Masukเล่าย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนที่เยว่เอ๋อจะกระโดดลงรถม้า เป็นช่วงเวลาราว 3 ก้านธูปก่อนหน้านี้เห็นจะได้ และด้วยความที่เหวินเหยานั้นเป็นผู้วางหมากทุกอย่าง นางจึงจำเป็นจะต้องมาถึงงานแต่งสกุยเวยก่อนใคร นางมาถึงก่อนแม่นางมู่มาถึงก่อนคุณชายเซียว แล้วก็แน่นอนว่าต้องมาถึงก่อนเยว่เอ๋อด้วย และด้วยความที่จะต้องใช้พื้นที่ภายในงานแต่ง นางจึงต้องสวมอาภรณ์สีชมพูลายดอกโบบั๋นเพื่อให้กลมกลืนกับผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ
.
นางยื่นซองใส่เงินที่โต๊ะรับรองหน้าประตูทางเข้า จากนั้นก็มอบของกำนัลตามธรรมเนียมเป็นหีบไม้หีบหนึ่งที่ภายในใส่แค่เศษฟางและก้อนหินเพื่อถ่วงน้ำหนักเท่านั้น คิดเอาเถอะว่าขนาดซองใส่เงินนางยังมิเขียนชื่อตนเองลงไปเลย ทั้งหมดทั้งมวลก็เพียงเพื่อจะตีเนียนว่าตนเป็นผู้ที่ถูกเชิญมาก็เท่านั้น อาศัยความคนเยอะอาศัยจังหวะที่พวกพ่อบ้านที่มารับรองเผลอ บวกกับการแต่งตัวที่ภูมิฐานมีชาติตระกูล แค่นี้นางก็เดินเข้ามาในจวนสกุลเวยได้อย่างหน้าตาเฉยแล้ว
.
"เอาล่ะ! ผ่านไปได้หนึ่งด่านต่อไปก็ต้องหาทางปลอมตัว! ว่าแต่จะเลือกใครเป็นเป้าหมายดีล่ะคงต้องเป็นคนที่ขนาดรูปร่างพอ ๆ กับเราสักหน่อย.."
สิ่งที่เหวินเหยาคิดจะทำจะเรียกว่าเป็นการปลอมตัวซ้อนก็ว่าได้
.
ทั้ง ๆ ที่อยู่ในบทบาทของแขกร่วมงานแต่นางกลับเดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว จนเริ่มจะประเมินแผนผังของปรัมพิธีสถานที่จัดงานรวมไปถึงตำแหน่งโต๊ะอาหารของแขกผู้มาร่วมงานจากตระกูลต่าง ๆ ได้ กล่าวคือตามธรรมเนียมของการแต่งแบบจีนนั้น แขกเหรื่อจะมิถูกเชิญให้มานั่งโต๊ะรวมแล้วทานข้าวร่วมกันแบบงานแต่งไทย แต่พวกเขาจะถูกแยกสำรับไว้ต่างหาก มีโต๊ะของใครของมัน แล้วแต่ละโต๊ะก็จะมีฉากกระดาษสาเป็นแผงกั้นบาง ๆ เพื่อความเป็นส่วนตัว
.
พื้นที่นั่งจะถูกยกระดับพื้นให้สูงขึ้นมา ทำให้แม้จะเป็นการนั่งทานอาหารกับพื้นแต่ความสูงก็จะเป็นขั้น ๆ ไล่ระดับตามฐานันดรศักดิ์และศักดินาขอแต่ละตระกูล แขกท่านไหนสนิทสนมมากก็จะได้นั่งใกล้ปรัมพิธี มองเห็นหน้าบ่าวสาวและได้ยินแม้กระทั่งการกล่าวคำบูชาฟ้าดินของคู่สมรส แขกท่านไหนยศฐาบันดาศักดิ์มิสูงนักก็จะถูกจัดให้นั่งอยู่ไกลหน่อย เพราะฉะนั้นแผนผังการจัดเรียงที่นั่งจึงแลดูคล้าย ๆ กับโรงละคร ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงโค้งรูปตัวยูและมีคู่บ่าวสาวยืนเด่นสง่าอยู่ตรงกลาง
.
"อืม..ม..ม..ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสกุลไหนถูกจัดให้นั่งตำแหน่งไหน ดููจากป้ายชื่อที่วางไว้เราคงต้องโยกย้ายป้ายสกุลมู่ให้มาอยู่ติดกับสกุลจ้วง ส่วนป้ายของสกุลเซียวดันอยู่ฟากตรงข้าม หากหยิบข้ามฟากมาจะต้องมีพิรุธแน่ เต็มที่เราน่าจะทำได้แค่ย้ายมันมาอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นสองสกุลนี้ในระดับสายตา รักสามเศร้าจะบังเกิดกันก็วันนี้แหละ! เหอะ ๆ เรานี่มันเจ้าแผนการซะจริงเชียว!"
.
ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ประทับใจในแกนสมองตนเองอีกครั้ง แต่ก็ต้องมิลืมไปเช่นกันว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นล้วนแต่ยังเป็นแค่ความคิด เหวินเหยาจะไปย้ายป้ายชื่อประจำตระกูลมั่วซั่วได้เช่นไร หากนางยังคงสวมอาภรณ์ลายดอกโบตั๋นอยู่เช่นนี้ นางจึงต้องใช้ยุทธวิธีการปลอมตัวซ้อนดังกล่าว
.
