หน้าหลัก / รักโบราณ / สาวใช้ของนายตัวร้าย / ตอนที่ 5 ข้าเป็นเพียงขอท่านเจ้าค่ะ

แชร์

ตอนที่ 5 ข้าเป็นเพียงขอท่านเจ้าค่ะ

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-13 21:38:28

หลังจากพูดคุยกับจางเหว่ยเรียบร้อยแล้ว ซิงอีก็ถูกพาให้ไปยังที่พักของตนเอง ที่นี่แบ่งที่พักหนึ่งห้องต่อหนึ่งคนแต่ภายในห้องไม่ได้กว้างมากมาย มีแค่เตียงนอน ชั้นเสื้อผ้า และโต๊ะ1ตัว เพราะไม่ค่อยมีบ่าวรับใช้มากนัก ทำให้มีห้องว่างค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่เพราะจวนแห่งนี้ไม่มีเงินมากพอจะจ้างบ่าวรับใช้ แต่ชื่อเสียงที่ขึ้นว่าโหดร้ายของเจ้าของจวน ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากมาขายตัวเป็นบ่าวรับใช้มากนัก ถึงบ่าวรับใช้จะน้อยแต่ค่าตอบแทนก็นับว่ามากทีเดียว ในแต่ละเดือนได้ถึง 1 เหรียญเงิน เมื่อเทียบกับจวนอื่นๆ ที่ได้แค่ 80 เหรียญทองแดงเท่านั้น ได้เงินเยอะแล้วอย่างไรหากทำผิดจนต้องถูกฆ่าทิ้งก็ไม่คุ้มเสีย

ซิงอีเดินสำรวจของในห้องอย่างพึงพอใจ นางมีที่ซุกหัวนอนแล้ว ข้าวก็มีให้กินฟรี แถมเงินก็ได้อีกเสียด้วย ต่อไปนี้ก็แค่หลีกเลี่ยงไม่ให้เจอจางเหว่ย ตั้งใจทำงานแล้วหาทางกลับโลกใบเก่าให้ได้ หากกลับไม่ได้จริงๆก็เก็บเงินให้มากและออกไปจากที่นี่ ซิงอีกล่าวอย่างหมายมั่นในใจ

ก๊อกๆ!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ซิงอีจึงเดินไปเปิดทันที

“นี่คือชุดของเจ้า เปลี่ยนเสร็จแล้วไปพบอี๋นัวที่เรือนเคร่งระเบียบด้วย”

หญิงสาวที่อยู่หน้าประตูเอ่ยปากบอกซิงอี จากนั้นเดินออกไปทันที หญิงสาวจะถามว่าไปทางไหนก็ไม่ทันเสียแล้ว ซิงอีมองชุดที่ถูกยื่นให้ จากนั้นนำไปสวมใส่ทันที

ซิงอีหมุนตัวหน้ากระจกด้วยความพึงพอใจ ถึงเป็นแค่ชุดสาวใช้แต่นับว่าดูดีเป็นอย่างมาก เป็นผ้าสีฟ้าขาวดูเรียบร้อยถึงเนื้อผ้าจะไม่ดีมากแต่ก็ถือว่าใช้ได้ ผมครึ่งบนถูกจัดแต่งทรงสวยเหมือนกับบ่าวที่นำชุดมาให้เธอเมื่อสักครู่ หญิงสาวสามารถทำตามได้ทันทีที่เห็น เพราะประสบการณ์ดูแลนางเอกชื่อดังที่เล่นซีรี่ส์ย้อนยุคมาไม่รู้กี่เรื่อง ทำให้นางชำนาญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จากนั้นปักด้วยปิ่นไม้ที่ถูกนำมาให้พร้อมกับชุดเช่นกัน เมื่อตรวจดูความเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงเดินออกจากห้องพัก แต่ไม่ลืมที่จะล็อกห้องไว้เป็นอย่างดี

ซิงอีเดินมาตามทางที่บ่าวรับใช้ชายบอก ตอนที่นางเอ่ยถามก็ได้ยินว่ามาทางนี้ แต่ตอนนี้นางเดินหากว่า 1 เค่อแล้ว แต่ยังไม่เห็นเรือนที่ชื่อว่าเรือนเคร่งระเบียบเลย ตอนนี้นางอยู่ตรงหน้าเรือนตู้เจวียน หญิงสาวมองซ้ายทีขวาทีเพื่อหาคนที่สามารถจะบอกทางให้นางได้ แต่ก็พบว่าไม่เห็นมีเลยสักคน ซิงอีจึงเดินไปทางเรือนตู้เจวียน จากนั้นเปิดประตูชะโงกแค่หน้าเข้าไปในประตู แต่ก็ต้องชนกับอกกว้างที่ยืนอยู่

