LOGINฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
คนป่วยสองคนมองหน้ากันแล้วระเบิดหัวเราะดังลั่นสนั่นห้อง ความรู้สึกอัดอั้นตลอดสัปดาห์ถูกปลดปล่อยเหมือนคนบ้า วิเวียนลงไปหัวเราะชักดิ้นชักงอที่พื้น คาเยนนอนหงายไปกับพนักพิงโซฟาตัวใหญ่ หัวเราะอย่างที่ไม่เคยหัวเราะมาก่อนให้กับคนโชคร้ายสองคนที่ไม่ชอบหน้ากัน ต้องมาตกอยู่ในสภาวะเดียวกันเพราะช่วยเหลือกันจากสถานการณ์น่าเหลือเชื่อ นี่มันพรมลิขิตหรือเวรกรรมกันแน่นะ สายตาระโหยของทั้งคู่มองลึกเข้าไปภายในที่มีภาพอีกคนฉายชัดอยู่ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา ความรู้สึกทรมานก่อนหน้าทำให้เคยคิดฆ่าตัวตายเพราะกลัวเชื้อจะไปแพร่คนอื่น... ทั้งหมดแรงและหมดหวังไปแล้ว แต่เพียงแค่ได้เห็นหน้าอีกฝ่ายความเหม็นขี้หน้าความไม่ถูกชะตาใดๆ ในสากลโลกกลับมลายหายไปโดยไม่รู้ตัว ความชุ่มชื้นเล็กๆ ก่อตัวเพิ่มปริมาณขึ้นยามได้ใกล้กัน บางสิ่งบางอย่างอุ่นวาบเข้ามาในหัวใจ อาการหายใจติดขัดเริ่มดีขึ้น ผั่วะ!!! มือใหญ่หยิบหมอนอิงข้างๆ ปาลงมาปะทะหน้าเรียวยาวของวิเวียนด้วยความหมั่นเขี้ยว คนตรงหน้ายังคงยิ้มหัวเราะให้กับความโชคร้ายที่ตนไม่ได้ก่อ เพราะช่วยคนอื่นแท้ๆถึงได้มีสภาพแบบนี้ ตุ้บบบบ! วิเวียนปาหมอนกลับไปใส่ร่างหนาโดยหลงลืมไปว่าก่อนหน้านี้แรงจะเดินยังแทบไม่มี แต่ด้วยเหตุผลใดไม่มีใครรู้ทั้งสองหยิบหมอนพิงมาขว้างปาใส่กันวิ่งไล่กันรอบห้องกว้างไม่ต่างจากเด็กน้อย เห้ย!! ตุ้บ! ร่างที่วิงตามมาทันฟาดหมอนมาที่ร่างเล็กเป็นจังหวะเดียวกับที่สะดุดขาตนเองล้มทับอีกคนลงบนโซฟาพอดิบพอดี "วิเวียนมึงเป็นเหมือนกูมั้ย จู่ๆ ก็มีเเรงก่อนหน้ามึงมากูยังยกแก้วน้ำกินลำบากอยู่เลย ดูตอนนี้สิ วิ่งไล่ฟาดมึงได้ด้วย" ร่างหนาผงกหัวจากร่างบางพลางเอ่ยถามขึ้น "เอ้อจริงด้วย...ก่อนหน้าจะมาหาลุงผมอาเจียนด้วยนะหายใจก็ลำบากแต่ตอนนี้ไม่แล้ว หายใจได้คล่องปรื๋อ" ดวงตาใสเเจ๋วของวิเวียนบ่งบอกว่าสดชื่นขึ้นจริงๆ "กูมีอะไรอยากถามอีกอย่างกูเห็นของมึงโด่ ของกูก็โด่ ดูสิ" พรึ่บบบ! สายตาคมก้มลงมองกลางกายที่ทับทำให้วิเวียนมองตาม แท่งร้อนเบียดกันอยู่ตรงกลางมันดิ้นดุ๊กดิกราวกับมีชีวิต "ขอดูขามึงหน่อย" ขาเรียวยาวถูกยกขึ้นมาวางพาดบนบ่าแบะออกข้างให้เห็นรอยแผลถูกกัด วิเวียนหน้าเหวอเล็กน้อยเพราะคนแก่กว่าเกือบสิบปีจับข้อเท้าคนอายุน้อยกว่าขึ้นพาดบ่าหน้าตาเฉย "คล้ายกันเลยว่ะ เหมือนมันจะเน่า แต่ภายนอกพวกเราก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนี่หว่า อาจจะดูโทรมหน่อยแต่ก็ไม่เหมือนคนที่ได้รับเชื้อแบบคนอื่น" คาเยนไม่มีทีท่าไม่พอใจแถมยังลูบไล้รอบบริเวณปากแผลอย่างไม่รังเกียจทำเอาเจ้าของเรียวขาเนียนเอยขึ้น "ลุง..