เข้าสู่ระบบเข่อซิงคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองจนรับรู้และตระหนักได้ว่ายามนี้นางได้มาเกิดใหม่ในร่างของสตรีนามเดียวกันที่รูปโฉมหน้าตามีความคล้ายคลึงกันหลายส่วน หากแต่ต่างแซ่ต่างอายุ
โดยเดิมทีเข่อซิงมาจากโลกสมัยใหม่ในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า ชื่อเต็มนางคือเฉินเข่อซิง อายุ 27 ปี เป็นหัวหน้าเชฟในภัตตาคารหรูที่เซี่ยงไฮ้ ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ระดับสามดาวมา 4 ปีซ้อน
เป็นเด็กกำพร้าที่ตะเกียกตะกายทำงานหนัก อดทนทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีอนาคตสดใส จนก้าวมาสู่ตำแหน่งเชฟซึ่งมีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศตั้งแต่อายุยังน้อย
หากแต่สุดท้ายช่างน่าเสียดายนักที่จู่ๆนางเกิดหัวใจวายตายไปขณะกำลังปรุงอาหารสูตรใหม่อยู่ในภัตตาคารตามลำพัง เมื่อฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นอ้ายเข่อซิงเด็กสาวอายุ 16 ปีในยุคโบราณเสียแล้ว
‘ช่างดียิ่งนัก ชาติก่อนเป็นเด็กกำพร้า ชาตินี้มาเกิดใหม่ก็ยังคงเป็นเด็กกำพร้าอีก แต่อ้ายเข่อซิงผู้นี้กลับน่าสงสารกว่านางมากที่ถูกเก็บมาเลี้ยงดูโดยคนใจร้ายหน้าไหว้หลังหลอกอย่างสกุลอ้าย
ถูกกดขี่ใช้งานสารพัด ทั้งยังโดนดุด่าทุบตีเป็นที่ระบายอารมณ์อยู่เป็นประจำด้วย ตอนนี้ยังถูกบังคับให้แต่งงานกับตาแก่เฒ่าหัวงูตัณหากลับเพื่อหวังในสินสอดทองหมั้นอีก’
เข่อซิงคิดพร้อมถอนหายใจยาวออกมาในโชคชะตาอันเลวร้ายของนาง ซึ่งนับว่าชาติก่อนยังดีกว่ามากทีเดียว
อย่างน้อยชีวิตนางในชาติที่แล้วก็มีอิสรเสรีทำอะไรได้ตามใจตัวเองมากกว่าเจ้าของร่างเดิมในชาตินี้ที่ต้องตายไปอย่างไร้ความเป็นธรรมและน่าอดสูใจ
‘เอาล่ะ ไหนๆก็ได้มาเกิดใหม่แล้วทั้งทีจะท้อถอยไม่ได้ ต้องหาทางหนีออกไปจากจวนนายอำเภอให้ได้เสียก่อน จากนั้นค่อยว่ากัน’
เข่อซิงคิดอย่างหมายมั่นตั้งใจนำพาตัวเองให้หลุดพ้นจากบ่วงเคราะห์ของอ้ายเข่อซิงให้ได้
‘โครกกก คร่ากกก’ เสียงกระเพาะที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาสามวันสามคืนดังขึ้น
‘โอยยหิวชะมัดเรี่ยวแรงก็ไม่มีแบบนี้จะไปไหนรอดล่ะ นี่ถ้าได้กินอาหารอร่อยหรือมีน้ำดื่มสะอาดสักแก้วก็ดีสิ’ เข่อซิงคิด
จากนั้นก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ร่างของนางกลับถูกดูดกลืนเข้าไปในแสงนั่นด้วย
‘เฮ้ยอะไรน่ะ นี่..นี่มันห้องครัวในภัตตาคารเหม่ยสือที่ทำงานเธอชาติที่แล้วนี่นา ดูสิ..มีอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้เครื่องปรุงมากมายเลย
มีห้องเก็บพืชผักผลไม้วัตถุดิบต่างๆ ตู้เก็บอาหารสดจากทะเลและแม่น้ำ ถังเก็บน้ำบริสุทธิ์จากตาน้ำบนภูเขาเพื่อใช้ในการปรุงอาหาร
