Se connecterจัดแจงเปลี่ยนชุดสวมรอยเป็นสาวใช้เสร็จเรียบร้อย เจ้าของอาภรณ์ก็ถูกเก็บซ่อนไว้ในตำแหน่งเหมาะสม ที่เหลือก็มิใช่เรื่องยากอะไรแล้ว เหวินเหยาก็แค่แกล้งเดินตุ้มตะตุ้มตุ้ยส่ายตูดดุ๊กดิ๊ง แสร้งทำเป็นจัดแจงตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย พอมีจังหวะนางก็ได้ทำการสลับสับเปลี่ยนป้ายที่นั่งประจำตระกูลให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ สาบานได้ว่ามิมีใครเอะใจเลยอะไรที่ว่าง่ายทำง่าย ๆ ก็มักจะได้ผล เป็นจอมยุทธท่านอื่นอาจจะใช้วิธีที่อลังการมากกว่านี้ แต่เหวินเหยาแค่สลับป้ายแค่นี้ผลลัพธ์ก็ถล่มทลายแล้ว
.
"เอาล่ะ.. แค่นี้ก็เรียบร้อย แม่นางมู่จะได้นั่งติดกับเยว่เอ๋อส่วนคุณชายเซียวก็จะเห็นพวกนางจากฟากตรงข้าม ที่เหลือเราก็แค่รอให้ทุกคนทยอยกันเข้ามาในงาน"
.
ดนตรีกู่ฉินและกู่เจิงเล่นเพลงมงคลดังสนั่น เสียงแขกเหรื่อเริ่มทยอยกันเข้ามาในงาน และหนึ่งในผู้ที่มาร่วมงานตั้งแต่ช่วงต้น ๆ ก็คือมู่ซื่อหรานที่เหวินเหยากำลังรอ แน่นอนว่าด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) ที่ผูกไว้นี่ถึงกับสั่นกระเพื่อม มันน่าจะจับสัญญาณได้ว่าเป้าหมายกำลังตื่นเต้นมาก และกำลังรอใครสักคนอยู่ ดูได้จากทิศทางการกระเพื่อมเป็นลูกคลื่นของมัน
.
"ขออภัยเจ้าค่ะ ท่านใช่แม่นางมู่แห่งร้านทอผ้าซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) หรือไม่เจ้าคะ?"
เหวินเหนยาแกล้งเดินเข้ามาถาม นางทำแม้กระทั่งการดัดเสียงให้แหลมกว่าปกติ
.
"ใช่จ่ะ! ข้ามู่ซื่อหรานคนจากสกุลมู่ เทียบเชิญข้าได้มอบให้ไว้ ณ โต๊ะรับรองด้านหน้าแล้ว"
.
"อ๋อ! เปล่าหรอกเจ้าค่ะข้าเป็นเพียงบ่าวผู้ให้การรับรอง และข้าจะมานำทางท่านไปยังที่นั่งสำหรับดื่มชาและทานของว่าง รบกวนท่านหญิงตามข้ามาทางนี้เลยเจ้าค่ะ.."
.
เจอประโยคนี้เข้าไปมู่ซื่อหรานก็ถึงกับออกอาการ นางเริ่มหันซ้ายแลขวาเพื่อมองหาคุณชายเซียวที่อุตส่าห์นัดกันไว้แล้วซะดิบดี ซึ่งถ้าหากนี่มิใช่เรื่องราวในโลกยุทธภพแล้วล่ะก็ ช่วงเวลาเช่นนี้แค่กดโทรศัพท์กริ๊งเดียวมิเกิน 1 ช่าหน่าก็น่าจะรู้ผล ว่าใคร? ทำอะไร? อยู่ที่ไหน? เมื่อไหร่?
.
"คือข้ายังมิไปนั่งตอนนี้ได้หรือไม่ พอดีข้าอยากเจอใครสักคนก่อน เจ้าไปรับรองแขกท่านอื่นก่อนเถอะส่วนตำแหน่งที่นั่งประเดี๋ยวข้าเดินหาเองก็ได้.."
