แชร์

ตอนที่ 4 ฆ่านางซะ!

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-13 21:36:36

“จะพูดหรือไม่” ชายที่ถือดาบจ่อคอซิงอีพูดขึ้นอีกครั้ง

“พูดเจ้าค่ะๆ ข้าพูดแล้ว”

ซิงอีพูดออกมาด้วยตัวสั่นเทาเพราะดาบที่จ่อคอนางตอนนี้หากขยับเข้ามาหาเธออีกแค่เพียงน้อยนิด นั้นต้องทำให้นางจบชีวิตลงได้ทันที ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่ยกมือขึ้นเป็นเชิงให้ผู้ช่วยของเขาเก็บดาบลง เมื่อดาบถูกเก็บไปแล้วซิงอีจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นมองหน้าชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของจวน แล้วก้มหัวลงไปกับพื้นทันทีจนชายหนุ่มตกใจ

“ข้าเพียงจะมาขายตัวเป็นบ่าวที่สำนักเหมียนเตี้ยนเจ้าค่ะ แต่พอมาถึงก็เห็นป้ายติดประกาศไว้ว่าปิดทำการ ด้วยความที่ตอนนี้เริ่มมืดค่ำแล้วและฝนทำท่าว่าจะตก ข้าไม่มีที่ไปแต่ก่อนเป็นเพียงขอทาน อยากปรับปรุงตัวเองให้ดีกว่านั่งขอเงินผู้อื่น จึงเลือกมาใช้แรงงานเเลกเงิน เมื่อไม่มีทางไปแล้วเห็นบันไดพาดอยู่อีกฝั่งจึงปีนขึ้นมาดูเฉยๆ ไม่มีเจตนาเข้ามาทำเรื่องไม่ดีเจ้าคะ”

ซิงอีพูดร่ายยาวเสียงดังทั้งที่หน้ายังก้มลงไปที่พื้น เพราะหญิงสาวยังไม่อยากตายจนกว่าจะหาทางกลับโลกใบเก่าของนางได้

“เงยหน้าขึ้น”

ชายหนุ่มพูดเสียงเข้ม ทำให้ซิงอีสะดุ้งเล็กน้อย และค่อยๆเงยหน้าขึ้นเพราะความกลัว

“ข้าจะเชื่อเจ้าได้เช่นไร”

“ข้าสาบานเจ้าค่ะ หากข้าโกหกขอให้ฟ้าผ่าตาย”

ตู้ม!

เสียงฟ้าร้องดังขึ้นมาหลังจากที่ซิิงอีพูด เพราะตอนนี้ท้องฟ้าทำท่าว่าฝนจะตกอีกไม่นาน

“ฆ่านางซะ”

สิ้นคำชายหนุ่มผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆ ยกดาบเตรียมที่จะฟันหญิงสาวทันที

“ข้าเห็นคนที่ช่วยท่านตรงลำธารเจ้าค่ะ”

ซิงอีที่รู้ว่าตัวเองจะถูกฆ่าแล้วจึงตะโกนออกมาเพื่อหวังว่าหลังชายหนุ่มได้ยินแล้ว เผื่อยืดเวลาไปได้มากกว่านี้ และก็เป็นดั่งที่หญิงสาวคาด เมื่อได้ยินที่นางพูด ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ายกมือห้ามทันที

“เจ้าแอบฟังพวกข้าอย่างนั้นหรือ”

“เปล่านะเจ้าคะ ข้าเพียงบังเอิญได้ยิน ก็พวกท่านพูดเสียงดังขนาดนั้น”

ซิงอีพูดจบก็โดนชายหนุ่มขึงตาใส่ นางจึงต้องปิดปากและก้มหน้าลงกับพื้น

“เจ้าพูดจริงงั้นหรือ”