มีทุกอย่างครบถ้วนเหมือนโลกที่เธอจากมาไม่มีผิด’ เข่อซิงคิดขณะเดินสำรวจไปโดยรอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยินดี
‘ดีจริง ได้มาเกิดใหม่พร้อมมิติพิเศษเป็นห้องครัวในภัตตาคารเหม่ยสือ แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวอดตายแล้วล่ะ’ เข่อซิงยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้เห็นสถานที่ทำงานอันคุ้นเคยอีกครั้ง
‘ขอดื่มน้ำให้ชื่นใจก่อนเถอะ’ เข่อซิงกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ
จากนั้นจึงเดินตรงไปยังถังเก็บน้ำซึ่งบรรจุน้ำบริสุทธิ์จากตาน้ำบนภูเขาเพื่อนำมาปรุงอาหารหรือดื่มกินโดยเฉพาะ
เข่อซิงหยิบแก้วเปล่าขึ้นมาพร้อมเปิดก๊อกรองรับน้ำมาดื่มเพื่อดับกระหาย
“ค่อยชื่นใจหน่อย ไม่คิดเลยว่าน้ำในถังจะมีรสชาติดีดื่มแล้วสดชื่นขนาดนี้ รู้สึกว่าร่างกายมีพลังกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยแฮะ”
เข่อซิงเอ่ยขึ้นกับตัวเอง ร่างกายและจิตใจรู้สึกดีขึ้นมากหลังจากได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์ไปหนึ่งแก้ว
‘เอ๊ะ ไม่ใช่แล้ว ไม่ใช่แค่ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร่างกายยังรู้สึกแข็งแรงขึ้น อาการปวดเมื่อย เจ็บปวดแสบตามเนื้อตัวก่อนหน้านี้ก็จางลงไปด้วย
เฮ้ยย..รอยแผลตามแขนขาดูเหมือนจะดีขึ้นด้วย นี่มันอะไรกันน่ะ’ เข่อซิงคิดพลางก้มลงมองสำรวจเนื้อตัวและเห็นกับตาว่าบาดแผลที่เจ้าของร่างเดิมถูกทุบตี เฆี่ยนทำร้ายก่อนหน้านี้มีอาการดีขึ้น
“อย่าบอกนะว่าน้ำถังนี้เป็นน้ำวิเศษในตำนานเหมือนที่นางเคยดูละครหรืออ่านนิยายพวกนั้นน่ะ”
‘ว้าวแบบนี้ก็เยี่ยมไปเลยสิ น้ำวิเศษ ช่วยฟื้นฟูร่างกาย รักษาอาการเจ็บป่วย ทั้งยังรสชาติดีอีกด้วย
ฮึฮึ สบายล่ะเรา คราวนี้ฟื้นตัวได้แล้วสินะ เอาล่ะแบบนี้ก็ขอทำของอร่อยมาเติมท้องก่อนเถอะ’ เข่อซิงคิด
จากนั้นนางก็เดินไปหยิบวัตถุดิบมาทำอาหารอร่อยประทังชีวิตและดับความหิวโหย
โดยมื้อนี้เข่อซิงเลือกทำอาหารอ่อนๆอย่างโจ๊กตุ๋นเป๋าฮื้อกับกังป๋วยหรือหอยเชลล์อบแห้ง
แม้นร่างกายนางจะฟื้นฟูขึ้นมาได้จากน้ำวิเศษ แต่ร่างที่ไม่ได้กินอะไรเลยมาสามวันสามคืนก็ควรจะรับอะไรอ่อนๆย่อยง่ายเข้าไปก่อนเพื่อปรับสภาพกระเพาะนั่นเอง
หลังจากเติมท้องด้วยโจ๊กตุ๋นเป๋าฮื้อแล้ว เข่อซิงรู้สึกมีกำลังวังชามากขึ้น แต่ยังรู้สึกโหยหาอะไรบางอย่างอยู่ดี
สุดท้ายจึงลุกขึ้นไปทำรังนกตุ๋นโสมใส่พุทราจีน แปะก๊วย เก๋ากี้เพื่อบำรุงร่างกายมาหนึ่งถ้วย
เมื่อกินครบทั้งคาวหวานก็รู้สึกได้ว่าร่างกายฟื้นฟูมีพลังงานเต็มที่
จากนั้นเข่อซิงจึงกลับออกไปสู่ห้องกักขังซึ่งเป็นห้องเก็บฟืนก่อนหน้านี้อีกครั้ง เพื่อคิดหาลู่ทางในการหลบหนีออกจากจวนสกุลอ้าย
‘ห้องนี้ปิดทึบไร้หนทางออกนอกจากประตูตรงหน้านางนี่แหละ’
