로그인ฮุ่ยเหอกับคนสนิทปรึกษากันถึงจุดมุ่งหมายที่พวกเขาเดินทางมายังแดนใต้ก่อนหมายกำหนดการแจ้งรับตำแหน่งผู้ปกครองหัวเมืองแดนใต้ตามรับสั่ง
โดยงานนี้ฮุ่ยเหอคิดสงสัยว่าชนชั้นสูงผู้มีอิทธิพลที่ซีห่าวกล่าวถึงอาจจะเป็นหนึ่งในผู้รู้เห็นเกี่ยวกับการลักลอบค้าขายเกลือโดยผิดกฎหมาย
“เอาล่ะ เผิงหยวนเจ้าลองไปตามสืบดูสิว่า ตระกูลใดในเมืองนี้กำลังตรวจสอบค้นหาคนหายอยู่บ้าง มุ่งเน้นไปที่ตระกูลผู้สูงศักดิ์ในเมืองเจิ้นหนานนี่แหละ”
“พ่ะย่ะค่ะ” เผิงหยวนรับคำสั่ง
“ส่วนสือกงกง เจ้าช่วยข้าสอดส่องซีห่าวว่ามีพฤติกรรมใดน่าสงสัยหรือแอบลักลอบติดต่อกับผู้ใดเป็นพิเศษบ้างหรือไม่นะ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลังพูดคุยปรึกษาหารือกันเสร็จต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
ฮุ่ยเหอนั่งทำงานอยู่ในเรือนไม่ได้ออกไปไหน เผิงหยวนพากลุ่มคนออกไปตามสืบหาตระกูลที่ทำร้ายซีห่าว
ส่วนพ่อบ้านสือก็ทำหน้าที่ลอบสังเกตพ่อครัวน้อยไปตามรับสั่ง
ทางด้านซีห่าวเมื่อจัดเก็บข้าวของพร้อมเติมแต่งสีที่หน้า เนื้อตัว แขนขาให้ดูหม่นหมองเพิ่มเติมแล้วจึงออกจากห้องพัก
ตั้งใจว่าจะเตรียมของว่างให้ฮุ่ยเหอในช่วงบ่ายเพื่อกุมกระเพาะ เอาอกเอาใจเจ้าของเรือน โดยเขาเข้าครัวมาทำพุดดิ้งข้าวใส่องุ่นตากแห้งและเหอเถา(วอลนัต)คั่วบด
‘ห้องครัวในคฤหาสน์หลังนี้นับว่ามีครบทุกอย่างจริงๆ มีช่องแช่เย็นที่ใช้น้ำแข็งจำนวนไม่น้อยมาบุเอาไว้ตรงผนังเพื่อเก็บรักษาอุณหภูมิ
มีน้ำแข็งที่ใช้รับประทานได้ด้วย ทั้งยังมีพวกนมสด เครื่องเทศ วัตถุดิบหายากราคาแพงเยอะแยะเลย’ เข่อซิงในคราบของพ่อครัวน้อยซีห่าวคิดอย่างพอใจ
จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือนำข้าวไม่ขัดสีหรือข้าวกล้องมาตุ๋นในน้ำนมแพะจนสุก เติมผูเถาตากแห้ง(ลูกเกด)ลงไปพร้อมกับเหอเถาคั่วสุกบดหยาบ
ตุ๋นคนให้เข้ากันแล้วปรุงรสด้วยเกลือ เติมน้ำตาลเล็กน้อย พักให้เย็นแล้วตักใส่ถ้วย โรยด้านบนด้วยผงโยร่วกุย(อบเชย) จากนั้นก็นำไปแช่เอาไว้ในช่องเย็นรอเสิร์ฟ
จานต่อมาซีห่าวนำข้าวไม่ขัดสีไปคั่วให้แตกเป็นข้าวพองแล้วใส่ถั่วลิสงคั่วบดลงไปตามด้วยน้ำผึ้งคลุกเคล้าให้เข้ากันเติมดอกกุ้ยฮวาหรือดอกหอมหมื่นลี้เพิ่มรสและกลิ่นหอมหวานลงไป
