LOGINหลังเข่อซิงออกมาจากจวนนายอำเภอได้ก็รีบเดินหนีห่างออกไปให้ไกลมากที่สุด ก่อนจะหามุมลับตาคนหายวับเข้าไปในมิติพิเศษ
นางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่พร้อมนำผ้ามาผูกปิดบังใบหน้างามเอาไว้ จากนั้นจึงสำรวจสัมภาระที่แม่บ้านถิงมอบให้
‘โห..นี่เงินไม่น้อยเลยนะ ท่านป้าถิงให้เงินนางมากเพียงนี้เชียวเหรอ
หากมีโอกาสนางต้องตอบแทนกลับคืนไปให้มาก’ เข่อซิงคิดขณะมองเงินในถุงสัมภาระ ซึ่งแม่บ้านถิงมอบเงินให้นาง 5 ตำลึงทอง 5 ตำลึงเงินกับอีก 200 อีแปะ
‘ดูสิ ยังมีซาลาเปาหมูสับกับเซาปิ่งไส้ถั่วแดงที่เตรียมมาให้นางกินพร้อมน้ำชาอีกกระบอกหนึ่งด้วย ไหนจะยาทาแผลนี้อีก’
เข่อซิงมองสิ่งของที่แม่บ้านถิงเตรียมให้อย่างใส่ใจ ภายในใจนางรู้สึกอุ่นวาบมีแรงคิดหาหนทางไปต่อทันที
เข่อซิงมุ่งหน้าไปย่านตลาดร้านค้า หาซื้ออาวุธติดกายเอาไว้ป้องกันตัว
มองหาจนได้กริชพร้อมปลอกหนังเล่มหนึ่งซึ่งจับถนัดมือ เหมาะกับเชฟแบบนางที่มีความถนัดในการใช้ของมีคมอย่างพวกมีดเป็นพิเศษ
นอกจากนั้นเข่อซิงยังซื้อฮว่าเจ๋อจึ(ตะบันไฟหรือพับไฟ)เพื่อใช้จุดไฟในยามฉุกเฉินด้วย
ต่อมาก็ตรงเข้าร้านเสื้อผ้า ซื้อชุดบุรุษขนาดพอดีตัว 2-3 ชุด เอาไว้ผลัดเปลี่ยนปลอมเป็นบุรุษเพื่อสะดวกกับการเดินทางและหลบหนี
ทั้งยังแวะเข้าร้านเครื่องประทินโฉม ซื้อแป้ง ครีม วัสดุซึ่งสามารถนำมาปรุงแต่งทาผิวหน้าผิวกายเพื่อการพรางตัวด้วย
เมื่อได้ของทุกอย่างครบตามต้องการ เข่อซิงก็หาที่ลับตาคนเข้าไปในมิติพิเศษเพื่อทำการแปลงโฉมแต่งกายเป็นบุรุษ
เข่อซิงนำผงชาโคลที่ใช้ทำอาหารมาผสมกับครีมที่ซื้อมาเพื่อทาหน้าตาเนื้อตัวให้ดูหมองคล้ำไม่ผุดผ่องดังเช่นสตรีรูปโฉมงดงาม ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริง
นางเปลี่ยนรูปโฉมกลายเป็นบุรุษหนุ่มน้อยรูปร่างหน้าตาดี แม้นผิวพรรณจะหม่นคล้ำลงไปบ้างแต่นับว่าหล่อเหลาเอาการอยู่
จากนั้นก็เก็บสัมภาระและเงินบางส่วนเอาไว้ในมิติพิเศษ ก่อนจะออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางณ.ชานเมืองเจิ้นหนาน
ซึ่งยามนางเข้าไปหาซื้อของในตลาดก่อนหน้านี้ได้ยินพวกชาวเมืองเล่าลือกันว่ามีผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวงเดินทางมายังแดนใต้และอาศัยอยู่ในเรือนหลังใหญ่ตรงชานเมือง
เขากำลังประกาศรับพ่อครัวแม่ครัวฝีมือดีที่สามารถทำให้ผู้เป็นนายหายจากอาการเบื่ออาหาร ลิ้นไม่รับรู้รสชาติเข้าประจำหน้าที่ในจวน พร้อมให้ค่าจ้างรายเดือนราคาสูง
อีกทั้งยังสามารถรับเงินกับรางวัลพิเศษหากทำให้ผู้เป็นนายมีความอยากอาหารหรือลิ้มรสได้ด้วย ตรงกับคุณสมบัติของเข่อซิงซึ่งเป็นสุดยอดเชฟจากโลกสมัยใหม่ยิ่งนัก
เข่อซิงเดินทางมายังคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่ชานเมืองซึ่งมีชาวเมืองใจดีที่ตั้งใจมาสมัครเป็นพ่อครัวเช่นกันให้นางติดรถเทียมเกวียนมาด้วย
