Masukโต๊ะไม้เก่าผุพังยังคงตั้งตระหง่าน คนสองคนจากสองฟากตรงข้ามประจันหน้าเงียบเท่าที่เงียบได้ ตลาดกลางเมืองฉางหลิงค่อยลาเสียงลงในฉับพลัน แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยหน่วยบริวารเพศชาย แต่คุณหนูท่านนี้กลับรับรู้ได้ถึงการถูกคุกคามจากวรยุทธวิปลาศ นางเหมือนถูกตัดออกจากโลกภายนอก ปราณอาคมหรือค่ายกลใดมิอาจจำแนก เพราะแม่นางเหวินเหยาเองก็มิได้ออกฝ่ามือสักกระพี้เดียว นางยังคงนั่งนิ่งพลันจ้องเขม็งมาที่ลูกค้ารายแรก ราวกับแม่ที่คิดถึงบุตร
.
"อะ..เอ่อ.. ทุกท่านเจ้าคะ..! ท่านพี่! , ท่านน้า! , นี่พวกท่านเป็นอะไรกันไปหมดเนี่ยะ!?"
แม่นางตัวน้อยเริ่มออกอาการลนลาน
.
"นี่ทำไมยืนแข็งทื่อกันหมดทุกคนเลยล่ะ! ข้ากลัวจัง! ข้ามิอยากรู้แล้ว! พาข้าไปจากที่นี่ที!"
เป็นใครก็ต้องกลัวเพราะชั่วยามนี้คือกลางวันแสก ๆ อัสดงแผดเผาหนังหัว แต่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยติดตามบริวาร หรือแม้แต่ชาวบ้านล้างตลาดล้วนแต่หยุดสะบั้น พวกเขานิ่งงันราวกับถูกผูกเงาไว้ใต้ฝ่าเท้า ไม่มีใครสนองตอบคำร้องขอของนายน้อยเลย และนั่นยิ่งทำให้เธอพุ่งพล่านจนแทบคลั่ง
.
"มิเอา ๆ ๆ ! ข้าน้อยมิอยากรู้แล้ว! ปล่อยทุกคนคืนมาเดี๋ยวนี้นะ! , กรี๊ดดดดด~! , มิเอา ๆ ๆ !"
.
"嘘…别出声.! (ชู่ววว.. เปี๋ย ชู เซิง!) เงียบ ๆ หน่อยคุณหนูเจ้าส่งเสียงดังเกินไปแล้วนะ"
เหวินเหยาพูดพลางหยิบกาน้ำชาออกมารินใส่ถ้วย นางรินให้ตัวเองถ้วยหนึ่งก่อนจะรินถ้วยที่สองและยื่นไปให้ลูกค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทว่ายังครูดกับความขรุขระของโต๊ะได้ไม่สุดเลย ความพิสดารในสถานการณ์ก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง
.
ราวกับกลีบดอกหอมหมื่นลี้ที่ร่วงปลิดกิ่งต้น ลมหนาวบาดผิวเพียงพัดวูบผ่าน ชาวเมืองฉางหลิงทั้งตลาดก็ล้มทั้งยืนราวกับจิตขาดผึง! พวกเขามิตายหากแต่ถูกห้วงนิทรายึดครองสติ หลับกลางอากาศหน้าฟุบดินไม่เว้นแม้กระทั่งหน่วยองครักษ์ชาย ที่กระบี่ยังไม่ได้ชักแต่จมแช่คาฝักสลบตามผู้เป็นนายไป
.
ถือว่าครบสมบูรณ์บริบูรณ์ดีแล้ว บัดนี้แม่นางตัวน้อยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของห้วงทรงจำของเหวินเหยาโดยเบ็ดเสร็จ หากเป็นโลกปัจจุบันวิชานี้คงเรียกได้ว่าเป็น Metaverse แห่งสำนักมาร์ค ซัลเคิลเบิร์คเป็นแน่ แต่ทว่าในโลกยุทธภพมันก็คือการย้ายจิตจากอีกคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง ผ่านทางโลกจำลองมิติเสมือน
.
ไม่ต้องเล่าให้มากความ แต่ความทรงจำจะนำพาร่างของนางล่องลอยไปตามจิตมารของร่างต้น ทุกอารมณ์ ทุกแรงกล้า ทุกสัมผัสถวิลหารับรู้ได้หมด เหวินเหยาเห็นอะไรพบเจออะไรมา นายน้อยรายนี้ก็จะแบ่งเอาชะตากรรมร่วมกันไปกับนางด้วย
.
"พี่สาวเจ้าคะ?! , พี่แม่ค้าคนสวย?! , ดะ..เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะที่นี่คือ?!"