ผมรู้สึกแปลกๆ มัน.." วิเวียนหรี่ตาลงพยายามจะเอ่ยบางอย่างออกมาแต่คาเยนกลับเอาแต่พูดไม่มองสีหน้าทีเปลี่ยนไปของวิเวียน "เออ! กูเอาเสื้อผ้าที่มีเลือดน้ำลายของไอ้ผีบ้านั่นที่กัดเราให้ไอ้วิลที่เป็นนักวิจัยดูแล้วมันบอกว่านั่นอาจจะเป็นพ่อพันธุ์ของเชื้อซอมบี้" ใบหน้าคมก้มลงมองแผลที่ขาขาวมีร่องรอยถูกกัดสีช้ำไล้มือใหญ่ลงบนปลีน่องขาวเบาๆ "หมายความว่าไงพ่อพันธุ์!" วิเวียนตกใจกับคำพูดคนแก่กว่ามากกว่าการกระทำที่ถูกเล้าโลมอยู่ตรงแผล "หมายถึงตัวเเรกที่ถูกสร้างขึ้นไง แล้วมันมีไว้เพื่อผสมพันธุ์...เพื่อแพร่พันธุ์" ดวงตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตาฉ่ำเยิ้มพลางกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกระหายอยาก "ใช่เหรอลุงไอ้เชื้อนี่มันเป็นไวรัสที่มากับอากาศไม่ใช่เหรอ?" วิเวียนยังคงสงสัยกับเรื่องที่ได้ยินเพราะพอจะรู้เกี่ยวกับเรื่องไวรัสมาบ้าง "ไอ้ที่คนทั่วไปติดกันมันเป็นเชื้อไวรัส แต่ไอ้ตัวที่เราเจอมัน...ไม่ใช่ มึงมันอ่อนด๋อยขนาดนี้จับฉลากเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงหรือไง!" "แล้ว...ลุงทำอะไรกับไอ้ที่โด่เด่นั่นล่ะ" วิเวียนเผลอหลุบสายตาลงต่ำทำให้เห็นความน่ากลัวของแท่งบางอย่างกลางกายเจ้าของห้องที่เหมือนกับพกไม้กระบองไว้กลางหว่างขา "ช่วยตัวเองสิ กูเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทั้งหน่วยไม่มีผู้หญิงสักคนมึงจะให้กูไปเอาใคร แล้วอีกอย่างถ้าใครรู้ว่าโดนกัดแล้วมีอาการแปลกๆ กูนี่แหละที่ต้องถูกชำแหละไปวิจัย...มึงถามทำไม?" คาเยนเลิกคิ้วถามคนตัวผอมสลับกับมองตรงกลางหว่างขาของอีกคน "ผมไม่รู้จะทำยังไงไม่กล้าแตะมันเลยมันแข็งมันเขียวม่วงเหลืองเเดงไปหมด " มือขาวซูบซีดยกขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความอายและกังวล "ไอ้บ้า..นั่นควยหรือไฟจราจร อ่า ฮ่า" คาเยนขำคนเด็กกว่าที่มีจินตนาการไกลกว่าตนมากโข หัวหน้ายผู้เย่อหยิ่งบ้าอำนาจยิ้มกว้างได้เหมือนชาวบ้านเป็นครั้งแรก วิเวียนรู้สึกเหมือนตายไปแล้วเพราะไม่คิดไม่ฝันจะได้เห็นใบหน้านี้จากคนแบบคาเยน "ทำไมลุงยังยิ้มกว้างได้ขนาดนี้นะทั้งที่ปกติชอบทำหน้าบูดเป็นตตูดลิงตลอด ผมเครียดจริงๆ นะลุง นี่เราติดเชื้ออะไรก็ไม่รู้ลุงช่วยสำรวจตัวผมหน่อยสิว่ามีอะไรเปลี่ยนไปมั้ย?" วิเวียนลุกขึ้นยืนทำให้ฝามือที่ลูบไล้ขาตนอยู่หล่นลงไปบนโซฟา ดวงตาคู่คมเลียริมฝีปากเล็กน้อยเพราะยังเพลิดเพลินกับการได้ลูบไล้ขาเนียน พลันโพล่งขึ้นมาด้วยความไม่คิด "มึงแก้ผ้าสิเดี๋ยวกูดูให้" ....