ホーム / รักโบราณ / สาวใช้ของนายตัวร้าย / ตอนที่ 5 ข้าเป็นเพียงขอท่านเจ้าค่ะ

共有

ตอนที่ 5 ข้าเป็นเพียงขอท่านเจ้าค่ะ

作者: Naiyana
last update 公開日: 2026-03-13 21:38:28

หลังจากพูดคุยกับจางเหว่ยเรียบร้อยแล้ว ซิงอีก็ถูกพาให้ไปยังที่พักของตนเอง ที่นี่แบ่งที่พักหนึ่งห้องต่อหนึ่งคนแต่ภายในห้องไม่ได้กว้างมากมาย มีแค่เตียงนอน ชั้นเสื้อผ้า และโต๊ะ1ตัว เพราะไม่ค่อยมีบ่าวรับใช้มากนัก ทำให้มีห้องว่างค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่เพราะจวนแห่งนี้ไม่มีเงินมากพอจะจ้างบ่าวรับใช้ แต่ชื่อเสียงที่ขึ้นว่าโหดร้ายของเจ้าของจวน ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากมาขายตัวเป็นบ่าวรับใช้มากนัก ถึงบ่าวรับใช้จะน้อยแต่ค่าตอบแทนก็นับว่ามากทีเดียว ในแต่ละเดือนได้ถึง 1 เหรียญเงิน เมื่อเทียบกับจวนอื่นๆ ที่ได้แค่ 80 เหรียญทองแดงเท่านั้น ได้เงินเยอะแล้วอย่างไรหากทำผิดจนต้องถูกฆ่าทิ้งก็ไม่คุ้มเสีย

ซิงอีเดินสำรวจของในห้องอย่างพึงพอใจ นางมีที่ซุกหัวนอนแล้ว ข้าวก็มีให้กินฟรี แถมเงินก็ได้อีกเสียด้วย ต่อไปนี้ก็แค่หลีกเลี่ยงไม่ให้เจอจางเหว่ย ตั้งใจทำงานแล้วหาทางกลับโลกใบเก่าให้ได้ หากกลับไม่ได้จริงๆก็เก็บเงินให้มากและออกไปจากที่นี่ ซิงอีกล่าวอย่างหมายมั่นในใจ

ก๊อกๆ!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ซิงอีจึงเดินไปเปิดทันที

“นี่คือชุดของเจ้า เปลี่ยนเสร็จแล้วไปพบอี๋นัวที่เรือนเคร่งระเบียบด้วย”

หญิงสาวที่อยู่หน้าประตูเอ่ยปากบอกซิงอี จากนั้นเดินออกไปทันที หญิงสาวจะถามว่าไปทางไหนก็ไม่ทันเสียแล้ว ซิงอีมองชุดที่ถูกยื่นให้ จากนั้นนำไปสวมใส่ทันที

ซิงอีหมุนตัวหน้ากระจกด้วยความพึงพอใจ ถึงเป็นแค่ชุดสาวใช้แต่นับว่าดูดีเป็นอย่างมาก เป็นผ้าสีฟ้าขาวดูเรียบร้อยถึงเนื้อผ้าจะไม่ดีมากแต่ก็ถือว่าใช้ได้ ผมครึ่งบนถูกจัดแต่งทรงสวยเหมือนกับบ่าวที่นำชุดมาให้เธอเมื่อสักครู่ หญิงสาวสามารถทำตามได้ทันทีที่เห็น เพราะประสบการณ์ดูแลนางเอกชื่อดังที่เล่นซีรี่ส์ย้อนยุคมาไม่รู้กี่เรื่อง ทำให้นางชำนาญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จากนั้นปักด้วยปิ่นไม้ที่ถูกนำมาให้พร้อมกับชุดเช่นกัน เมื่อตรวจดูความเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงเดินออกจากห้องพัก แต่ไม่ลืมที่จะล็อกห้องไว้เป็นอย่างดี

ซิงอีเดินมาตามทางที่บ่าวรับใช้ชายบอก ตอนที่นางเอ่ยถามก็ได้ยินว่ามาทางนี้ แต่ตอนนี้นางเดินหากว่า 1 เค่อแล้ว แต่ยังไม่เห็นเรือนที่ชื่อว่าเรือนเคร่งระเบียบเลย ตอนนี้นางอยู่ตรงหน้าเรือนตู้เจวียน หญิงสาวมองซ้ายทีขวาทีเพื่อหาคนที่สามารถจะบอกทางให้นางได้ แต่ก็พบว่าไม่เห็นมีเลยสักคน ซิงอีจึงเดินไปทางเรือนตู้เจวียน จากนั้นเปิดประตูชะโงกแค่หน้าเข้าไปในประตู แต่ก็ต้องชนกับอกกว้างที่ยืนอยู่

