Mag-log inพ่อบ้านสือเดินมุ่งหน้าตรงเข้ามาหาซีห่าวตามคำสั่งของฮุ่ยเหอ
ขณะที่ซีห่าวตกใจทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จุดประสงค์ของคุณชายหยวน เขามีท่าทางร้อนรนคิดจะเดินหนี แต่ถูกพ่อบ้านสือคว้าตัวเอาไว้
“พ่อบ้านสือจะทำอะไรข้าน่ะ” ซีห่าวถามสีหน้าตระหนกตกใจ
พ่อบ้านสือนิ่งไม่ตอบเดินเข้าไปดึงรั้งแขนเสื้อของนางขึ้นมา เข่อซิงในคราบซีห่าวใจหายวาบ
“ปล่อยข้านะ” ซีห่าวกล่าวพร้อมดึงรั้งแขนตัวเองกลับมาและถอยหลังหนีห่างจากพ่อบ้านสือออกไปหลายก้าว
“อาห่าว ข้าไม่ได้คิดทำร้ายเจ้าเพียงแต่ต้องการตรวจดูบาดแผลเจ้าเท่านั้น”
พ่อบ้านสือเห็นท่าทางตกอกตกใจของซีห่าวจึงรีบเอ่ยปากอธิบาย
เมื่อซีห่าวได้ฟังเหตุผลจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะรั้งแขนเสื้อลงมาจัดให้เรียบร้อย
“บุคคลที่เจ้าพูดถึงช่างโหดร้ายยิ่งนัก ทำร้ายเจ้าหนักถึงเพียงนี้”
ฮุ่ยเหอกล่าวหลังเห็นบาดแผลซึ่งยังไม่หายดีบนแขนซีห่าว
“ข้าเดาว่านี่คงเป็นบางส่วนเท่านั้นสินะ ให้ข้าตรวจสอบดูได้หรือไม่ว่าเจ้าบาดเจ็บมากมายเพียงใดกัน”
เผิงหยวนเอ่ยขึ้นมาอีกคน พร้อมตั้งท่าจะเดินเข้ามาหาซีห่าว แต่เขารีบก้าวถอยหนีทันที
“มะ ไม่ต้องขอรับ ข้าดีขึ้นแล้ว ไม่เป็นอันใดมาก ขอบคุณขอรับ” ซีห่าวรีบเอ่ยกลับไป
ฮุ่ยเหอเห็นท่าทางหวาดระแวงเช่นนั้นของพ่อครัวตัวน้อย จึงส่ายหน้าส่งสัญญาณไม่ให้เผิงหยวนทำอะไรให้ซีห่าวตกใจอีก ซึ่งเขาพยักหน้าตอบรับโดยดี
“อาห่าว นับจากนี้ไปเจ้าเป็นคนของข้า อยู่รับใช้ติดตามข้านี่แหละ รับรองว่าไม่มีใครหน้าไหนมาทำอะไรเจ้าได้แน่” ฮุ่ยเหอเอ่ยคำหนักแน่น
นึกสงสารเห็นใจชะตากรรมของซีห่าวซึ่งเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อนถูกคนชั่วนำไปเลี้ยงดู ทั้งยังคิดขายเขาให้แก่คนใจบาปตัณหากลับอีกด้วย
“ขอบคุณ คุณชายขอรับ ข้ารับรองว่าจะทำหน้าที่พ่อครัวให้ดีที่สุด จะทำให้ท่านหายจากอาการเบื่ออาหาร ลิ้นไม่รับรู้รสชาติและสุขภาพร่างกายแข็งแรงให้ได้ขอรับ”
ซีห่าวเอ่ยอย่างมั่นใจ เนื่องจากนางมีน้ำวิเศษจากห้องครัวส่วนตัวในอีกมิติหนึ่งนั่นเอง
ซึ่งก่อนหน้านี้นางลอบใส่ลงไปในอาหารที่ทำให้ฮุ่ยเหอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันให้ผลดีเกินคาดนางจึงได้รับเลือกเป็นพ่อครัวประจำคฤหาสน์แห่งนี้สมใจ
“พ่อบ้านสือ ช่วยจัดที่พักให้เขาที และนับจากนี้ไปให้อาห่าวคอยดูแลเรื่องอาหารการกินให้ข้าทั้งหมด” ฮุ่ยเหอเอ่ยปากสั่งพ่อบ้านสือ