ท่ามกลางความมืดโอบอุ้มตัวกับฝุ่นสีเทาคล้ายผงขี้เถ้า นายน้อยพยายามตะโกนเรียกสลับกับสะบัดหน้ามองหาเหวินเหยา แต่ก็มิได้ยินเสียงใดตอบกลับมา นอกจากแรงแข้งแรงขาที่ก้าวขึ้นหน้าขยับออกไปเอง
.
"เฮ่ย! , เฮ่ย ๆ ๆ !"
จนกระทั่งผ่านไปราวครึ่งก้านธูป ถึงตอนนี้แม้แต่การกระพริบตานายน้อยจอมซนก็สูญเสียการควบคุมไป
.
นางสูญเสียอิสระภาพบนเรือนร่างของตนเอง ทำได้เพียงมองและสอดส่องในสิ่งที่ตัวเองเคยถามเซ้าซี้เอาไว้ โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องก็เกิดขึ้นในกระท่อมไม้หลังหนึ่งที่สภาพกึ่งเก่ากึ่งใหม่ จากมุมมองของเหวินเหยานายน้อยมองเห็นศพของชายผู้หนึ่งที่นอนฟุบหน้าอยู่ในครัว เบื้องหน้าเขายังมีหม้อน้ำแกงที่ตั้งเดือดปุดอยู่บนเตาไฟ อาภรณ์ที่สวมใส่พออนุมานได้ว่าเป็นเกษตรกรผู้มากด้วยพรสวรรค์ ส่วนพร้าในมือเล่มนั้นแม้จะดูไม่เป็นวรยุทธแต่เขาคงสู้สุดใจ แผลฉกรรจ์กลางแผ่นหลังถึงต้องมีจำนวนมากถึง 3 แผล
.
"อุแว้! , อุแว้! , แง ๆ "
ยินเสียงทารกแรกคลอดแว่วผ่านมาทางหูเบื้องซ้าย ใจนายน้อยอยากหันควับมามองแทบตาย แต่ก็ถูกแรงต้านขับเอาไว้ให้หันมาทางขวาแทน มิหนำซ้ำยังต้องชักด้ามจอบออกมารับหน้า ปะทะคมปราณดาบอันแสนทรงพลัง! เสียงดังเป๊ง!!!
.
"เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง!"
.
"เฮ๊ย! ใครมาจากไหนอีกเนี่ยะ? แล้วทำไมมือเราถึงขยับไปเอง! ชีวิตเราเคยจับด้ามจอบแบบนี้ซะที่ไหน?! โอ๊ย! งงไปหมดแล้ว~!"
.
"เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง! , เพล๊ง!"
เกิดเป็นการต่อสู้อันสุดสะเทือนใจ กลุ่มโจรป่าโพกหัวปิดบังพรางใบหน้าด้วยผ้าสีดำ พวกมันบุกเข้ามาปล้นทรัพย์ในเรือนของแม่นางเหวินเหยา หนึ่งคนดูต้นทาง หนึ่งคนกำลังรื้อหาของมีค่า แต่ทว่าที่ชั่วช้าที่สุดกลับเป็นโจรภูเขาหมายเลข 3 หมอนี่นอกจากจะสังหารสามีของเหวินเหยาแล้วมันยังเล็งลูกน้อยของนางด้วย
.
น้ำตาไหลจิตตกสุด ๆ นายน้อยที่เสมือนสิงร่างอยู่จึงได้รับรู้เรื่องราวทุกอย่างไปเต็ม ๆ เธอสัมผัสได้ถึงความแสบของแผลถูกฟัน รับรู้ได้ถึงความกลัว ความเสียใจ และความโศกเศร้าของแม่คนหนึ่งที่สูญเสียสมาชิกครอบครัวอันเป็นที่รัก ผู้หญิงธรรมดาที่มีเพียงจอบง่อย ๆ ในมือ มีหรือจะสู้โจรป่าในคราบมือสังหารได้ สุดท้ายนายน้อยก็โดนถีบเข้าที่ลิ้นปี่ ตัวนางถลันถลาเล่นเอาจุกจนขาพับ แล้วก็ต้องร่วงกราวลงกับพื้นอย่างทุรนทุราย
.
กลายเป็นเปิดโอกาสให้สวะเดนนรกหันไปเล่นงานบุตรของนาง ซึ่งเพียงเสี้ยวพริบตาดาบเดียวเท่านั้น เสียงร้องที่ไพเราะที่สุดที่เหวินเหยาเคยได้ยินมาก็เงียบหายไปตลอดกาล ดวงใจนางแหลกเป็นเสี่ยง ดวงจิตแตกสลายยิ่งกว่าเม็ดทรายที่เล็กที่สุด ทุกคนตายหมด ทรัพย์สมบัติมิหลงเหลือ ซ้ำร้ายกระท่อมแห่งความรักก็ยังถูกจุดไฟเผา นี่จึงเป็นการฆ่ายกครัวดี ๆ นี่เอง เจตนาคงต้องการให้ทุกอย่างมอดไหม้ไปให้หมด แม้แต่คนที่ใจไม่สงบอย่างเหวินเหยาก็ขอให้ตายตกตามกันไป
.