“โอ๊ยย จมูกข้า”

ซิงอีร้องออกมาและจับที่จมูกเมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรก็สบายใจ พลางคิดในใจ “ดีที่ร่างนี้เป็นจมูกของจริง” แต่แล้วนางรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงไอของคนที่นางเผลอไปชนเข้าเมื่อสักครู่

“บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ”

ซิงอีรีบกล่าวขอโทษและก้าวถอยหลังออกมา 1 ก้าว

“เป็นบ่าวรับใช้คนใหม่ล่ะสิ”

เสียงทุ้มกล่าวถามอย่างอ่อนโยน ซิงอีจึงเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เมื่อนางเห็นหน้าของชายตรงหน้าก็ทำให้หญิงสาวตกตลึงทันที “โลกนี้มีแต่คนหน้าตาดีสินะ” ซิงอีคิดในใจ เพราะชายที่ยืนหน้าตนตอนนี้ผมดำยาวพริ้วไหวครึ่งบนถูกมัดรวบด้วยเชือกสีขาวยาวลงมากับผมครึ่งล่าง ผมด้านหน้าถูกปล่อยออกมาเล็กน้อยเครื่องหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ แต่งกายด้วยชุดสีขาวยาวดูสง่างาม บวกกับน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อสักครู่ยิ่งทำให้คนที่ได้ยินต่างต้องมนต์เมื่อพบเห็น

“เจ้าได้ยินหรือไม่”

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกรอบ

“เอ่อ…คือว่าบ่าวพึ่งเข้ามาทำงานใหม่เจ้าค่ะ เลยทำให้หลงทาง ต้องขออภัยที่รบกวนคุณชายเจ้าค่ะ”

ซิงอีที่เหม่อลอยไปนานพึ่งหาเสียงตัวเองเจอแล้วกล่าวออกไป ดูจากการแต่งตัวไม่ใช่บ่าวรับใช้เป็นแน่

“เจ้าจะไปที่ใดหรือ”

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อนโยนอีกครั้ง

“บ่าวจะไปเรือนเคร่งระเบียบเจ้าค่ะ”

ซิงอีบอกจุดหมายของตนเผื่อชายหนุ่มจะช่วยชี้ทางให้ได้

“เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด ข้าจะไปที่นั้นพอดี”

ชายหนุ่มพูดจบก็ยิ้มให้หญิงสาว เดินนำออกไปก่อน ซิงอีจึงเดินตามหลังไป ใช้เวลาประมาณครึ่งเค่อก็ถึง พบว่าเรือนเคร่งระเบียบหรือเรือนที่นางหานั้น นางเลี้ยวผิดทาง แทนที่จะเลี้ยวทางซ้ายและดันเลี้ยวมาทางขวาแทน ชายหนุ่มเดินเข้าไปในเรือนและตามด้วยซิงอี เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปก็มีหญิงอายุราวๆ 50ปี เดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“คารวะคุณชายผู่เย่วเจ้าค่ะ มีอะไรให้บ่าวรับใช้เจ้าคะ” บ่าวหญิงกล่าวขึ้นทันที

“ข้าเพียงนำคนมาส่งเท่านั้น”

ผู่เย่วหรือชายหนุ่มที่เดินมากับซิงอีกล่าวขึ้น ซิงอีที่เห็นว่าชายหนุ่มเป็นถึงคุณชายก็รีบย่อกายทำความเคารพ ผู่เย่วหันมาพยักหน้าให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนเดินออกจากเรือนเคร่งระเบียบไป

“เอาล่ะ เมื่อเจ้ามาแล้วก็เริ่มกันเลย ข้ามีนามว่าอี๋นัวเป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้ของที่นี้ เจ้ามีนามว่าอันใดหรือเอาป้ายชื่อเจ้ามาให้ข้าดู”

หัวหน้าบ่าวรับใช้เอ่ยแนะนำตัว

“คือว่า ข้ามีนามว่าซิงอีเจ้าค่ะ เคยเป็นแค่ขอทานมาก่อน ไม่มีป้ายชื่อหรอกเจ้าค่ะ”

ซิงอีเอ่ยบอกความจริงไป

“ขอทานงั้นหรือ”

อี๋นัวถามด้วยความประหลาดใจ เคยเป็นขอทานเหตุใดรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณถึงได้ดีขนาดนี้

“เจ้าค่ะ”

“เอาล่ะไม่เป็นไร เรื่องนั้นพ่อบ้านหลิวจะทำเรื่องให้เจ้าเอง”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ซิงอีเอ่ยปากขอบคุณอี๋นัวด้วยความซาบซึ้ง ป้ายชื่อก็เหมือนบัตรประชาชนของคนที่นี้ จากนั้นหัวหน้าบ่าวรับใช้ก็อธิบายบริเวณต่างๆ ของจวนนี้โดนชี้ภาพที่จำลองเรือนต่างๆไว้ให้ซิงอีดูว่าเรือนไหนอยู่ตรงไหนและชื่อว่าอะไรบ้าง จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่า ที่นี่มีใครอาศัยอยู่บ้างโดยเจ้าของจวนแห่งนี้คือจางเหว่ย จะอาศัยอยู่เรือนหลัก ส่วนเรือนรองมีญาติห่างๆ ฝั่งแม่ของจางเหว่ยมาอาศัยอยู่ด้วยก็คือผู่เย่วคุณชายที่นางพบเมื่อสักครู่ และฟางเหนียงเป็นน้องสาวของผู่เย่วและมารดานามว่าเจียอิ๋น พอฟังมาถึงตอนนี้ซิงอีก็เกิดความสงสัย จวนใหญ่ขนาดนี้เหตุใดถึงมีคนอาศัยอยู่แค่ 4 คน หากไม่รวมบ่าวรับใช้

“แล้วพ่อแม่ของคุณชายจางเหว่ยล่ะเจ้าคะ”

ซิงอีเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ก็โดนตีที่แขนเบาๆทันที

“เจ้าอย่าพูดถึงเชียว หากยังอยากทำงานอยู่ที่นี่ เอาเป็นว่าเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องรู้และห้ามพูดถึงเด็ดขาด”

“เจ้าค่ะข้าจะระวังไว้”

“เช่นนั้นบ่ายนี้เจ้าไปทำความสะอาดบริเวณเรือนรุ่ยเซียงแล้วกัน เจ้าไปถูกหรือไม่”

อี๋นัวเอ่ยสั่งเมื่อเห็นว่านี้ก็ได้เวลาทานอาหารตอนเที่ยงเเล้ว นางพึ่งเข้ามาใหม่เลยคิดที่จะให้ทำงานง่ายๆ ไปก่อน

“ไปถูกเจ้าค่ะ งั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะ”

เมื่อหญิงสาวเห็นอี๋นัวพยักหน้าจึงเดินออกไป

.

ณ เรือนรุ่ยเซียง

เมื่อถึงเวลาซิงอีก็มาทำความสะอาดตามที่อี๋นัวสั่งไว้ เรือนแห่งนี้คือเรือนตำรา นางทำได้แค่ตัดกิ่งไม้ กวาดใบไม้ อยู่ที่สวนหย่อมแค่นั้น เพราะตำแหน่งของบ่าวรับใช้ที่นี่ก็แบ่งเป็นระดับฐานะเช่นกัน โดยแบ่งตามการปักปิ่น ปิ่นไม้ธรรมดาคือเป็นบ่าวที่คอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณรอบนอกไม่สามารถเข้าไปภายในเรือนได้ ปิ่นไม้ที่มีลวดลายดูแลความเรียบร้อยรวมถึงความสะอาดภายในเรือน ปิ่นเงินคือบ่าวที่ทำอาหาร ร่วมถึงค่อยเสิร์ฟน้ำชาต่างๆ และบ่าวรับใช้ตำแหน่งสูงสุดคือปิ่นหยกสีขาวคือบ่าวรับใช้คนสนิทของคุณชายแต่ละท่าน ส่วนตอนนี้บนหัวของหญิงสาวปักแค่ปิ่นไม้ธรรมดาเท่านั้น จึงต้องมาทำความสะอาดตากเเดดตากลมเช่นนี้

ซิงอีทำความสะอาดไม่นานก็ได้ยินเสียงหญิงสาวคุยกันหน้าประตูเรือน จึงได้หันไปดูพบว่าเป็นบ่าวรับใช้หญิง 2 คนกำลังยืนคุยกันอยู่