“โอ๊ยย จมูกข้า”

ซิงอีร้องออกมาและจับที่จมูกเมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรก็สบายใจ พลางคิดในใจ “ดีที่ร่างนี้เป็นจมูกของจริง” แต่แล้วนางรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงไอของคนที่นางเผลอไปชนเข้าเมื่อสักครู่

“บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ”

ซิงอีรีบกล่าวขอโทษและก้าวถอยหลังออกมา 1 ก้าว

“เป็นบ่าวรับใช้คนใหม่ล่ะสิ”

เสียงทุ้มกล่าวถามอย่างอ่อนโยน ซิงอีจึงเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เมื่อนางเห็นหน้าของชายตรงหน้าก็ทำให้หญิงสาวตกตลึงทันที “โลกนี้มีแต่คนหน้าตาดีสินะ” ซิงอีคิดในใจ เพราะชายที่ยืนหน้าตนตอนนี้ผมดำยาวพริ้วไหวครึ่งบนถูกมัดรวบด้วยเชือกสีขาวยาวลงมากับผมครึ่งล่าง ผมด้านหน้าถูกปล่อยออกมาเล็กน้อยเครื่องหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ แต่งกายด้วยชุดสีขาวยาวดูสง่างาม บวกกับน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อสักครู่ยิ่งทำให้คนที่ได้ยินต่างต้องมนต์เมื่อพบเห็น

“เจ้าได้ยินหรือไม่”

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกรอบ

“เอ่อ…คือว่าบ่าวพึ่งเข้ามาทำงานใหม่เจ้าค่ะ เลยทำให้หลงทาง ต้องขออภัยที่รบกวนคุณชายเจ้าค่ะ”

ซิงอีที่เหม่อลอยไปนานพึ่งหาเสียงตัวเองเจอแล้วกล่าวออกไป ดูจากการแต่งตัวไม่ใช่บ่าวรับใช้เป็นแน่

“เจ้าจะไปที่ใดหรือ”

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อนโยนอีกครั้ง

“บ่าวจะไปเรือนเคร่งระเบียบเจ้าค่ะ”

ซิงอีบอกจุดหมายของตนเผื่อชายหนุ่มจะช่วยชี้ทางให้ได้

“เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด ข้าจะไปที่นั้นพอดี”

ชายหนุ่มพูดจบก็ยิ้มให้หญิงสาว เดินนำออกไปก่อน ซิงอีจึงเดินตามหลังไป ใช้เวลาประมาณครึ่งเค่อก็ถึง พบว่าเรือนเคร่งระเบียบหรือเรือนที่นางหานั้น นางเลี้ยวผิดทาง แทนที่จะเลี้ยวทางซ้ายและดันเลี้ยวมาทางขวาแทน ชายหนุ่มเดินเข้าไปในเรือนและตามด้วยซิงอี เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปก็มีหญิงอายุราวๆ 50ปี เดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“คารวะคุณชายผู่เย่วเจ้าค่ะ มีอะไรให้บ่าวรับใช้เจ้าคะ” บ่าวหญิงกล่าวขึ้นทันที

“ข้าเพียงนำคนมาส่งเท่านั้น”

ผู่เย่วหรือชายหนุ่มที่เดินมากับซิงอีกล่าวขึ้น ซิงอีที่เห็นว่าชายหนุ่มเป็นถึงคุณชายก็รีบย่อกายทำความเคารพ ผู่เย่วหันมาพยักหน้าให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนเดินออกจากเรือนเคร่งระเบียบไป

“เอาล่ะ เมื่อเจ้ามาแล้วก็เริ่มกันเลย ข้ามีนามว่าอี๋นัวเป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้ของที่นี้ เจ้ามีนามว่าอันใดหรือเอาป้ายชื่อเจ้ามาให้ข้าดู”

หัวหน้าบ่าวรับใช้เอ่ยแนะนำตัว

“คือว่า ข้ามีนามว่าซิงอีเจ้าค่ะ เคยเป็นแค่ขอทานมาก่อน ไม่มีป้ายชื่อหรอกเจ้าค่ะ”

ซิงอีเอ่ยบอกความจริงไป

“ขอทานงั้นหรือ”