บ่าวรับใช้หญิงที่มีหน้าที่รับผิดชอบยกอาหารในครัวจึงกลายเป็นเป้าหมาย! อาภรณ์สีเขียวขลิบกลีบบัวเช่นนี้แหละที่จะแทรกซึมไปที่ไหนในจวนสกุลเวยก็ได้ และใช้เวลาเพียงแค่ 1 จู้เซียง (炷香) เหวินเหยาก็หาเหยื่อของนางเจอ นางเดินตามแม่นางหุ่นสวยผู้นี้อยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะกลายเป็นมุมอับสายตาเล็ก ๆ ใกล้กับห้องน้ำ ที่ถูกใช้เป็นที่บรรจุร่างเปลือยอันบางกรอบร่างนี้เอาไว้มิให้ใครเห็น
.
"เปรี๊ยะ ๆ , เปรี๊ยะ ! , เปรี๊ยะ ! "
แฉกสายฟ้าส่ายยึกยือออกจากปลายนิ้ว
.
คนเดินตามหลังทำอะไรก็ง่ายมิเหมือนเหยื่อที่อยู่ด้านหน้า ที่มิรู้เนื้อรู้ตัวสักนิดเลยว่าตนกำลังจะถูกทำให้สลบไปพักใหญ่ กว่าจะลืมตาขึ้นอีกครั้งบางทีงานอาจจะจบไปแล้วก็เป็นได้
.
"ช็อตตต..ต..ต..ต!"
แค่วางนิ้วเบา ๆ ลงที่ท้ายทอยนางก็ดิ้นกระแด่ว ๆ ราวกับโดนช็อตด้วยปืนช็อตไฟฟ้า
.
เหวินเหยาจึงรีบโผเข้ามาช้อนตัวนางจับลากเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ทำการเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าเก่าลายดอกโบตั๋นของเหวินเหยานางก็ได้พับมันเป็นทบเล็ก ๆ แล้วก็สอดไว้ในอ้อมอกของเหยื่อนที่นอนสลบไสลอยู่ หลังจากนั้นก็ลากหญิงรับใช้ผู้นี้มาโยนหมกไว้ตรงซอกมุมก่อนถึงห้องน้ำ
.
สาเหตุที่เหวินเหยาทำเช่นนี้ก็เพราะ ข้อหนึ่ง : บ่าวรับใช้ผู้นี้ยังไงก็คงมิตื่นขึ้นง่าย ๆ แล้วเหวินเหยาเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดเดิมในตอนกลับ ข้อสอง : ขืนทิ้งร่างเปลือยอันสลบไสวไว้ในห้องน้ำต่อไป ยังไงซะก็ต้องมีแขกเหรื่อคนอื่น ๆ เดินมาเข้าห้องน้ำแล้วพบเห็นอยู่ดี
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ตัดภาพมาที่เหวินเหยาผู้บงการเรื่องทั้งหมด และอยู่ในชุดคนใช้.ดูเหมือนว่านางจะซึมซับวิถีสาวใช้ได้อย่างรวดเร็ว เนียนกริบเนียนมากจนมิมีใครจำได้หรือแยกออก เพราะขณะที่เป้าหมายทั้งสองของนางเดินหายลับตาไปไหนต่อไหน เหวินเหยายังยกถาดอาหารมาเสิร์ฟแขกผู้มาร่วมงานอยู่เลย นางเดินเข้าออกโรงครัวเป็นว่าเล่น เก็บโ
"เยว่เอ๋อ!!! เจ้าล้อข้าเล่นรึ!?"เป็นการตวัดหน้าถามแบบตะโกนกึ่งเก็บเสียงอยู่ในที."พรึบ! , พรับ!"นายน้อยตอบด้วยการส่ายหน้าช้า ๆ แววตาซึมเศร้า."เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึเยี่ยงไร?! แล้วมีใครรู้เรื่องนี้อีกหรือไม่?!""แล้วสภาพเจ้าตอนนี้เป็นเช่นไรบ้าง เจ้าอาเจียนบ้างรึเปล่า?!"จับต้นแขนน้องเขย่า ๆ บีบคลึ
พอทุกอย่างเข้าที่พิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับงานมงคลก็ดำเนินไป ทว่าความสนใจของเยว่เอ๋อเหมือนจะมิอยู่ที่ตรงนั้นอีกแล้ว ตั้งแต่ที่นางได้นั่งลงข้าง ๆ กับพี่สาวแสนสวย."นี่ ๆ พี่มู่ว่าแต่ทำไมสกุลมู่ถึงส่งท่านมาแค่คนเดียวล่ะ""ท่านน่ะหมั้นหมายกับคุณชายเซียวจวินเหยียนไปแล้ว ก็น่าจะมาด้วยกันมิใช่หรือ?""ขนาดข
"คิกคัก ๆ , คิกคัก ๆ"เสียงหัวเราะแบบปิดปาก แหลม ๆ เล็กแบบเสียงผู้หญิงดังขึ้นข้าง ๆ.ซึ่งเมื่อกี้ก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่าเยว่เอ๋อไม่ได้ยินคนขำนางมาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้และเดี๋ยวนี้มันกลับดังขึ้นอีกครั้ง แถมยังดังมาจากไอ้ฉากกั้นกระดาษสาที่อยู่ข้าง ๆ นี่เอง นางก็เลยริบเช็ดปากพลันหันควับไปมอง."ใครอ่ะ?!