“ขอรับ เช่นนั้นข้าจะจัดห้องพักให้อาห่าวที่..” พ่อบ้านสือเอ่ยค้างเอาไว้ ฮุ่ยเหอจึงกล่าวขึ้นมาเพื่อให้ความกระจ่างแก่เขา
“ห้องพักติดกับห้องของข้านั่นแหละ หากมีอะไรจะได้เรียกใช้สะดวก”
ซีห่าวถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะคิดไม่ถึงว่าฮุ่ยเหอจะให้นางเข้าพักในห้องติดกันกับเจ้านายผู้สูงส่งอย่างเขา แทนที่จะเป็นเรือนพักของบ่าว
‘เรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคืออย่างน้อยฮุ่ยเหอก็ยอมรับนางเข้าทำงาน
หากแต่ข้อเสียหรือสิ่งที่นางต้องระวังคือ การที่เขาให้นางอยู่ใกล้ตัวอาจเป็นเพราะไม่ไว้วางใจในตัวนางจึงคิดเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด
ดั่งเช่นคำกล่าวที่ว่าเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว หากเป็นเช่นนั้นนางคงต้องระวังมากขึ้นไม่ให้เขาจับผิดได้ว่านางปลอมเป็นพ่อครัว
ทั้งที่นางเป็นแม่ครัวต่างหากล่ะ’ เข่อซิงในร่างซีห่าวอดหวั่นใจไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ไม่มีหนทางใดดีไปกว่านี้แล้วล่ะ
‘นางต้องกุมกระเพาะมัดใจฮุ่ยเหอให้ไว้วางใจในตัวนาง ต่อไปจะได้มีผู้สนับสนุนคุ้มครอง ซึ่งตัวนางเองในโลกใบนี้นอกจากแม่บ้านถิงที่ดีต่อเข่อซิงแล้วก็นับว่าไม่มีผู้ใดเลยจริงๆ
ชาติก่อนนางเป็นเด็กกำพร้า ชาตินี้ยังต้องกำพร้าไร้พ่อแม่อีก’ เข่อซิงคิดอย่างเศร้าใจ
ก่อนจะตั้งสติฮึดสู้มองตรงไปข้างหน้าซึ่งหนทางของนางยังคงอีกยาวไกลนัก
“ขอบพระคุณขอรับคุณชาย หากแต่ในการทำงานรับใช้ท่านครั้งนี้ ตัวข้าเองก็มีเงื่อนไขอยากจะเอ่ยกับท่านเช่นกันขอรับ”
ซีห่าวกล่าวออกไป ทำเอาบุรุษทั้งสามคนต่างพากันอึ้งไปอีกรอบ เพราะคิดไม่ถึงว่าพ่อครัวตัวน้อยจะกล้าพูดจาเสนอเงื่อนไขกับผู้เป็นนายซึ่งมีอำนาจสูงสุดในเรือน
“เงื่อนไขอันใดงั้นหรือ” ฮุ่ยเหอถามอย่างใจกว้าง
“เงื่อนไขของข้ามีเพียงข้อดีและคิดว่าไม่ยากเย็นอะไรนักหรอกขอรับ”
“อะไรล่ะ”
“ในเมื่อคุณชายยกหน้าที่เรื่องอาหารการกินให้ข้าดูแลแล้ว”
“ข้าอยากขอความร่วมมือให้ท่านงดเว้นอาหารเครื่องดื่มรวมทั้งพฤติกรรมบางอย่างเพื่อช่วยส่งเสริมการรักษาสุขภาพร่างกายท่านให้แข็งแรงขึ้นด้วยขอรับ”
“เช่นอะไรบ้างเล่า”
“ห้ามคุณชายดื่มสุราละเว้นของมึนเมาโดยเด็ดขาดขอรับ” ซีห่าวเอ่ยข้อแรก
เนื่องจากสุราไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพตับของเขาเลยแม้นแต่น้อย ฮุ่ยเหอนิ่งคิดชั่วครู่
“ได้ มีอะไรอีก” ฮุ่ยเหอตอบรับกลับไป