อี๋นัวถามด้วยความประหลาดใจ เคยเป็นขอทานเหตุใดรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณถึงได้ดีขนาดนี้

“เจ้าค่ะ”

“เอาล่ะไม่เป็นไร เรื่องนั้นพ่อบ้านหลิวจะทำเรื่องให้เจ้าเอง”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ซิงอีเอ่ยปากขอบคุณอี๋นัวด้วยความซาบซึ้ง ป้ายชื่อก็เหมือนบัตรประชาชนของคนที่นี้ จากนั้นหัวหน้าบ่าวรับใช้ก็อธิบายบริเวณต่างๆ ของจวนนี้โดนชี้ภาพที่จำลองเรือนต่างๆไว้ให้ซิงอีดูว่าเรือนไหนอยู่ตรงไหนและชื่อว่าอะไรบ้าง จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่า ที่นี่มีใครอาศัยอยู่บ้างโดยเจ้าของจวนแห่งนี้คือจางเหว่ย จะอาศัยอยู่เรือนหลัก ส่วนเรือนรองมีญาติห่างๆ ฝั่งแม่ของจางเหว่ยมาอาศัยอยู่ด้วยก็คือผู่เย่วคุณชายที่นางพบเมื่อสักครู่ และฟางเหนียงเป็นน้องสาวของผู่เย่วและมารดานามว่าเจียอิ๋น พอฟังมาถึงตอนนี้ซิงอีก็เกิดความสงสัย จวนใหญ่ขนาดนี้เหตุใดถึงมีคนอาศัยอยู่แค่ 4 คน หากไม่รวมบ่าวรับใช้

“แล้วพ่อแม่ของคุณชายจางเหว่ยล่ะเจ้าคะ”

ซิงอีเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ก็โดนตีที่แขนเบาๆทันที

“เจ้าอย่าพูดถึงเชียว หากยังอยากทำงานอยู่ที่นี่ เอาเป็นว่าเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องรู้และห้ามพูดถึงเด็ดขาด”

“เจ้าค่ะข้าจะระวังไว้”

“เช่นนั้นบ่ายนี้เจ้าไปทำความสะอาดบริเวณเรือนรุ่ยเซียงแล้วกัน เจ้าไปถูกหรือไม่”

อี๋นัวเอ่ยสั่งเมื่อเห็นว่านี้ก็ได้เวลาทานอาหารตอนเที่ยงเเล้ว นางพึ่งเข้ามาใหม่เลยคิดที่จะให้ทำงานง่ายๆ ไปก่อน

“ไปถูกเจ้าค่ะ งั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะ”

เมื่อหญิงสาวเห็นอี๋นัวพยักหน้าจึงเดินออกไป

.

ณ เรือนรุ่ยเซียง

เมื่อถึงเวลาซิงอีก็มาทำความสะอาดตามที่อี๋นัวสั่งไว้ เรือนแห่งนี้คือเรือนตำรา นางทำได้แค่ตัดกิ่งไม้ กวาดใบไม้ อยู่ที่สวนหย่อมแค่นั้น เพราะตำแหน่งของบ่าวรับใช้ที่นี่ก็แบ่งเป็นระดับฐานะเช่นกัน โดยแบ่งตามการปักปิ่น ปิ่นไม้ธรรมดาคือเป็นบ่าวที่คอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณรอบนอกไม่สามารถเข้าไปภายในเรือนได้ ปิ่นไม้ที่มีลวดลายดูแลความเรียบร้อยรวมถึงความสะอาดภายในเรือน ปิ่นเงินคือบ่าวที่ทำอาหาร ร่วมถึงค่อยเสิร์ฟน้ำชาต่างๆ และบ่าวรับใช้ตำแหน่งสูงสุดคือปิ่นหยกสีขาวคือบ่าวรับใช้คนสนิทของคุณชายแต่ละท่าน ส่วนตอนนี้บนหัวของหญิงสาวปักแค่ปิ่นไม้ธรรมดาเท่านั้น จึงต้องมาทำความสะอาดตากเเดดตากลมเช่นนี้

ซิงอีทำความสะอาดไม่นานก็ได้ยินเสียงหญิงสาวคุยกันหน้าประตูเรือน จึงได้หันไปดูพบว่าเป็นบ่าวรับใช้หญิง 2 คนกำลังยืนคุยกันอยู่

“เจ้าเอาเข้าไปเถอะ ข้าทนไม่ไหวแล้ว”

บ่าวรับใช้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นพลางยื่นถาดที่มีกาน้ำร้อนและถ้วยชาอยู่ใส่ในมือของคนบ่าวอีกคน