แม่นางมู่ตอบอย่างสุภาพ
.
"อ่าว?!"
ตรงข้ามกับเหวินเหยาที่คิดคำนี้ขึ้นมาในใจ นางในชุดคนใช้มิได้พูดออกไปแต่อาการไม่พอใจที่เหตุการณ์มิเป็นไปตามที่คิดนั้นสำแดงชัด ทว่าก็ต้องคงภาพลักษณ์เอาไว้อยู่
.
"อะ..แฮ่ม! ได้เลยเจ้าค่ะ! หากท่านหญิงเสร็จธุระแล้วแต่ยังหาที่นั่งมิเจอ ก็ร้องเรียกข้าได้นะเจ้าคะ"
.
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปเกินกว่า 2 ก้านธูป แขกผู้มีเกียรติจากตระกูลดังทั่วฉางหลิงแทบจะเข้ามาในงานสมรสกันเต็มพื้นที่ บ้างมาเดี๋ยวบ้างมาคู่ ของกำนัลมีทั้งมาเป็นหีบชิ้นไหนใหญ่มากก็มาเป็นรถม้า ส่วนของที่ใหญ่ที่สุดก็เห็นจะเป็นก้อนหยกขนาดมหึมาสีมรกต ที่สูงกว่า 2 ช่วงตัวและกว้างกว่า 3 คนโอบ ใหญ่จนแทบจะประเมินราคามิได้ ลำพังนำลอดประตูหน้าจวนเข้ามาได้ก็ดึงดูดสายตาของใครต่อใครไปจนหมดสิ้น
.
ดนตรีกู่ฉินเริ่มเร่งเร้าโถงตรงกลางเริ่มคลาคล่ำ แต่ครานั้นคุณชายเซียวจวินอวี่ก็ยังหายหัว ฝั่งเหวินเหยาเองก็เนียนกับการปลอมตัวสุด ๆ นางเดินยกอาหารจนขาขวิดไปหมด เชิญคนนั้นคนนี้เข้าสู่ที่นั่งสลับกับการเสิร์ฟอาหารเสิร์ฟน้ำชาได้อย่างแนบเนียนจนมิมีใครจับพิรุธนางได้เลย ซึ่งก็แน่ล่ะนี่มันงานแต่งงานของคุณหนูสกุลเวย ใครเขาจะมาจับจ้องคนใช้ในเสื้อสีเขียวขลิบกลีบบัวกัน
.
"ตึก ๆ , ตึก ๆ , ตึก ๆ"
ด้ายแดงทอวิญญาณที่ผูกไว้ตรงนิ้วนางชักเริ่มรัดแน่น
.
"หืม.. แม่นางมู่เริ่มจะมิไหวแล้วหรือ? จังหวะการสั่นของด้ายที่ผิดแปลกไปทั้งยังเปลี่ยนเป็นรัดแน่นเช่นนี้ แปลความได้ว่าเป้าหมายกำลังร้อนรนมิเป็นสุข!"
เหวินเหยาคิดพลางก้มรินน้ำชาใส่ถ้วยให้แขกท่านหนึ่ง
.
"ต้องเป็นเพราะคุณชายเซียวเป็นแน่ ป่านนี้แล้วท่านไปมุดหัวอยู่ที่ไหนนะ เป็นคุณชายเจ้าสำราญก็จริงแต่สัญญาแล้วมิรักษาสัญญาปล่อยให้สตรีต้องรอดูมิเข้าท่าเอาซะเลย!"
ยกตัวขึ้นเหยียดตรงพลางเดินกระท่อนกระแท่นดุ๊กดิ๊ก ข้ามฟากมายังที่นั่งของสกุลมู่ที่ว่างเปล่าอยู่
.