"ฮือ.. เราสงสารพี่สาวจังเลย แล้วดูสิขนาดมิมีแรงจะลุกอยู่แล้วยังอุตส่าห์ลากศพสามีกับอุ้มลูกน้อยไว้ด้วย พี่สาวน่าจะอยากพาทุกคนหนีออกไปด้วยกัน"
นายน้อยเปล่งเสียงพูดออกมาแล้ว แต่ก็เหมือนเดิมคือมิมีใครได้ยิน และไม่สามารถเปลี่ยนผลการกระทำในอดีตได้
.
ภาพที่นางเห็นยังคงเป็นภาพมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ที่คล้ายกับการเล่นเกมยิงปืนแบบ First-person shooters คือเห็นแต่มือของเหวินเหยา แล้วก็เห็นอีกว่าพี่สาวเอาศพของสามีและลูกออกมาจากกองเพลิงมิได้! ถ้าไม่ทิ้งพวกเขาไว้ก็จะเป็นเหวินเหยาเองที่ต้องตาย ณ จังหวะนั้นนายน้อยรับรู้ได้ถึงหยาดน้ำตาที่ร่วงผ่านพวงแก้มของตน มันเต็มไปด้วยความโศกาและถวิลหา แล้วก็ความเสียใจที่ไม่อาจปกป้องคนที่ตนรัก
.
โครงสร้างหลังคาเริ่มพังลงมาแล้ว ไฟโลกันตร์โหมแรงขึ้นทุกที วินาทีที่มือทั้งสองข้างตะครุบเข้ากับขอบหน้าต่างได้สำเร็จ ตอนนั้นแหละที่รู้ว่าเหวินเหยารอด ก่อนที่ต่อมาภาพสัญญาณการมองเห็นของนายน้อยจะดับฟับตามลงไป นางตื่นขึ้นอีกครั้งในท่าฟุบหมอบอยู่บนโต๊ะ
.
"เอ๋!? ที่นี่คือ?"
.
"เป็นเช่นไรแม่หนูน้อย เจ้าได้เห็นอดีตและที่มาของข้าแล้วใช่หรือไม่?"
เหวินเหยายิ้มมุมปาก นางถามด้วยสุ้มเสียงเป็นมิตร
.
"เจ้าค่ะข้าน้อยเห็นใจพี่สาวเหลือเกิน สิ่งที่เห็นเมื่อครู่ช่างยากที่จะทำใจรับมือ แล้วตกลงพี่สาวรู้หรือไม่เจ้าคะว่าพวกคนชั่วพวกนั้นคือใคร?"
.
"หึ.. ดี! เป็นคำถามที่ดี! เพราะงั้นข้าถึงต้องเรียนวิทยายุทธยังไงล่ะ ตอนนั้นข้าได้ยินมาว่าหากสำเร็จวิชา "บุปผาพันลี้ (天鏡千里觀)" ของ สำนักเหลย (雷) ได้ล่ะก็ ต่อให้อยู่ไกลแสนไกลข้าก็จะตามรอยพวกมันเจอ แล้วข้าก็จะตามไปล้างแค้นให้ถึงที่!"
.
"อึก!"
ลูกค้าสาวจิบน้ำชาไปอึกใหญ่
.
"ติดก็แต่ก็อย่างที่เจ้าเห็นว่าข้านั้นเป็นสตรี การจะฝึกยุทธจึงค่อนข้างมีข้อจำกัด หนำซ้ำเจ้าสำนักก็มักจะตั้งแง่กับข้า โลกนี้มิง่ายเลยแม่หนูน้อย เจ้าอยากจะรู้ต่อไหมล่ะว่าหลังจากเอาตัวเองออกจากกองไฟแล้วข้าทำเช่นไรต่อไป"
.
เจอประโยคล่อซื้อนี้เข้าไป นายน้อยถึงกับดวงตาเป็นประกายฉายแววโรจน์
.
"อยาก ๆ เจ้าค่ะ! เอาเลยพี่สาวรีบทำให้ข้าหลับอีกข้าอยากจะรู้เร็ว ๆ วิชาประหลาดของพี่สาวช่างทำให้ข้าประทับใจยิ่งนัก"
.
"หึ ๆ ช่างเป็นเด็กสาวที่น่าสนใจซะจริง ได้เล๊ย!"
.
"วิ๊งงงค์~!"
.
