เข้าสู่ระบบฮุ่ยเหอกับคนสนิทปรึกษากันถึงจุดมุ่งหมายที่พวกเขาเดินทางมายังแดนใต้ก่อนหมายกำหนดการแจ้งรับตำแหน่งผู้ปกครองหัวเมืองแดนใต้ตามรับสั่ง
โดยงานนี้ฮุ่ยเหอคิดสงสัยว่าชนชั้นสูงผู้มีอิทธิพลที่ซีห่าวกล่าวถึงอาจจะเป็นหนึ่งในผู้รู้เห็นเกี่ยวกับการลักลอบค้าขายเกลือโดยผิดกฎหมาย
“เอาล่ะ เผิงหยวนเจ้าลองไปตามสืบดูสิว่า ตระกูลใดในเมืองนี้กำลังตรวจสอบค้นหาคนหายอยู่บ้าง มุ่งเน้นไปที่ตระกูลผู้สูงศักดิ์ในเมืองเจิ้นหนานนี่แหละ”
“พ่ะย่ะค่ะ” เผิงหยวนรับคำสั่ง
“ส่วนสือกงกง เจ้าช่วยข้าสอดส่องซีห่าวว่ามีพฤติกรรมใดน่าสงสัยหรือแอบลักลอบติดต่อกับผู้ใดเป็นพิเศษบ้างหรือไม่นะ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลังพูดคุยปรึกษาหารือกันเสร็จต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
ฮุ่ยเหอนั่งทำงานอยู่ในเรือนไม่ได้ออกไปไหน เผิงหยวนพากลุ่มคนออกไปตามสืบหาตระกูลที่ทำร้ายซีห่าว
ส่วนพ่อบ้านสือก็ทำหน้าที่ลอบสังเกตพ่อครัวน้อยไปตามรับสั่ง
ทางด้านซีห่าวเมื่อจัดเก็บข้าวของพร้อมเติมแต่งสีที่หน้า เนื้อตัว แขนขาให้ดูหม่นหมองเพิ่มเติมแล้วจึงออกจากห้องพัก
ตั้งใจว่าจะเตรียมของว่างให้ฮุ่ยเหอในช่วงบ่ายเพื่อกุมกระเพาะ เอาอกเอาใจเจ้าของเรือน โดยเขาเข้าครัวมาทำพุดดิ้งข้าวใส่องุ่นตากแห้งและเหอเถา(วอลนัต)คั่วบด
‘ห้องครัวในคฤหาสน์หลังนี้นับว่ามีครบทุกอย่างจริงๆ มีช่องแช่เย็นที่ใช้น้ำแข็งจำนวนไม่น้อยมาบุเอาไว้ตรงผนังเพื่อเก็บรักษาอุณหภูมิ
มีน้ำแข็งที่ใช้รับประทานได้ด้วย ทั้งยังมีพวกนมสด เครื่องเทศ วัตถุดิบหายากราคาแพงเยอะแยะเลย’ เข่อซิงในคราบของพ่อครัวน้อยซีห่าวคิดอย่างพอใจ
จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือนำข้าวไม่ขัดสีหรือข้าวกล้องมาตุ๋นในน้ำนมแพะจนสุก เติมผูเถาตากแห้ง(ลูกเกด)ลงไปพร้อมกับเหอเถาคั่วสุกบดหยาบ
ตุ๋นคนให้เข้ากันแล้วปรุงรสด้วยเกลือ เติมน้ำตาลเล็กน้อย พักให้เย็นแล้วตักใส่ถ้วย โรยด้านบนด้วยผงโยร่วกุย(อบเชย) จากนั้นก็นำไปแช่เอาไว้ในช่องเย็นรอเสิร์ฟ
จานต่อมาซีห่าวนำข้าวไม่ขัดสีไปคั่วให้แตกเป็นข้าวพองแล้วใส่ถั่วลิสงคั่วบดลงไปตามด้วยน้ำผึ้งคลุกเคล้าให้เข้ากันเติมดอกกุ้ยฮวาหรือดอกหอมหมื่นลี้เพิ่มรสและกลิ่นหอมหวานลงไป
จากนั้นก็นำมาตักใส่ถาดที่มีแท่งไม้ต่อกันเป็นโครงสี่เหลี่ยมหนาราวหนึ่งนิ้วเป็นแม่พิมพ์
พักเอาไว้ให้อยู่ตัวราวหนึ่งก้านธูป(15-30 นาที)แล้วจึงดึงเอาโครงไม้สี่เหลี่ยมออกจะได้ขนมข้าวตอกเป็นแท่งสี่เหลี่ยม
ตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กพอคำนำมาจัดวางในจานเตรียมเสิร์ฟคู่กับน้ำชา ซึ่งเป็นชาเขียวชั้นยอดที่เข่อซิงนำออกมาจากมิติพิเศษนั่นเอง