เมื่อมาถึงก็พบว่ามีผู้สนใจมาสมัครเป็นพ่อครัวแม่ครัวจำนวนไม่น้อย เข่อซิงจึงไม่รีรอรีบตรงเข้าไปลงรายชื่อที่นางเพิ่งจะคิดขึ้นมาได้นามเฉินซีห่าว
เคยเป็นลูกมือในครัวและทำงานสารพัดอย่างให้แก่ตระกูลสูงศักดิ์แห่งเมืองเจิ้นหนาน
เข่อซิงนั่งรอทำอาหารให้เจ้าของคฤหาสน์ซึ่งมาจากเมืองหลวงได้ลิ้มลอง โดยนางอยู่รายชื่อลำดับที่ 18 จากผู้สมัครทั้งหมด
นางนั่งรอฟังคนเรียกชื่ออยู่ในศาลาพัก พร้อมจ้องมองดูบริเวณโดยรอบคฤหาสน์และสังเกตไปทั่ว
‘อืม คฤหาสน์หลังนี้หรูหรามีระดับไม่น้อย แม้นดูเพียงผิวเผินจะเรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไร แต่สวนและสระน้ำถูกตกแต่งออกมาอย่างเอาใจใส่เป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดสะอ้านทุกกระเบียดนิ้ว
อีกทั้งภายในตัวคฤหาสน์ที่นางเห็นเข้าไปถึงด้านในมีของประดับตกแต่งเป็นหยก เครื่องเคลือบ ภาพแขวนซึ่งดูแล้วไม่ธรรมดาเลยสักนิด
ขนาดโต๊ะเก้าอี้ ข้าวของเครื่องใช้ก็ดูประณีตสูงค่ามีราคากว่าชาวเมืองทั่วไปหรือแม้นแต่บรรดาเศรษฐี อย่างเช่นจวนนายอำเภออ้ายที่ชอบใช้ของดีหรูหรามีราคาแพงอยู่มาก
คนสูงศักดิ์ผู่นี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่ หากนางเกาะติดได้ทำงานที่นี่ทำให้เขาพึงพอใจแล้ว นางอาจจะได้ที่พึ่งช่วยเหลือให้รอดพ้นจากน้ำมือสกุลอ้ายกับสกุลเจิ้งก็เป็นไปได้’
เข่อซิงคิด หวังอาศัยบารมีผู้สูงศักดิ์ในคฤหาสน์หลังใหญ่เป็นที่พึ่ง
ขณะเดียวกันทางด้านจวนนายอำเภออ้ายเมื่อรู้ว่าเข่อซิงหนีไปก็เกิดความวุ่นวายออกตามหาตัวนางเป็นการใหญ่
“แม่บ้านถิง ท่านนี่แย่จริงๆปล่อยให้นังเข่อซิงนั่นหนีรอดไปได้อย่างไรกัน” ซูเม่ยเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“ข้าพลาดไปแล้วจริงๆเจ้าค่ะ พอเปิดประตูเข้าไป ยังไม่ทันตั้งตัวนางก็ผลักข้าล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงทำให้บาดเจ็บตั้งตัวไม่ติด”
“ข้าต้องขออภัยด้วยจริงๆนะเจ้าคะคุณหนู” แม่บ้านถิงเอ่ยแก้ตัว
โดยหลังจากเข่อซิงหนีออกไปแล้ว นางก็แกล้งล้มลงกระแทกพื้นบาดเจ็บมีบาดแผลถลอกเพื่อให้ดูสมจริง
“รู้ตัวว่าแก่สู้แรงนังนั่นไม่ได้ ก็น่าจะหาสาวใช้คนอื่นติดตามไปด้วย ไม่น่าไปคนเดียวเลย” ซูเม่ยเอ่ยตำหนิแม่บ้านถิงด้วยความไม่พอใจ
“พอได้แล้วเม่ยเอ๋อ แม่บ้านถิงเจ็บตัวเพียงนั้นแล้ว หยุดโวยวายเสียทีเถอะ”
“หลานเฟินเจ้ากลับไปพักรักษาตัวให้ดี อยู่ทางนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ” อ้ายฮูหยินหันไปปรามบุตรสาว ก่อนจะบอกแม่บ้านถิงให้กลับไปพัก
“ขอบคุณเจ้าค่ะฮูหยิน เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” แม่บ้านถิงกล่าวขอบคุณพร้อมเอ่ยลาอ้ายฮูหยินทันใด