ข้างนอกเป็นไงไม่รู้หลับแบบฟุบคาโต๊ะ หรือหงายหลังขาชี้ฟ้ามิมีสิ่งใดยืนยัน รู้แต่ว่าตัดภาพมาหนนี้นายน้อยในร่างของเหวินเหยาได้มายืนอยู่หน้าสำนักเหลย (雷) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ตอนนั้นแม่นางเหวินเหยายังเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้รู้จักวิธีการเดินลมปราณ ไม่เคยจับด้ามกระบี่ ไม่รู้จักจุดชีพจรที่ใช้ในการฝึกวรยุทธใด ๆ ทั้งสิ้น ในใจนางมีเพียงไฟแค้นและคงมีแต่ต้องเรียนวรยุทธเท่านั้นถึงจะสางแค้นให้บุตรและสามีได้
.
นางมิสนนางมิแคร์เดินทางมาหลายลี้ แต่นางก็เพิ่งมารู้เอาเมื่อครู่ว่าสำนักเหลย (雷) มิเคยรับศิษย์ที่เป็นสตรีเลยสักคน นางกำลังจะทำในสิ่งที่แหวกม่านประเพณี นายน้อยหญิงที่สิงอยู่ภายในก็เลยเหมือนจะรู้ชะตากรรมตัวเอง นางนี่ถึงกับเกร็งหัวเข่ารอเอาไว้เลยเพราะรู้ว่าอีกเดี๋ยวเหวินเหยาสาวชาวบ้านจะต้องทำสิ่งนี้เป็นแน่
.
"ปั๊ก!"
เข่าแทบแตก! ต่อด้วยการตะโกนจนคอก็เกือบจะแตกเช่นกัน
.
"เป็นสตรีแล้วจะทำไมใต้หล้านี้ไร้ซึ่งความเป็นธรรม! ข้ามิมีสิทธิทวงความยุติธรรมให้ลูกผัวข้างั้นหรือ?! ได้โปรดรับข้าไว้เป็นศิษย์ด้วย! ข้าจะคุกเข่าอยู่แบบนี้จนกว่าท่านเจ้าสำนักจะออกมา! ข้ามิได้ต้องการเป็นหนึ่งในใต้หล้าข้าแค่อยากฆ่าพวกมัน!"
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
มุมปากเผยองับสอดรับกันได้อย่างรู้ใจ พวกนางสองคนเหมือนเกิดมาเพื่อกันและกัน คนหนึ่งงับคนหนึ่งอ้า คนหนึ่งดูดคนหนึ่งเลีย ขนาดจะใช้ลิ้นแค่เผลอลืมตามองแป๊บเดียวก็อ่านออกทะลุหมดแล้ว ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรให้ เกิดเป็นการแหงนคอจูบปากที่ทุลักทุเลอยู่หน่อย ๆ เยว่เอ๋อจะออกลูกเมื่อยนิด ๆ แต่แสนจะสร้างอารมณ์.ด้วยเ
"ท่านจะรังแกข้ารึไงพี่มู่! ท่านจะขืนใจข้าหรือ?!""หยุดทำเดี๋ยวนี้นะ.. มิเช่นนั้นข้าจะร้องให้คนช่วย..".คุณพระ! หยุดจริงเหมือนโดนสตั๊นท์ไปเลย นิ้วเรียวของมู่ซื่อหรานหยุดขยี้ติ่งเสียวของเยว่เอ๋อแล้ว นางที่เคยหื่นกระหายจู่ ๆ ก็หายใจช้าลง เยว่เอ๋อถึงเริ่มกระเถิบบั้นท้ายตนเองออกมาให้ห่างจากกลีบแคมของพี
ทันทีที่สองคนกับสี่เท้ามาถึงห้องหมักสุรา หยาดน้ำเมาที่นำทางมาก็สลายหายกลายเป็นฝุ่นอากาศ ร่องรอยหายเรียบและถูกแทนที่ด้วยอากาศที่เย็นชื้นและสบายผิว แม่นางมู่หันซ้ายแลขวาอยู่พักหนึ่ง เช็คจนมั่นใจว่ามิมีใครเห็นหรือตามมา ก่อนจะเอ่ยปากบอกกัยเยว่เอ๋อน้อยไปว่า."พวกเราเข้าไปในห้องนี้กันเถอะ ในนี้น่าจะเงีย
"รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ" หากคุณรู้จักเนื้อร้องเพลงนี้ แปลว่าคุณต้องมีคุณแม่เป็นเซียนคาราโอเกะ และการร้องเพลงมีสายไมค์โครโฟนฉันใด เหวินเหยาก็มีสายด้ายที่ลากจูงนางไปไหนต่อไหนฉันนั้น เรี่ยวแรงการกระชากกระชั้นมิต่างจากวัวพยศ มันคือโคถึกที่หืดกระหายไปกับรสกามารมณ์."ให้ตายเถอะ! จะปล่อยให้ไปใกล้ห้องน







