LOGINจะเป็นอย่างไรเมื่อทายาทสาวน้อยจ้าวยุทธ์ ต้องมาอยู่ในคราบสาวใช้ของนายสาวผู้อ่อนแอ... "คุณหนูท่านรักบุรุษผู้นั้น" "ข้ากับเขาคบหากันมาได้ระยะหนึ่ง จนกระทั่งเขาได้เจอกับน้องสาวของข้า เขาจึงเปลี่ยนไป ไม่มีเวลาให้ข้าเหมือนเดิม แต่กลับมีเวลาให้น้องสาวข้า พวกเขามักจะนัดพบเจอกันลับหลังข้า ข้าเสียใจมาก" "เฮ่อ! คุณหนู หากท่านจะรักใคร ท่านควรรักตนเองก่อน และหากข้าเป็นท่าน ข้าจะตัดเอ็นบุรุษผู้นั้นให้พิการ ตัดลิ้นสตรีนางนั้นมิให้เอ่ยวาจา ให้พวกมันได้อยู่แบบมิสู้ตาย ให้มันรักกันทั้งอย่างนั้น ช่างน่าชมยิ่ง" จบคำซูเจินก็ยกยิ้มเย็นเยียบดวงตาเหี้ยมเกรียม และอีกคราที่หนิงเหมยได้แต่ถอนหายใจ ข้าจะไม่เล่าอันใดให้เจ้าฟังอีก อาเจิน...
View Moreซูเจิน สตรีร้ายกาจโหดโฉด ผิดกับรูปลักษณ์ใสซื่อน่ารักดวงตากลมโต นางเป็นบุตรีของซูหยางผู้เกรียงไกรดาบเคียงมังกรของอดีตฮ่องเต้แคว้นฉู่ เป็นทายาทผู้สืบทอดสำนักอันยิ่งใหญ่แห่งยุทธภพแต่นางกลับมีชีวิตผกผันกลายมาเป็นสาวใช้ให้คุณหนูผู้อ่อนแอแห่งคฤหาสน์คหบดี
หนิงเหมย คุณหนูผู้อ่อนแอ จิตใจดี มีมารดาเป็นสตรีร้ายกาจแต่ตายไปเหลือหนิงเหมยต้องต่อสู้เพียงลำพังจากผลพวงของการกระทำในอดีตอันเลวร้ายของมารดา นางได้สาวใช้มานางหนึ่งจากการช่วยเหลือกันและกันนามว่าซูเจิน
หนี่ม่าน เด็กกำพร้าไร้บิดามารดาให้พึ่งพา ชีวิตลำบากแต่เยาว์ ต้องทำงานกุลีก้นครัว ตัดสินใจเป็นสาวใช้คนสนิทของคุณหนูไร้ค่าที่ไม่มีบ่าวคนใดยอมทำ
อาจินหรือหยางเหอจิน นามเดิมคือเฟยหลงเหอจิน มีนิสัยเงียบขรึม ไม่ชอบสุงสิงกับใคร หยิ่งทระนงเป็นอย่างมาก เขาเป็นศิษย์เอกของซูหยางเมื่อครั้งที่ซูหยางเป็นดาบเคียงมังกรของฮ่องเต้พระองค์ก่อน เขาเป็นพระอนุชาคนสนิทของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันแห่งแคว้นฉู่
เฟยหลงเซียน องค์รัชทายาทแห่งแคว้นฉู่ เป็นชายหนุ่มรูปโฉมงดงาม นิสัยเจ้าชู้รักสนุก เป็นที่หมายปองของเหล่าสตรี แต่เนื้อแท้เป็นชายที่องอาจผึ่งผายพึ่งพาได้ รักใครรักจริง แต่ด้วยหน้าที่จึงต้องเป็นไป เขาสนิทสนมกับหยางเหอจินและมักจะชอบปลอมตัวมาเป็นเพียงคุณชายเจ้าเสน่ห์เจ้าสำราญเพื่อเที่ยวเล่นไปทั่วเมือง
หยวนคัง ราชองครักษ์หนุ่ม คนสนิทของรัชทายาทเฟยหลงเซียน ท่าทางกร้าวแกร่ง หน้าตาเย็นชา สายตาดุดัน นิสัยรักจริงหวังแต่ง ขี้หึงเป็นที่สุด
************
บทนำ
เมื่อซูหยางเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุทธภพอดีตดาบเคียงมังกรสหายคนสนิทของฮ่องเต้แคว้นฉู่ต้องตายไปพร้อมกับสำนักที่ล่มสลายคงเหลือไว้เพียงบุตรีหนึ่งเดียว นามซูเจิน ต้องระหกระเหินชะตกผกผันต้องมาเป็นเพียงสาวใช้ของคุณหนูผู้อ่อนแอขีดสุด นามหนิงเหมย
คุณหนูท่านจะทำตัวอ่อนแอให้เขารังแกอยู่ฝ่ายเดียวอย่างนี้ไม่ได้
ข้าทำไม่ได้
คุณหนูท่านต้องรู้จักการเอาคืน
ข้าทำไม่ได้
คุณหนูท่านต้องแย่งเขามาเป็นของท่าน เพื่อความสะใจ
ข้าไม่อาจทำ
เฮ่อ! เช่นนั้นข้าจักทำเอง คุณหนูท่านแค่บอกข้าเพียงครึ่งคำ ข้าจักทำให้มันตายตาไม่หลับ
อาเจิน! เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่?