“วันนี้ข้าแต่งตัวไม่เรียบร้อย เจ้าเอาไปเถอะ”

หญิงที่โดนวางถาดในมือส่งถาดคืนกลับไป และวิ่งหนีกลับออกไปทันที

“ทำเช่นไรดี”

บ่าวรับใช้ที่ยืนบิดด้วยความทรมานพูดขึ้นทันที ตอนนี้นางปวดถ่ายหนักเป็นอย่างมาก หากนางเผลอผ่ายลมออกมาตอนเอาชาไปเสิร์ฟจะทำเช่นไร บ่าวรับใช้คนนั้นมองซ้ายทีขวาทีอย่างหาตัวช่วย แต่แล้วสายตาก็หันมาเจอซิงอีที่ยืนดูอยู่ ซิงอีที่เห็นบ่าวรับใช้คนนั้นหันมาทางตนก็รีบก้มหน้ากวาดใบไม้ต่อทันที

“นี่เจ้า เจ้านั้นแหละมานี้หน่อย”

บ่าวรับใช้คนนั้นเรียกซิงอีให้ไปหา เมื่อเห็นว่าซิงอีไม่เดินไปก็เดินไปหานางที่กวาดใบไม้อยู่

“ข้ารบกวนเจ้าเอาชานี่ไปเสริฟให้คุณชายจางเหว่ยที ข้าไม่ไหวแล้ว”

เมื่อพูดจบก็จับไม้กวาดในมือของซิงอีออก และยัดถาดชาใส่ในมือของหญิงสาวทันที

“ข้าปักแค่ปิ่นไม้ธรรมดา ไม่สามารถเข้าเรือนได้”

หญิงสาวกล่าวอย่างปฏิเสธ

“คุณชายยังไม่มาหรอก เจ้ารีบเอาเข้าไปว่างและรีบออกมาก็พอ”

บ่าวรับใช้พูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไปทันที เพราะนางไม่สามารถทนได้แล้ว

ซิงอีมองถาดชาที่อยู่ในมือ จากนั้นเดินไปที่หน้าประตู หญิงสาวสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นใจ จากนั้นค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปด้านในช้าๆ พบว่าด้านในไม่มีใครอยู่ จางเหว่ยยังไม่ทันได้มาอย่างที่บ่าวรับใช้คนนั้นบอก นางจึงเดินเข้ามาวางถาดที่โต๊ะตำราอย่างสบายใจ แต่ตาเหลือบไปเห็นตำราที่ว่างอยู่บนโต๊ะ จึงได้ยื่นคอเข้าไปอ่านอย่างอยากรู้อยากเห็น โดนที่นางไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังเดินเข้ามา และเดินมายืนอยู่ด้านหลังนาง เมื่อซิงอีเห็นว่าตำรานั้นไม่มีอะไร เเละไม่กล้าเปิดตำรานั้นดูเห็นแค่ชื่อหน้าปกที่เขียนว่า วิธีฝึกวรยุทธขั้นสูงสุดเท่านั้น จึงหมุนตัวเพื่อจะกลับออกไป แต่แล้วนางก็ต้องตกใจเมื่อเห็นจางเหว่ยจู่ๆก็มายืนอยู่หลังนาง จังหวะที่หญิงสาวตกใจนั้นเองทำให้นางต้องล้มหงายหลัง หญิงสาวยื่นมือไขว้ขว้างเพื่อหาอะไรจับยึด แต่ก็คว้าได้เพียงอากาศ

ตุบ!

เสียงร่างของหญิงสาวกระทบกับพื้น จางเหว่ยที่ยืนเอามือไขว้หลังอยู่ เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นก็ส่งเสียงหึ! ในลำคอเล็กน้อย จากนั้นเดินไปนั่งประจำที่โต๊ะเขียนตำราอีกข้าง ซิงอีลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเลเพราะยังรู้สึกเจ็บก้นอยู่ แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาเพราะกลัวชายหนุ่มจะสั่งฆ่าทิ้งอีก

“เจ้าไม่รู้หรือ ว่าปิ่นไม้ธรรมดาของเจ้าไม่สามารถเข้ามาได้” จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ

“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่บ่าวที่นำชามาให้ท่านไม่สบายกระทันหัน ข้าเลยนำมาให้แทนนาง”

ซิงอีรีบอธิบายให้ชายหนุ่มฟัง จางเหว่ยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่นางแทนตนเองว่าข้าแทนที่จะแทนตนเองว่าบ่าวอย่างคนอื่นๆ คนที่เเทนตัวเองเช่นนี้เขาอนุญาตให้แค่ผู้ช่วยคนสนิทของเขาพูดได้เท่านั้น

“เช่นนั้นเจ้ากลับไปบอกบ่าวคนนั้นว่าให้ลาออกไปซะ” จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้ม จนทำให้ซิงอีที่ได้ยินตัวสั่นเล็กน้อย

“ส่วนเจ้า…..”