ชายหนุ่มเอ่ยถามเพื่อยืนยันคำตอบ นางอาจจะแค่หาทางเอาตัวรอดก็ได้

“ท่านถูกธนูยิงที่ท้องด้านซ้าย แล้วก็ลอยมากับท่อนไม้ที่ลำธารท้ายตลาดนอกเมืองหลวงใช่หรือไม่เจ้าคะ”

ซิงอีเอ่ยด้วยความมั่นใจ เพราะเป็นเขาไม่ผิดแน่หน้าตาหล่อๆแบบนี้นางจำได้ดี ชายหนุ่มที่ได้ฟังก็คิดตาม นางรู้รายละเอียดมากกว่าที่เขาพูดเมื่อสักครู่เสียอีก แสดงว่านางรู้จริงๆว่าใครที่ช่วยเขาไว้

“แล้ว…”

ชายหนุ่มยังพูดไม่จบ จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ทั้ง3ต้องวิ่งไปหลบอยู่ที่ศาลาริมน้ำใกล้ๆ

“เอาอย่างไรดีขอรับคุณชาย”

ผู้ช่วยเอ่ยถามนายของตน

“พานางไปขัง รอพรุ่งนี้ข้าจะถามนางอีกที”

ชายหนุ่มพูดขึ้นจากนั้นเดินออกจากศาลาตรงไปเรือนของตนเองทันที

“ได้อย่างไรกัน เฮ้!”

ซิงอีตะโกนออกมาเมื่อได้ยินคำพูดจากชายหนุ่ม และถูกผู้ช่วยขอเขาคุมตัวไปทันที

.

ภายในคุก

ซิงอีถูกคุมตัวมาไว้ในห้องขัง จากนั้นปิดประตูขังนางไว้และเดินออกไปทันที หญิงสาวเดินสำรวจภายในกรงที่นางถูกขัง มีฟางที่เป็นเหมือนที่นอน และโต๊ะ1ตัว ซิงอีนั่งลงอย่างเหนื่อยล้า พลางคิดในใจว่า “ถึงเป็นคุกแต่ก็ยังดีกว่าข้างถนนที่ไม่มีแม้แต่ที่บังฝน”

“เฮ้อออ”

หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่

“แม่หนูเจ้าไปทำอะไรมาหรือ ถึงได้โดนขังที่นี่”

จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากห้องขังข้างๆ ซิงอีจึงเดินเข้าไปหาและนั่งลงใกล้ๆ

“ข้าแอบเข้ามาในจวนเจ้าค่ะ”

“เจ้ากล้าขนาดนั้นเชียวหรือ”ชายห้องข้างๆเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ

“ทำไมหรือเจ้าคะ”

ซิงอีเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เจ้าไม่รู้หรือ จวนแห่งนี้คือจวนของจางเหว่ย ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม ชาวบ้านแถวนี้ต่างกลัวกันหมดไม่มีคนอยากเข้าใกล้ เขาฆ่าคนไม่กระพริบตา ข้าได้ยินว่าแค่บ่าวรับใช้ทำชาหกใส่ ก็ถูกฆ่าล้างยกตระกูลเชี่ยวนะ”

สิ้นคำชายที่อยู่คุกข้างๆ หญิงสาวถึงกับหน้าซีดเผือดและกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางคิดในใจว่า “ฉันรอดมาได้อย่างไรเนี้ย กินใจหมีมาหรืออย่างไร”

“ข้าแนะนำให้เจ้าส่งจดหมายไปสั่งเสียที่บ้านไว้เลย”

ชายคนนั้นพูดพลางส่ายหน้าให้กับหญิงสาว ซิงอีจึงพยักหน้าและลุกขึ้นเดินไปนั่งกลางกรงขังสี่เหลี่ยมด้วยขาอ่อนแรง เมื่อคิดว่าตนเองจะต้องตายอีกรอบในวันพรุ่งนี้นี้แน่ๆ

.