ทำเอาผู้รับใช้ใกล้ชิดทั้งสองคนอย่างพ่อบ้านสือกับเผิงหยวนอึ้งไปเล็กน้อย เพราะขนาดหมอหลวงสั่งห้ามเขาดื่มสุรา คุณชายของเขาก็ไม่เคยรับปากและยังคงร่ำสุราอยู่บ้างเป็นครั้งคราวนั่นแหละ
“พวกอาหารต้องห้ามควรงดเว้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะข้าเป็นคนจัดการอาหารให้ท่านทุกมื้ออยู่แล้ว แต่เดี๋ยวข้าจะจดรายการอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเผื่อเอาไว้ให้แก่พ่อบ้านสือก็แล้วกันนะขอรับ”
“อืม แล้วนอกจากเรื่องอาหารล่ะมีอะไรอีกไหม”
“ท่านไม่ควรนอนดึก โหมทำงานหนักหรือทำอะไรเกินกำลัง”
“ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงด้วยขอรับ นอกนั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว” ซีห่าวกล่าว ฮุ่ยเหอยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ได้ ข้ารับปากเจ้า”
“ดีขอรับ เช่นนั้นข้าคิดว่าอาการเจ็บป่วยของท่านคงรักษาหายขาดได้ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้แหละ”
“หลังจากหายดีแล้วท่านจะรับประทานอาหารอร่อยได้มากขึ้น แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ควรจะรักษาเอาไว้ตามที่ข้าแนะนำอยู่ดีนะขอรับ”
“ได้สิ ขอบใจนะ” ฮุ่ยเหอรับปากก่อนจะยิ้มตามซีห่าว ซึ่งเผยรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความพึงพอใจที่เขายอมตอบรับทำตามข้อเสนอของนางอย่างง่ายดาย
ทำเอาสองคนสนิทอย่างพ่อบ้านสือกับเผิงหยวนลอบมองสบตากันอย่างประหลาดใจที่คุณชายผู้สูงศักดิ์ของพวกเขาดูท่าว่าจะกลายเป็นคนว่าง่ายไปเสียแล้ว
หลังพ่อบ้านสือนำซีห่าวไปยังห้องพักติดกับคุณชายเจ้าของเรือนและปล่อยให้นางได้พักผ่อนตามสบายระหว่างรอทำมื้อเย็น
ตัวเขาก็เดินตรงมายังห้องทำงานของฮุ่ยเหอซึ่งมีเผิงหยวนสนทนาพูดคุยรออยู่ก่อนแล้ว
“มาแล้วเหรอสือกงกง” เผิงหยวนเอ่ยทักทายพ่อบ้านสือ ซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือสือกงกงแห่งวังหลวงทำหน้าที่คอยดูแลฮุ่ยเหอมาแต่เยาว์วัย
“องครักษ์หนาน” สือกงกงทักทายกลับไป
เพราะเผิงหยวนนั้นแท้จริงคือองครักษ์คนสนิทข้างกายชินอ๋อง พระอนุชาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั่นเอง
แน่นอนว่าคุณชายหยวน หรือหยวนฮุ่ยเหอเจ้านายพวกเขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชินอ๋อง พระอนุชาในฮ่องเต้หยวนจื่อหยาง
ที่ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้มาดูแลดินแดนทางตอนใต้อันเคยเป็นเขตแดนที่เกิดสงครามกับแคว้นศัตรูอย่างแคว้นฉือ
รับบรรดาศักดิ์เป็นหนานชินอ๋องซึ่งเคยเป็นแม่ทัพร่วมออกศึกแดนใต้จนคว้าชัยชนะเหนือแคว้นฉือมาได้เมื่อหลายปีก่อน