การเดินทางที่แสนยาวไกลของหกหนุ่ม จากเรื่องหาคู่กลับกลายเป็นเรื่องการพจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตไม่ต่างจากได้ท่องโลกโลกกว้างด้วยตนเองแทบทุกวันวิเวียนกับคาเยนมักจะได้รับโทรศัพท์จากลูกๆ ที่แย่งกันพูดว่าไปเจออะไรมาบรรดาซอมบี้ตัวโตไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอ้อนพ่อกับแม่ได้ทุกวัน พอเจออะไรแปลกใหม่ก็มักจะส่งไปให้ดู บางอย่างก็สวยงามแต่มีพิษ บางอย่างก็ดูธรรมดาแต่อร่อย ทำให้ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคให้ครอบครัวยังคงอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นทุกอย่างเเปลกใหม่ สนุกสนาน สมบุกสมบันไม่มีสักครั้งที่ทั้งหกแยกจากกันความลำบากตลอดการเดินทางไม่ทำให้บรรดาพี่น้องทะเลาะกันแต่กลับทำให้รักและเข้าใจกันมากขึ้นจนกระทั่งต้องเดินทางลงสู่ทิศใต้ที่ค่อนข้างลำบากไม่สามารถโทรหาพ่อแม่ได้บ่อยเช่นเคย"นี่เราหาเมียจะทั่วประเทศแล้วนะมันไปหลบอยู่ไหนวะไอ้สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าเมียเนี่ยกูรู้สึกว่าตัวกูเริ่มจะเหี่ยวแห้งอ่อนแรงแล้วนะเว้ย! กูต้องการเมีย! กู อยาก มี เมียยยยย!!!"วีว่าชักดิ้นชักงอราวกับเด็กน้อยบนรถที่แล่นลงสู่เมืองที่เต็มไปด้วยท้องทะเลเลาะริมหาดทรายไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมายผั่วะ!!!ๆๆๆๆๆเนื่องจากทำตัวปัญญาอ่อนจึงโดนโบ
คาเยนส่ายหัวขำในลำคอก่อนจะพูดคำถัดมาให้บรรดาลูกชายจอมห่ามหน้าแดงกันทั้งแถบ อะไรเอ่ยบอกรักด้วยการไม่พูดคำว่ารัก.... (พ่อไง!!) "ไม่ดีที่ไม่อยู่ตอนเมียคลอด อยากเห็นพวกนายตอนตัวเท่านิ้วก้อยคงจะน่ารักกว่านี้เยอะ" "หู้ย~น่ารงน่ารักอะไรขนลุก!" วีว่าทำท่าลูบแขนแต่ก็ยิ้มกว้างออกมา "พอเห็นพวกนายแข็งแรงโตเป็นหนุ่มปากดีได้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่า นี่มันดีเอ็นเอพ่อกับแม่มันชัดๆ" "ตอนหนุ่มลุงห้าวเหรอ?" คาเรนถามขึ้นบ้างเพราะพ่อนั้นดูใจเย็นเเละเย็นชาสุดขีด แต่กลับบอกว่าลูกนิสัยเหมือนตนทำให้ลูกๆ นึกภาพไม่ออกว่าตอนหนุ่มพ่อเป็นแบบไหน "อืม~ อาจจะแบบนั้น คนทำแต่งานพ่อแม่ตายหมดเพื่อนน้อยไม่มีลูกเมียมันก็เลยขี้หงุดหงิดไปหน่อย" "ตอนเจอเเม่แล้วนิสัยดีขึ้นมั้ย?" วีแก้นชอบฟังพ่อพูดถึงแม่จึงถามขึ้นมาอีก "หึ หึ หึ ..เหมือนเดิม แม่พวกนายบ่นหนวกหูบ่อยๆ" "กูรู้แล้วว่าไอ้คามิวเหมือนใคร?" "เออกูก็รู้พวกเราแฝดหกนะเว้ย!" ในระหว่างที่ทั้งหกทำท่าจะกัดกันคนเป็นพ่อมองนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินลูบหัวฝ่าลูกทั้งหกออกมาหน้าประตู พร้อมกับพูดด้วยใบหน้านิ่ง มองหน้าลูกทุกคนแล้วกลับออกไป "พ่อรักพวกลูกนะ
ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นทั้งที่ทำงาน ที่กินที่นอน เหมือนรังผึ้งที่มีหลากหลายห้องหลากหลายกิจกรรมในตึกสูงกลางเมือง บ้านที่มีครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่และรองรับการถือกำเนิดของบรรดาซอมบี้ได้อีกมากมาย "อ้าว? มานั่งหน้ามึนอะไรกันตรงนี้ดึกแล้วยังไม่นอน" คุณพ่อลูกห้องเดินเข้ามาในห้องของลูกๆที่มีห้องโถงตรงกลางและมีห้องส่วนตัวของใครของมันเรียงรายบรรดาซอมบี้หนุ่มยังนั่งเล่นเกมส์ทำกิจกรรมอยู่เต็มลานห้องโถง "นอนไม่หลับ แล้วลุงอ้ะมาทำไม?" หนึ่งในหกพี่น้องหน้าเหมือนถามขึ้นเมื่อคนเป็นพ่อเปิดประตู้เข้ามาด้วยสีน้าเรียบเฉยมานั่งไขว่ห้างแหมะบนโซฟามองกองซอมบี้ตัวใหญ่ๆ บนพื้นที่นั่งนอนเล่นเกมส์กินขนมไม่ต่างจากเด็กน้อย "แม่พวกนายให้มาดูเห็นเงียบๆ ไม่เห็นไปวอแวห้องนู้น " "จะไปได้ไงล่ะทำอะไรกันก็ไม่รู้ลูกเต้าโตเป็นควายกันหมดแล้ว" วีว่าบ่นอุบก้มหน้ามองเกมส์ในมือถือแต่ใบหูกลับเเดงเถือก "รู้ได้ไงไม่ได้กระเตงกันมาทำข้างนอกสักหน่อย" ห้องก็เก็บเสียงแถมยังลอคจากด้านในอัตโนมัติด้วย ตัวพ่อซอมบี้ยกยิ้มมุมปากมองเด็กเกเรที่แม้จะพูดออกมาตรงๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาแสนแพรวพราวของคนเป็นพ่อได้ บ่งบอกว่าคนตัวโตยังเหนือชั้นกว่ามา
"ไม่เจอกันนานเป็นซอมบี้เต็มตัวแล้วดูดีขึ้นนี่"เสียงกลั้วหัวเราะของคนด้านหลังเอ่ยทักร่างกำยำในชุดสูทสุภาพทำให้คนถูกทักหันกลับมาทางต้นเสียงใบหน้านิ่งขรืมเย็นชาไร้แววของคาเยนคนหัวร้อนเอาแต่ใจคนก่อนให้เห็นเพื่อนที่เคยสนิทในวัยห้าสิบกว่าปีกลับมาเผชิญหน้ากันครั้งแรกในศาลกลางอันศักดิสิทธิ์หลังจากหารล่มสลายของมนุษย์สายพันธุ์เดิมแล้วเกิดก่อตั้งศูนย์รวมมนุษย์สายพันธุ์ผสมขึ้นบรรดาผู้มีฝีมือในการช่วยเหลือประเทศถูกเชิญให้มารับตำแหน่งอันทรงเกียรติเพื่อความอยู่รอดและคว่มสงบสุขสืบไป"แต่นายยังเหมือนเดิม..."คาเยนตอบกลับสั้นๆ ไม่ขยายความหมายว่าไอะไรที่เหมือนเดิม"ไม่มีอะไรเหมืนเดิมหรอกครับคุณคาเยน...เราก็ด้วย เมื่อก่อนไม่ว่าผมจะเก่งหรือทำงานหนักแค่ไหนก็ได้เป็นแค่ลูกน้องคุณ แต่ตอนนี้ผมดูจะเหนือกว่าผู้คนเลือกคนที่เก่งไม่ได้เลือกคนจากเส้นสายอีกต่อไป"เซมิยืนตัวตรงอกผายราวกลับตัวกำลังพองโตให้ดูเหนือกว่าจากความไว้วางใจของผู้คน"ยินดีด้วยก็แล้วกันที่มีโอกาสได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าให้คุ้มกับที่เมื่อก่อนจะเหยียบย่ำคนอื่นมาแทบตายแต่ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ""หึ่!!"สายตาเชือดเฉือนจ้องกันพักใหญ่กว่าจะแยกย้ายกันกลั