เช้าวันถัดมา

ในกรงขังสี่เหลี่ยมชินอีถูกปลุกจากเสียงไขกุณแจที่หน้าประตูกรงขัง

“ออกมา”

เสียงของผู้คุมคุกแห่งนี้พูดเสียงดัง ซิงอีค่อยๆลุกขึ้นและเดินออกไปด้วยท่าทีหวาดกลัว หญิงสาวถูกพามากลางห้องโถง ที่รอบข้างเต็มไปด้วยชั้นวางตำรามากมายและของตกแต่งโบราณ ที่คาดว่าแต่ละชิ้นเงินเดือนนางที่ทำงานไม่รู้ต้องทำกี่ชาติถึงจะซื้อได้หนึ่งชิ้น ถึงของสวยงามเหล่านี้จะดึงดูดสายตาของหญิงสาวเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้นางกังวลมากกว่า ก็คือเรื่องที่นางจะต้องถูกฆ่าในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ซิงอีถูกผลักให้นั่งลงกลางห้องโถง ด้านหน้ามีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานั่งอยู่ เขาคงเป็นจางเหว่ยที่ชายในคุกเล่าให้ฟังเมื่อวานเป็นแน่ พอสังเกตหน้าตาชายหนุ่มดีๆพบว่าเขาหน้าตาดีกว่าที่นางคิดเป็นอย่างมาก ผมยาวดกดำอย่างสุขภาพดีครึ่งบนถูกรวบขึ้นและปักด้วยปิ่นสีทอง มีปอยผมด้านหน้าลงมาเล็กน้อยทำให้ดูดียิ่งขึ้น คิ้วเรียงตัวกันสวยงาม ดวงตากลมสีดำอิฐคมกริบ จมูกโด่งได้รูป ปากหนาเข้ากับใบหน้า สวมชุดสีดำลวดลายเป็นสีทองด้วยผ้าเนื้อดี บวกกับท่านั่งยิ่งเสริมให้เขาดูสง่างามมากยิ่งขึ้น

“มองพอหรือยัง”

จู่ๆชายที่นางแอบมองอยู่ก็พูดขึ้น พลางปิดตำราที่อ่าน จากนั้นเดินมาทางตน ชายหนุ่มโบกมือให้บ่าวรับใช้ออกไปทั้งหมด ซิงอีที่เห็นเช่นนั้นก็ตัวเเข็งทื่อขึ้นทันที พลางคิดในใจว่า “นี่เขาจะลงมือฆ่านางเองอย่างนั้นถึงได้ไล่คนอื่นไปหมดเช่นนี้”

“ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ต่อไปนี้จะไม่แอบปีนเข้ากำแพงจวนใครแบบนี้อีก ท่านอย่าฆ่าข้าเลยนะเจ้าคะ เห็นแกชีวิตน้อยๆที่กว่าจะโตมาได้ขนาดนี้”

ซิงอีชิงลงมือกล่าวอ้อนวอนก่อน เผื่อชายหนุ่มจะเห็นใจ พร้อมโขกหัวไปที่พื้น จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างมึนงง เขายังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ

“ฆ่าเจ้า…..เช่นนั้นหรือ”

จางเหว่ยเดินไปทางหญิงสาว แต่ก็เลยไปทางชั้นวางตำราที่ด้านหลังนางแทน

“อื้ม~~น่าสนใจ”

ชายหนุ่มพูดพลางหยิบตำราอีกเล่มมาเปิดอ่านอย่างใจเย็น

“ท่านอยากรู้อะไร ข้ายอมบอกทุกอย่างเจ้าค่ะ ไม่ว่าท่านจะให้ข้าทำอะไรข้ายอมทุกอย่าง ขอเพียงท่านอย่าฆ่าก็พอ”

ซิงอีพูดออกมาด้วยความกลัวเมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่ม และคำพูดที่เขาเอ่ยมาเมื่อสักครู่

“ได้หากเจ้าตอบคำถามข้าได้ ข้าอาจพิจารณาปล่อยเจ้าไป”

ปัง!