เมื่อทำของว่างเสร็จซีห่าวก็แจ้งแก่พ่อบ้านสือ ซึ่งฮุ่ยเหออนุญาตให้เขานำอาหารเข้าไปเสิร์ฟในห้องทำงานได้
“นี่อะไรนะ” ฮุ่ยเหอถามเมื่อเห็นพุดดิ้งข้าวไม่ขัดสีที่ซีห่าวนำมาให้ เป็นขนมของว่างรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นหรือเคยกินที่ใดมาก่อน
“พุดดิ้งข้าวขอรับ” ซีห่าวตอบ
“อะไรนะ? พุ พุดดิง”
“พุด..ดิ้ง ขอรับ” ซีห่าวตอบย้ำคำช้าๆชัดๆอีกครั้ง
“พุด..ดิ้ง งั้นเหรอ?” ในที่สุดฮุ่ยเหอก็เอ่ยเรียกขนมของว่างตรงหน้าถูก
“ใช่ขอรับ ใช้ข้าวไม่ขัดสีมาตุ๋นกับนมแพะเติมผูเถาตากแห้งกับเหอเถาคั่วสุกบดหยาบลงไป”
“เติมแต่งรสด้วยเกลือน้ำตาลเล็กน้อย โรยหน้าด้วยผงโยร่วกุย นำไปแช่เย็นพักเอาไว้ก่อนนำออกมาทาน อร่อยสดชื่น ได้คุณค่าทางอาหาร ลองชิมดูสิขอรับ”
ซีห่าวเชื้อเชิญฮุ่ยเหอทานของว่างฝีมือเขา ซึ่งแน่นอนว่ามีน้ำบริสุทธิ์จากมิติพิเศษเติมลงไปด้วย
“อืมอร่อย หอมนุ่มนวลไม่หวานมาก เย็นสดชื่นดีจริง” ฮุ่ยเหอเอ่ยชม พ่อบ้านสือซึ่งยืนอยู่ด้วยถึงกับกลืนน้ำลายตาม
“ข้าทำเผื่อท่านลุงสือกับพี่เผิงหยวนด้วยนะขอรับ แช่เก็บเอาไว้ในช่องเย็นแล้ว ท่านสามารถนำออกมาทานได้เลยขอรับ”
ซีห่าวกล่าวเรียกพ่อบ้านสือกับเผิงหยวนตามลำดับอาวุโส พ่อบ้านสือได้ยินก็ยิ้มดีใจที่จะได้ทานของอร่อย
“ขอบใจมากนะ อาห่าว” พ่อบ้านสือตอบซีห่าวกลับไป เขายิ้มรับน้อยๆ
“ของว่างอีกอย่างหนึ่งเป็นขนมข้าวตอกน้ำผึ้งใส่ถั่วลิสงคั่วบดกับดอกกุ้ยฮวาเพิ่มความหอมหวาน ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆเข้ากันดีทีเดียว”
ซีห่าวแนะนำของว่างอีกอย่าง ซึ่งฮุ่ยเหอมองพิจารณาดูครู่หนึ่งก่อนจะหยิบมันขึ้นมากัดกินลิ้มลองรสชาติ
“ไม่หวานมากมีกลิ่นหอมของข้าว ถั่วลิสงคั่ว น้ำผึ้งตามด้วยดอกกุ้ยฮวา อร่อยดีนะ ทานคู่กับน้ำชารสขมติดปลายลิ้นเข้ากันดี นี่เจ้าคงทำมาให้เหมาะกับสุขภาพร่างกายข้าอีกสินะ”
“ขอรับ”
“ขอบใจ ข้าลิ้มรสชาติได้ด้วยฝีมือการปรุงอาหารของเจ้าจริงๆ”
“ใช่แล้วล่ะ เมื่อก่อนคุณชายไม่ชอบทานของว่างหรืออะไรเรื่อยเปื่อยเลยแม้นแต่น้อย”
“เนื่องจากเบื่ออาหารลิ้นไม่รับรู้รสชาติ กินเพียงมื้อหลักเพื่อประทังชีวิตไปวันๆหนึ่งเท่านั้น”
“รอยยิ้มเหือดหาย ไม่ได้ดื่มด่ำมีความสุขไปกับการรับประทานอาหารมานานหลายปีแล้ว ช่างดียิ่งนัก เจ้านี่เก่งจริงๆนะอาห่าว”
พ่อบ้านสือเอ่ยชื่นชมในความสามารถของซีห่าวอย่างแท้จริง ซึ่งเขายิ้มรับด้วยความยินดี
“พ่อบ้านสือ มื้อเย็นพวกเจ้าก็มาทานอาหารร่วมกันกับข้าเถอะ บอกอาหยวนด้วย เจ้าด้วยนะอาห่าว” ฮุ่ยเหอเอ่ยอย่างใจกว้างไม่ถือยศศักดิ์สถานะ