“เจ้าเอาเข้าไปเถอะ ข้าทนไม่ไหวแล้ว”

บ่าวรับใช้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นพลางยื่นถาดที่มีกาน้ำร้อนและถ้วยชาอยู่ใส่ในมือของคนบ่าวอีกคน

“วันนี้ข้าแต่งตัวไม่เรียบร้อย เจ้าเอาไปเถอะ”

หญิงที่โดนวางถาดในมือส่งถาดคืนกลับไป และวิ่งหนีกลับออกไปทันที

“ทำเช่นไรดี”

บ่าวรับใช้ที่ยืนบิดด้วยความทรมานพูดขึ้นทันที ตอนนี้นางปวดถ่ายหนักเป็นอย่างมาก หากนางเผลอผ่ายลมออกมาตอนเอาชาไปเสิร์ฟจะทำเช่นไร บ่าวรับใช้คนนั้นมองซ้ายทีขวาทีอย่างหาตัวช่วย แต่แล้วสายตาก็หันมาเจอซิงอีที่ยืนดูอยู่ ซิงอีที่เห็นบ่าวรับใช้คนนั้นหันมาทางตนก็รีบก้มหน้ากวาดใบไม้ต่อทันที

“นี่เจ้า เจ้านั้นแหละมานี้หน่อย”

บ่าวรับใช้คนนั้นเรียกซิงอีให้ไปหา เมื่อเห็นว่าซิงอีไม่เดินไปก็เดินไปหานางที่กวาดใบไม้อยู่

“ข้ารบกวนเจ้าเอาชานี่ไปเสริฟให้คุณชายจางเหว่ยที ข้าไม่ไหวแล้ว”

เมื่อพูดจบก็จับไม้กวาดในมือของซิงอีออก และยัดถาดชาใส่ในมือของหญิงสาวทันที

“ข้าปักแค่ปิ่นไม้ธรรมดา ไม่สามารถเข้าเรือนได้”

หญิงสาวกล่าวอย่างปฏิเสธ

“คุณชายยังไม่มาหรอก เจ้ารีบเอาเข้าไปว่างและรีบออกมาก็พอ”

บ่าวรับใช้พูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไปทันที เพราะนางไม่สามารถทนได้แล้ว

ซิงอีมองถาดชาที่อยู่ในมือ จากนั้นเดินไปที่หน้าประตู หญิงสาวสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นใจ จากนั้นค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปด้านในช้าๆ พบว่าด้านในไม่มีใครอยู่ จางเหว่ยยังไม่ทันได้มาอย่างที่บ่าวรับใช้คนนั้นบอก นางจึงเดินเข้ามาวางถาดที่โต๊ะตำราอย่างสบายใจ แต่ตาเหลือบไปเห็นตำราที่ว่างอยู่บนโต๊ะ จึงได้ยื่นคอเข้าไปอ่านอย่างอยากรู้อยากเห็น โดนที่นางไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังเดินเข้ามา และเดินมายืนอยู่ด้านหลังนาง เมื่อซิงอีเห็นว่าตำรานั้นไม่มีอะไร เเละไม่กล้าเปิดตำรานั้นดูเห็นแค่ชื่อหน้าปกที่เขียนว่า วิธีฝึกวรยุทธขั้นสูงสุดเท่านั้น จึงหมุนตัวเพื่อจะกลับออกไป แต่แล้วนางก็ต้องตกใจเมื่อเห็นจางเหว่ยจู่ๆก็มายืนอยู่หลังนาง จังหวะที่หญิงสาวตกใจนั้นเองทำให้นางต้องล้มหงายหลัง หญิงสาวยื่นมือไขว้ขว้างเพื่อหาอะไรจับยึด แต่ก็คว้าได้เพียงอากาศ

ตุบ!