จากนั้นก็นำมาตักใส่ถาดที่มีแท่งไม้ต่อกันเป็นโครงสี่เหลี่ยมหนาราวหนึ่งนิ้วเป็นแม่พิมพ์
พักเอาไว้ให้อยู่ตัวราวหนึ่งก้านธูป(15-30 นาที)แล้วจึงดึงเอาโครงไม้สี่เหลี่ยมออกจะได้ขนมข้าวตอกเป็นแท่งสี่เหลี่ยม
ตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กพอคำนำมาจัดวางในจานเตรียมเสิร์ฟคู่กับน้ำชา ซึ่งเป็นชาเขียวชั้นยอดที่เข่อซิงนำออกมาจากมิติพิเศษนั่นเอง
เมื่อทำของว่างเสร็จซีห่าวก็แจ้งแก่พ่อบ้านสือ ซึ่งฮุ่ยเหออนุญาตให้เขานำอาหารเข้าไปเสิร์ฟในห้องทำงานได้
“นี่อะไรนะ” ฮุ่ยเหอถามเมื่อเห็นพุดดิ้งข้าวไม่ขัดสีที่ซีห่าวนำมาให้ เป็นขนมของว่างรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นหรือเคยกินที่ใดมาก่อน
“พุดดิ้งข้าวขอรับ” ซีห่าวตอบ
“อะไรนะ? พุ พุดดิง”
“พุด..ดิ้ง ขอรับ” ซีห่าวตอบย้ำคำช้าๆชัดๆอีกครั้ง
“พุด..ดิ้ง งั้นเหรอ?” ในที่สุดฮุ่ยเหอก็เอ่ยเรียกขนมของว่างตรงหน้าถูก
“ใช่ขอรับ ใช้ข้าวไม่ขัดสีมาตุ๋นกับนมแพะเติมผูเถาตากแห้งกับเหอเถาคั่วสุกบดหยาบลงไป”
“เติมแต่งรสด้วยเกลือน้ำตาลเล็กน้อย โรยหน้าด้วยผงโยร่วกุย นำไปแช่เย็นพักเอาไว้ก่อนนำออกมาทาน อร่อยสดชื่น ได้คุณค่าทางอาหาร ลองชิมดูสิขอรับ”
ซีห่าวเชื้อเชิญฮุ่ยเหอทานของว่างฝีมือเขา ซึ่งแน่นอนว่ามีน้ำบริสุทธิ์จากมิติพิเศษเติมลงไปด้วย
“อืมอร่อย หอมนุ่มนวลไม่หวานมาก เย็นสดชื่นดีจริง” ฮุ่ยเหอเอ่ยชม พ่อบ้านสือซึ่งยืนอยู่ด้วยถึงกับกลืนน้ำลายตาม
“ข้าทำเผื่อท่านลุงสือกับพี่เผิงหยวนด้วยนะขอรับ แช่เก็บเอาไว้ในช่องเย็นแล้ว ท่านสามารถนำออกมาทานได้เลยขอรับ”
ซีห่าวกล่าวเรียกพ่อบ้านสือกับเผิงหยวนตามลำดับอาวุโส พ่อบ้านสือได้ยินก็ยิ้มดีใจที่จะได้ทานของอร่อย
“ขอบใจมากนะ อาห่าว” พ่อบ้านสือตอบซีห่าวกลับไป เขายิ้มรับน้อยๆ
“ของว่างอีกอย่างหนึ่งเป็นขนมข้าวตอกน้ำผึ้งใส่ถั่วลิสงคั่วบดกับดอกกุ้ยฮวาเพิ่มความหอมหวาน ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆเข้ากันดีทีเดียว”
ซีห่าวแนะนำของว่างอีกอย่าง ซึ่งฮุ่ยเหอมองพิจารณาดูครู่หนึ่งก่อนจะหยิบมันขึ้นมากัดกินลิ้มลองรสชาติ
“ไม่หวานมากมีกลิ่นหอมของข้าว ถั่วลิสงคั่ว น้ำผึ้งตามด้วยดอกกุ้ยฮวา อร่อยดีนะ ทานคู่กับน้ำชารสขมติดปลายลิ้นเข้ากันดี นี่เจ้าคงทำมาให้เหมาะกับสุขภาพร่างกายข้าอีกสินะ”