สุดท้ายจึงได้รับความไว้วางใจจากพระเชษฐาให้มาปกครองดูแลดินแดนทางตอนใต้ตามคำร้องขอของเขานั่นเอง
“เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนมาพร้อมหน้ากันแล้วสินะ ข้ามีเรื่องจะสั่งการพวกเจ้าให้แยกย้ายกันไปทำ” ฮุ่ยเหอหรือหนานชินอ๋องเอ่ยกับคนสนิท
“กระหม่อมพร้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” คนสนิทตอบรับอย่างแข็งขัน
“พวกเจ้าทั้งสองย่อมรู้ดีว่าเหตุใดข้าจึงเดินทางมาแดนใต้ เมืองสำคัญอย่างเจิ้นหนานก่อนถึงหมายกำหนดการที่ฝ่าบาททรงพระราชทานมาให้สินะ”
“ทราบพ่ะย่ะค่ะ”
“หากเรื่องที่ซีห่าวกล่าวเป็นเรื่องจริง บางทีชนชั้นสูงที่เขาพูดถึงอาจจะเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองนี้และมีส่วนรู้เห็นกับคดีค้าของเถื่อน”
“ลอบขายเกลืออย่างผิดกฎหมายในดินแดนทางใต้ที่พวกเรากำลังต้องการตัวอยู่ก็เป็นได้” ฮุ่ยเหอสันนิษฐาน
ก่อนหน้านี้มีฎีกาฟ้องร้องไปถึงฮ่องเต้เกี่ยวกับภาวะขาดแคลนเกลืออันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ใช้ถนอมอาหารเก็บตุนไว้ในฤดูหนาวซึ่งขาดแคลนผลผลิตทางการเกษตร
แม้นมีขายก็ราคาแพงยิ่งกว่าทองคำเสียอีก โดยเฉพาะทางแดนเหนือซึ่งไม่มีดินแดนติดกับทะเลประสบปัญหามากกว่าเขตแดนอื่น
ส่วนทางใต้ซึ่งมีชายฝั่งติดทะเลเป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของแคว้น
เป็นแหล่งกระจายค้าขายเกลือไปยังดินแดนต่างๆถูกจับตามองจากราชสำนักและฝ่าบาทมาระยะหนึ่งแล้ว
เนื่องด้วยมีข่าวว่าเกิดการทุจริต ลักลอบกักตุนสินค้า กีดขวางเส้นทางการขนส่งสินค้าเกลือไปยังพื้นที่ทั่วแคว้นหยวนอย่างเหมาะสม
จงใจให้เกลือเป็นสินค้าหายากมีราคาแพง ทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ
ฮุ่ยเหอจึงเร่งรุดเดินทางมาแดนใต้เพื่อสืบสาวเรื่องนี้ด้วยตนเองเพื่อแบ่งเบาภาระให้แก่พระเชษฐา ปัดเป่าทุกข์ภัยให้กับแคว้นหยวน
“อืม อาหารรสเลิศสมกับที่อาเหอและหมอหลวงฮั่วเอ่ยชื่นชมจริงๆ ทั้งยังแปลกประหลาดไม่เคยกินที่ใดมาก่อนด้วย”ฮ่องเต้จื่อหยางเอ่ยชื่นชม ทั้งบาร์บีคิว หม้อไฟสองน้ำซุป ซุปหมาล่าและซุปสมุนไพร กับเป็ดปักกิ่งที่เป็นอาหารแปลกตาไม่เคยกินที่ใดมาก่อน“ใช่เพคะฝ่าบาท อร่อยแปลกดีแท้”“เป็ดปักกิ่งอะไรนี่ก็มีวิธีการกินไม่เหมือนที่ใด ใช้แผ่นแป้งบางๆอ่อนนุ่มมาห่อกับหนังเป็ดกรุบกรอบทานเคียงกับแตงกวา ต้นหอม พริกสดและน้ำปรุงรสออกหวานแต่ไม่เลี่ยน ทั้งยังอร่อยเข้ากันได้ดี”ฉินฮองเฮาเอ่ยอย่างชื่นชอบเป็ดปักกิ่งไม่น้อย