ชายหนุ่มพูดพลางมองมาทางหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าด้วยท่าทางหวาดกลัวตน

“ข้าจะไม่เข้ามาที่นี่อีกแล้วเจ้าค่ะ จะตั้งใจทำงานของตัวเองแค่ด้านนอกเท่านั้น”

ซิงอีรีบบอกกล่าวด้วยกลัวว่าตนจะโดนไล่ออก นางพึ่งเขามาทำงานได้แค่ไม่ถึง 1 วันก็จะโดนไล่ออกซะงั้น

“มาฝนหมึกให้ข้า”

จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเรียบ

“อะไรนะเจ้าคะ”

หญิงสาวถามขึ้นเพราะคิดว่าคงหูฝาด

“หรือเจ้าอยากโดนไล่ออกอีกคน”

“ทำเจ้าค่ะ ข้าทำ”

ซิงอีรีบวิ่งมาฝนหมึกให้ชายหนุ่มทันทีเพราะกลัวจะโดนไล่ออกหรือถูกสั่งฆ่าทิ้งอีก

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 59 จบบริบูรณ์

    10 ปีผ่านไปแสงอาทิตย์ในยามเช้าส่องกระทบเข้ากับใบหน้าเนียนที่นอนอยู่ที่เตียงกว้าง"อื้ออ... เจ้าอย่าขยับยังเช้าอยู่เลย"จางเหว่ยส่งเสียงห้ามคนตัวเล็กที่ซุกอยู่ในอ้อมกอด ตอนนี้นางกำลังจะลุกหนีเขาเหมือนทุกวันอีกแล้ว ชายหนุ่มจึงต้องกระชับอ้อมกอดไม่ให้นางลุกไปไหนได้ ซิงอีผลักร่างชายหนุ่มออกเล็กน้อยอย่างไม่ให้เขาเอาแต่ใจ"นี่มันสายแล้วนะเพคะ พระองค์ควรลุกได้แล้ว""แต่ข้าพึ่งได้นอนกอดเจ้าไม่กี่ชั่วยามเองนะ" จางเหว่ยส่งเสียงออดอ้อนเหมือนอย่างเด็กน้อย และใช้ใบหน้าถูไปที่ซอกคอขาวอย่างเอาแต่ใจ"ท่านหยุดนะเพคะ"หญิงสาวดิ้นพลางผลักชายหนุ่มออกห่างตัว แต่นั้นยิ่งทำให้เขาได้ใจนอกจากจะถูใบหน้าแล้วยังพรมจูบและไซ้คอหญิงสาวไม่หยุด"หอมจัง...""ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ อีกไม่นานจะได้เวลาประชุมหน้าท้องพระโรงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"เสียงหม่ากงกงตะโกนเข้ามาในห้องบรรทม ซิงอีที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาในทันที จางเหว่ยถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ พลางทำหน้าไม่พอใจ"พระองค์ควรลุกจริงๆแล้วเพคะ"เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับก้นกลมของหญิงสาวไม่แรงนัก ซิงอีทำสีหน้าตกใจและเปลี่ยนเป็นโมโหในทันที"ท่านตีข้าทำไมเจ้าคะ""ก็พูดได้หนิ ข้าบอกเจ้

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 58 สมรสพระราชทาน(Nc)