“ขอรับ”
“ขอบใจ ข้าลิ้มรสชาติได้ด้วยฝีมือการปรุงอาหารของเจ้าจริงๆ”
“ใช่แล้วล่ะ เมื่อก่อนคุณชายไม่ชอบทานของว่างหรืออะไรเรื่อยเปื่อยเลยแม้นแต่น้อย”
“เนื่องจากเบื่ออาหารลิ้นไม่รับรู้รสชาติ กินเพียงมื้อหลักเพื่อประทังชีวิตไปวันๆหนึ่งเท่านั้น”
“รอยยิ้มเหือดหาย ไม่ได้ดื่มด่ำมีความสุขไปกับการรับประทานอาหารมานานหลายปีแล้ว ช่างดียิ่งนัก เจ้านี่เก่งจริงๆนะอาห่าว”
พ่อบ้านสือเอ่ยชื่นชมในความสามารถของซีห่าวอย่างแท้จริง ซึ่งเขายิ้มรับด้วยความยินดี
“พ่อบ้านสือ มื้อเย็นพวกเจ้าก็มาทานอาหารร่วมกันกับข้าเถอะ บอกอาหยวนด้วย เจ้าด้วยนะอาห่าว” ฮุ่ยเหอเอ่ยอย่างใจกว้างไม่ถือยศศักดิ์สถานะ
“จะดีหรือขอรับ” พ่อบ้านสือเอ่ยอย่างเกรงใจ
“ดีสิ นับจากนี้ไปเจ้า อาหยวน อาห่าวมาทานอาหารร่วมโต๊ะกับข้าทุกมื้อ จะได้ลิ้มรสชาติอาหารอร่อยๆฝีมืออาห่าวร่วมกัน”
“เป็นสหายเสพสุขในการกินด้วยกันอย่างไรเล่า” ฮุ่ยเหอกล่าว อย่างไม่ถือตัวเลยแม้นแต่น้อย
“ขอรับ” พ่อบ้านสือตอบรับพร้อมๆกับซีห่าว
‘อืม ช่างเป็นคุณชายที่ไม่ถือยศศักดิ์ แบ่งแยกชนชั้น มองผู้อื่นว่าต่ำกว่า แตกต่างจากเรือนสกุลอ้ายจริงๆ’ เข่อซิงคิด
ในภาพความจำของเข่อซิงคนเก่า มีเพียงนามในสถานะคุณหนูรองสกุลอ้ายแต่ในความเป็นจริงถูกปฏิบัติดังเช่นสาวใช้ในเรือน
ไม่มีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะกับพวกนายท่านทั้งหลาย ห้องพักแม้นจะเป็นห้องส่วนตัวซึ่งดีกว่าสาวใช้ธรรมดาทั่วไป แต่ก็อยู่ด้านหลังจวนในส่วนของบ่าวรับใช้อยู่ดี
-------------------------
ด้านสกุลอ้ายจวนนายอำเภอ ขณะนี้ซูเม่ยกำลังหงุดหงิดไม่พอใจที่ยังตามหาตัวเข่อซิงไม่เจอ
‘ตุ๊บ โครม เพล้งงง!!’ เสียงข้าวของถูกขว้างปาดังตกแตกเละเทะภายในห้องโถงของเรือนหลัก
“อะไรกัน ป่านนี้แล้วยังไม่เจอตัวนังเข่อซิงอีกงั้นเหรอ” ซูเม่ยโวยวาย
“ยังเลยขอรับ” บ่าวรับใช้ที่ถูกสั่งให้ออกไปตามหาตัวเข่อซิงนั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ที่พื้นรายงานผลการค้นหาอันน่าผิดหวังให้ผู้เป็นนายรับทราบ
“ไม่ได้เรื่อง เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ ท่านแม่..เป็นเช่นนี้แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ” ซูเม่ยหันไปถามอ้ายฮูหยิน