ตอนนี้นางเสวยแป้งห่อหนังเป็ดกรอบๆกับเครื่องเคียงไปหลายคำแล้ว“หม่อมฉันยินดีนักที่ทั้งสองพระองค์ชื่นชอบอาหารเหล่านี้เพคะ”ซือเหยาเอ่ยอย่างภูมิใจ“อาเหอ เจ้านับว่าโชคดีมากทีเดียวนะที่ได้พระชายามีฝีมือในการปรุงอาหารยอดเยี่ยมเช่นนี้”ฮ่องเต้จื่อหยางกล่าว พลางนึกย้อนไปถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่ฮุ่ยเหอถูกพิษเหรินหยาง ซึ่งแม้นจะรอดชีวิตมาได้แต่ร่างกายกลับได้รับผลกระทบตามมาไม่น้อยทั้งเบ
อี้ถงยังคงนิ่งอึ้งไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใดอีก เพราะได้รู้สถานะที่แท้จริงของซือเหยาซึ่งมีที่มาไม่ธรรมดาเลยสักนิดเป็นพระชายาชินอ๋องแล้วยังมีบรรดาศักดิ์เป็นท่านหญิงหนานผิงอีกทั้งยังมีครอบครัวเป็นสกุลแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหยวน ที่แม้นแต่ฮ่องเต้ยังทรงต้องเกรงพระทัยอยู่หลายส่วน “แม่นางจิ่น หากท่านไม่มีธุระอันใดก็เชิญกลับไปเสียเถอะ ข้ากับท่านอ๋องจะพักผ่อน” ซือเหยาเอ่ยปากไล่อี้ถง “ใช่ แล้วอย่าเสนอหน้ามาให้ข้ากับพระชายาเห็นอีก ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้ายไร้ความปรานีก็แล้วกัน”ฮุ่ยเหอเอ่ยเสียงเข้มนัยน์ตาดุดัน ทำเอาอี้ถงตัวสั่นงันงกขึ้นมาเลยทีเดียว ก่อนจะขอตัวลากลับออกไปอย่างรวดเร็ว “เฮ้อ ท่านนี่เสน่ห์แรงจริงๆนะเจ้าคะ เพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่ทันจะข้ามวันก็มีสตรีมาหาถึงตำหนัก ทั้งยังพูดจาให้ท่าอวดดีถึงเพียงนั้นด้วย” ซือเหยาก
“ถวายบังคมหนานชินอ๋องเพคะ” อี้ถงรีบตรงรี่เข้ามาทันทีที่เห็นฮุ่ยเหอก้าวมายังโถงรับรองของตำหนักโดยนางไม่คิดสนใจผู้ที่ยืนเคียงข้างเขาอย่างซือเหยาแม้นแต่น้อย ทำให้ซือเหยาอดมองพิจารณาอี้ถงด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ระหว่างทางเดินเข้ามายังห้องโถงเจียหลินก็ทำหน้าที่บอกเล่าที่มาที่ไปของจิ่นอี้ถงให้ซือเหยาได้รู้คร่าวๆแล้ว ทำให้นางค่อนข้างมั่นใจว่าสตรีผู้นี้คงไม่ได้มาดีเป็นแน่“แม่นางจิ่น ไม่ทราบว่าท่านมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดกัน” ฮุ่ยเหอถามน้ำเสียงราบเรียบติดจะเย็นชาตามปกติที่เขามักใช้พูดคุยกับอี้ถงก่อนหน้านี้ ทำให้นางใจเสียไปเล็กน้อย“โธ่ท่านอ๋องเพคะ พวกเราไม่ได้พบกันนานกว่าครึ่งปีแล้ว พอได้ข่าวจากท่านพ่อว่าท่านอ๋องทรงเสด็จกลับมาเมืองหลวง หม่อมฉันตื่นเต้นยินดีและอยากมาพบท่านอ๋องเพราะคิดถึงท่านมากอย่างไรล่ะเพคะ”อี้ถงเอ่ยอย่างไม่อายปากทั้งยังมีท่าทีระริกระรี้ผิดกับคำพูดที่ว่าไม่ได้คิดเกินเลยอะไรกับฮุ่ยเหอแล้วดังเช่นที่บอกแก่ฉินฮองเฮาลิบลับ“บังอาจ เจ้าช่างไร้ยางอายนัก นอกจากไม่ทำการคารวะทักทายพระชายาข้าแล้วยังมีหน้
