เข้าสู่ระบบพ่อบ้านสือเดินมุ่งหน้าตรงเข้ามาหาซีห่าวตามคำสั่งของฮุ่ยเหอ
ขณะที่ซีห่าวตกใจทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จุดประสงค์ของคุณชายหยวน เขามีท่าทางร้อนรนคิดจะเดินหนี แต่ถูกพ่อบ้านสือคว้าตัวเอาไว้
“พ่อบ้านสือจะทำอะไรข้าน่ะ” ซีห่าวถามสีหน้าตระหนกตกใจ
พ่อบ้านสือนิ่งไม่ตอบเดินเข้าไปดึงรั้งแขนเสื้อของนางขึ้นมา เข่อซิงในคราบซีห่าวใจหายวาบ
“ปล่อยข้านะ” ซีห่าวกล่าวพร้อมดึงรั้งแขนตัวเองกลับมาและถอยหลังหนีห่างจากพ่อบ้านสือออกไปหลายก้าว
“อาห่าว ข้าไม่ได้คิดทำร้ายเจ้าเพียงแต่ต้องการตรวจดูบาดแผลเจ้าเท่านั้น”
พ่อบ้านสือเห็นท่าทางตกอกตกใจของซีห่าวจึงรีบเอ่ยปากอธิบาย
เมื่อซีห่าวได้ฟังเหตุผลจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะรั้งแขนเสื้อลงมาจัดให้เรียบร้อย
“บุคคลที่เจ้าพูดถึงช่างโหดร้ายยิ่งนัก ทำร้ายเจ้าหนักถึงเพียงนี้”
ฮุ่ยเหอกล่าวหลังเห็นบาดแผลซึ่งยังไม่หายดีบนแขนซีห่าว
“ข้าเดาว่านี่คงเป็นบางส่วนเท่านั้นสินะ ให้ข้าตรวจสอบดูได้หรือไม่ว่าเจ้าบาดเจ็บมากมายเพียงใดกัน”
เผิงหยวนเอ่ยขึ้นมาอีกคน พร้อมตั้งท่าจะเดินเข้ามาหาซีห่าว แต่เขารีบก้าวถอยหนีทันที
“มะ ไม่ต้องขอรับ ข้าดีขึ้นแล้ว ไม่เป็นอันใดมาก ขอบคุณขอรับ” ซีห่าวรีบเอ่ยกลับไป
ฮุ่ยเหอเห็นท่าทางหวาดระแวงเช่นนั้นของพ่อครัวตัวน้อย จึงส่ายหน้าส่งสัญญาณไม่ให้เผิงหยวนทำอะไรให้ซีห่าวตกใจอีก ซึ่งเขาพยักหน้าตอบรับโดยดี
“อาห่าว นับจากนี้ไปเจ้าเป็นคนของข้า อยู่รับใช้ติดตามข้านี่แหละ รับรองว่าไม่มีใครหน้าไหนมาทำอะไรเจ้าได้แน่” ฮุ่ยเหอเอ่ยคำหนักแน่น
นึกสงสารเห็นใจชะตากรรมของซีห่าวซึ่งเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อนถูกคนชั่วนำไปเลี้ยงดู ทั้งยังคิดขายเขาให้แก่คนใจบาปตัณหากลับอีกด้วย
“ขอบคุณ คุณชายขอรับ ข้ารับรองว่าจะทำหน้าที่พ่อครัวให้ดีที่สุด จะทำให้ท่านหายจากอาการเบื่ออาหาร ลิ้นไม่รับรู้รสชาติและสุขภาพร่างกายแข็งแรงให้ได้ขอรับ”
ซีห่าวเอ่ยอย่างมั่นใจ เนื่องจากนางมีน้ำวิเศษจากห้องครัวส่วนตัวในอีกมิติหนึ่งนั่นเอง
ซึ่งก่อนหน้านี้นางลอบใส่ลงไปในอาหารที่ทำให้ฮุ่ยเหอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันให้ผลดีเกินคาดนางจึงได้รับเลือกเป็นพ่อครัวประจำคฤหาสน์แห่งนี้สมใจ
“พ่อบ้านสือ ช่วยจัดที่พักให้เขาที และนับจากนี้ไปให้อาห่าวคอยดูแลเรื่องอาหารการกินให้ข้าทั้งหมด” ฮุ่ยเหอเอ่ยปากสั่งพ่อบ้านสือ
“ขอรับ เช่นนั้นข้าจะจัดห้องพักให้อาห่าวที่..” พ่อบ้านสือเอ่ยค้างเอาไว้ ฮุ่ยเหอจึงกล่าวขึ้นมาเพื่อให้ความกระจ่างแก่เขา
“ห้องพักติดกับห้องของข้านั่นแหละ หากมีอะไรจะได้เรียกใช้สะดวก”
ซีห่าวถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะคิดไม่ถึงว่าฮุ่ยเหอจะให้นางเข้าพักในห้องติดกันกับเจ้านายผู้สูงส่งอย่างเขา แทนที่จะเป็นเรือนพักของบ่าว