“จะดีหรือขอรับ” พ่อบ้านสือเอ่ยอย่างเกรงใจ
“ดีสิ นับจากนี้ไปเจ้า อาหยวน อาห่าวมาทานอาหารร่วมโต๊ะกับข้าทุกมื้อ จะได้ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยๆฝีมืออาห่าวร่วมกัน”
“เป็นสหายเสพสุขในการกินด้วยกันอย่างไรเล่า” ฮุ่ยเหอกล่าว อย่างไม่ถือตัวเลยแม้นแต่น้อย
“ขอรับ” พ่อบ้านสือตอบรับพร้อมๆกับซีห่าว
‘อืม ช่างเป็นคุณชายที่ไม่ถือยศศักดิ์ แบ่งแยกชนชั้น มองผู้อื่นว่าต่ำกว่า แตกต่างจากเรือนสกุลอ้ายจริงๆ’ เข่อซิงคิด
ในภาพความจำของเข่อซิงคนเก่า มีเพียงนามในสถานะคุณหนูรองสกุลอ้ายแต่ในความเป็นจริงถูกปฏิบัติดังเช่นสาวใช้ในเรือน
ไม่มีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะกับพวกนายท่านทั้งหลาย ห้องพักแม้นจะเป็นห้องส่วนตัวซึ่งดีกว่าสาวใช้ธรรมดาทั่วไป แต่ก็อยู่ด้านหลังจวนในส่วนของบ่าวรับใช้อยู่ดี
-------------------------
ด้านสกุลอ้ายจวนนายอำเภอ ขณะนี้ซูเม่ยกำลังหงุดหงิดไม่พอใจที่ยังตามหาตัวเข่อซิงไม่เจอ
‘ตุ๊บ โครม เพล้งงง!!’ เสียงข้าวของถูกขว้างปาดังตกแตกเละเทะภายในห้องโถงของเรือนหลัก
“อะไรกัน ป่านนี้แล้วยังไม่เจอตัวนังเข่อซิงอีกงั้นเหรอ” ซูเม่ยโวยวาย
“ยังเลยขอรับ” บ่าวรับใช้ที่ถูกสั่งให้ออกไปตามหาตัวเข่อซิงนั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ที่พื้นรายงานผลการค้นหาอันน่าผิดหวังให้ผู้เป็นนายรับทราบ
“ไม่ได้เรื่อง เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ท่านแม่..เป็นเช่นนี้แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ” ซูเม่ยหันไปถามอ้ายฮูหยิน
“เราคงต้องแจ้งท่านพ่อของเจ้าให้ทราบเรื่องและให้คนของเขาช่วยกันค้นหาแล้วล่ะ” อ้ายฮูหยินตอบกลับไป
“ดีเจ้าค่ะ คนของท่านพ่อมีมากมายหลากหลายประเภท มีเส้นสายทั้งนอกและในเมืองเจิ้นหนานนี้ ทั้งในที่ลับที่แจ้งล้วนมีหมด”
“ย่อมมีความสามารถในการค้นหาตัวนังเข่อซิงนั่นได้รวดเร็วกว่าพวกเราแน่” ซูเม่ยเห็นด้วยกับมารดา
“อะไรนะ พวกเจ้าว่าเข่อซิงหนีออกไปได้งั้นเหรอ” นายอำเภออ้ายที่ช่วงนี้ติดภารกิจวุ่นวายอยู่กับกลุ่มพ่อค้าสำคัญในเมืองทำให้แทบไม่มีเวลาได้อยู่เรือนเอ่ยอย่างตกใจเมื่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในจวน
“เจ้าค่ะ นางเพิ่งหนีไปได้ไม่นาน บาดเจ็บ อดอาหาร อีกทั้งยังไม่มีเงินทองทรัพย์สินติดตัว ย่อมหนีไปไหนไม่ได้ไกลแน่นอนเจ้าค่ะ” อ้ายฮูหยินเอ่ยกับสามี
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ เศษสวะอ่อนแออย่างนังเข่อซิงไม่มีทางเอาตัวรอดไปไหนได้ไกลแน่” ซูเม่ยสำทับอีกคน