ด้วยความสัตย์จริงแม้แขกในโถงปรัมพิธีจะมีมาก แต่เหวินเหยาก็มิต้องคิดมากเรื่องการตามหาแม่นางมู่เลย เพราะนางมีด้ายแดงที่มัดเชื่อมติดไว้เป็นดั่ง GPS การสั่นที่เปลี่ยนไปยังมิเท่าไหร่มันมิแรงเท่าตอนที่เป้าหมายเงี่ยนด้วยซ้ำ หากแต่ความกังวลกลับตกอยู่ที่อัตราการบีบรัด ตอนนี้นิ้วนางของเหวินเหยาแทบจะแดงห้อเลือดขึ้นมาเลย! ซึ่งพอนางเหยียดกายขึ้นและกลับหลังหัน!
.
"อุ๊บบบ! , อุ๊ยยย! , ขออภัยเจ้าค่ะ! ท่านหญิงก็มามิให้ซุ่มให้เสียงเชิญนั่งตรงป้ายสกุลมู่ตรงนี้ได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะเข้าครัวไปยกสำรับกับน้ำชามาให้นะเจ้าคะ"
.
หันหลังมาหน้าเกือบชนกันเหวินเหยาตกใจสะดุ้ง แต่มู่ซื่อหรานนี่สิที่หน้าเบี้ยวหน้าบูดเป็นตูดลิง ตั้งใจจะลงไปชะเง้อหาคุณชายเซียวตรงปรัมพิธีแท้ ๆ แต่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนผินหน้าเร็วยังไง ก็จะเจอแต่บ่าวรับใช้นางนี้ติดเข้ามาในเฟรมอยู่ทุกที!
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
สองมือโอบอุ้มดุ้นหรรษาอันนี้ที่ดิ้นกระแด่วราวกับปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) ในซุปหม้อไฟ ปลาขาดน้ำย่อมกระเสือกกระสนเช่นไร ควยปลอมดุ้นนี้กลับทำในสิ่งตรงข้าม! ตัวมันฉ่ำชุ่มไปด้วยน้ำเงี่ยน ทั้งยังหยดติ๋ง ๆ หยาดลงกับพื้นในทุกห้วงก้าวที่เยว่เอ๋อหอบหิ้วถือไป มันมิได้ดิ้นเพราะขาดน้ำ! หากแต่ดิ้นเพราะกระชุ่มกระชวยที่ได้
ลำตัวบอบบางจะทนกับสิ่งนี้ได้อีกสักเพียงไหน ความช้ำสะสมนี้เริ่มจะเปลี่ยนเยว่เอ๋อให้เป็นดั่งกลีบดอกเบญจมาศที่โดนฉีกทึ้ง ความสวยงามที่ต้องแลกมากับความเจ็บปวด ความแสบเสียวที่ต้องแลกมากับร่องเสียงอันแสบสัน ดุ้นควยปลอมของคุณชายเซียวช่างมิยอมรามือ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษเยว่เอ๋อด้วยที่ส่งแรงกำหนัดพาดผ่านลงไ
องศาการฉีกคว้านเข้าขั้นทะลุทะลวง เยื่อพรหมจรรย์ของเยว่เอ๋อน่าจะฉีกขาดไปสิ้นแล้ว หลังโดนการกระแทกตำที่ระห่ำซั่มแม่ถึงเพียงนี้ นางประคองดุ้นควยยักษ์ด้วยสองขาแทบมิไหว อัตราการกระทุ้งกึ่งหมุนควงส่งผ่านมาถึงกล้ามเนื้อหัวหน่าวจนกระเพื่อมเริงระบำ แทนที่เยว่เอ๋อจะเป็นคนคุมเกม กลับกลายเป็นนางเองที่โดนจู๋ปลอ
ปล่อยองคชาตเทียมดิ้นกระแด่ว ๆ เป็นปลาช่อนขาดน้ำอยู่บนฟูกที่นอนต่อไป บัดนี้สมาธิความสนใจของเยว่เอ๋อน้อยได้ย้ายมายังกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่ง ที่สอดไว้ด้านล่างสุด มันคือเอกสารคู่มือการใช้ดุ้นควยอันนี้ นางปราดสายตาผ่านอักษรท่อนที่เขียนถึงที่มาที่ไปว่าควยนี้มายังไง และใครเป็นคุณชายต้นแบบ พลันเลือกที่จะเพ่ง