เสียงตำราที่เป็นไม้ไผ่ถูกโยนลงบนโต๊ะเขียนตำราของชายหนุ่ม ซิงอีเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย พบว่าเขากลับมายืนอยู่ที่ด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรเมื่อกี้เขายังยืนพูดอยู่ด้านหลังนางอยู่เลย

“อย่างแรก เจ้าเล่าเรื่องคนที่ช่วยข้ามาอย่างละเอียด” ชายหนุ่มพูดพลางนั่งลงจิบชาด้วยท่าทางสบายใจ

“คือ…คือว่าคนที่ช่วยท่านวันนั้นเป็นข้าเองเจ้าคะ” ซิงอีเอ่ยออกไปด้วยความประหม่าเล็กน้อย

“แล้วเหตุใดเมื่อวาน เจ้าบอกว่าคนอื่นเป็นคนช่วย”

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ วันนั้นเขาเจ็บหนักถึงขนาดที่ไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ ได้ยินเพียงเสียงของคนที่มาช่วยเขา และเป็นเสียงผู้หญิง

“วันนั้นข้านำเงินท่านไปด้วย 50 เหรียญทองแดงจึงกลัวว่าท่านจะฆ่าข้าเสียก่อน แต่ท่านไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะข้าสัญญาว่าหากข้ารอดไปได้ ข้าจะทำงานหาเงินมาคืนแน่นอน”

ซิงอีรีบแก้ต่างให้ตนเอง ชายหนุ่มยังทำหน้านิ่งเช่นเดิม หญิงสาวจึงเอ่ยปากเล่าเรื่องราววันนั้นทั้งหมดให้ชายหนุ่มฟัง ว่านางเป็นขอทาน เพียงแค่อยากล้างตัวเเล้วหกล้มทำให้มีเลือดไหล ด้วยสภาพเช่นนั้นชาวบ้านที่เห็นจึงคิดว่านางเป็นผีสาง และช่วยชายหนุ่มขึ้นมาบนฝั่ง หญิงสาวเล่าอย่างไม่มีอะไรขาดเหลือแม้แต่น้อย

“ข้าจะเชื่อเจ้าได้เช่นไร”

จางเหว่ยพูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน

“นี่ไงเจ้าคะ แผลในวันนั้นยังไม่หายดีอยู่เลยเจ้าคะ”

หญิงสาวถกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยให้ดูที่หัวเข่าของนางที่ยังมีแผลจากการล้ม และยังไม่หายดี

“นี่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อยู่ดี เจ้าอาจจะถูกส่งตัวมาก็ได้” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ

“ข้าพูดความจริงนะเจ้าค่ะ ให้ข้าสาบา….”

หญิงสาวยังพูดไม่จบก็ต้องเงียบไป เพราะนางจำได้ว่าเมื่อวาน ตอนกล่าวคำสาบานแต่ฟ้าดันร้องจริงขึ้นมาซะงั้น ตอนนี้ยิ่งเป็นฤดูฝนด้วย นางไม่กล้าสาบานอีกแล้วล่ะ

“เช่นนั้นข้าจะดูพฤติกรรมของเจ้าต่อไป จนกว่าเจ้าจะสามารถพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ได้”

สิ้นคำชายหนุ่ม ซิงอีทำสีหน้างงเล็กน้อย สรุปเขาไม่ฆ่านางแล้วใช่เปล่า

“ทำไมหรือ เจ้าบอกว่าเคยเป็นขอทานแล้วอยากใช้แรงงานแลกเงิน แล้วอีกอย่างเจ้าบอกจะคืนเงินข้า 50 เหรียญทองแดง เจ้าคิดจะหนีหนี้หรือ” ชายหนุ่มพูดขึ้น เงินเเต่ 50 เหรียญทองแดงเขาไม่เดือนร้อนหรอก แต่แค่อยากดูว่าแท้จริงนางเข้ามาที่นี่เพราะอะไรกันแน่ และอีกอย่างนางช่วยเขาไว้เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ หากเขาจะต้องตอบแทนนางจริงๆ