“เราคงต้องแจ้งท่านพ่อของเจ้าให้ทราบเรื่องและให้คนของเขาช่วยกันค้นหาแล้วล่ะ” อ้ายฮูหยินตอบกลับไป
“ดีเจ้าค่ะ คนของท่านพ่อมีมากมายหลากหลายประเภท มีเส้นสายทั้งนอกและในเมืองเจิ้นหนานนี้ ทั้งในที่ลับที่แจ้งล้วนมีหมด”
“ย่อมมีความสามารถในการค้นหาตัวนังเข่อซิงนั่นได้รวดเร็วกว่าพวกเราแน่” ซูเม่ยเห็นด้วยกับมารดา
“อะไรนะ พวกเจ้าว่าเข่อซิงหนีออกไปได้งั้นเหรอ” นายอำเภออ้ายที่ช่วงนี้ติดภารกิจวุ่นวายอยู่กับกลุ่มพ่อค้าสำคัญในเมืองทำให้แทบไม่มีเวลาได้อยู่เรือนเอ่ยอย่างตกใจเมื่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในจวน
“เจ้าค่ะ นางเพิ่งหนีไปได้ไม่นาน บาดเจ็บ อดอาหาร อีกทั้งยังไม่มีเงินทองทรัพย์สินติดตัว ย่อมหนีไปไหนไม่ได้ไกลแน่นอนเจ้าค่ะ” อ้ายฮูหยินเอ่ยกับสามี
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ เศษสวะอ่อนแออย่างนังเข่อซิงไม่มีทางเอาตัวรอดไปไหนได้ไกลแน่” ซูเม่ยสำทับอีกคน
“ไม่แน่หรอกนะ ยามกระต่ายจนมุมอับจนหนทาง มันอาจจะทำได้ทุกอย่างแม้นกระทั่งหันกลับมากัดผู้ที่ทำร้ายมันเพื่อความอยู่รอดก็เป็นไปได้”
นายอำเภออ้ายเอ่ยอย่างผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ผ่านประสบการณ์น้อยใหญ่มามากมายแล้วนั่นเอง
“ถ้าเช่นนั้น จะทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ” อ้ายฮูหยินถามสามี
“เอาเถอะ อย่างไรเสียเราก็มีพรรคพวกเส้นสายมากมาย ข้าจะสั่งให้ลูกน้องติดต่อคนของเราให้ตามสืบค้นหาโดยละเอียดให้มันรู้ไปว่าจะไม่เจอตัวนาง”
นายอำเภออ้ายเอ่ยอย่างเชื่อถือในอำนาจและกำลังพลของตน สองแม่ลูกยิ้มอย่างพอใจ
“อืม อาหารรสเลิศสมกับที่อาเหอและหมอหลวงฮั่วเอ่ยชื่นชมจริงๆ ทั้งยังแปลกประหลาดไม่เคยกินที่ใดมาก่อนด้วย”ฮ่องเต้จื่อหยางเอ่ยชื่นชม ทั้งบาร์บีคิว หม้อไฟสองน้ำซุป ซุปหมาล่าและซุปสมุนไพร กับเป็ดปักกิ่งที่เป็นอาหารแปลกตาไม่เคยกินที่ใดมาก่อน“ใช่เพคะฝ่าบาท อร่อยแปลกดีแท้”“เป็ดปักกิ่งอะไรนี่ก็มีวิธีการกินไม่เหมือนที่ใด ใช้แผ่นแป้งบางๆอ่อนนุ่มมาห่อกับหนังเป็ดกรุบกรอบทานเคียงกับแตงกวา ต้นหอม พริกสดและน้ำปรุงรสออกหวานแต่ไม่เลี่ยน