LOGIN"รถม้าคันตรงกลางเมื่อฟังจากเสียงม้าที่แผดเสียงร้องดังกว่าคันอื่น บวกกับพลขับที่ฟาดแส้ซะจนหัวไหล่แทบซ้น และรอยล้อเกวียนที่จมลึกกว่าคันไหน ๆ ค่อนข้างเป็นไปได้สูงว่าข้างในจะต้องเป็นเหรียญทองหรือของมีค่า!"
นางยังคงกระโจนข้ามฟากทิวไผ่อย่างคล่องแคล่ว ยิ่งตกพลบค่ำยิ่งไวขึ้นราวกับนกนางแอ่นเหินราตรี
.
ชั่วยามนี้จอมยุทธหญิงโผทะยานนำหน้าขบวนคาราวานไปราว 2 ลี้สวี่ (里许) นางทำเพื่อตรวจสอบว่าต้นหวูถงใหญ่กับหินผาที่อุตส่าห์ใช้ยันต์ระเบิดถล่มทิ้งไว้ตั้งแต่ยามฉู่ของคืนก่อนยังอยู่ดีหรือไม่ ซึ่งพอมันยังอยู่ดีหลังขบวนรถของคุณชายเซียวแล่นผ่านมาถึง ทหารนำขบวนก็จำเป็นจะต้องเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวพลันเปลี่ยนทิศทางรถให้วิ่งไปตามทางที่นางกำหนดไว้
.
ณ จุดสังเกตการณ์บนหน้าผาสูงศิษย์สำนักเหลย (雷) ยังได้ใช้ทักษะในการอ่านสถานการณ์เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ทำให้รู้ว่ารถม้าคันสุดท้ายก็มิน่าจะใช่รถของคุณชายซียวจวินเหยียนอีกเช่นกัน กลับกันนั่นน่าจะเป็นรถที่บรรทุกสตรีมามากกว่า 10 นางเสียมากกว่า!
.
"นี่ท่านจะขนบุปผาชนมากมายเช่นนั้นไปที่ไหนกันคุณชาย? เหตุที่ข้ารู้ก็เพราะลายฉลุไม้แบบเฟิ่งเหวิน (凤纹) อันเป็นสัญลักษณ์ของสตรีที่อ่อนช้อย , สง่างาม , และสูงส่ง มีแค่ช่างฝีมือในเขตพระราชฐานชั้นในเท่านั้นถึงจะฉลุลายเช่นนี้ได้ แล้วใครกันเล่าที่อยู่ในวังชั้นในสุดถ้ามิใช่พวกนางสนม หรือจะดูจากสารถีคนขับก็ได้ทหารจากจวนสกุลเซียวมีคนบุคลิกตุ้งติ้งเช่นนี้หรือ? กงกงจากวังหลวงลงมาควบม้าเองเสียมากกว่า?!"
.
ไตร่ตรองเสร็จก็กระโดดสลับขาไต่ยอดไผ่โดยใช้พิรุณย่ำฟ้าไล่กวดขบวนรถไปอีกที ณ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มจะต่อภาพเป็นเนื้อเดียวกันได้แล้ว เส้นทางที่พวกเขาใช้คือหมุดหมายที่เหวินเหยาต้องการให้รถวิ่งไป และถึงตอนนี้นางก็รู้แน่ชัดแล้วว่าคุณชายเซียวจวินเหยียนอยู่ในรถคันหน้าสุด
.
ข่าวสารลับที่ซื้อจากตำหนักเงาจันทรามิได้ผิดพลาด พวกเขาแค่แจ้งว่าคุณชายเซียวจะเดินทางมาทางนี้พร้อมคณะแต่มิได้บอกว่าจะไปที่ไหนและไปทำอะไร คนที่ทำให้ภาพใหญ่นี้สมบูรณ์จึงเป็นตัวเหวินเหยาเอง ส่วนคำถามที่ว่าจะไปที่ไหนและไปทำอะไรอีกมิช้าก็น่าจะรู้ หลังขบวนรถทั้งคาราวานเคลื่อนตัวเข้าสู่ส่วนท้ายของป่าไผ่
.
บริเวณรอบ ๆ นี้คือดงแมกไม้ที่จอมยุทธหญิงลงทุนมาวางค่ายกลดักรอไว้ตั้งแต่หลายคืนก่อน!
.
"ฟุบ~!"
ฝ่าเท้าเล็กลดระดับลงเหยียบย่ำลงสู่พื้นล่างที่เต็มไปด้วยใบไผ่แห้ง
.
"แกร๊บ! , แกร๊บ! , แกร๊บ!"
.
"เอาล่ะ! อย่าน้อยเงินที่จ่ายให้ว่านอิ่งโหลว (万影楼) ก็มิเสียเปล่า ข่าวของพวกเขายังไว้ใจได้เสมอ ต้อนมาได้ขนาดนี้ก็ต้องยกย่องพวกเขาอยู่หลายส่วน แต่หลังจากนี้คงต้องใช้ฝีมือของเราเองแล้วล่ะนะ"
เหวินเหยาคิดพลางก้มตัวลงต่ำคล้ายกำลังเดินย่อง มิหนำซ้ำยังพยายามชำเลืองผ่านซี่ไผ่และความมืดดำแห่งรัตติกาลอันดับแสง
.