ซูเจิน:
คุณหนูท่านรักบุรุษผู้นั้นหนิงเหมย:
ข้ากับเขาคบหากันมาได้ระยะหนึ่ง จนกระทั่งเขาได้เจอกับน้องสาวของข้า เขาจึงเปลี่ยนไป ไม่มีเวลาให้ข้าเหมือนเดิม แต่กลับมีเวลาให้น้องสาวข้า พวกเขามักจะนัดพบเจอกันลับหลังข้า ข้าเสียใจมากซูเจิน:
เฮ่อ! คุณหนู หากท่านจะรักใคร ท่านควรรักตนเองก่อน และหากข้าเป็นท่าน ข้าจะตัดเอ็นบุรุษผู้นั้นให้พิการ ตัดลิ้นสตรีนางนั้นมิให้เอ่ยวาจา ให้พวกมันได้อยู่แบบมิสู้ตาย ให้มันรักกันทั้งอย่างนั้น ช่างน่าชมยิ่งจบคำ ซูเจินก็ยกยิ้มเย็นเยียบดวงตาเหี้ยมเกรียม
และอีกคราที่หนิงเหมยได้แต่ถอนหายใจ ข้าจะไม่เล่าอันใดให้เจ้าฟังอีก อาเจิน...
เมื่อประตูถูกเปิดออก สองชายหญิงที่ส่งเสียงชวนวาบหวามเมื่อครู่พลันผงะหยุดกิจกรรมเคาะจังหวะในบัดดล หากแต่สองคนผู้มาใหม่ยิ่งผงะตกตะลึงมากกว่า“พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใด” หยวนคังถามออกไป ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ใบหน้าแดงก่ำชายผู้เปลื้องผ้าท่อนบนเผยแผงอกตึงแน่นกล้ามเป็นมัดๆ ตอบคำอย่างลนลาน “เรียนท่านราชองครักษ์ ข้าน้อยกำลังตำข้าวขอรับ” เขาทำอุปกรณ์อันทรงพลังสำหรับตำข้าวด้วยตัวเองเพื่อโอ้อวดสาวงามหญิงสาวที่อยู่ด้วยกันรีบตอบบ้าง “พวกเราขออภัยที่แอบมาตำข้าวเพื่อต้มโจ๊กเจ้าค่ะ” นางผิดเองที่นึกอยากกินโจ๊กกลางดึก“...!?”หนี่ม่านตามหลังหยวนคังเข้ามาแอบมองอย่างใคร่รู้ แต่แล้วกลับต้องผิดหวัง เฮ้อ! นึกว่าจะได้เห็นของดีพร้อมพี่คังเสียแล้ว...ตำหนักเฉิงกงแห่งวังหยางอ๋อง ภายในห้องส่วนตัวของหยางเหอจิน ที่มิได้ยินเสียงอาบน้ำในอ่างไม้อีกต่อไป เนื่องจากใครบางคนกำลังมีใบหน้างอง้ำ ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มแน่น ดวงตากลมโตถลึงจ้องมองพี่ชายคนงามบอกว่าจะอาบน้ำด้วยกัน แต่อยู่คนล่ะอ่างโดยมีฉากกั้นแบบนี้ คืออันใด?ซูเจินออกจากอ่างไม้ของตนแล้วสวมชุดคลุมแนบเนื้อเอาไว้ลวกๆ ก่อนจะสะบัดมือทำลายฉากกั้นทิ้งเสียหยางเหอจินที่นั่ง
พวกทหารและราชองครักษ์หลายคนแอบมองหนี่ม่านอยู่นานแล้ว พวกเขาล้วนจ้องจะเข้ามาทำความรู้จักกับนางตั้งแต่ช่วงงานในพิธีอันเป็นมหามงคลขององค์รัชทายาท หากแต่ยังหาโอกาสมิได้ก็เท่านั้นทว่าพวกเขาก็แอบสืบกันมาแล้ว ว่าสาวน้อยงดงามนางนี้มีนามว่ากระไร กระทั่งใส่ใจว่านางเป็นใครในวังบูรพา นางเป็นถึงคนสนิทของพระชายาในรัชทายาท เช่นนั้นแล้วนางยิ่งไม่ธรรมดา พวกเขาจึงต้องเจียมตัวเอาไว้ให้มาก ยิ่งได้เห็นหัวหน้าราชองครักษ์ให้ความสำคัญกับนางถึงเพียงนี้ ยิ่งต้องพากันหลบมุมเพื่อเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีหากต้องการเกี้ยวคนงามนางนี้ให้ได้ดังใจ พวกเขาล้วนต้องทำให้ได้ กลเม็ดของบุรุษเพื่อมัดใจสตรีมีเท่าไหร่ พวกเขาจะงัดมาใช้ให้หมด ไม่ให้เสียชาติเกิด... บุรุษร่างใหญ่ วิสัยทัศน์กว้างไกล สายตาดุจเหยี่ยวยามล่าเหยื่อ มีหรือจะไม่รับรู้ หยวนคังจับกระแสความคิดผ่านสายตาของพวกพ้องได้ ว่าพวกนั้นกำลังคิดการณ์ใด เขาจึงโอบแขนล้อมรอบร่างเล็กเอาไว้มั่น ทำนางให้หายไปในแผงอกเขา เพียงชั่วอึดใจ เงาร่างสูงใหญ่จึงกลืนเงาร่างเล็กบาง หายไปทางโรงครัวศึกนี้นับได้ว่าหนักหนายิ่งนัก หยวนคังจักต้องเตรียมพร้อมรับศึกหนัก เพื่อคนในอ้อมแขนจะได้เติบโตเ
สาวน้อยยังคงแหงนหน้ามองเขาด้วยสายตาซื่อใส เขาจึงถอนหายใจบางเบาแล้วเอ่ยคำ “เด็กน้อย คืนนี้เป็นคืนเข้าหอที่มีค่าดั่งทองพันชั่ง ต่อให้เจ้ายืนรอตรงขอบประตู พระองค์ทั้งสองก็ยังไม่ออกมาเรียกใช้เจ้าง่ายๆ หรอก” หากเป็นเขาก็จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน นางอย่าได้ฝันเลย ว่าเขาจะปล่อยนางลุกออกมาจากเตียงหยวนคังเริ่มคิดการณ์ไกลกับแน่งน้อยที่เขาปักปิ่นจับจอง และจูบประทับตรา ก่อนที่นางจะอายุสิบห้าในอีกไม่นาน“ไปเถิด ข้าหิวจะแย่” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำคล้ายรำคาญแต่กลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ เขาอยากอยู่กับนางสองต่อสองหนี่ม่านได้ยินว่าเขาหิวจะแย่จึงรีบลุกขึ้นทันทีชายหนุ่มลอบยกยิ้มมุมปากแวบหนึ่งก่อนหมุนกายเดินนำหน้าไปอย่างใจเย็นสาวน้อยจึงเดินตามแผ่นหลังตั้งสง่าของเขาไปคล้ายต้องมนต์ นางบอกตามตรงว่าแผ่นหลังกว้างใหญ่เนินไหล่ลาดชันของชายตรงหน้านับได้ว่าถูกใจ นางรู้สึกปลอดภัยหากอยู่ที่แผ่นหลังนี้เขาหนี่ม่านรู้สึกถึงกระแสประหลาดอุ่นวาบไปทั่วใจ ยามมองพี่คังของนาง แม้จะแค่เพียงเห็นเขาจากด้านหลังก็ตามทีทางเดินทอดยาวภายในอาณาเขตของตำหนักฉางชุนกงของวังบูรพา หนี่ม่านเดินตามแผ่นหลังที่ชื่นชอบอยู่เงียบๆ นางอยากเอื้อม
แน่นอนว่าสาวใช้คนงามไม่เคยชินกับสิ่งต่างๆ ของวังหลวงสักเท่าไหร่ ทั้งกฎระเบียบทั้งอาณาเขตกว้างขวาง สิ่งของเครื่องเรือนหรูหรามากมาย อะไรอยู่ที่ใด ต้องทำอย่างไร จะไม่ใส่ใจก็คงมิได้ ทั้งๆ ที่ไม่คิดจะสนใจก็เถอะ รวมถึงท่วงท่าเคร่งขรึมคล้ายไร้ชีวิตของนางกำนัลทั้งหลายนั่นด้วยและอีกครั้งที่สาวน้อยต้องครุ่นคิดหนักหน่วง ยิ่งได้เห็นสายตาของบ่าวรับใช้พวกนั้นมองนางด้วยสายตาคล้ายแค้นเคืองกัน นางกำนัลพวกนั้นมองหยวนคังสลับกับมองนางด้วยสายตาแปลกประหลาด นั่นยิ่งทำให้นางต้องคิดมากจนใบหน้าเรียวเล็กยับย่นไปหมดนางพาคุณหนูกลับบ้านตอนนี้ยังทันไหม?