หลังซือเหยาแต่งงานกับฮุ่ยเหอได้ราวสามเดือนก็มีพระราชสารจากฮ่องเต้เรียกตัวชินอ๋องและพระชายาให้ไปเข้าเฝ้า เนื่องจากฝ่าบาททรงไม่ได้พบเจอหน้าพระอนุชานานแล้วที่สำคัญยังทรงต้องการพบเจอน้องสะใภ้ซึ่งสามารถมัดใจชินอ๋องผู้ไม่เคยสนใจสตรีใดมาก่อนหน้านี้ได้นั่นเอง “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่” ฮุ่ยเหอเอ่ยทำการคารวะฮ่องเต้พระเชษฐาร่วมอุทรมารดาเดียวกันด้วยความเคารพ “ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”ซือเหยาเอ่ยถวายบังคมอย่างนอบน้อมเช่นกัน “เชิญพวกเจ้าตามสบายเถอะ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอันใดมากมาย ที่ข้าเรียกตัวพวกเจ้าสองสามีภรรยาขึ้นมายังเมืองหลวงนี้ เพียงแค่ต้องการพบหน้าครอบครัวญาติสนิทก็เท่านั้น”“เหยาเอ๋อ..เจ้าเองก็เรียกข้าว่าพี่เช่นเดียวกันกับอาเหอเถอะนะ” ฮ่องเต้จื่อหยางทรงตรัสอย่างเป็นกันเองและมีเมตตาต่อซือเหยายิ่งนัก
ฮุ่ยเหอเติมน้ำร้อนลงไปในถังอาบน้ำพร้อมหยดน้ำมันหอมสกัดจากดอกเหมยกุ้ย(ดอกกุหลาบ)ที่ซือเหยาชื่นชอบลงไป แล้วจึงโรยกลีบกุหลาบที่เตรียมเอาไว้สำหรับภรรยาลงไปด้วยก่อนจะโอบอุ้มร่างงามลงไปในถังไม้ใบใหญ่ และก้าวขายาวๆตามลงไป เขาหยิบสิ่งที่ซือเหยาทำขึ้นและเรียกมันว่าสบู่กลิ่นดอกเหมยกุ้ยนำมาอาบชำระล้างร่างกายช่วยปรนนิบัติขัดถูหลังให้ซือเหยาโดยพยายามหักห้ามใจไม่ทำตัวซุกซน ด้วยเห็นใจว่านางเหนื่อยล้าจริงๆ ทำให้ซือเหยาซาบซึ้งใจไม่น้อย“ท่านพี่..ให้ข้าช่วยท่านชำระล้างร่างกายเถอะเจ้าค่ะ”ซือเหยาเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนางรู้ดีว่าฮุ่ยเหอต้องอดทนอดกลั้นไม่รุกล้ำก้ำเกินนางมากเพียงใด เพราะช่วงเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมาฮุ่ยเหอต้องกลับไปชำระสะสางงานที่เมืองเจิ้นหนานปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวสกุลเฉินอย่างเต็มที่และเพิ่งจะกลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้เอง หากแต่ก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าหานางตามลำพังหรือคิดจะค้างคืนกับนางก่อนการสมรสเป็นอันขาดแน่นอนว่างานนี้มีเฟยหรงทำหน้าที่ควบคุมดูแลขัดขวางทางคู่รักนกยวนยางอย่างเคร่งครัดเลยทีเดียว