“ไม่แน่หรอกนะ ยามกระต่ายจนมุมอับจนหนทาง มันอาจจะทำได้ทุกอย่างแม้นกระทั่งหันกลับมากัดผู้ที่ทำร้ายมันเพื่อความอยู่รอดก็เป็นไปได้”
นายอำเภออ้ายเอ่ยอย่างผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ผ่านประสบการณ์น้อยใหญ่มามากมายแล้วนั่นเอง
“ถ้าเช่นนั้น จะทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ” อ้ายฮูหยินถามสามี
“เอาเถอะ อย่างไรเสียเราก็มีพรรคพวกเส้นสายมากมาย ข้าจะสั่งให้ลูกน้องติดต่อคนของเราให้ตามสืบค้นหาโดยละเอียดให้มันรู้ไปว่าจะไม่เจอตัวนาง”
นายอำเภออ้ายเอ่ยอย่างเชื่อถือในอำนาจและกำลังพลของตน สองแม่ลูกยิ้มอย่างพอใจ
หลังได้ฟังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลอ้าย รวมทั้งความคิดเห็นของเข่อซิงที่บอกเล่าตามลำดับเหตุผลเกี่ยวกับความทุจริตไม่น่าไว้วางใจของผู้คนตระกูลนี้ ฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจวางแผนการขั้นต่อไปทันที“เห็นที ข้าคงต้องถือโอกาสไปเยือนเรือนสกุลอ้ายสักครั้งแล้วกระมัง”ฮุ่ยเหอเกริ่น จากนั้นก็มีการปรึกษากันเพิ่มเติมเรื่องที่จะหาทางเอาผิดสกุลอ้ายให้ได้ โดยมีเข่อซิงร่วมให้คำปรึกษาอยู่ด้วยกัน“ดีเลยซิงเอ๋อ ในเมื่อเจ้ารู้จักคนเก่าคนแก่ในสกุลอ้าย บางทีเราอาจจะหาข้อมูล พยาน หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดคนเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น”เผิงหยวนกล่าวเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาพยายามสืบหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังคดีลักลอบค้าเกลือกักตุนสินค้ามานาน หากแต่สืบได้เพียงผิวเผินยังไม่สามารถเจาะลึกเข้าไปถึงตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้อย่างแท้จริงเนื่องจากคนผู้นั้นมีความระมัดระวังตัวและเป็นผู้มีอำนาจมากนั่นเอง ในเมื่อตอนนี้มีคนในจวนนายอำเภอให้ความร่วมมือด้วย คิดว่างานสำคัญคงเสร็จสิ้นลงไปได้อย่างรวดเร็วแน่หลังปรึกษาหารือวางแผนกันเสร็จฮุ่ยเหอก็ตัดสินใจเดินทางไปเยือนเรือนนา
ทานมื้อเย็นเสร็จทุกคนก็มานั่งพูดคุยสนทนากันต่อ โดยเผิงหยวนซึ่งกลับมาจากการทำภารกิจ ต้องตกตะลึงตาค้างไปรอบหนึ่งเมื่อเขาได้เห็นพ่อครัวน้อยซีห่าวกลายร่างเป็นสตรีรูปโฉมงดงาม จนพ่อบ้านสือต้องตบหลังเขาไปพลั่กใหญ่เพื่อเรียกสติหลังเผิงหยวนรับรู้เรื่องราวของเข่อซิงก็ร้องอ๋อ จับแพะชนแกะจนได้เรื่องว่าสตรีที่นายอำเภออ้ายให้คนตามหาอยู่ แท้จริงแล้วก็คือพ่อครัวน้อยซีห่าวนั่นเองยามนี้จึงได้เวลามาปรึกษาหารือกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป“ซิงเอ๋อ เจ้าอยากแก้แค้นเอาคืนสกุลอ้ายหรือไม่”ฮุ่ยเหอถามเข่อซิง“อยากเจ้าค่ะ คนพวกนั้นจิตใจโหดร้าย หลอกลวงชาวเมืองว่าเป็นคนดีมีเมตตา ทั้งที่ความจริงแล้วชั่วร้ายไร้คุณธรรม”“ที่สำคัญนายอำเภออ้ายก็หาใช่ขุนนางใจซื่อมือสะอาดไม่”เข่อซิงคิดแค้นเคืองแทนเจ้าของร่างเดิมที่อาศัยอยู่ในจวนสกุลอ้ายอย่างทุกข์ทรมานถูกดุด่าทุบตีคอยรองมือรองเท้าให้สกุลอ้ายระบายอารมณ์ สุดท้ายยังถูกขายออกไปเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งและไม่เหลือแม้นแต่ชีวิตตนเอง“ซิงเอ๋อ เจ้าเอ่ยเช่นนี้หมายความว่า
เจียหลินคิดยินดีไปกับผู้เป็นนายที่กลับมาเสพสุข ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยแปลกใหม่ได้อีกครั้ง“อืม แบบนี้นี่เอง” เข่อซิงพยักหน้าหงึกๆเข้าใจ หลังได้ฟังคำอธิบายจากเจียหลินว่าฮุ่ยเหอเป็นถึงน้องชายผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในเมืองหลวงหากเขาต้องการอะไรย่อมไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะได้มันมา ต่อไปนางก็เพียงแค่โยนหินถามทางไปก่อน‘สิ่งใดหากคุณชายให้คนจัดหามาได้ ต่อมานางก็แค่ทำเป็นเนียนนำมันออกมาจากมิติพิเศษเพื่อใช้ปรุงอาหารบ้างก็เท่านั้น’คิดเสร็จเข่อซิงก็ยิ้มพอใจ ก่อนจะลงมือทำอาหารจานที่หกเป็นใบมันเทศที่นางเก็บเอามาเมื่อช่วงบ่ายก่อนหน้านี้ นำเอามาผัดกับกระเทียม พริก เห็ดหอมและหมูหมักเกลือตากลมหั่นเป็นชิ้นดูเหมือนเป็นอาหารง่ายๆแต่ใบมันเทศนี่กลับให้คุณค่าทางอาหารสูง มีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดอาการอักเสบของตับในปริมาณที่มากกว่าแครอทเสียอีก“ซิงเอ๋อ ใบมันเทศนี่เราเอามากินได้ด้วยงั้นหรือ” เจียหลินถามเพราะปกติชาวบ้านโดยทั่วไปมักจะเด็ดใบมันเทศออกแล้วนำไปเลี้ยงหมู จะกินก็แต่หัวของมันเท่านั้น
หลังเข่อซิงอยู่พูดคุยทานของว่างกับฮุ่ยเหอได้พักใหญ่ นางก็ขอตัวออกมาเข้าครัวเตรียมมื้อเย็นให้เขาต่อ โดยเย็นวันนี้นางตั้งใจว่าจะทำอาหาร 7 อย่างด้วยกันอย่างแรกคือปลาซ่งฮื้อต้มเผือก อย่างที่สองเป็นปลาซ่งฮื้อย่างเกลือหมักสมุนไพรและแน่นอนว่ามีเจียงหวงเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงด้วย จานที่สามเป็นฮื่อแซหรือปลาดิบที่ใช้เนื้อปลาซ่งฮื้อซึ่งเหมาะกับการนำมาทำฮื่อแซมาแล่เป็นชิ้นหนาพอประมาณคลุกเคล้าด้วยน้ำมันงาและงาคั่วหอมๆมีผักเคียงเป็นหัวไชเท้าสดซอย แตงกวาหั่นกับไชโป๊ซึ่งเป็นหัวไชเท้าดองเค็มและหวานหั่นละเอียดพร้อมทำน้ำจิ้มรสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน ผสมน้ำบ๊วยและเนื้อบ๊วยดองลงไปกับน้ำมันพริกเผาที่เข่อซิงนำออกมาจากมิติพิเศษ เติมถั่วลิสงคั่วบดกับงาคั่วหอมๆลงไปแต่ฮื่อแซจานนี้ฮุ่ยเหอทานไม่ได้เนื่องจากปลาดิบไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคตับเช่นเขา เข่อซิงเพียงทำตามใจปากตัวเองและให้คนอื่นๆได้ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยของฮื่อแซจากปลาซ่งฮื้อเท่านั้น&