‘เรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคืออย่างน้อยฮุ่ยเหอก็ยอมรับนางเข้าทำงาน
หากแต่ข้อเสียหรือสิ่งที่นางต้องระวังคือ การที่เขาให้นางอยู่ใกล้ตัวอาจเป็นเพราะไม่ไว้วางใจในตัวนางจึงคิดเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด
ดั่งเช่นคำกล่าวที่ว่าเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว หากเป็นเช่นนั้นนางคงต้องระวังมากขึ้นไม่ให้เขาจับผิดได้ว่านางปลอมเป็นพ่อครัว
ทั้งที่นางเป็นแม่ครัวต่างหากล่ะ’ เข่อซิงในร่างซีห่าวอดหวั่นใจไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ไม่มีหนทางใดดีไปกว่านี้แล้วล่ะ
‘นางต้องกุมกระเพาะมัดใจฮุ่ยเหอให้ไว้วางใจในตัวนาง ต่อไปจะได้มีผู้สนับสนุนคุ้มครอง ซึ่งตัวนางเองในโลกใบนี้นอกจากแม่บ้านถิงที่ดีต่อเข่อซิงแล้วก็นับว่าไม่มีผู้ใดเลยจริงๆ
ชาติก่อนนางเป็นเด็กกำพร้า ชาตินี้ยังต้องกำพร้าไร้พ่อแม่อีก’ เข่อซิงคิดอย่างเศร้าใจ
ก่อนจะตั้งสติฮึดสู้มองตรงไปข้างหน้าซึ่งหนทางของนางยังคงอีกยาวไกลนัก
“ขอบพระคุณขอรับคุณชาย หากแต่ในการทำงานรับใช้ท่านครั้งนี้ ตัวข้าเองก็มีเงื่อนไขอยากจะเอ่ยกับท่านเช่นกันขอรับ”
ซีห่าวกล่าวออกไป ทำเอาบุรุษทั้งสามคนต่างพากันอึ้งไปอีกรอบ เพราะคิดไม่ถึงว่าพ่อครัวตัวน้อยจะกล้าพูดจาเสนอเงื่อนไขกับผู้เป็นนายซึ่งมีอำนาจสูงสุดในเรือน
“เงื่อนไขอันใดงั้นหรือ” ฮุ่ยเหอถามอย่างใจกว้าง
“เงื่อนไขของข้ามีเพียงข้อดีและคิดว่าไม่ยากเย็นอะไรนักหรอกขอรับ”
“อะไรล่ะ”
“ในเมื่อคุณชายยกหน้าที่เรื่องอาหารการกินให้ข้าดูแลแล้ว”
“ข้าอยากขอความร่วมมือให้ท่านงดเว้นอาหารเครื่องดื่มรวมทั้งพฤติกรรมบางอย่างเพื่อช่วยส่งเสริมการรักษาสุขภาพร่างกายท่านให้แข็งแรงขึ้นด้วยขอรับ”
“เช่นอะไรบ้างเล่า”
“ห้ามคุณชายดื่มสุราละเว้นของมึนเมาโดยเด็ดขาดขอรับ” ซีห่าวเอ่ยข้อแรก
เนื่องจากสุราไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพตับของเขาเลยแม้นแต่น้อย ฮุ่ยเหอนิ่งคิดชั่วครู่
“ได้ มีอะไรอีก” ฮุ่ยเหอตอบรับกลับไป
ทำเอาผู้รับใช้ใกล้ชิดทั้งสองคนอย่างพ่อบ้านสือกับเผิงหยวนอึ้งไปเล็กน้อย เพราะขนาดหมอหลวงสั่งห้ามเขาดื่มสุรา คุณชายของเขาก็ไม่เคยรับปากและยังคงร่ำสุราอยู่บ้างเป็นครั้งคราวนั่นแหละ
“พวกอาหารต้องห้ามควรงดเว้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะข้าเป็นคนจัดการอาหารให้ท่านทุกมื้ออยู่แล้ว แต่เดี๋ยวข้าจะจดรายการอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเผื่อเอาไว้ให้แก่พ่อบ้านสือก็แล้วกันนะขอรับ”
“อืม แล้วนอกจากเรื่องอาหารล่ะมีอะไรอีกไหม”
“ท่านไม่ควรนอนดึก โหมทำงานหนักหรือทำอะไรเกินกำลัง”
“ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงด้วยขอรับ นอกนั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว” ซีห่าวกล่าว ฮุ่ยเหอยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ได้ ข้ารับปากเจ้า”
“ดีขอรับ เช่นนั้นข้าคิดว่าอาการเจ็บป่วยของท่านคงรักษาหายขาดได้ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้แหละ”
“หลังจากหายดีแล้วท่านจะรับประทานอาหารอร่อยได้มากขึ้น แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ควรจะรักษาเอาไว้ตามที่ข้าแนะนำอยู่ดีนะขอรับ”
“ได้สิ ขอบใจนะ” ฮุ่ยเหอรับปากก่อนจะยิ้มตามซีห่าว ซึ่งเผยรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความพึงพอใจที่เขายอมตอบรับทำตามข้อเสนอของนางอย่างง่ายดาย
ทำเอาสองคนสนิทอย่างพ่อบ้านสือกับเผิงหยวนลอบมองสบตากันอย่างประหลาดใจที่คุณชายผู้สูงศักดิ์ของพวกเขาดูท่าว่าจะกลายเป็นคนว่าง่ายไปเสียแล้ว
หลังพ่อบ้านสือนำซีห่าวไปยังห้องพักติดกับคุณชายเจ้าของเรือนและปล่อยให้นางได้พักผ่อนตามสบายระหว่างรอทำมื้อเย็น
ตัวเขาก็เดินตรงมายังห้องทำงานของฮุ่ยเหอซึ่งมีเผิงหยวนสนทนาพูดคุยรออยู่ก่อนแล้ว
“มาแล้วเหรอสือกงกง” เผิงหยวนเอ่ยทักทายพ่อบ้านสือ ซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือสือกงกงแห่งวังหลวงทำหน้าที่คอยดูแลฮุ่ยเหอมาแต่เยาว์วัย
“องครักษ์หนาน” สือกงกงทักทายกลับไป
เพราะเผิงหยวนนั้นแท้จริงคือองครักษ์คนสนิทข้างกายชินอ๋อง พระอนุชาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั่นเอง
แน่นอนว่าคุณชายหยวน หรือหยวนฮุ่ยเหอเจ้านายพวกเขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชินอ๋อง พระอนุชาในฮ่องเต้หยวนจื่อหยาง
ที่ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้มาดูแลดินแดนทางตอนใต้อันเคยเป็นเขตแดนที่เกิดสงครามกับแคว้นศัตรูอย่างแคว้นฉือ
รับบรรดาศักดิ์เป็นหนานชินอ๋องซึ่งเคยเป็นแม่ทัพร่วมออกศึกแดนใต้จนคว้าชัยชนะเหนือแคว้นฉือมาได้เมื่อหลายปีก่อน
สุดท้ายจึงได้รับความไว้วางใจจากพระเชษฐาให้มาปกครองดูแลดินแดนทางตอนใต้ตามคำร้องขอของเขานั่นเอง
“เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนมาพร้อมหน้ากันแล้วสินะ ข้ามีเรื่องจะสั่งการพวกเจ้าให้แยกย้ายกันไปทำ” ฮุ่ยเหอหรือหนานชินอ๋องเอ่ยกับคนสนิท
“กระหม่อมพร้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” คนสนิทตอบรับอย่างแข็งขัน
“พวกเจ้าทั้งสองย่อมรู้ดีว่าเหตุใดข้าจึงเดินทางมาแดนใต้ เมืองสำคัญอย่างเจิ้นหนานก่อนถึงหมายกำหนดการที่ฝ่าบาททรงพระราชทานมาให้สินะ”
“ทราบพ่ะย่ะค่ะ”
“หากเรื่องที่ซีห่าวกล่าวเป็นเรื่องจริง บางทีชนชั้นสูงที่เขาพูดถึงอาจจะเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองนี้และมีส่วนรู้เห็นกับคดีค้าของเถื่อน”