เสียงร่างของหญิงสาวกระทบกับพื้น จางเหว่ยที่ยืนเอามือไขว้หลังอยู่ เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นก็ส่งเสียงหึ! ในลำคอเล็กน้อย จากนั้นเดินไปนั่งประจำที่โต๊ะเขียนตำราอีกข้าง ซิงอีลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเลเพราะยังรู้สึกเจ็บก้นอยู่ แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาเพราะกลัวชายหนุ่มจะสั่งฆ่าทิ้งอีก

“เจ้าไม่รู้หรือ ว่าปิ่นไม้ธรรมดาของเจ้าไม่สามารถเข้ามาได้” จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ

“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่บ่าวที่นำชามาให้ท่านไม่สบายกระทันหัน ข้าเลยนำมาให้แทนนาง”

ซิงอีรีบอธิบายให้ชายหนุ่มฟัง จางเหว่ยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่นางแทนตนเองว่าข้าแทนที่จะแทนตนเองว่าบ่าวอย่างคนอื่นๆ คนที่เเทนตัวเองเช่นนี้เขาอนุญาตให้แค่ผู้ช่วยคนสนิทของเขาพูดได้เท่านั้น

“เช่นนั้นเจ้ากลับไปบอกบ่าวคนนั้นว่าให้ลาออกไปซะ” จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้ม จนทำให้ซิงอีที่ได้ยินตัวสั่นเล็กน้อย

“ส่วนเจ้า…..”

ชายหนุ่มพูดพลางมองมาทางหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าด้วยท่าทางหวาดกลัวตน

“ข้าจะไม่เข้ามาที่นี่อีกแล้วเจ้าค่ะ จะตั้งใจทำงานของตัวเองแค่ด้านนอกเท่านั้น”

ซิงอีรีบบอกกล่าวด้วยกลัวว่าตนจะโดนไล่ออก นางพึ่งเขามาทำงานได้แค่ไม่ถึง 1 วันก็จะโดนไล่ออกซะงั้น

“มาฝนหมึกให้ข้า”

จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเรียบ

“อะไรนะเจ้าคะ”

หญิงสาวถามขึ้นเพราะคิดว่าคงหูฝาด

“หรือเจ้าอยากโดนไล่ออกอีกคน”

“ทำเจ้าค่ะ ข้าทำ”

ซิงอีรีบวิ่งมาฝนหมึกให้ชายหนุ่มทันทีเพราะกลัวจะโดนไล่ออกหรือถูกสั่งฆ่าทิ้งอีก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 30 คุณชายแบบนี้หนักเกินไปหรือไม่

    ณ ห้องโถงของเรือนรับรองบรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความเงียบจนชวนน่าอึดอัด จางเหว่ยนั่งที่หน้าสุดมีสีหน้าเหมือนอย่างจะฆ่าคนได้หากผู้ใดเผลอขยับตัวหรือส่งเสียงออกมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกหนิงเกาพาเข้ามาทั้งหมด รวมไปถึงเจียอิ๋นและฟางเหนียงด้วย"คุณชายเรียกพวกเรามามีอันใดหรือ"เป็นเจียอิ๋นเอ่ยถามขึ้น ที่จริงนางก็พอรู้ว่าชายหนุ่มเรียกมาเพราะเรื่องอันใด แต่ด้วยความที่นางมีอาวุโสมากที่สุดจึงกล้าที่จะเอ่ยถาม ถึงแม้ว่านางจะมีความผิดแต่ชายหนุ่มก็ยังต้องเกรงใจนางหลายส่วน"ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ท่านก็น่าจะพอทราบมาแล้ว ข้าจึงอยากถามว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไรจะได้ลงโทษคนให้ถูก"ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น จนทำให้เจียอิ๋นถึงกลับหน้าเสีย"ต้องลงโทษอันใดกันเจ้าคะนางเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ เหตุใดท่านต้องเรียกพวกเรามาเพื่อสอบถามถึงเพียงนี้"ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหจนลืมตัวที่จะรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานที่ตนทำมาตลอด นางทนไม่ได้ที่คุณชายทำเช่นนี้เพื่อบ่าวรับใช้คนเดียวเขาถึงขนาดเรียกนางและท่านแม่ของนางมาถามเช่นนี้"เหนียงเอ๋อร์" เจียอิ๋นรีบเอ่ยห้ามบุตรสาวของตนเอง

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 29 ข้าขอเป็นคนไม่เจียมตัวที่จะชอบท่านได้หรือไม่