เพราะว่าอย่างน้อยปัญหาคาใจทุกอย่างที่บ้านหลิ่งก็ได้รับการคลี่คลายแล้ว ยามนี้นายท่านหลิ่งก็ทั้งรักและถนอมคุณหนูยิ่งกว่าชีวิตของท่านเสียอีกและที่สำคัญ ฮูหยินรองจอมเสแสร้ง กับคุณหนูรองจอมวายร้าย ก็ไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าบ้านหลิ่งได้อีกแล้วเฮ้อ! แต่จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า!“เจ้าเป็นอะไร?” เสียงทุ้มต่ำของคนข้างกายเอ่ยถามทันทีที่สังเกตเห็นคนงามทำหน้าย่นอีกแล้วเขาเพียงปักปิ่นให้เมื่อครู่จะแก่เลยมิได้นะ ม่านเอ๋อร์...“อืม...” หนี่ม่านขมวดคิ้วนึกลังเลที่บอกกล่าว เพราะเ
เนื่องจากสองพี่น้องสกุลหลวนยึดถือเจินเจินน้อยเป็นผู้มีพระคุณ ทั้งยังได้เห็นนางมีฝีมือร้ายกาจให้ประจักษ์เมื่อครั้งก่อนหน้า ว่าจะสามารถปกป้องพวกเขาได้ เป้าหมายในการยึดเหนี่ยวเพื่อซ่อนเร้นตัวตนของพวกเขา ย่อมไม่อาจเป็นอื่นหยางเหอจินย่อมรู้แจ้งในทุกเรื่องราว เขาจึงเลือกที่จะใช้ตนเองเป็นเป้าให้ศัตรูปราก
เมื่อนางเห็นเฟยหลงเซียนเดินมา นางจึงรีบเดินเข้าไปทางร่างสูงสง่าของเขาในทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้ห้องพักของนางในระยะสายตามองเห็นหลายจั้ง ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นดินด้วยกิริยาเคารพต่อบุรุษสูงศักดิ์ที่เป็นถึงองค์รัชทายาท“สำเร็จหรือไม่เพคะ ฝ่าบาททรงยอมยกเลิกคำสั่งสมรสระหว่างเราหรือไม่?” เสียงแว่วหวานแต่
มุมเฉลียงของทางเดิน...ในขณะที่หนิงเหมยกำลังช่วยยกอาหารมานั้น บังเอิญชนเข้ากับนางกำนัลคนหนึ่งจนจานอาหารตกกระแทกพื้นเสียงดังนางกำนัลนางนั้นหันขวับมามองด้วยสายตาโกรธกรุ่น “เดินอย่างไร ไม่มีตารึ?”“ข้าขอโทษ” หนิงเหมยรีบกล่าวเสียงนุ่ม “ท่านเจ็บที่ใดหรือไม่?”แต่ทว่าน้ำเสียงนุ่มนวลของหนิงเหมยมิได้ช่วยอ
ตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า แสงแดดลอดผ่านม่านผ้าฝ้ายเข้ามาในรถม้า ส่งผลให้ดวงตาสวยหวานเริ่มหรี่ปรือหนิงเหมยค่อยๆ ตื่นขึ้นมาและกะพริบตาเบาๆ เพื่อขับไล่ความง่วงงุน อึดใจหนี่ม่านจึงยื่นหน้าเข้ามาหานางพร้อมวางอ่างน้ำและผ้าเช็ดหน้า“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เสียงสดใสเอ่ยทักทาย “หลับสบายหรือไม่เจ้าคะ หิวหรือไม่











