“หนูติดตามผลงานของพี่ๆ เช่นกันค่ะ” ซัมเมอร์ตอบเลี่ยงๆ พยายามเก็บความเป็นสาวกของตัวเองไว้ให้ลึกที่สุด ก่อนจะรีบปรับสีหน้าตัวเองให้เป็นทางการมากขึ้น พูดต่อพลางยิ้มสุภาพ “ต่อไปนี้หนูอาจจะต้องมาดูแลพวกพี่ๆ ระหว่างออกทัวร์คอนเสิร์ต ยังไงฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
“ยินดีมากเลยครับ” พาทีพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง พลางพยักหน้ารับ “พวกเราก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับน้องซัมเมอร์เหมือนกันครับ”
“ใช่ครับ ดูแลกันไปเนอะ เดี๋ยวคงได้ทำงานด้วยกันอีกเยอะ” องศาพูดเสริม
คำตอบของทั้งสองคนทำให้หัวใจของซัมเมอร์พองโต เธอก้มหัวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะถอยออกมา ปล่อยให้พวกเขาไปคุยกับทีมงานคนอื่นต่อ ส่วนเธอก็เข้าไปพูดคุยกับซินดี้ แลกเบอร์ และแลกไลน์กัน กระทั่งทั้งหมดกลับไป
“โอ๊ย...มีความสุขจังโว้ย นี่มันแต้มบุญอะไรของเราวะเนี่ย! จะได้ดูแลพี่องศากับพี่พาทีจริงๆ เหรอเนี่ย!” เธอพึมพำกับตัวเอง ระหว่างเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หัวใจฟูฟ่อง อิ่มอกอิ่มใจเหลือเกิน
แม้ซัมเมอร์อยากเล่าเรื่องนี้ให้ใครสักคนฟัง แต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ได้ ไม่ว่าจะกับเพื่อนในด้อม เพื่อนร่วมงาน หรือใครก็ตาม เพราะถ้าความลับนี้หลุดออกไป คงจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่ๆ
“เก็บไว้ก่อน เก็บไว้ให้ลึกที่สุด!” ซัมเมอร์ย้ำกับตัวเองในใจ ขณะก้มลงมองดูรูปตัวเองที่มีทั้งสองคนยืนเคียงข้างขนาบซ้ายขวา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
พวกแฟนคลับกระเป๋าหนัก ต้องจ่ายหลักแสนหลักล้านเพื่อให้ได้ถ่ายรูปคู่ แต่เธอนี่สิ ดวงดีชะมัด ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ก็ได้สองหนุ่มมาถ่ายรูปคู่ด้วยแบบใกล้ชิด เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ!!
ทว่าในวันถัดมา เธอกลับได้รับอีเมลยืนยันการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินที่ทำให้เธอถึงกับตาโต เมื่อพบว่าชื่อของเธอถูกใส่ลงในรายการตั๋วที่ถูกเลื่อนด้วย“อ้าว อะไรยังไงล่ะเนี่ย” เธอพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสียเล็กน้อย ขณะที่กดโทรหาฝ่ายเดินทางเพื่อเคลียร์เรื่องนี้[อ้าว พี่นึกว่าน้องซัมเมอร์จะเปลี่ยนด้วย] พี่เจ้าหน้าที่ถามกลับอย่างงงๆ“ไม่ค่ะ! หนูต้องการให้เลื่อนแค่สามคนคือพี่องศา พี่พาที แล้วก็คุณซินดี้ค่ะ” ซัมเมอร์พยายามอธิบาย“ตายแล้ว โทษทีค่ะน้องซัมเมอร์ พี่คงเข้าใจผิด แต่ว่าถ้าจะเลื่อนกลับ เกรงว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมน่ะสิคะ แล้วพี่...เอ่อ...ก็อาจโดนตำหนิด้วย”“เอ่อ...ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะ” เธอตอบแบบปลงๆ ลอบถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่าการเปลี่ยนตั๋วใหม่อีกครั้งจะเป็นเรื่องยุ่งยากและเปลืองงบประมาณ ดังนั้นเธอจึงต้องจำใจยอมรับสถานการณ์นี้ไปโดยปริยายเมื่อวางสาย เธอนั่งลงกับโต๊ะทำงานพลางคิดในใจว่าแผนเดินเล่นชิลๆ ที่ญี่ปุ่นก่อนวันซ้อมใหญ่คงต้องพับไป“โอ๊ย...นี่มันโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ” ซัมเมอร์คิดพลางถอนหายใจ แต่ในใจลึกๆ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับโอกาสที่จะได้ใช้เวลาใก