เข่อซิงเดินสำรวจดูก็เจอแต่กำแพงแล้วก็กำแพง หนทางออกเดียวคือประตูที่ถูกล็อกเอาไว้จากด้านนอกเท่านั้น
‘สงสัยคงต้องรอให้คนมาเปิดและฉวยโอกาสเหมาะหนีออกไปซะแล้วสิ’ เข่อซิงคิดอย่างหมดหนทาง
หากเพียงไม่นานนักนางก็ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กตรงประตู ส่งสัญญาณว่ามีคนกำลังจะเปิดเข้ามาด้านใน
เข่อซิงมองตรงไปยังประตูด้วยแววตาแน่วแน่ ก่อนจะหยิบฉวยคว้าไม้ฟืนท่อนหนึ่งซึ่งจับถนัดมือมาถือเอาไว้มั่น
‘เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ฟาดให้สลบแล้วลอบหนีออกไปตอนนี้แหละ’ เข่อซิงได้อาวุธแล้วก็เดินหลบออกมายืนข้างๆ ตั้งท่ารอจัดการกับผู้เข้ามาใหม่
“ซิงเอ๋อ..ซิงเอ๋อ ข้ามาช่วยแล้ว” แต่ยังไม่ทันได้ลงมือเสียงเรียกและรูปร่างหน้าตาอันคุ้นเคยของผู้ที่เข่อซิงจำได้ว่าคือแม่บ้านถิง ถิงหลานเฟย
ผู้ที่ดีที่สุดกับเจ้าของร่างเดิมในจวนนายอำเภอแห่งนี้ กำลังเดินเข้ามาและเรียกหานางด้วยสีหน้าท่าทางวิตกกังวล
“ท่านป้าถิง ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ” เข่อซิงทิ้งไม้ฟืนลงไปกับพื้นก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่บ้านถิง
“ซิงเอ๋อเป็นอย่างไรบ้าง ดูสิ..เนื้อตัวหน้าตามอมแมมไปหมด แล้วรอยแผลตามตัวนี่อีก โธ่..ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” แม่บ้านถิงเอ่ยอย่างสงสารเห็นใจเข่อซิงซึ่งนางรักเอ็นดูเหมือนบุตรหลานคนหนึ่ง
เนื่องแม่บ้านถิงพบเจอเข่อซิงซึ่งเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อนในตลาดขณะติดตามอ้ายฮูหยินไปซื้อหาข้าวของเครื่องใช้ นับจากนั้นนางก็รับหน้าที่ดูแลเลี้ยงดูเข่อซิงมาโดยตลอด
“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ เจ็บปวดแค่นี้ชาชินเสียแล้ว ท่านป้าอย่าเศร้าใจไปเลยนะเจ้าคะ ว่าแต่ท่านมาหาข้าที่นี่ได้อย่างไรกัน อ้ายฮูหยินอนุญาตแล้วงั้นหรือ” เข่อซิงถามนางกลับไป
“ข้าขอร้องฮูหยิน เอ่ยอ้างว่าเจ้าไม่ได้กินอะไรมานานหลายวัน ทั้งยังถูกลงโทษทุบตีซ้ำหลายครั้ง หากเจ็บป่วยสาหัสหรือเป็นอะไรไปจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
“ถ้าเถ้าแก่เจิ้งรู้เข้าจะไม่พอใจได้ นางจึงอนุญาตให้ข้านำอาหารกับยามาให้เจ้า” แม่บ้านถิงตอบกลับไป พร้อมมองสำรวจเข่อซิงด้วยสีหน้าท่าทางวิตกกังวล
“ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆเจ้าค่ะ ท่านป้าไม่ต้องเป็นห่วง” เข่อซิงเอ่ยปลอบใจแม่บ้านถิงอีกครั้ง
“ซิงเอ๋อ เจ้ารีบหนีไปเสียเถอะ ข้าเตรียมเสื้อผ้า ยา อาหาร รวมทั้งเงินเล็กน้อยเอาไว้ให้แล้ว เจ้ารับเอาไว้และรีบหนีออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
แม่บ้านถิงเอ่ยพร้อมยื่นถุงสัมภาระส่งให้เข่อซิงซึ่งอึ้งไปเล็กน้อย