“เปล่าเจ้าค่ะ ท่านให้ข้าทำอะไรข้ายอมทำตามทุกอย่างเจ้าค่ะ” ซิงอีพูดอย่างประจบชายหนุ่ม ใครอยากรับใช้เขากันหากนางทำชาหกใส่อย่างที่ชายในคุกเล่าให้ฟังเมื่อวาน นางไม่ถูกฆ่าทิ้งอีกหรือ เอาว่ะอย่างไรก็ยืดเวลาตายเพื่อหาทางกลับโลกตัวเองให้ได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 30 คุณชายแบบนี้หนักเกินไปหรือไม่

    ณ ห้องโถงของเรือนรับรองบรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความเงียบจนชวนน่าอึดอัด จางเหว่ยนั่งที่หน้าสุดมีสีหน้าเหมือนอย่างจะฆ่าคนได้หากผู้ใดเผลอขยับตัวหรือส่งเสียงออกมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกหนิงเกาพาเข้ามาทั้งหมด รวมไปถึงเจียอิ๋นและฟางเหนียงด้วย"คุณชายเรียกพวกเรามามีอันใดหรือ"เป็นเจียอิ๋นเอ่ยถามขึ้น ที่จริงนางก็พอรู้ว่าชายหนุ่มเรียกมาเพราะเรื่องอันใด แต่ด้วยความที่นางมีอาวุโสมากที่สุดจึงกล้าที่จะเอ่ยถาม ถึงแม้ว่านางจะมีความผิดแต่ชายหนุ่มก็ยังต้องเกรงใจนางหลายส่วน"ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ท่านก็น่าจะพอทราบมาแล้ว ข้าจึงอยากถามว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไรจะได้ลงโทษคนให้ถูก"ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น จนทำให้เจียอิ๋นถึงกลับหน้าเสีย"ต้องลงโทษอันใดกันเจ้าคะนางเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ เหตุใดท่านต้องเรียกพวกเรามาเพื่อสอบถามถึงเพียงนี้"ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหจนลืมตัวที่จะรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานที่ตนทำมาตลอด นางทนไม่ได้ที่คุณชายทำเช่นนี้เพื่อบ่าวรับใช้คนเดียวเขาถึงขนาดเรียกนางและท่านแม่ของนางมาถามเช่นนี้"เหนียงเอ๋อร์" เจียอิ๋นรีบเอ่ยห้ามบุตรสาวของตนเอง

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 29 ข้าขอเป็นคนไม่เจียมตัวที่จะชอบท่านได้หรือไม่

    ผู่เย่วกำร่มในมือแน่นขณะที่มองจางเหว่ยอุ้มซิงอีเข้าไปในเรือน นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อนาง สุดท้ายก็ยังช้ากว่าอยู่ดี "คุณชายไปเถอะขอรับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว""ไปเถอะ"ผู่เย่วเอ่ยเพียงสั้นๆจากนั้นเดินกลับเรือนของตน บ่าวรับใช้คนสนิทมองผู่เย่วด้วยแววตาสงสาร เมื่อสักครู่ตอนที่คุณชายตามหาแม่นางซิงอีอย่างบ้าคลั่งยังติดตาเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้เมื่อมาเจอนางมากับคุณชายจางเหว่ยแล้วทำให้อดเห็นใจไม่ได้.จางเหว่ยหลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาในเรือน ชายหนุ่มนั่งที่เตียงข้างๆหญิงสาวที่ยังใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมเอาไว้ มือหนาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าขาวซีดของนางอย่างทะนุถนอม เขาพึ่งคลาดกับนางไม่นาน มาอีกทีกลับเห็นนางตกอยู่ในสภาพนี้ ดีที่ตอนเขาคุยอยู่กับฝ่าบาทอยู่นั้นไม่มีองครักษ์แน่นหนามาก จึงทำให้องครักษ์ที่เขาให้ตามคอยดูแลนางสามารถเข้ามาใกล้ได้และใช้วรยุทธบอกกล่าวให้เขารู้ได้"เจ็บมากหรือไม่" จางเหว่ยเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ซิงอีลืมตาขึ้นและทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกชายหนุ่มห้ามไว้"ข้าเปียกอยู่เจ้าค่ะ" "เจ้าบาดเจ็บอยู่ หากขยับมากจะทำให้บาดแผลอักเสบมากยิ่งขึ้น"