จากถนนดินลูกรังที่แคบประมาณ 3 ปู้และสองฟากฝั่งที่เต็มไปด้วยป่าไผ่ เหตุไฉนพอถึงตำแหน่งตรงนี้พื้นที่กับกว้างขวางขึ้นจนกลายเป็นลานกว้าง! มีใบไผ่แห้งปกคลุมอยู่เต็มบริเวณ ด้วยความสัตย์จริงแม้แต่ทหารม้าผู้นำขบวนและบรรดาทหารยศต่ำที่ถือธงราชสำนักอยู่รายรอบยังเริ่มกุมกระบี่เพื่อระวังตัว ลางสังหรณ์ชักมิดีพื้นที่ลักษณะนี้มันดงสังหารชัด ๆ
.
พอเห็นเป้าหมายออกอาการลนลาน เหวินเหยาจึงตัดสินใจตวัดดัขนีใช้ปราณเคลื่อนย้ายวัตถุทันที! นางสะบัดแขนฟันฉับกลางอากาศโดยที่ตนเองยังซ่อนตัวอยู่หลังแนวไผ่!
.
"ฟึบบบ!"
.
"ฮี่~! , ฮี่~! , ฮี่!!!"
.
ครู่สั้นต้นไผ่ขนาดใหญ่ 16 ต้นที่ถูกคลุมทับไว้ด้วยใบไผ่จำนวนมากก็ดีดตัวเองให้ตรงเด่ขึ้นมา! ไผ่ต้านจู๋ (淡竹) ขึ้นชื่อลือชาว่ามีความยืดหยุ่นสูงที่สุดในยุทธภพ เนื้อของมันมักถูกนำมาทำอาวุธหรืออุปกรณ์สำหรับดักสัตว์ และหนนี้เหวินเหยาก็นำมาใช้สำหรับจับคน! เพราะสิ่งที่ผูกกับต้นไผ่เหล่านี้ไว้ก็คือตาข่ายเชือกเถิงเซิง (騰升) อีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่จะขาดไปมิได้สำหรับนักล่าหรือโจรป่าบนภูเขา
.
รถม้าคันกลางที่บรรทุกทรัพย์สมบัติทองคำต่าง ๆ จึงถูกยกชูให้สูงขึ้นเหนือพื้นกว่า 4 จั้ง! เรียกได้ว่าสูงจนต้องแหงนคอมอง แล้วก็จะเห็นม้าสองตัวดิ้นกระแด่ว ๆ พร้อมกับคนขับ และล้อเกวียนที่หมุนติ้วอยู่กลางอากาศ พวกเขาถูกพันธนาการไว้เหนือฟ้าโดยสิ้นเชิง สำทับกับบรรดาทหารชุดเกราะที่อยู่เบื้องล่างที่ก็ตะโกนออกมาแทบจะเป็นเสียงเดียวกันว่า
.
"ขบวนรถโดนปล้น! อารักขาคุณชายเซียว!"
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
"เสี่ยวโม่ทำไมตัวเจ้าร้อนจัง..""เจ้าจะทำให้ข้ารุ่มร้อนไปด้วยนะ.. อ่าาา~!""ข้าตื่นเต้นจังเลย.. อ่ะ! , อ่ะ! , อ่ะ! , โอ๊ยย..ย..ย! , ตรงนั้นมัน?!".ยิ่งเยว่เอ๋อครางก็เหมือนยิ่งยุ นางชักจะเริ่มทนแรงเสียดสีสุดสยิวของฝ่ายชายไม่ไหว ทุกวินาทีที่เขาใช้นิ้วรุกล้ำน้องสาวนางเรือนร่างก็จะย่อตัวลงช้า ๆ นางแทบ
สถานการณ์ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวกันระหว่าง "ดูดดื่ม" กับ "ดูดน้ำ" อากาศก็ต้องฮุบหายใจ คนรู้ใจก็อยากรุกล้ำหว่างขา ภาพที่ออกมาเลยกลายเป็นการดำผุดดำว่าย ที่ฝ่ายชายเหมือนจะเป็นต่อ เสี่ยวโม่ตัวแข็งไปทั่วร่างแต่ก็มิสู้แกนแข็งกลางลำตัว ที่ยิ่งจูบก็ยิ่งชูชันขึ้นจนแทบจะแหวกลำธารออกเป็นสองฟากฝั่ง.ตร
ถือว่าเป็นจูบแรกของกันและกันในระยะเวลาอันกระชั้นชิด ภายในลำธารใสที่ไหลเอื้อยอิ่ง เขย่งเท้ากันนิดเดียวเสี่ยวโม่ก็ดึงเอาร่างบางของเยว่เอ๋อมาไว้ในอ้อมกอดอันหนึบแน่น ดูเหมือนเขาจะมิมีวันปล่อยนางไปไหนให้ใครได้เชยชมอีกแล้ว รสริมฝีปากอันอ่อนนุ่ม การขบรับผลัดกันบ่งบอกว่านางเองก็ต้องการ."อ่าาา.. ดีจังเลยเ
เย็นจับจิตจริตจับใจ น้ำในลำธารที่ว่าใส ๆ ยังไม่สะอาดเท่าความจริงแท้ที่เสี่ยวโม่เอ่ยออกมา เงียบจนได้ยินเสียงปลาพ่นฟองอากาศ สงัดจนเสียงกลีบดอกเถาฮวาหล่นลงน้ำดังราวกับลูกเห็บในฤดูฝน ทำเอาเยว่เอ๋อที่หันหลังให้ถึงกับต้องผินหน้ากลับมาชำเลืองมอง."เมื่อครู่เจ้าว่าเช่นไรนะ? ขาฟังมิถนัดนัก?"นางฉงนกับประโย