เข่อซิงคิดพึ่งพาตนเองโดยไม่รู้เลยว่าคนเรือนนี้ต่างได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี รู้หน้าที่ของตนยิ่งนัก ทั้งยังคาดเดาความคิดของผู้เป็นนายเก่งใช่ย่อยเลยล่ะในเมื่อคุณชายของเรือนปฏิบัติกับเข่อซิงแตกต่างออกไปเช่นนี้ อีกทั้งยังให้นางคอยดูแลรับใช้ใกล้ชิดด้วย เข่อซิงย่อมพิเศษ..เหนือกว่าผู้ใดแน่นอนเข่อซิงที่แต่งกายเป็นสตรีด้วยรูปโฉมที่แท้จริงของนางดูงดงามหยาดเยิ้ม จนทุกคนต่างพากันมองอย่างตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าพ่อครัวน้อยซีห่าวซึ่งหน้าตาผิวพรรณขมุกขมัวก่อนหน้านี้จะกลายมาเป็นสตรีโฉมงามพิลาสล้ำ ผิวพรรณผุดผ่องกระจ่างใสราวกับเทพธิดาเซียนได้เช่นนี้ฮุ่ยเหอเมื่อได้เห็นรูปโฉมที่แท้จริงของเข่อซิง รวมทั้งการแต่งกายเป็นสตรีทุกกระเบียดนิ้วของนางก็ทำให้เขาถึงกับตกตะลึง ลืมหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว“ซิงเอ๋อเจ้าช่างงามนัก ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงมีคนยอมทุ่มเททรัพย์สินเงินทองมากมายเพื่อให้ได้แต่งกับเจ้า”ฮุ่ยเหอเอ่ยอย่างชื่นชม“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เข่อซิงตอบรับกลับไปสั้นๆ จากนั้นก็เชื้อเชิญให้ฮุ่ยเหอทานขนมของว่างที่นางทำเป็นเผือกกวนน้ำผึ้งรูปดอก
หลังตกปลาซ่งฮื้ออวบๆได้สี่ห้าตัวภายในเวลาหนึ่งก้านธูป เข่อซิงก็เตรียมตัวไปขุดเผือกขุดมันแถวนั้นต่อ โดยมีฮุ่ยเหอยืนมองให้กำลังใจอยู่ข้างๆพอได้วัตถุดิบตามต้องการแล้วก็ชักชวนกันกลับเรือน โดยฮุ่ยเหอสั่งให้เข่อซิงรีบไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เมื่อเข่อซิงเดินหันหลังลับสายตาไปแล้วฮุ่ยเหอก็เรียกคนสนิทเข้ามาพูดคุยกันในห้องทำงานซึ่งเวลานี้มีเพียงพ่อบ้านสือเท่านั้น ส่วนเผิงหยวนยังไม่กลับจากการทำภารกิจข้างนอก “หา..อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ อาห่าวแท้จริงแล้วคือสตรีปลอมตัวมางั้นหรือ”พ่อบ้านสือเอ่ยอุทานออกมา ทั้งตกใจและประหลาดใจไปพร้อมกันฮุ่ยเหอจึงบอกเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เขาฟัง “อืม นางช่างน่าสงสารยิ่งนัก”“กำพร้าพ่อแม่แล้วยังถูกคนใจร้ายเก็บมาเลี้ยง สุดท้ายยังคิดขายนางออกไปให้เถ้าแก่ตัณหากลับเพราะโลภในสินสอดทอ