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 28 ซิงอี นางแย่แล้วขอรับ

    ณ ป้อมปราการทางเข้าประตูวังหลวง มีคนผู้หนึ่งที่เป็นถึงมังกรของแผ่นดิน และอีกคนที่มีฐานะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ยืนมองดูภาพชาวบ้านที่ดำรงชีวิตอีกด้านของกำแพงวังหลวง ด้านในดูเงียบสงบจนวังเวงส่วนอีกด้านดูครึกครื้นมีชีวิตชีวา"ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาวันนี้มีเรื่องอันใดก็บอก กล่าวมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของชายชาวบ้านธรรมดาคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคนนั้นคือจางเหว่ยที่จู่ๆก็ถูกเรียกตัวเข้ามาอย่างลับๆ"ข้าเป็นพ่อของเจ้า เหตุใดไม่เรียกเช่นนั้น"ชายอายุวัยกลางคนที่เป็นถึงมังกรแผ่นดินเอ่ยเสียงเข้มพลางหันมามองหน้าบุตรชายของตนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นแรมปี"ฝ่าบาทคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง พระองค์เป็นถึงเจ้าแผ่นดิน หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจะไปเป็นถึงบุตรชายของพระองค์ได้เช่นไร" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบพลางมองภาพทิวทัศน์ของชาวบ้านด้านล่าง"เจ้ายังคงเป็นเช่นเคย""ฝ่าบาทก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ มีคนเคยบอกว่าแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่เคยลืมว่าฐานะตนเองเป็นใคร"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบอย่างมั่นคง เพื่อทำให้คนตรงหน้าเขานั้นรับรู้ได้ว่า คำว่าพ่อคำนั้นไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขาอีกแล้ว ฮ่องเ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   คอนที่ 27 แค่สหาย หรือว่าที่เจ้าบ่าวในห้องหอกันแน่

    ก๊อกๆ"คุณชายข้าซิงอีเจ้าค่ะ" "เข้ามา"เสียงชายหนุ่มอนุญาตดังออกมาจากในเรือน หญิงสาวก้มสูดดมตัวเองเล็กน้อยว่าไร้กลิ่นสุราหรือไม่ จากนั้นใช้มือตบไปที่แก้มของตนอย่างเรียกสติ นางไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมึนๆหัวเสียอย่างนั้น หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแต่ก็ยังอยู่ห่างมากอยู่ดีเพราะกลัวเขาได้กลิ่นสุรา ถ้าขืนนางมัวแต่อาบน้ำแล้วมาช้าก็คงถูกดุอยู่ดี มาเร็วแบบนี้ยังดีเสียกว่า"เหตุใดมิเข้ามา" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย"คะ...คือว่าข้ายังไม่ได้อาบน้ำเจ้าค่ะ กลัวท่านจะเหม็น" "ข้าไม่ถือ"จางเหว่ยเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ เขาจะรังเกียจนางได้เช่นไร นางคือคนประเภทเดียวกับเขาที่ต้องอาบน้ำเช้าเย็น ถึงตอนนี้นางจะไม่ได้อาบน้ำตัวนางก็หอมเช่นเคย"ข้ายืนตรงนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านมีอันใดก็สั่งข้ามาได้เลย" ซิงอียังยืนยันคำเดิม "เข้ามานี่"จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้มขึ้น ซิงอีจึงจำใจต้องเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุใดวันนี้นางถึงยืนอยู่ห่างเขามากเสียอย่างนั้น มือหนากำเข้ากันแน่นด้วยความโมโห นางพึ่งห่างกับเขาได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม เอาเวลาที่ไหนไปดื่มสุราได้ ชายหนุ่มเงยหน้ามองหญิงส