"มันเข้าไปแล้วครับ"เฮนรี่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศัตรูฝั่งตรงข้ามเดินเข้าไปในที่ประชุมใหญ่''ถ้าไอ้ชั่วเซมิไปเจอพ่อเราจะเป็นยังไงนะ?"คามิวจินตนาการไม่ออกว่าผู้ใหญ่ที่เคยเกลียดกันจะแสดงออกยังไง"แม่ก็บอกอยู่ว่าข้างในทำอะไรไม่ได้ แต่มึงดูนั่นสิไอ้เตี้ยลูกรักของมันซนชิบหาย มันกี่ขวบกันถึงเดินกินไอติมเล่นน้ำพุ ซุ่มซ่ามแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกบ่อน้ำพุตายห่า"วีแก้นมองร่างเล็กแสนซนเดินเลาะขอบอ่างลานน้ำพุมีพวกพี่มันนั่งมองเพราะวิ่งตามมันจนเหนื่อย''แกล้งมันกันมั้ยหมั่นไส้!""คุณๆ อย่าเลยครับถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อจะเดือดร้อนนะครับ!"ชายสูงวัยตักเตือนด้วยความเป็นห่วง"นิดเดียวแค่นิดเดียวจริงๆ ครับลุงเฮนรี่"วีว่าชูนิ้วก้อยขึ้นมีความหมายว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น"พวกคุณจะทำอะไรครับ?""ดูน้ำพุตรงนั้นสิสวยดีนะพวกมึงว่ามั้ยนึกถึงน้ำที่บ้านเกิดเลย"วีว่ายิ้มใก้คนสูงวัยเป็นคำตอบก่อนจะหันมาขยิบตาให้กันราวกับคุยผ่านกระแสจิตได้"สี่คนไปล่อพี่ๆ มันคนหนึ่งดูต้นทาง มาโอน้อยออกกันใครชนะได้ไปผลักมันลงบ่อน้ำพุ่สีๆ หอมๆ นั่น""คุณหนู!!ไม่ได้นะครับ" เฮนรี่พยายามห้ามแต่เด็กทั้งหกนั้นดื้อกว่าตอนอยู่กับแม่เป็นไหนๆ"มึงไปดมมาเหรอ
ทางการขอความร่วมมือทุกองค์กรที่มีศักยภาพในการทำวิจัยวัคซีนเพื่อมวลมนุษยชาติ โครงการของผู้นำสูงสุดกึ่งบังคับให้หลายหน่วยงานต่างภูมิภาคเข้าประชุมหารือร่วมกันเพื่อรวบรวมสานสัมพันธ์คนในประเทศให้กลับมาสามัคคีแน่นแฟ้นอีกครั้งอยู่มาวันหนึ่งประกาศฉบับนี้ก็ออกมาให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความสงบสุขของผู้คนทั้งลูกครึ่งคนซอมบี้และทุกสายพันธุ์ที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้เป็นเหมือนการร่างกฎหมายครั้งใหญ่ในรอบสิบปีก่อนการล่มสลายของมนุษยชาติทันทีที่ทุกคนได้รับทราบมีการออกมาโต้แย้งส่งข้อกังขาไปถึงท่านผู้นำว่าไม่ควรจะอยู่รวมกันเพราะแต่ละสายพันธุ์แต่ละหน่วยมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมากเกินไปแต่ท่านผู้นำมองว่าเพื่อลดการปะทะและความขัดแย้งในภายภาคหน้าถ้าไม่รวมกันวันนี้วันข้างหน้าต้องมีการรบราครั้งใหญ่เกิดขึ้นจนอาจจะกลายเป็นสงครามได้"สรุปคือทุกคนต้องร่วมเข้าหารือกันในที่ประชุมใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้านี้เหรอครับ?"เด็กหนุ่มทั้งหกที่ต้องถอดเสื้อเดินไปเดินมาในสภาพอากาศร้อนของเมืองกรุงถามผู้เป็นแม่ขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่เห็นประกาศจากทางการออกข่าวอึกทึกครึกโครมไปทั่วประ