    ผู่เย่วกำร่มในมือแน่นขณะที่มองจางเหว่ยอุ้มซิงอีเข้าไปในเรือน นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อนาง สุดท้ายก็ยังช้ากว่าอยู่ดี "คุณชายไปเถอะขอรับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว""ไปเถอะ"ผู่เย่วเอ่ยเพียงสั้นๆจากนั้นเดินกลับเรือนของตน บ่าวรับใช้คนสนิทมองผู่เย่วด้วยแววตาสงสาร เมื่อสักครู่ตอนที่คุณชายตามหาแม่นางซิงอีอย่างบ้าคลั่งยังติดตาเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้เมื่อมาเจอนางมากับคุณชายจางเหว่ยแล้วทำให้อดเห็นใจไม่ได้.จางเหว่ยหลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาในเรือน ชายหนุ่มนั่งที่เตียงข้างๆหญิงสาวที่ยังใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมเอาไว้ มือหนาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าขาวซีดของนางอย่างทะนุถนอม เขาพึ่งคลาดกับนางไม่นาน มาอีกทีกลับเห็นนางตกอยู่ในสภาพนี้ ดีที่ตอนเขาคุยอยู่กับฝ่าบาทอยู่นั้นไม่มีองครักษ์แน่นหนามาก จึงทำให้องครักษ์ที่เขาให้ตามคอยดูแลนางสามารถเข้ามาใกล้ได้และใช้วรยุทธบอกกล่าวให้เขารู้ได้"เจ็บมากหรือไม่" จางเหว่ยเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ซิงอีลืมตาขึ้นและทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกชายหนุ่มห้ามไว้"ข้าเปียกอยู่เจ้าค่ะ" "เจ้าบาดเจ็บอยู่ หากขยับมากจะทำให้บาดแผลอักเสบมากยิ่งขึ้น"

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 28 ซิงอี นางแย่แล้วขอรับ

    ณ ป้อมปราการทางเข้าประตูวังหลวง มีคนผู้หนึ่งที่เป็นถึงมังกรของแผ่นดิน และอีกคนที่มีฐานะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ยืนมองดูภาพชาวบ้านที่ดำรงชีวิตอีกด้านของกำแพงวังหลวง ด้านในดูเงียบสงบจนวังเวงส่วนอีกด้านดูครึกครื้นมีชีวิตชีวา"ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาวันนี้มีเรื่องอันใดก็บอก กล่าวมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของชายชาวบ้านธรรมดาคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคนนั้นคือจางเหว่ยที่จู่ๆก็ถูกเรียกตัวเข้ามาอย่างลับๆ"ข้าเป็นพ่อของเจ้า เหตุใดไม่เรียกเช่นนั้น"ชายอายุวัยกลางคนที่เป็นถึงมังกรแผ่นดินเอ่ยเสียงเข้มพลางหันมามองหน้าบุตรชายของตนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นแรมปี"ฝ่าบาทคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง พระองค์เป็นถึงเจ้าแผ่นดิน หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจะไปเป็นถึงบุตรชายของพระองค์ได้เช่นไร" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบพลางมองภาพทิวทัศน์ของชาวบ้านด้านล่าง"เจ้ายังคงเป็นเช่นเคย""ฝ่าบาทก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ มีคนเคยบอกว่าแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่เคยลืมว่าฐานะตนเองเป็นใคร"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบอย่างมั่นคง เพื่อทำให้คนตรงหน้าเขานั้นรับรู้ได้ว่า คำว่าพ่อคำนั้นไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขาอีกแล้ว ฮ่องเ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   คอนที่ 27 แค่สหาย หรือว่าที่เจ้าบ่าวในห้องหอกันแน่

    ก๊อกๆ"คุณชายข้าซิงอีเจ้าค่ะ" "เข้ามา"เสียงชายหนุ่มอนุญาตดังออกมาจากในเรือน หญิงสาวก้มสูดดมตัวเองเล็กน้อยว่าไร้กลิ่นสุราหรือไม่ จากนั้นใช้มือตบไปที่แก้มของตนอย่างเรียกสติ นางไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมึนๆหัวเสียอย่างนั้น หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแต่ก็ยังอยู่ห่างมากอยู่ดีเพราะกลัวเขาได้กลิ่นสุรา ถ้าขืนนางมัวแต่อาบน้ำแล้วมาช้าก็คงถูกดุอยู่ดี มาเร็วแบบนี้ยังดีเสียกว่า"เหตุใดมิเข้ามา" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย"คะ...คือว่าข้ายังไม่ได้อาบน้ำเจ้าค่ะ กลัวท่านจะเหม็น" "ข้าไม่ถือ"จางเหว่ยเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ เขาจะรังเกียจนางได้เช่นไร นางคือคนประเภทเดียวกับเขาที่ต้องอาบน้ำเช้าเย็น ถึงตอนนี้นางจะไม่ได้อาบน้ำตัวนางก็หอมเช่นเคย"ข้ายืนตรงนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านมีอันใดก็สั่งข้ามาได้เลย" ซิงอียังยืนยันคำเดิม "เข้ามานี่"จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้มขึ้น ซิงอีจึงจำใจต้องเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุใดวันนี้นางถึงยืนอยู่ห่างเขามากเสียอย่างนั้น มือหนากำเข้ากันแน่นด้วยความโมโห นางพึ่งห่างกับเขาได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม เอาเวลาที่ไหนไปดื่มสุราได้ ชายหนุ่มเงยหน้ามองหญิงส