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 26 อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ

    ซิงอีปูที่นอนของตนที่ข้างเตียงใหญ่ โชคดีที่ทางโรงเตี๊ยมมีที่นอนสำรองเอาไว้ให้ ไม่งั้นคืนนี้หญิงสาวจะต้องนอนหนาวเพราะไม่มีผ้าห่มหรือที่นอนอุ่นๆให้นอนเป็นแน่ ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยกลิ่นหอมสดชื่น หญิงสาวก้มดมตนเองเพื่อดูว่ามีกลิ่นตัวหรือไม่ ปกตินางจะอาบน้ำทุกเย็นถึงแม้เข้าฤดูหนาวคนที่นี่จะไม่อาบน้ำกันเท่าไหร่ บางคนก็ 4-5 วันอาบครั้ง เมื่อพบว่าตนไม่มีกลิ่นตัวก็สบายใจขึ้นมา เพราะถ้าหากให้นางอาบน้ำทั้งที่ชายหนุ่มอยู่ในห้องข้างๆเช่นนี้นางยอมนอนทั้งที่ไม่อาบน้ำยังจะดีกว่า จะให้นางทำเช่นไรได้ก็คนไม่ชินนี่หน่าหญิงสาวนอนพลิกไปมาท่ามกลางความมืด ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้อาบน้ำ หญิงสาวยื่นหนูไปข้างเตียงเพื่อฟังว่าชายหนุ่มนั้นหลับหรือยัง แต่กลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ "นี่เขายังหายใจอยู่หรือไม่กัน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ เมื่อไม่ได้ยินเสียงชายหนุ่มมาสักพักใหญ่และแน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว ซิงอีจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปที่ห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย นางใช้เวลาไม่นานก็ปลดเสื้อผ้าและลงไปแช่น้ำทันที โชคดีที่ยังมีน้ำอุ่นที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่ หากให้อาบน้ำเย็นพ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 25 ท่านหมายถึง...พักห้องเดียวกับท่านหรือเจ้าคะ

    เกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ถูกสะสมมาหลายวันตอนนี้เริ่มละลายลง จนพื้นดินกลายเป็นสีเขียวในรอบหลายวันจากสีของใบหญ้า แสงแดดสีทองในยามเย็นส่องกระทบมาที่ผิวของหญิงสาวในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างไม่รีบเร่ง ม่านหน้าต่างทั้งสองข้างของรถม้าถูกเปิดออกเพื่อให้คนด้านในสามารถมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้ซิงอีใช้แขนทั้งสองข้างเกาะหน้าต่างรถม้าเพื่อดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้รถม้ากำลังเคลื่อนตัวอยู่บนเนินภูเขาสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ทำให้เห็นภาพของบ้านเรือนด้านล่างและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด“สวยจังเลยเจ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้ละสายตามาจากภาพวิวด้านนอก นางอยากจะเก็บความรู้สึกนี้ไปนานๆ เป็นอย่างที่คนเคยว่าภาพถ่ายหรือภาพวาดต่อให้เหมือนจริงแค่ไหนก็ไม่สู้เห็นด้วยตา"ย่อมงดงามอยู่แล้ว" จางเหว่ยที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสุขุมมองไปที่หญิงสาวแล้วเอ่ยตอบ"ว๊าย~~~" ซิงอีอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อจู่ๆรถม้าก็โคลงเคลงเมื่อตกหลุม จังหวะนั้นทำให้นางที่กำลังเกาะริมหน้าต่างอยู่ต้องหงายหลัง จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงใช้แขนรับร่างหญิงสาวไม่ให้กองไปกับพื้น เป็นช่วงเดียวกับที่ซิงอีเองก็พยายามหาอันใดยึดเกาะ จึงใช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status