ซัมเมอร์นั่งอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของตัวเอง พร้อมกับมือถือที่หน้าจอเต็มไปด้วยข้อความในกลุ่มไลน์แฟนด้อมที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ นับถอยหลังสู่วันคอนเสิร์ตใหญ่ขององศาพาทีที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันกระทั่งเสียงวิดีโอคอลดังขึ้น เพื่อประชุมสาย ซัมเมอร์ถอนหายใจเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าจะต้องโกหกเพื่อนๆ อีกแล้ว[อีกสองวันจะถึงคอนฯ แล้วนะ ทุกคนเตรียมพร้อมกันแล้วใช่ไหม] เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งถาม[ซัมเมอร์! อย่าลืมเอาป้ายไฟไปด้วยนะ] อีกคนเสริมซัมเมอร์ที่เคยซักซ้อมแผนการกับเพื่อนๆ ไว้อย่างดิบดี ตอนนี้ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ระหว่างตอบกลับ“เอ่อ…ฉันขอโทษทุกคนด้วยนะ ฉันคงไปไม่ได้แล้วล่ะ พอดีมีงานด่วนที่ต่างจังหวัด”[หา!! อะไรนะซัม แกไปไม่ได้เหรอ ทำไมล่ะ][นั่นสิ ธุระอะไรทำไมถึงเลื่อนไม่ได้ มันจะสำคัญกว่าคอนเสิร์ตที่แกรอคอยได้ยังไง][ซัมเมอร์ แกไม่อยากเจอพี่องศากับพาทีแล้วเหรอ! นี่มันโอกาสครั้งสำคัญเลยนะ!]เพื่อนในกลุ่มพากันตั้งคำถามด้วยความตกใจและผิดหวัง ก่อนเธอจะถอนหายใจเบาๆ ค่อยๆ อธิบาย“ขอโทษจริงๆ นะ แต่เลื่อนไม่ได้ งานสำคัญมาก ยังไงเดี๋ยวฉันฝากป้ายไฟให้พวกแกแทนละกันนะ”แม้เธอจะรู้สึกผิดที่ต้องโกหก แต่ก็ไม่มีทา
“ขออนุญาตแนะนำให้ทุกคนรู้จักน้องซัมเมอร์ค่ะ น้องเป็นหนึ่งในทีมของเรา จะเป็นผู้ดูแลและประสานงานโดยตรงสำหรับส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลศิลปินค่ะ”ซัมเมอร์เบิกตากว้าง ทั้งอายและตกใจ มือที่ถือมือถือรีบพลิกหน้าจอลงแนบกับหน้าขาตัวเองอย่างไว หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ“ซัมเมอร์เป็นคนเก่ง คล่องตัวมาก เธอพูดได้หลายภาษา แล้วก็มีประสบการณ์ทำงานกับศิลปินต่างชาติ รับรองได้เลยค่ะว่า เธอจะดูแลทั้งองศาและพาทีอย่างดีแน่นอน”เสียงชมเชยพรั่งพรูออกมาจากหัวหน้าของเธอ ทำให้ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกฉายแสงบนเวทีโดยที่ไม่ได้เตรียมตัว เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามยิ้มและลุกขึ้นยืนช้าๆ“สวัสดีค่ะ หนูชื่อซัมเมอร์นะคะ ขอบคุณพี่ๆ ที่ให้โอกาสหนูได้ช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ หนูจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ” เธอพูดจบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุดทว่ามีสายตาหนึ่งจ้องมาจนทำให้เธอต้องหลบ มันไม่ใช่สายตาขององศาหรือพาที หากแต่เป็นสายตาของ ซินดี้ ผู้จัดการส่วนตัวของทั้งสองคนซินดี้นั่งไขว่ห้างอยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะประชุม ใบหน้าเรียบเฉยแต่สายตาคมกริบจ้องตรงมาที่ซัมเมอร์ราวกับกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง“น้องซัมเมอร์คะ” เสียงข
เวลาประชุมงวดเข้ามาทุกที ซัมเมอร์ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำของออฟฟิศ แต่งแต้มใบหน้าให้ดูสดใสขึ้นเพื่อต้อนรับการมาเยือนขององศากับพาทีมือทั้งสองข้างกำแน่นจนเหงื่อซึม เธอสูดหายใจเข้าลึก แล้วพ่นลมหายใจออกยาวๆ พยายามขจัดความฟุ้งซ่านที่พัดโหมเข้ามาในหัว“เรื่องนี้...ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด!” เธอยังคงท่องกับตัวเองซ้ำๆ แม้เรื่องที่เธอจะได้ใกล้ชิดองศากับพาทีควรจะเป็นข่าวดีที่เธอสามารถกรีดร้องดังๆ ในกลุ่มแฟนด้อมได้ แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่เธอต้องเก็บไว้คนเดียว ไม่เพียงต้องปิดบังเพื่อนในด้อมที่มักจะคุยกันทุกเรื่อง แต่ยังต้องปิดบังเพื่อนร่วมงานและศิลปินทั้งสองคนด้วยถ้าพี่องศากับพี่พาทีรู้ว่าเราคือแฟนคลับตัวยง งานนี้คงจบไม่สวยแน่! เธอคิดพลางจินตนาการถึงผลเสียที่จะตามมาหากความจริงเปิดเผยเมื่อถึงเวลาเข้าห้องประชุม ซัมเมอร์กดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดลงลึกสุดหัวใจ หยิบสมุดโน้ตกับปากกาเข้าไปนั่งประจำที่ของตัวเอง การประชุมเริ่มต้นด้วยการนำเสนอแผนงานใหญ่จากพี่นัทและทีมอาวุโส ทุกคนตั้งใจฟังอย่างจริงจัง รวมทั้งซัมเมอร์ที่พยายามโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำ แต่แล้วประตูห้องประชุมกลับเปิดออก พร้อมกับเสียงทักทายเป็นกันเอ
ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ซัมเมอร์ได้ดูแลศิลปินระดับแถวหน้ามาแล้วมากมาย ทั้งชายและหญิง ศิลปินไทยที่เธอเคยดูแลล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง เกาหลีไม่ต้องพูดถึง เพียงแค่ได้เจอไอดอลระดับแนวหน้าอย่างวงบอยแบนด์ชื่อดัง เธอก็แทบกรีดร้องในใจมาแล้วหลายครั้ง ไหนจะศิลปินจากจีนที่เธอเคยต้องใช้ภาษาจีนกลางเจรจารายละเอียดงาน หรือแม้แต่ครั้งที่ต้องดูแลทีมถ่ายทำภาพยนตร์จากจากฮอลลีวูด ที่บินตรงมาถ่ายทำฉากการจัดงานอีเวนต์ใหญ่ใจกลางกรุงชีวิตเหมือนจะเพอร์เฟกต์ แต่จริงๆ แล้วเธอก็แค่สาวโสดธรรมดา ที่มีทั้งงานหนักและความฝันเต็มหัว ซัมเมอร์มักถามตัวเองเวลานั่งคนเดียวบนโซฟาในห้อง ข้างกายมีแฟ้มงานแฟ้มใหญ่ที่หอบมาจากบริษัทต้องเคลียร์แม้ภายนอกเธอจะดูเข้มแข็ง แต่ลึกๆ แล้ว ซัมเมอร์ก็มีช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าเช่นกัน การต้องเจอคนหลากหลายประเภทในแต่ละวัน ทำงานภายใต้ความกดดัน และต้องดูแลศิลปินระดับโลกที่มีมาตรฐานสูง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่สิ่งที่ทำให้เธอผ่านมันมาได้ ก็คือพลังแห่งความสุขเล็กๆ ที่เธอได้รับจากด้อมองศาพาทีที่เธอรักแค่เห็นคลิปพี่องศายิ้มให้พาที หรือเห็นภาพที่พาทีแอบส่งสายตาให้องศา ร่างกายก็เหมือนได้ชาร์จแบตแล้วแต่
ยามบ่ายในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซัมเมอร์ หญิงสาวร่างบางหน้าตาจิ้มลิ้ม ทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องนอน ดวงตาใสแป๋วจ้องหน้าจอไอแพดที่เปิดค้างไว้ ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังเลื่อนดูรูปภาพและข้อมูลใหม่ในกลุ่มแฟนด้อมคู่จิ้นคู่ฮอตอย่าง องศา กับ พาที อย่างตั้งอกตั้งใจ“เชื่อมั่นในความมโนของพวกเรานะทุกคน!” ซัมเมอร์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง “นี่ไงล่ะ เสื้อพี่องศาตัวนี้ลายเหมือนเสื้อที่พี่พาทีใส่เมื่อเดือนก่อนเลย! อร๊าย...แบบนี้ตู้เสื้อผ้าเดียวกันแหงๆ”หญิงสาวขยายภาพบนหน้าจอเพื่อดูให้ชัดขึ้น พลางไฮไลต์จุดสำคัญในหน้าจอไอแพดด้วยสีชมพูสด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอและเพื่อนๆ ในกลุ่มแฟนด้อมตั้งข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของคู่จิ้นสุดฮอตคู่นี้ เธอเชื่อว่าทุกการกระทำ ทุกโพสต์ ทุกภาพถ่ายล้วนมีความหมายที่ซ่อนอยู่“เอาแล้วๆ เรื่องนี้ต้องแชร์ในกลุ่มด่วน!” ซัมเมอร์รีบพิมพ์ข้อความกลุ่มปิดในเฟซบุ๊คที่เธอเป็นสมาชิกอยู่หลายปี แนบรูปเปรียบเทียบเสื้อที่คิดว่าเป็นตัวเดียวกัน พร้อมข้อความกระตุ้นให้ทุกคนร่วมวิเคราะห์‘ทุกคน ลองสังเกตกันดูดีๆ สิ เสื้อพี่องศากับพี่พาทีเหมือนกันเป๊ะ หรือว่านี่จะเป็นเสื้อคู่? มาค่ะ มาช่วยกันหาคำตอบ’เพียงไม




![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