นางรู้แน่แก่ใจดีว่าอ้ายฮูหยินหาได้ใจดีมีเมตตาอะไรต่อนางไม่
หากแต่เป็นเพราะนางอยู่กับสกุลอ้ายมานานทำให้รู้เรื่องลับลมคมในเรื่องที่ไม่ควรรู้มากมาย สกุลอ้ายจึงจำต้องเก็บนางเอาไว้ข้างกาย
“ท่านแม่ เป็นเช่นนี้แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ” ซูเม่ยเอ่ยถามมารดาสีหน้าร้อนรน
“เข่อซิงนั่นเป็นสตรีตัวคนเดียว ไม่มีทรัพย์สินติดกาย อีกทั้งร่างกายอ่อนแอ ไม่ได้ฉลาดหลักแหลมอันใด คงหนีไปไหนไม่ได้ไกลหรอก”
“ให้คนของเราออกติดตามค้นหาดูให้ทั่ว ที่สำคัญต้องไม่ให้เรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงหูเถ้าแก่เจิ้งเป็นอันขาด” อ้ายฮูหยินสั่ง
นางปรามาสดูถูกเข่อซิง ซึ่งเดิมทีเป็นสตรีอ่อนแอไม่สู้คน ไม่ค่อยพูดค่อยจา เก็บเนื้อเก็บตัวไม่มีมิตรสหายที่ไหน จึงคิดว่านางหนีไปไหนไม่ได้
โดยไม่รู้เลยว่าเข่อซิงที่นางตามหาอยู่ตอนนี้ไม่ใช่สตรีอ่อนแอไร้แรงกายแรงใจคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ทั้งยังเฉลียวฉลาดมากความสามารถรู้จักเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี
กลับมาทางด้านเข่อซิงซึ่งยามนี้ใกล้ถึงลำดับของนางที่จะต้องเข้าไปทำอาหารให้แก่ผู้สูงศักดิ์ได้ลิ้มรสเต็มทีแล้ว
นางนั่งรออยู่นานเกือบสองชั่วยามก็มีคนมาเรียกตัวไปทำอาหาร
“เฉินซีห่าว เข้าไปทำอาหารได้” พ่อบ้านสือ หรือสือจิ้งไห่เอ่ยขึ้น พร้อมทำท่าจะเดินนำนางไป
“เดี๋ยวก่อนขอรับ” เข่อซิงหรือเฉินซีห่าวในเวลานี้กลับเรียกรั้งเขาเอาไว้
“มีอะไรงั้นหรือ” พ่อบ้านสือเอ่ยถาม
“ก่อนจะเข้าครัวทำอาหาร ข้ามีเรื่องจะสอบถามขอรับ” ซีห่าวถามอย่างใส่ใจ
“มีอะไรจะถามก็ว่ามา”
“ข้าอยากทราบว่านายท่านมีอาหารที่แพ้ มีโรคประจำตัวหรือมีวัตถุดิบอะไรที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหรือไม่ขอรับ”
เข่อซิงถามอย่างใส่ใจทำให้พ่อบ้านสือถึงกับอึ้งไป แต่ก็อดชื่นชมในความละเอียดรอบคอบของซีห่าวไม่ได้
“อืม เจ้าเป็นคนแรกและข้าคิดว่าคงเป็นคนเดียวด้วยที่เอ่ยถามออกมาอย่างละเอียดรอบคอบเช่นนี้” พ่อบ้านสือกล่าว ซีห่าวยิ้มให้เขาน้อยๆ
“เอาล่ะ นายท่านของข้าไม่ได้แพ้อะไร ส่วนโรคประจำตัวนั้น ก็มีอาการเบื่ออาหาร ชิมไม่รู้รสชาติ รู้สึกอ่อนเพลียหมดแรง รวมทั้งปวดเมื่อยเนื้อตัวอยู่บ่อยครั้ง”
“ท่านมักจะปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงทางด้านขวา และมักจะมีอาการท้องอืดแน่นท้องโดยเฉพาะหลังมื้ออาหารด้วยหรือไม่ขอรับ”
เข่อซิงถามเพิ่มเติม เพราะนางไม่ได้เป็นเพียงเชฟยอดฝีมือธรรมดาแต่กลับมีความรู้ทางด้านโภชนาการด้วย
นางเคยร่วมงานกับทางโรงพยาบาลทำโครงการส่งเสริมรักษาโรคด้วยอาหารการกินมาก่อน ทั้งยังมีความรู้เรื่องแพทย์สมุนไพรอยู่พอตัวเลยทีเดียว
“เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน อย่าบอกนะว่านอกจากเป็นพ่อครัวแล้ว เจ้ายังมีความรู้เรื่องการแพทย์ด้วย” พ่อบ้านสือถามออกไปด้วยความทึ่ง
“ข้าพอจะมีความรู้ด้านการแพทย์อยู่บ้างจริงนั่นแหละขอรับ แต่ถนัดไปทางด้านพืชสมุนไพรมากกว่า”
“เนื่องจากสนใจศึกษาในการนำพวกมันมาปรุงอาหารเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพหรือใช้รักษาอาการเจ็บป่วยน่ะขอรับ”
ซีห่าวตอบออกไปตามตรง เพราะนางเคยศึกษาด้านแพทย์สมุนไพรด้วยความสนใจนำมาปรุงอาหารจริงๆ
“อืม ดีมาก ถ้าเช่นนั้นแล้วเจ้าคิดว่านายท่านของข้าเป็นโรคเกี่ยวกับอะไรงั้นหรือ” พ่อบ้านสือถามกลับ
“ข้าคิดว่า นายท่านน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับตับ ภาวะตับอักเสบเจ็บป่วยเรื้อรังทำให้เบื่ออาหารจึงมีอาการดังกล่าวข้างต้นขอรับ”
ซีห่าวตอบตามหลักการเบื้องต้นหลังจากได้รับรู้อาการของผู้ป่วย ทำให้พ่อบ้านสืออึ้งไปอีกรอบ
เพราะคำกล่าวนั้นเหมือนกับที่หมอหลวงเอ่ยเอาไว้ไม่มีผิด เพียงแต่ถ้อยคำที่นางใช้กลับฟังดูแปลกประหลาดไม่น้อย
หลังได้ฟังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลอ้าย รวมทั้งความคิดเห็นของเข่อซิงที่บอกเล่าตามลำดับเหตุผลเกี่ยวกับความทุจริตไม่น่าไว้วางใจของผู้คนตระกูลนี้ ฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจวางแผนการขั้นต่อไปทันที“เห็นที ข้าคงต้องถือโอกาสไปเยือนเรือนสกุลอ้ายสักครั้งแล้วกระมัง”ฮุ่ยเหอเกริ่น จากนั้นก็มีการปรึกษากันเพิ่มเติมเรื่องที่จะหาทางเอาผิดสกุลอ้ายให้ได้ โดยมีเข่อซิงร่วมให้คำปรึกษาอยู่ด้วยกัน“ดีเลยซิงเอ๋อ ในเมื่อเจ้ารู้จักคนเก่าคนแก่ในสกุลอ้าย บางทีเราอาจจะหาข้อมูล พยาน หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดคนเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น”เผิงหยวนกล่าวเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาพยายามสืบหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังคดีลักลอบค้าเกลือกักตุนสินค้ามานาน หากแต่สืบได้เพียงผิวเผินยังไม่สามารถเจาะลึกเข้าไปถึงตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้อย่างแท้จริงเนื่องจากคนผู้นั้นมีความระมัดระวังตัวและเป็นผู้มีอำนาจมากนั่นเอง ในเมื่อตอนนี้มีคนในจวนนายอำเภอให้ความร่วมมือด้วย คิดว่างานสำคัญคงเสร็จสิ้นลงไปได้อย่างรวดเร็วแน่หลังปรึกษาหารือวางแผนกันเสร็จฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจเดินทางไปเยือนเรือนนา
ทานมื้อเย็นเสร็จทุกคนก็มานั่งพูดคุยสนทนากันต่อ โดยเผิงหยวนซึ่งกลับมาจากการทำภารกิจ ต้องตกตะลึงตาค้างไปรอบหนึ่งเมื่อเขาได้เห็นพ่อครัวน้อยซีห่าวกลายร่างเป็นสตรีรูปโฉมงดงาม จนพ่อบ้านสือต้องตบหลังเขาไปพลั่กใหญ่เพื่อเรียกสติหลังเผิงหยวนรับรู้เรื่องราวของเข่อซิงก็ร้องอ๋อ จับแพะชนแกะจนได้เรื่องว่าสตรีที่นายอำเภออ้ายให้คนตามหาอยู่ แท้จริงแล้วก็คือพ่อครัวน้อยซีห่าวนั่นเองยามนี้จึงได้เวลามาปรึกษาหารือกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป“ซิงเอ๋อ เจ้าอยากแก้แค้นเอาคืนสกุลอ้ายหรือไม่”ฮุ่ยเหอถามเข่อซิง“อยากเจ้าค่ะ คนพวกนั้นจิตใจโหดร้าย หลอกลวงชาวเมืองว่าเป็นคนดีมีเมตตา ทั้งที่ความจริงแล้วชั่วร้ายไร้คุณธรรม”“ที่สำคัญนายอำเภออ้ายก็หาใช่ขุนนางใจซื่อมือสะอาดไม่”เข่อซิงคิดแค้นเคืองแทนเจ้าของร่างเดิมที่อาศัยอยู่ในจวนสกุลอ้ายอย่างทุกข์ทรมานถูกดุด่าทุบตีคอยรองมือรองเท้าให้สกุลอ้ายระบายอารมณ์ สุดท้ายยังถูกขายออกไปเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งและไม่เหลือแม้นแต่ชีวิตตนเอง“ซิงเอ๋อ เจ้าเอ่ยเช่นนี้หมายความว่า
เจียหลินคิดยินดีไปกับผู้เป็นนายที่กลับมาเสพสุข ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยแปลกใหม่ได้อีกครั้ง“อืม แบบนี้นี่เอง” เข่อซิงพยักหน้าหงึกๆเข้าใจ หลังได้ฟังคำอธิบายจากเจียหลินว่าฮุ่ยเหอเป็นถึงน้องชายผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในเมืองหลวงหากเขาต้องการอะไรย่อมไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะได้มันมา ต่อไปนางก็เพียงแค่โยนหินถามทางไปก่อน‘สิ่งใดหากคุณชายให้คนจัดหามาได้ ต่อมานางก็แค่ทำเป็นเนียนนำมันออกมาจากมิติพิเศษเพื่อใช้ปรุงอาหารบ้างก็เท่านั้น’คิดเสร็จเข่อซิงก็ยิ้มพอใจ ก่อนจะลงมือทำอาหารจานที่หกเป็นใบมันเทศที่นางเก็บเอามาเมื่อช่วงบ่ายก่อนหน้านี้ นำเอามาผัดกับกระเทียม พริก เห็ดหอมและหมูหมักเกลือตากลมหั่นเป็นชิ้นดูเหมือนเป็นอาหารง่ายๆแต่ใบมันเทศนี่กลับให้คุณค่าทางอาหารสูง มีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดอาการอักเสบของตับในปริมาณที่มากกว่าแครอทเสียอีก“ซิงเอ๋อ ใบมันเทศนี่เราเอามากินได้ด้วยงั้นหรือ” เจียหลินถามเพราะปกติชาวบ้านโดยทั่วไปมักจะเด็ดใบมันเทศออกแล้วนำไปเลี้ยงหมู จะกินก็แต่หัวของมันเท่านั้น
หลังเข่อซิงอยู่พูดคุยทานของว่างกับฮุ่ยเหอได้พักใหญ่ นางก็ขอตัวออกมาเข้าครัวเตรียมมื้อเย็นให้เขาต่อ โดยเย็นวันนี้นางตั้งใจว่าจะทำอาหาร 7 อย่างด้วยกันอย่างแรกคือปลาซ่งฮื้อต้มเผือก อย่างที่สองเป็นปลาซ่งฮื้อย่างเกลือหมักสมุนไพรและแน่นอนว่ามีเจียงหวงเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงด้วย จานที่สามเป็นฮื่อแซหรือปลาดิบที่ใช้เนื้อปลาซ่งฮื้อซึ่งเหมาะกับการนำมาทำฮื่อแซมาแล่เป็นชิ้นหนาพอประมาณคลุกเคล้าด้วยน้ำมันงาและงาคั่วหอมๆมีผักเคียงเป็นหัวไชเท้าสดซอย แตงกวาหั่นกับไชโป๊ซึ่งเป็นหัวไชเท้าดองเค็มและหวานหั่นละเอียดพร้อมทำน้ำจิ้มรสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน ผสมน้ำบ๊วยและเนื้อบ๊วยดองลงไปกับน้ำมันพริกเผาที่เข่อซิงนำออกมาจากมิติพิเศษ เติมถั่วลิสงคั่วบดกับงาคั่วหอมๆลงไปแต่ฮื่อแซจานนี้ฮุ่ยเหอทานไม่ได้เนื่องจากปลาดิบไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคตับเช่นเขา เข่อซิงเพียงทำตามใจปากตัวเองและให้คนอื่นๆได้ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยของฮื่อแซจากปลาซ่งฮื้อเท่านั้น&
เข่อซิงคิดพึ่งพาตนเองโดยไม่รู้เลยว่าคนเรือนนี้ต่างได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี รู้หน้าที่ของตนยิ่งนัก ทั้งยังคาดเดาความคิดของผู้เป็นนายเก่งใช่ย่อยเลยล่ะในเมื่อคุณชายของเรือนปฏิบัติกับเข่อซิงแตกต่างออกไปเช่นนี้ อีกทั้งยังให้นางคอยดูแลรับใช้ใกล้ชิดด้วย เข่อซิงย่อมพิเศษ..เหนือกว่าผู้ใดแน่นอนเข่อซิงที่แต่งกายเป็นสตรีด้วยรูปโฉมที่แท้จริงของนางดูงดงามหยาดเยิ้ม จนทุกคนต่างพากันมองอย่างตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าพ่อครัวน้อยซีห่าวซึ่งหน้าตาผิวพรรณขมุกขมัวก่อนหน้านี้จะกลายมาเป็นสตรีโฉมงามพิลาสล้ำ ผิวพรรณผุดผ่องกระจ่างใสราวกับเทพธิดาเซียนได้เช่นนี้ฮุ่ยเหอเมื่อได้เห็นรูปโฉมที่แท้จริงของเข่อซิง รวมทั้งการแต่งกายเป็นสตรีทุกกระเบียดนิ้วของนางก็ทำให้เขาถึงกับตกตะลึง ลืมหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว“ซิงเอ๋อเจ้าช่างงามนัก ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงมีคนยอมทุ่มเททรัพย์สินเงินทองมากมายเพื่อให้ได้แต่งกับเจ้า”ฮุ่ยเหอเอ่ยอย่างชื่นชม“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เข่อซิงตอบรับกลับไปสั้นๆ จากนั้นก็เชื้อเชิญให้ฮุ่ยเหอทานขนมของว่างที่นางทำเป็นเผือกกวนน้ำผึ้งรูปดอก
หลังตกปลาซ่งฮื้ออวบๆได้สี่ห้าตัวภายในเวลาหนึ่งก้านธูป เข่อซิงก็เตรียมตัวไปขุดเผือกขุดมันแถวนั้นต่อ โดยมีฮุ่ยเหอยืนมองให้กำลังใจอยู่ข้างๆพอได้วัตถุดิบตามต้องการแล้วก็ชักชวนกันกลับเรือน โดยฮุ่ยเหอสั่งให้เข่อซิงรีบไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เมื่อเข่อซิงเดินหันหลังลับสายตาไปแล้วฮุ่ยเหอก็เรียกคนสนิทเข้ามาพูดคุยกันในห้องทำงานซึ่งเวลานี้มีเพียงพ่อบ้านสือเท่านั้น ส่วนเผิงหยวนยังไม่กลับจากการทำภารกิจข้างนอก “หา..อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ อาห่าวแท้จริงแล้วคือสตรีปลอมตัวมางั้นหรือ”พ่อบ้านสือเอ่ยอุทานออกมา ทั้งตกใจและประหลาดใจไปพร้อมกันฮุ่ยเหอจึงบอกเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เขาฟัง “อืม นางช่างน่าสงสารยิ่งนัก”“กำพร้าพ่อแม่แล้วยังถูกคนใจร้ายเก็บมาเลี้ยง สุดท้ายยังคิดขายนางออกไปให้เถ้าแก่ตัณหากลับเพราะโลภในสินสอดทอ