    1 เดือนผ่านไปเสียงบรรเลงเพลงมงคลล่องลอยไปตามสายลมในช่วงสาย ดวงอาทิตย์สีทองอร่ามที่ทำหน้าที่เพียงส่องสว่างแต่ไม่ร้อนแผดเผา ทุกพื้นที่ในวังหลวงถูกตกแต่งด้วยผ้ามงคลสีแดง การตกแต่งดูงดงามอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่นอกวังหลวง ชาวบ้านที่ถึงแม้จะหวาดกลัวความโหดเหี้ยมของเจ้าบ่าวมานาน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะร่วมตกแต่งบ้านเรือนเพื่อร่วมแสดงความยินดี เพราะรู้ดีว่าคนที่คอยช่วยเหลือและปกป้องมาตลอดนั้นไม่ใช่ใครแต่เป็นเจ้าบ่าวในวันนี้พรมแดงถูกปูตั้งแต่ด้านนอกจนถึงท้องพระโรง เหล่าทหารกล้ายืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบหลายหมื่นนายเพื่อร่วมเป็นพยานรักให้แก่ทั้งคู่ จางเหว่ยในชุดสีแดงมงคลที่ถูกตัดทำขึ้นพิเศษ ทั้งประณีตและสง่างามมือหนากระชับมือบางที่กุมอยู่ ซิงอีก้มมองมือหนาและเงยขึ้นมายิ้มให้ชายหนุ่ม วันนี้นางสวมชุดสีแดงเข้าคู่กับจางเหว่ยและถูกคลุมหน้าด้วยผ้าบางมงคลสีแดง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นภาพได้อย่างเลือนรางว่ามีใครอยู่ที่นี่กับนางบ้าง เมื่อพิธีเริ่มคู่บ่าวสาวก็กุมมือกันเดินเข้าท้องพระโรงด้วยท่าทางสง่างามและเหมาะสมกันอย่างเป็นที่สุด กลีบดอกกุหลาบสีแดงถูกโปรยขณะที่ทั้งคู่ค่อยๆก้าวเดิน เหล่าทหารที่

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 57 ก่อกบฏ

    วันก่อนงานอภิเษกซิงอียืนอยู่ที่หน้าต่าง เหม่อมองด้านนอกที่อากาศเริ่มเย็นในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล"พรุ่งนี้ท่านจะมาใช่หรือไม่"ซิงอีเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ นี่ก็เกือบ 2อาทิตย์แล้วที่นางไม่ได้ข่าวคราวจากจางเหว่ยเลย และพรุ่งนี้ก็เป็นวันสมรสแล้วด้วย ถึงนางจะเป็นกังวลแต่ก็เชื่อมั่นในตัวเขาอย่างที่เคยเชื่อมั่นมาโดยตลอด อีกด้านในตอนนี้ จื่อหยางกำลังเดินหมากกับฮ่องเต้ในห้องส่วนตัว แต่ระหว่างสองคนกลับไม่ได้เอ่ยคำสนทนาอันใดกันเลย มีเพียงเสียงของหมากกระทบที่กระดานเท่านั้น แต่ขณะนั้นเองก็มีเสียงของคนจำนวนมากรูเข้ามาที่ห้อง "นี่มันอะไรกัน ทหาร~~~~"ฮ่องเต้เอ่ยตะโกนเสียงดังลั่นห้อง แต่กลับไม่มีทหารเลยแม้แต่สักคนเข้ามาจื่อหยางที่กำลังเดินหมากอยู่กับฮ่องเต้ก็ต้องตกใจเช่นกัน นี่มันเรื่องอันใดกัน หัวหน้าที่นำคนพวกนี้เข้ามานั่นก็คือลูกน้องคนสนิทอีกคนของเขาเอง อย่าบอกนะว่า....."ทหารไปที่ใดหมด"ฮ่องเต้ตะโกนเสียงดังอีกครั้ง จากนั้นหันไปทางจื่อหยางที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆด้วยแววตาที่มีคำถามมากมาย จื่อหยางที่รู้แล้วว่าตอนนี้คนที่บุกเข้ามาทั้งหมดคือคนของตน นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าลูกน้องของเขาเข้าใจว่าเขาจะก่อกบฏ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 56 เพียงเจอหน้าเจ้าก็ไม่เจ็บแล้ว