หลังจากน้อมรับพระราชโองการแล้วทุกคนในเรือนสกุลเฉินก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นแต่หมอหลวงฮั่วเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน “เดี๋ยวก่อนขอรับ ยังมีราชโองการอีกหนึ่งฉบับ” หมอหลวงฮั่วกล่าวพร้อมหยิบราชโองการอีกฉบับเตรียมขึ้นมาอ่าน ทุกคนจึงรั้งไว้ในท่าเดิม “ท่านหญิงหนานผิงงดงามอ่อนโยน เฉลียวฉลาดเก่งกาจมากความสามารถ อีกทั้งยังมีใจรักมั่นอยู่กับหนานชินอ๋องพระอนุชาของฮ่องเต้”“ดังนั้นฝ่าบาทจึงมีพระกรุณามอบสมรสพระราชทานให้แก่คู่หนุ่มสาวได้ครองคู่ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร พร้อมมอบสินเดิมให้แก่เจ้าสาวผู้ทรงเกียรติเป็นเงิน 2000 ตำลึงทอง 2000 ตำลึงเงิน”“รวมทั้งผ้าไหมแพรพรรณชั้นเลิศ เครื่องทองเครื่องประดับ ข้าวของบรรณาการชั้นยอดอีก 10 หีบ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่เจ้าสาว จบราชโองการ”หมอหลวงฮั่วเอ่ยพระราชโองการฉบับที่สองจบก็เล่นเอาคนสกุลเฉินตกตะลึงตาค้างกันไปเลย อีกทั้งยังเข้าใจคำกล่าวของฮุ่ยเหอก่อนหน้านี้ได้ทันที&nb
ทั้งหมดพากันเข้ามาพูดคุยในเรือนสกุลเฉินแม่ทัพใหญ่เฉินกับเฉินฮูหยินถามไถ่เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของซือเหยาด้วยความคิดถึง พร้อมเอ่ยขอบคุณแม่บ้านถิงที่ช่วยดูแลซือเหยาเป็นอย่างดีรวมทั้งรับรู้เรื่องราวความทุกข์ยากลำบากที่บุตรสาวได้เผชิญมาจากครอบครัวที่โหดร้ายทารุณ จิตใจชั่วช้าอย่างสกุลอ้
กว่าฮุ่ยเหอจะยอมปล่อยซือเหยาให้เป็นอิสระก็สายมากแล้ว เขาตามตัวเจียหลินให้มาปรนนิบัตินางที่ห้องของตนเอง ทั้งยังสั่งให้โยกย้ายเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวของนางมาไว้ที่ห้องเขาด้วยซึ่งงานนี้ซือเหยาที่สำนึกผิดคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเข้าหาล่วงเกินฮุ่ยเหอก่อนจึงไม่กล้าเอ่ยโต้แย้งอะไรกลับไป&
แม่บ้านถิงยามนี้ย้ายออกมาจากจวนนายอำเภอได้ราวอาทิตย์กว่าแล้ว และนางถูกสกุลอ้ายสั่งฆ่าปิดปากจริงตามคาดหากแต่ได้คนของฮุ่ยเหอที่ไปเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของสกุลอ้ายรวมทั้งคอยคุ้มครองดูแลแม่บ้านถิงช่วยเอาไว้ได้ทันอีกทั้งฮุ่ยเหอยังให้คนของเขาสร้างสถานการณ์จนสกุลอ้ายเข้าใจว่าแม่บ้านถิ
ยืนสนทนาทักทายกันได้พักหนึ่งนายอำเภออ้ายก็เชื้อเชิญฮุ่ยเหอกับเข่อซิงเข้าไปในจวน “เชิญพวกท่านเข้าไปด้านใน นั่งจิบน้ำชาทานของว่างให้หายเหนื่อยก่อนเถอะ จะได้พูดคุยสนทนากันไปด้วย” นายอำเภออ้ายเชื้อเชิญแขกเข้าจวนไม่ร