“หากข้าหนีไปเช่นนี้ท่านก็ต้องเดือดร้อนไปด้วยสิเจ้าคะ” เข่อซิงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรข้าเอาตัวรอดได้ เจ้ารีบหนีไปเถอะ ก่อนมาข้าดูต้นทางเอาไว้แล้ว ด้านหลังจวนเวลานี้ยังไม่มีคนพลุกพล่านนัก รีบออกไปเถอะอย่าให้ข้าเสียความตั้งใจเลยนะ” แม่บ้านถิงคะยั้นคะยอนางอีกครั้ง
“แต่ว่า..” เข่อซิงลังเลไม่อยากให้แม่บ้านถิงต้องเดือดร้อนไปกับนางด้วย
“รีบไปเถอะก่อนที่จะสายเกินไป ข้าอยู่กับสกุลอ้ายมานานย่อมรู้หนทางเอาตัวรอดได้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”
“ข้าทนเห็นเจ้าถูกขายให้เถ้าแก่เจิ้ง เศรษฐีแก่ตัณหากลับนั่นไม่ได้จริงๆ ไปเถอะซิงเอ๋อ” แม่บ้านถิงยัดสัมภาระใส่มือเข่อซิงพร้อมผลักดันนางออกไป
“เช่นนั้นขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ท่านป้าถิง ลาก่อน..รักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ” เข่อซิงเอ่ยขอบคุณแม่บ้านถิงอีกครั้ง
ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางด้านหลังของจวนนายอำเภอซึ่งมีผู้คนเบาบางและหาทางหลบหลีกหนีออกไปได้ในที่สุด
หลังได้ฟังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลอ้าย รวมทั้งความคิดเห็นของเข่อซิงที่บอกเล่าตามลำดับเหตุผลเกี่ยวกับความทุจริตไม่น่าไว้วางใจของผู้คนตระกูลนี้ ฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจวางแผนการขั้นต่อไปทันที“เห็นที ข้าคงต้องถือโอกาสไปเยือนเรือนสกุลอ้ายสักครั้งแล้วกระมัง”ฮุ่ยเหอเกริ่น จากนั้นก็มีการปรึกษากันเพิ่มเติมเรื่องที่จะหาทางเอาผิดสกุลอ้ายให้ได้ โดยมีเข่อซิงร่วมให้คำปรึกษาอยู่ด้วยกัน“ดีเลยซิงเอ๋อ ในเมื่อเจ้ารู้จักคนเก่าคนแก่ในสกุลอ้าย บางทีเราอาจจะหาข้อมูล พยาน หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดคนเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น”เผิงหยวนกล่าวเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาพยายามสืบหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังคดีลักลอบค้าเกลือกักตุนสินค้ามานาน หากแต่สืบได้เพียงผิวเผินยังไม่สามารถเจาะลึกเข้าไปถึงตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้อย่างแท้จริงเนื่องจากคนผู้นั้นมีความระมัดระวังตัวและเป็นผู้มีอำนาจมากนั่นเอง ในเมื่อตอนนี้มีคนในจวนนายอำเภอให้ความร่วมมือด้วย คิดว่างานสำคัญคงเสร็จสิ้นลงไปได้อย่างรวดเร็วแน่หลังปรึกษาหารือวางแผนกันเสร็จฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจเดินทางไปเยือนเรือนนา
ทานมื้อเย็นเสร็จทุกคนก็มานั่งพูดคุยสนทนากันต่อ โดยเผิงหยวนซึ่งกลับมาจากการทำภารกิจ ต้องตกตะลึงตาค้างไปรอบหนึ่งเมื่อเขาได้เห็นพ่อครัวน้อยซีห่าวกลายร่างเป็นสตรีรูปโฉมงดงาม จนพ่อบ้านสือต้องตบหลังเขาไปพลั่กใหญ่เพื่อเรียกสติหลังเผิงหยวนรับรู้เรื่องราวของเข่อซิงก็ร้องอ๋อ จับแพะชนแกะจนได้เรื่องว่าสตรีที่นายอำเภออ้ายให้คนตามหาอยู่ แท้จริงแล้วก็คือพ่อครัวน้อยซีห่าวนั่นเองยามนี้จึงได้เวลามาปรึกษาหารือกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป“ซิงเอ๋อ เจ้าอยากแก้แค้นเอาคืนสกุลอ้ายหรือไม่”ฮุ่ยเหอถามเข่อซิง“อยากเจ้าค่ะ คนพวกนั้นจิตใจโหดร้าย หลอกลวงชาวเมืองว่าเป็นคนดีมีเมตตา ทั้งที่ความจริงแล้วชั่วร้ายไร้คุณธรรม”“ที่สำคัญนายอำเภออ้ายก็หาใช่ขุนนางใจซื่อมือสะอาดไม่”เข่อซิงคิดแค้นเคืองแทนเจ้าของร่างเดิมที่อาศัยอยู่ในจวนสกุลอ้ายอย่างทุกข์ทรมานถูกดุด่าทุบตีคอยรองมือรองเท้าให้สกุลอ้ายระบายอารมณ์ สุดท้ายยังถูกขายออกไปเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งและไม่เหลือแม้นแต่ชีวิตตนเอง“ซิงเอ๋อ เจ้าเอ่ยเช่นนี้หมายความว่า
เจียหลินคิดยินดีไปกับผู้เป็นนายที่กลับมาเสพสุข ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยแปลกใหม่ได้อีกครั้ง“อืม แบบนี้นี่เอง” เข่อซิงพยักหน้าหงึกๆเข้าใจ หลังได้ฟังคำอธิบายจากเจียหลินว่าฮุ่ยเหอเป็นถึงน้องชายผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในเมืองหลวงหากเขาต้องการอะไรย่อมไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะได้มันมา ต่อไปนางก็เพียงแค่โยนหินถามทางไปก่อน‘สิ่งใดหากคุณชายให้คนจัดหามาได้ ต่อมานางก็แค่ทำเป็นเนียนนำมันออกมาจากมิติพิเศษเพื่อใช้ปรุงอาหารบ้างก็เท่านั้น’คิดเสร็จเข่อซิงก็ยิ้มพอใจ ก่อนจะลงมือทำอาหารจานที่หกเป็นใบมันเทศที่นางเก็บเอามาเมื่อช่วงบ่ายก่อนหน้านี้ นำเอามาผัดกับกระเทียม พริก เห็ดหอมและหมูหมักเกลือตากลมหั่นเป็นชิ้นดูเหมือนเป็นอาหารง่ายๆแต่ใบมันเทศนี่กลับให้คุณค่าทางอาหารสูง มีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดอาการอักเสบของตับในปริมาณที่มากกว่าแครอทเสียอีก“ซิงเอ๋อ ใบมันเทศนี่เราเอามากินได้ด้วยงั้นหรือ” เจียหลินถามเพราะปกติชาวบ้านโดยทั่วไปมักจะเด็ดใบมันเทศออกแล้วนำไปเลี้ยงหมู จะกินก็แต่หัวของมันเท่านั้น
หลังเข่อซิงอยู่พูดคุยทานของว่างกับฮุ่ยเหอได้พักใหญ่ นางก็ขอตัวออกมาเข้าครัวเตรียมมื้อเย็นให้เขาต่อ โดยเย็นวันนี้นางตั้งใจว่าจะทำอาหาร 7 อย่างด้วยกันอย่างแรกคือปลาซ่งฮื้อต้มเผือก อย่างที่สองเป็นปลาซ่งฮื้อย่างเกลือหมักสมุนไพรและแน่นอนว่ามีเจียงหวงเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงด้วย จานที่สามเป็นฮื่อแซหรือปลาดิบที่ใช้เนื้อปลาซ่งฮื้อซึ่งเหมาะกับการนำมาทำฮื่อแซมาแล่เป็นชิ้นหนาพอประมาณคลุกเคล้าด้วยน้ำมันงาและงาคั่วหอมๆมีผักเคียงเป็นหัวไชเท้าสดซอย แตงกวาหั่นกับไชโป๊ซึ่งเป็นหัวไชเท้าดองเค็มและหวานหั่นละเอียดพร้อมทำน้ำจิ้มรสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน ผสมน้ำบ๊วยและเนื้อบ๊วยดองลงไปกับน้ำมันพริกเผาที่เข่อซิงนำออกมาจากมิติพิเศษ เติมถั่วลิสงคั่วบดกับงาคั่วหอมๆลงไปแต่ฮื่อแซจานนี้ฮุ่ยเหอทานไม่ได้เนื่องจากปลาดิบไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคตับเช่นเขา เข่อซิงเพียงทำตามใจปากตัวเองและให้คนอื่นๆได้ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยของฮื่อแซจากปลาซ่งฮื้อเท่านั้น&
เข่อซิงคิดพึ่งพาตนเองโดยไม่รู้เลยว่าคนเรือนนี้ต่างได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี รู้หน้าที่ของตนยิ่งนัก ทั้งยังคาดเดาความคิดของผู้เป็นนายเก่งใช่ย่อยเลยล่ะในเมื่อคุณชายของเรือนปฏิบัติกับเข่อซิงแตกต่างออกไปเช่นนี้ อีกทั้งยังให้นางคอยดูแลรับใช้ใกล้ชิดด้วย เข่อซิงย่อมพิเศษ..เหนือกว่าผู้ใดแน่นอนเข่อซิงที่แต่งกายเป็นสตรีด้วยรูปโฉมที่แท้จริงของนางดูงดงามหยาดเยิ้ม จนทุกคนต่างพากันมองอย่างตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าพ่อครัวน้อยซีห่าวซึ่งหน้าตาผิวพรรณขมุกขมัวก่อนหน้านี้จะกลายมาเป็นสตรีโฉมงามพิลาสล้ำ ผิวพรรณผุดผ่องกระจ่างใสราวกับเทพธิดาเซียนได้เช่นนี้ฮุ่ยเหอเมื่อได้เห็นรูปโฉมที่แท้จริงของเข่อซิง รวมทั้งการแต่งกายเป็นสตรีทุกกระเบียดนิ้วของนางก็ทำให้เขาถึงกับตกตะลึง ลืมหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว“ซิงเอ๋อเจ้าช่างงามนัก ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงมีคนยอมทุ่มเททรัพย์สินเงินทองมากมายเพื่อให้ได้แต่งกับเจ้า”ฮุ่ยเหอเอ่ยอย่างชื่นชม“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เข่อซิงตอบรับกลับไปสั้นๆ จากนั้นก็เชื้อเชิญให้ฮุ่ยเหอทานขนมของว่างที่นางทำเป็นเผือกกวนน้ำผึ้งรูปดอก
หลังตกปลาซ่งฮื้ออวบๆได้สี่ห้าตัวภายในเวลาหนึ่งก้านธูป เข่อซิงก็เตรียมตัวไปขุดเผือกขุดมันแถวนั้นต่อ โดยมีฮุ่ยเหอยืนมองให้กำลังใจอยู่ข้างๆพอได้วัตถุดิบตามต้องการแล้วก็ชักชวนกันกลับเรือน โดยฮุ่ยเหอสั่งให้เข่อซิงรีบไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เมื่อเข่อซิงเดินหันหลังลับสายตาไปแล้วฮุ่ยเหอก็เรียกคนสนิทเข้ามาพูดคุยกันในห้องทำงานซึ่งเวลานี้มีเพียงพ่อบ้านสือเท่านั้น ส่วนเผิงหยวนยังไม่กลับจากการทำภารกิจข้างนอก “หา..อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ อาห่าวแท้จริงแล้วคือสตรีปลอมตัวมางั้นหรือ”พ่อบ้านสือเอ่ยอุทานออกมา ทั้งตกใจและประหลาดใจไปพร้อมกันฮุ่ยเหอจึงบอกเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เขาฟัง “อืม นางช่างน่าสงสารยิ่งนัก”“กำพร้าพ่อแม่แล้วยังถูกคนใจร้ายเก็บมาเลี้ยง สุดท้ายยังคิดขายนางออกไปให้เถ้าแก่ตัณหากลับเพราะโลภในสินสอดทอ