    "องค์ชาย แม่นางซิงอีมาขอรับ"หนิงเกาที่อยู่หน้ากระโจมเอ่ยขึ้น ที่หนิงเกาเอ่ยเช่นนี้เป็นเพราะคนทั่วไปรู้จักหญิงสาวนาม ห่าวเข่อซิงเท่านั้น ส่วนซิงอีเป็นนามที่ไม่รู้จักมากนัก จึงใช้ชื่อนี้แทน "เข้ามา" จางเหว่ยเอ่ยอนุญาตอย่างรวดเร็ว ซิงอีตอนนี้ไม่ได้แต่งกายด้วยชุดที่นางสวมใส่ แต่เป็นชุดของนางกำนัลแทน"หมอตัวจริงมาแล้วสินะ เช่นนั้นก็คงหมดหน้าที่ข้า"กู้จวินเอ่ยแซวสหายของตน ก่อนที่จะหันมายิ้มให้หญิงสาวและเดินออกไปจากกระโจม ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่ตามลำพัง"ท่านเจ็บมากหรือไม่" ซิงอีเอ่ยถามชายหนุ่มและเข้าไปนั่งลงข้างๆ จางเหว่ยเอื้อมมือไปจับที่มือบางขึ้นมาหอมด้วยความคิดถึง"ขอเพียงกลับมาแล้วเจอหน้าเจ้า ไม่ว่าจะเจออะไร หนักหนามากแค่ไหนข้าก็ไม่มีทางเป็นอะไรไปแน่" ซิงอีที่ได้ยินเช่นนั้นจึงขึงตาใส่ชายหนุ่มเล็กน้อย"กู้จวินบอกว่า เจ้าบรรเลงเพลงกู่เจิงเช่นนั้นหรือ""เจ้าค่ะ ท่านคงไม่ว่าอะไรที่ข้าเอ่อ....""ไม่เป็นอันใด เจ้ามิต้องกังวลไม่ว่าเจ้าจะทำอันใด ทำเพื่อข้าหรือตัวเจ้าเองขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าไม่มีวันโทษเจ้า" จางเหว่ยเอ่ยพลางดึงหญิงสาวเข้ามากอด "คืนนี้นอนกับข้าเถิด""ได้อย่างไรเจ้าคะ ข้าต้องร

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 55 เช่นนั้นเจ้ามอบคนผู้หนึ่งให้ข้าเป็นอย่างไร

    จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาที่ด้านหลังลานพิธี ทุกคนหันไปตามเสียงก็พบเข้ากับจางเหว่ยที่เดินเข้ามา ชายหนุ่มยิ้มกว้างแต่ค่อยๆเดินอย่างช้าๆ หนิงเกาที่ได้เห็นก็รู้สึกโล่งใจและดีใจจนจางเหว่ยรู้สึกได้ ชายหนุ่มจึงพยักหน้าให้เล็กน้อยเพราะเขารู้ดีว่าลูกน้องคนนี้นั้นเป็นห่วงเขามากเช่นไร"น้องสามเหตุใดมองข้าอย่างกับเห็นผีเช่นนั้น" จางเหว่ยเอ่ยกับจื่อหยางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และจ้องไปที่ตาอย่างผู้ชนะ"ลูกขอประทานอภัยเสร็จพ่อที่มาช้า เป็นเพราะตอนเข้าป่าชุดลูกได้รับความเสียหาย ทำให้ฉีกขาดเกรงว่ามันอาจดูไม่ดีนักจึงรีบไปเปลี่ยนก่อนมาพ่ะย่ะค่ะ"จื่อหยางมองชุดที่ชายหนุ่มสวมใส่พบว่ามันสะอาดจริงอย่างที่บอก มันเหมือนกับว่าไม่ได้ผ่านการต่อสู้อันใดมาเลยแม้แต่น้อย"ไม่เป็นอะไร เจ้ามาก็ดีแล้ว"ฮ่องเต้เอ่ยพลางยิ้มออกมา และส่งสัญญาณให้เริ่มทำการนับแต้มได้ ซิงอีมองมาทางจางเหว่ยและชายหนุ่มเองก็มองไปทางหญิงสาวพอดีทำให้ทั้งคู่สบตากัน จางเหว่ยพยักหน้าและยิ้มให้หญิงสาวเพื่อต้องการบอกว่าเขาไม่เป็นอันใด ซิงอีรู้ดีว่าเขาต้องได้รับบาดเจ็บเป็นแน่เพราะจากท่าทางการเดินของเขามันดูไม่ปกติ หญิงสาวจำได้ครั้งแรกที่พบกับชายหนุ่ม เ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 54 องค์ชายรองอยู่ที่ใด เหตุใดไม่กลับมาพร้อมพวกเจ้า