“ลอบขายเกลืออย่างผิดกฎหมายในดินแดนทางใต้ที่พวกเรากำลังต้องการตัวอยู่ก็เป็นได้” ฮุ่ยเหอสันนิษฐาน
ก่อนหน้านี้มีฎีกาฟ้องร้องไปถึงฮ่องเต้เกี่ยวกับภาวะขาดแคลนเกลืออันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ใช้ถนอมอาหารเก็บตุนไว้ในฤดูหนาวซึ่งขาดแคลนผลผลิตทางการเกษตร
แม้นมีขายก็ราคาแพงยิ่งกว่าทองคำเสียอีก โดยเฉพาะทางแดนเหนือซึ่งไม่มีดินแดนติดกับทะเลประสบปัญหามากกว่าเขตแดนอื่น
ส่วนทางใต้ซึ่งมีชายฝั่งติดทะเลเป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของแคว้น
เป็นแหล่งกระจายค้าขายเกลือไปยังดินแดนต่างๆถูกจับตามองจากราชสำนักและฝ่าบาทมาระยะหนึ่งแล้ว
เนื่องด้วยมีข่าวว่าเกิดการทุจริต ลักลอบกักตุนสินค้า กีดขวางเส้นทางการขนส่งสินค้าเกลือไปยังพื้นที่ทั่วแคว้นหยวนอย่างเหมาะสม
จงใจให้เกลือเป็นสินค้าหายากมีราคาแพง ทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ
ฮุ่ยเหอจึงเร่งรุดเดินทางมาแดนใต้เพื่อสืบสาวเรื่องนี้ด้วยตนเองเพื่อแบ่งเบาภาระให้แก่พระเชษฐา ปัดเป่าทุกข์ภัยให้กับแคว้นหยวน
หลังได้ฟังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลอ้าย รวมทั้งความคิดเห็นของเข่อซิงที่บอกเล่าตามลำดับเหตุผลเกี่ยวกับความทุจริตไม่น่าไว้วางใจของผู้คนตระกูลนี้ ฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจวางแผนการขั้นต่อไปทันที“เห็นที ข้าคงต้องถือโอกาสไปเยือนเรือนสกุลอ้ายสักครั้งแล้วกระมัง”ฮุ่ยเหอเกริ่น จากนั้นก็มีการปรึกษากันเพิ่มเติมเรื่องที่จะหาทางเอาผิดสกุลอ้ายให้ได้ โดยมีเข่อซิงร่วมให้คำปรึกษาอยู่ด้วยกัน“ดีเลยซิงเอ๋อ ในเมื่อเจ้ารู้จักคนเก่าคนแก่ในสกุลอ้าย บางทีเราอาจจะหาข้อมูล พยาน หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดคนเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น”เผิงหยวนกล่าวเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาพยายามสืบหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังคดีลักลอบค้าเกลือกักตุนสินค้ามานาน หากแต่สืบได้เพียงผิวเผินยังไม่สามารถเจาะลึกเข้าไปถึงตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้อย่างแท้จริงเนื่องจากคนผู้นั้นมีความระมัดระวังตัวและเป็นผู้มีอำนาจมากนั่นเอง ในเมื่อตอนนี้มีคนในจวนนายอำเภอให้ความร่วมมือด้วย คิดว่างานสำคัญคงเสร็จสิ้นลงไปได้อย่างรวดเร็วแน่หลังปรึกษาหารือวางแผนกันเสร็จฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจเดินทางไปเยือนเรือนนา
ทานมื้อเย็นเสร็จทุกคนก็มานั่งพูดคุยสนทนากันต่อ โดยเผิงหยวนซึ่งกลับมาจากการทำภารกิจ ต้องตกตะลึงตาค้างไปรอบหนึ่งเมื่อเขาได้เห็นพ่อครัวน้อยซีห่าวกลายร่างเป็นสตรีรูปโฉมงดงาม จนพ่อบ้านสือต้องตบหลังเขาไปพลั่กใหญ่เพื่อเรียกสติหลังเผิงหยวนรับรู้เรื่องราวของเข่อซิงก็ร้องอ๋อ จับแพะชนแกะจนได้เรื่องว่าสตรีที่นายอำเภออ้ายให้คนตามหาอยู่ แท้จริงแล้วก็คือพ่อครัวน้อยซีห่าวนั่นเองยามนี้จึงได้เวลามาปรึกษาหารือกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป“ซิงเอ๋อ เจ้าอยากแก้แค้นเอาคืนสกุลอ้ายหรือไม่”ฮุ่ยเหอถามเข่อซิง“อยากเจ้าค่ะ คนพวกนั้นจิตใจโหดร้าย หลอกลวงชาวเมืองว่าเป็นคนดีมีเมตตา ทั้งที่ความจริงแล้วชั่วร้ายไร้คุณธรรม”“ที่สำคัญนายอำเภออ้ายก็หาใช่ขุนนางใจซื่อมือสะอาดไม่”เข่อซิงคิดแค้นเคืองแทนเจ้าของร่างเดิมที่อาศัยอยู่ในจวนสกุลอ้ายอย่างทุกข์ทรมานถูกดุด่าทุบตีคอยรองมือรองเท้าให้สกุลอ้ายระบายอารมณ์ สุดท้ายยังถูกขายออกไปเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งและไม่เหลือแม้นแต่ชีวิตตนเอง“ซิงเอ๋อ เจ้าเอ่ยเช่นนี้หมายความว่า
เจียหลินคิดยินดีไปกับผู้เป็นนายที่กลับมาเสพสุข ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยแปลกใหม่ได้อีกครั้ง“อืม แบบนี้นี่เอง” เข่อซิงพยักหน้าหงึกๆเข้าใจ หลังได้ฟังคำอธิบายจากเจียหลินว่าฮุ่ยเหอเป็นถึงน้องชายผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในเมืองหลวงหากเขาต้องการอะไรย่อมไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะได้มันมา ต่อไปนางก็เพียงแค่โยนหินถามทางไปก่อน‘สิ่งใดหากคุณชายให้คนจัดหามาได้ ต่อมานางก็แค่ทำเป็นเนียนนำมันออกมาจากมิติพิเศษเพื่อใช้ปรุงอาหารบ้างก็เท่านั้น’คิดเสร็จเข่อซิงก็ยิ้มพอใจ ก่อนจะลงมือทำอาหารจานที่หกเป็นใบมันเทศที่นางเก็บเอามาเมื่อช่วงบ่ายก่อนหน้านี้ นำเอามาผัดกับกระเทียม พริก เห็ดหอมและหมูหมักเกลือตากลมหั่นเป็นชิ้นดูเหมือนเป็นอาหารง่ายๆแต่ใบมันเทศนี่กลับให้คุณค่าทางอาหารสูง มีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดอาการอักเสบของตับในปริมาณที่มากกว่าแครอทเสียอีก“ซิงเอ๋อ ใบมันเทศนี่เราเอามากินได้ด้วยงั้นหรือ” เจียหลินถามเพราะปกติชาวบ้านโดยทั่วไปมักจะเด็ดใบมันเทศออกแล้วนำไปเลี้ยงหมู จะกินก็แต่หัวของมันเท่านั้น
หลังเข่อซิงอยู่พูดคุยทานของว่างกับฮุ่ยเหอได้พักใหญ่ นางก็ขอตัวออกมาเข้าครัวเตรียมมื้อเย็นให้เขาต่อ โดยเย็นวันนี้นางตั้งใจว่าจะทำอาหาร 7 อย่างด้วยกันอย่างแรกคือปลาซ่งฮื้อต้มเผือก อย่างที่สองเป็นปลาซ่งฮื้อย่างเกลือหมักสมุนไพรและแน่นอนว่ามีเจียงหวงเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงด้วย จานที่สามเป็นฮื่อแซหรือปลาดิบที่ใช้เนื้อปลาซ่งฮื้อซึ่งเหมาะกับการนำมาทำฮื่อแซมาแล่เป็นชิ้นหนาพอประมาณคลุกเคล้าด้วยน้ำมันงาและงาคั่วหอมๆมีผักเคียงเป็นหัวไชเท้าสดซอย แตงกวาหั่นกับไชโป๊ซึ่งเป็นหัวไชเท้าดองเค็มและหวานหั่นละเอียดพร้อมทำน้ำจิ้มรสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน ผสมน้ำบ๊วยและเนื้อบ๊วยดองลงไปกับน้ำมันพริกเผาที่เข่อซิงนำออกมาจากมิติพิเศษ เติมถั่วลิสงคั่วบดกับงาคั่วหอมๆลงไปแต่ฮื่อแซจานนี้ฮุ่ยเหอทานไม่ได้เนื่องจากปลาดิบไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคตับเช่นเขา เข่อซิงเพียงทำตามใจปากตัวเองและให้คนอื่นๆได้ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยของฮื่อแซจากปลาซ่งฮื้อเท่านั้น&
เข่อซิงคิดพึ่งพาตนเองโดยไม่รู้เลยว่าคนเรือนนี้ต่างได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี รู้หน้าที่ของตนยิ่งนัก ทั้งยังคาดเดาความคิดของผู้เป็นนายเก่งใช่ย่อยเลยล่ะในเมื่อคุณชายของเรือนปฏิบัติกับเข่อซิงแตกต่างออกไปเช่นนี้ อีกทั้งยังให้นางคอยดูแลรับใช้ใกล้ชิดด้วย เข่อซิงย่อมพิเศษ..เหนือกว่าผู้ใดแน่นอนเข่อซิงที่แต่งกายเป็นสตรีด้วยรูปโฉมที่แท้จริงของนางดูงดงามหยาดเยิ้ม จนทุกคนต่างพากันมองอย่างตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าพ่อครัวน้อยซีห่าวซึ่งหน้าตาผิวพรรณขมุกขมัวก่อนหน้านี้จะกลายมาเป็นสตรีโฉมงามพิลาสล้ำ ผิวพรรณผุดผ่องกระจ่างใสราวกับเทพธิดาเซียนได้เช่นนี้ฮุ่ยเหอเมื่อได้เห็นรูปโฉมที่แท้จริงของเข่อซิง รวมทั้งการแต่งกายเป็นสตรีทุกกระเบียดนิ้วของนางก็ทำให้เขาถึงกับตกตะลึง ลืมหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว“ซิงเอ๋อเจ้าช่างงามนัก ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงมีคนยอมทุ่มเททรัพย์สินเงินทองมากมายเพื่อให้ได้แต่งกับเจ้า”ฮุ่ยเหอเอ่ยอย่างชื่นชม“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เข่อซิงตอบรับกลับไปสั้นๆ จากนั้นก็เชื้อเชิญให้ฮุ่ยเหอทานขนมของว่างที่นางทำเป็นเผือกกวนน้ำผึ้งรูปดอก
หลังตกปลาซ่งฮื้ออวบๆได้สี่ห้าตัวภายในเวลาหนึ่งก้านธูป เข่อซิงก็เตรียมตัวไปขุดเผือกขุดมันแถวนั้นต่อ โดยมีฮุ่ยเหอยืนมองให้กำลังใจอยู่ข้างๆพอได้วัตถุดิบตามต้องการแล้วก็ชักชวนกันกลับเรือน โดยฮุ่ยเหอสั่งให้เข่อซิงรีบไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เมื่อเข่อซิงเดินหันหลังลับสายตาไปแล้วฮุ่ยเหอก็เรียกคนสนิทเข้ามาพูดคุยกันในห้องทำงานซึ่งเวลานี้มีเพียงพ่อบ้านสือเท่านั้น ส่วนเผิงหยวนยังไม่กลับจากการทำภารกิจข้างนอก “หา..อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ อาห่าวแท้จริงแล้วคือสตรีปลอมตัวมางั้นหรือ”พ่อบ้านสือเอ่ยอุทานออกมา ทั้งตกใจและประหลาดใจไปพร้อมกันฮุ่ยเหอจึงบอกเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เขาฟัง “อืม นางช่างน่าสงสารยิ่งนัก”“กำพร้าพ่อแม่แล้วยังถูกคนใจร้ายเก็บมาเลี้ยง สุดท้ายยังคิดขายนางออกไปให้เถ้าแก่ตัณหากลับเพราะโลภในสินสอดทอ