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 26 อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ

    ซิงอีปูที่นอนของตนที่ข้างเตียงใหญ่ โชคดีที่ทางโรงเตี๊ยมมีที่นอนสำรองเอาไว้ให้ ไม่งั้นคืนนี้หญิงสาวจะต้องนอนหนาวเพราะไม่มีผ้าห่มหรือที่นอนอุ่นๆให้นอนเป็นแน่ ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยกลิ่นหอมสดชื่น หญิงสาวก้มดมตนเองเพื่อดูว่ามีกลิ่นตัวหรือไม่ ปกตินางจะอาบน้ำทุกเย็นถึงแม้เข้าฤดูหนาวคนที่นี่จะไม่อาบน้ำกันเท่าไหร่ บางคนก็ 4-5 วันอาบครั้ง เมื่อพบว่าตนไม่มีกลิ่นตัวก็สบายใจขึ้นมา เพราะถ้าหากให้นางอาบน้ำทั้งที่ชายหนุ่มอยู่ในห้องข้างๆเช่นนี้นางยอมนอนทั้งที่ไม่อาบน้ำยังจะดีกว่า จะให้นางทำเช่นไรได้ก็คนไม่ชินนี่หน่าหญิงสาวนอนพลิกไปมาท่ามกลางความมืด ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้อาบน้ำ หญิงสาวยื่นหนูไปข้างเตียงเพื่อฟังว่าชายหนุ่มนั้นหลับหรือยัง แต่กลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ "นี่เขายังหายใจอยู่หรือไม่กัน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ เมื่อไม่ได้ยินเสียงชายหนุ่มมาสักพักใหญ่และแน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว ซิงอีจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปที่ห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย นางใช้เวลาไม่นานก็ปลดเสื้อผ้าและลงไปแช่น้ำทันที โชคดีที่ยังมีน้ำอุ่นที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่ หากให้อาบน้ำเย็นพ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 25 ท่านหมายถึง...พักห้องเดียวกับท่านหรือเจ้าคะ

    เกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ถูกสะสมมาหลายวันตอนนี้เริ่มละลายลง จนพื้นดินกลายเป็นสีเขียวในรอบหลายวันจากสีของใบหญ้า แสงแดดสีทองในยามเย็นส่องกระทบมาที่ผิวของหญิงสาวในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างไม่รีบเร่ง ม่านหน้าต่างทั้งสองข้างของรถม้าถูกเปิดออกเพื่อให้คนด้านในสามารถมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้ซิงอีใช้แขนทั้งสองข้างเกาะหน้าต่างรถม้าเพื่อดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้รถม้ากำลังเคลื่อนตัวอยู่บนเนินภูเขาสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ทำให้เห็นภาพของบ้านเรือนด้านล่างและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด“สวยจังเลยเจ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้ละสายตามาจากภาพวิวด้านนอก นางอยากจะเก็บความรู้สึกนี้ไปนานๆ เป็นอย่างที่คนเคยว่าภาพถ่ายหรือภาพวาดต่อให้เหมือนจริงแค่ไหนก็ไม่สู้เห็นด้วยตา"ย่อมงดงามอยู่แล้ว" จางเหว่ยที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสุขุมมองไปที่หญิงสาวแล้วเอ่ยตอบ"ว๊าย~~~" ซิงอีอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อจู่ๆรถม้าก็โคลงเคลงเมื่อตกหลุม จังหวะนั้นทำให้นางที่กำลังเกาะริมหน้าต่างอยู่ต้องหงายหลัง จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงใช้แขนรับร่างหญิงสาวไม่ให้กองไปกับพื้น เป็นช่วงเดียวกับที่ซิงอีเองก็พยายามหาอันใดยึดเกาะ จึงใช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status