    ในป่าลึกจางเหว่ยกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับคนร้ายฝีมือดีกว่า 20 คน พวกมันสามารถตั้งรับและเข้าจู่โจมเหมือนอย่างที่ฝึกฝนร่วมกันมาเป็นอย่างดี จางเหว่ยตวัดปลายดาบขึ้นจนปาดเข้าที่คอของคนร้าย โลหิตสีแดงพุ่งเป็นสายน้ำออกมา "1"จางเหว่ยเอ่ยขึ้นเมื่อสังหารได้ 1คน ยังเหลืออีก19 คน เขาใช้วรยุทธ์พุ่งทะยานขึ้นเหนือพื้นแล้ววาดดาบมาตรงหน้า ใช้สองนิ้วกรีดเข้ากับดาบคมของตนจนมีโลหิตไหลออกมารวมกับดาบ ทุกครั้งที่เขาต้องต่อสู้มักจะทำเช่นนั้นเป็นประจำ จากนั้นรวบรวมสมาธิและหมุนตัวคล้ายพายุเกลียวพุ่งใส่ชายชุดดำตรงหน้า โลหิตสีแดงกระจายออกมาตรงที่เขาพุ่งใส่ จบกระบวนท่านี้เขาถึงกับทรุดลงไปกับพื้น โลหิตสีแดงกระเด็นจนเปื้อนที่แก้มเขาหนึ่งข้างจนดูน่ากลัว " 2 3 4 5 6"จางเหว่ยนับคนที่ตนพึ่งสังหารไป จากนั้นก็ลุกขึ้นต่อสู้ใหม่ ถึงท่าเมื่อสักครู่จะใช้กำลังไปมากแต่เขาก็ไม่มีเวลาที่จะหยุด เขาคาดการณ์ว่าการต่อสู้นี้ยังคงอีกหลายชั่วยามเป็นแน่ถึงรู้ผลแพ้ชนะ เขาใช้กระบวนท่าง่ายๆเพื่อไม่ให้ตนเองต้องใช้กำลังมากเกินไป แต่ก็ยังสังหารเพิ่มได้"บัดซบ หลงกลจนได้"จางเหว่ยอุทานออกมาเมื่อหลงกล จนตอนนี้ตนเองถูกแยกมาอีกทางที่ไกลจาก

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 14 ข้าอยากกลับบ้าน ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว

    เสียงสายลมพัดผ่านเข้ามาในห้อง ทำให้เสียงกระดิ่งที่ตกแต่งอยู่ตรงหน้าต่างปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากการหลับใหล ซิงอีบิดขี้เกียจเล็กน้อยอย่างเกียจคร้าน ตลอด1 อาทิตย์ที่ผ่านมา นางใช้แรงกายแรงใจไปมากกับการเป็นผู้ช่วยของชายหนุ่ม การช่วยงานข้างกายก็เหนื่อยพอแรงแล้วยังต้องมารองรับอารมณ์อีก ดีนะที่โลกก่อนนางเป็นผ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 13 ออกไปไหนมา

    “นางไปที่ใด”จางเหว่ยเอ่ยถามบ่าวรับใช้ที่ตนให้ไปตามหญิงสาว“บ่าวรับใช้ที่ห้องพักบอกว่านางออกไปด้านนอกจวนขอรับ”“หากนางมาถึงแล้วให้มาพบข้า” “ขอรับ” บ่าวรับใช้รับคำเสร็จก็วิ่งออกไปชายหนุ่มนั่งลงไปกับเตียงอย่างหมดแรง จากนั้นนอนเอามืออังที่หน้าผาก เพราะพิษจากอาการแพ้ ถึงแม้ผื่นจะหายไปแล้วแต่ยังหลงเหล

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 12 ขะ..ข้าแค่มาหาของเฉยๆ

    ซิงอีหลังจากโดนจางเหว่ยไล่ก็ตรงกลับที่พักของตน แต่กลับพบว่าถุงหอมที่ข้างเอวของตนหายอีกแล้ว ทุกครั้งที่ไปตำหนักจวี๋ฮวาเหตุใดถุงหอมมักหายทุกครั้ง นางเสียค่าปรับถุงหอมไปแล้วถึง 2 ครั้ง ครานี้นางไม่มีเงินจะเสียค่าปรับแล้ว เลยเลือกจะกลับไปหาถุงหอม "ถ้าแอบเข้าไปคงไม่เป็นไรหรอก" หญิงสาวกล่าวกับตนเองอย่า

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 11 น้ำลายเจ้าจะหยดลงบนหัวข้าอยู่แล้ว

    "ฟางเหนียงคารวะญาติผู้พี่เจ้าค่ะ" เสียงหวานเอ่ยทักทายชายหนุ่มที่หน้าประตูของเรือนรับรอง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหล่าชาวบ้านรวมถึงบ่าวรับใช้ชายบริเวณนั้นต่างต้องตกตะลึงเมื่อพบเห็นรอยยิ้มของนาง ด้วยใบหน้าสวยหวานหยดย้อย กิริยาท่าทางเรียบร้อยดูสง่างามของนางล้วนมัดใจหนุ่มน้อยใหญ่ได้อย่างง่ายดาย "เจ้ามีอันใด

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status