ทั้งยังอร่อยเข้ากันได้ดี”ฉินฮองเฮาเอ่ยอย่างชื่นชอบเป็ดปักกิ่งไม่น้อย ตอนนี้นางเสวยแป้งห่อหนังเป็ดกรอบๆกับเครื่องเคียงไปหลายคำแล้ว“หม่อมฉันยินดีนักที่ทั้งสองพระองค์ชื่นชอบอาหารเหล่านี้เพคะ”ซือเหยาเอ่ยอย่างภูมิใจ“อาเหอ เจ้านับว่าโชคดีมากทีเดียวนะที่ได้พระชายามีฝีมือในการปรุงอาหารยอดเยี่ยมเช่นนี้”ฮ่องเต้จื่อหยางกล่าว พลางนึกย้อนไปถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่ฮุ่ยเหอถูกพิษเหรินหยาง ซึ่งแม้นจะรอดชีวิตมาได้แต่ร่างกายกลับได้รับผลกระทบตามมาไม่น้อยทั้งเบ
อี้ถงยังคงนิ่งอึ้งไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใดอีก เพราะได้รู้สถานะที่แท้จริงของซือเหยาซึ่งมีที่มาไม่ธรรมดาเลยสักนิดเป็นพระชายาชินอ๋องแล้วยังมีบรรดาศักดิ์เป็นท่านหญิงหนานผิงอีกทั้งยังมีครอบครัวเป็นสกุลแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหยวน ที่แม้นแต่ฮ่องเต้ยังทรงต้องเกรงพระทัยอยู่หลายส่วน “แม่นางจิ่น หากท่านไม่มีธุระอันใดก็เชิญกลับไปเสียเถอะ ข้ากับท่านอ๋องจะพักผ่อน” ซือเหยาเอ่ยปากไล่อี้ถง “ใช่ แล้วอย่าเสนอหน้ามาให้ข้ากับพระชายาเห็นอีก ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้ายไร้ความปรานีก็แล้วกัน”ฮุ่ยเหอเอ่ยเสียงเข้มนัยน์ตาดุดัน ทำเอาอี้ถงตัวสั่นงันงกขึ้นมาเลยทีเดียว ก่อนจะขอตัวลากลับออกไปอย่างรวดเร็ว “เฮ้อ ท่านนี่เสน่ห์แรงจริงๆนะเจ้าคะ เพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่ทันจะข้ามวันก็มีสตรีมาหาถึงตำหนัก ทั้งยังพูดจาให้ท่าอวดดีถึงเพียงนั้นด้วย” ซือเหยาก
“ถวายบังคมหนานชินอ๋องเพคะ” อี้ถงรีบตรงรี่เข้ามาทันทีที่เห็นฮุ่ยเหอก้าวมายังโถงรับรองของตำหนักโดยนางไม่คิดสนใจผู้ที่ยืนเคียงข้างเขาอย่างซือเหยาแม้นแต่น้อย ทำให้ซือเหยาอดมองพิจารณาอี้ถงด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ระหว่างทางเดินเข้ามายังห้องโถงเจียหลินก็ทำหน้าที่บอกเล่าที่มาที่ไปของจิ่นอี้ถงให้ซือเหยาได้รู้คร่าวๆแล้ว ทำให้นางค่อนข้างมั่นใจว่าสตรีผู้นี้คงไม่ได้มาดีเป็นแน่“แม่นางจิ่น ไม่ทราบว่าท่านมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดกัน” ฮุ่ยเหอถามน้ำเสียงราบเรียบติดจะเย็นชาตามปกติที่เขามักใช้พูดคุยกับอี้ถงก่อนหน้านี้ ทำให้นางใจเสียไปเล็กน้อย“โธ่ท่านอ๋องเพคะ พวกเราไม่ได้พบกันนานกว่าครึ่งปีแล้ว พอได้ข่าวจากท่านพ่อว่าท่านอ๋องทรงเสด็จกลับมาเมืองหลวง หม่อมฉันตื่นเต้นยินดีและอยากมาพบท่านอ๋องเพราะคิดถึงท่านมากอย่างไรล่ะเพคะ”อี้ถงเอ่ยอย่างไม่อายปากทั้งยังมีท่าทีระริกระรี้ผิดกับคำพูดที่ว่าไม่ได้คิดเกินเลยอะไรกับฮุ่ยเหอแล้วดังเช่นที่บอกแก่ฉินฮองเฮาลิบลับ“บังอาจ เจ้าช่างไร้ยางอายนัก นอกจากไม่ทำการคารวะทักทายพระชายาข้าแล้วยังมีหน้
หลังซือเหยาแต่งงานกับฮุ่ยเหอได้ราวสามเดือนก็มีพระราชสารจากฮ่องเต้เรียกตัวชินอ๋องและพระชายาให้ไปเข้าเฝ้า เนื่องจากฝ่าบาททรงไม่ได้พบเจอหน้าพระอนุชานานแล้วที่สำคัญยังทรงต้องการพบเจอน้องสะใภ้ซึ่งสามารถมัดใจชินอ๋องผู้ไม่เคยสนใจสตรีใดมาก่อนหน้านี้ได้นั่นเอง “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่” ฮุ่ยเหอเอ่ยทำการคารวะฮ่องเต้พระเชษฐาร่วมอุทรมารดาเดียวกันด้วยความเคารพ “ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”ซือเหยาเอ่ยถวายบังคมอย่างนอบน้อมเช่นกัน “เชิญพวกเจ้าตามสบายเถอะ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอันใดมากมาย ที่ข้าเรียกตัวพวกเจ้าสองสามีภรรยาขึ้นมายังเมืองหลวงนี้ เพียงแค่ต้องการพบหน้าครอบครัวญาติสนิทก็เท่านั้น”“เหยาเอ๋อ..เจ้าเองก็เรียกข้าว่าพี่เช่นเดียวกันกับอาเหอเถอะนะ” ฮ่องเต้จื่อหยางทรงตรัสอย่างเป็นกันเองและมีเมตตาต่อซือเหยายิ่งนัก
ฮุ่ยเหอเติมน้ำร้อนลงไปในถังอาบน้ำพร้อมหยดน้ำมันหอมสกัดจากดอกเหมยกุ้ย(ดอกกุหลาบ)ที่ซือเหยาชื่นชอบลงไป แล้วจึงโรยกลีบกุหลาบที่เตรียมเอาไว้สำหรับภรรยาลงไปด้วยก่อนจะโอบอุ้มร่างงามลงไปในถังไม้ใบใหญ่ และก้าวขายาวๆตามลงไป เขาหยิบสิ่งที่ซือเหยาทำขึ้นและเรียกมันว่าสบู่กลิ่นดอกเหมยกุ้ยนำมาอาบชำระล้างร่างกายช่วยปรนนิบัติขัดถูหลังให้ซือเหยาโดยพยายามหักห้ามใจไม่ทำตัวซุกซน ด้วยเห็นใจว่านางเหนื่อยล้าจริงๆ ทำให้ซือเหยาซาบซึ้งใจไม่น้อย“ท่านพี่..ให้ข้าช่วยท่านชำระล้างร่างกายเถอะเจ้าค่ะ”ซือเหยาเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนางรู้ดีว่าฮุ่ยเหอต้องอดทนอดกลั้นไม่รุกล้ำก้ำเกินนางมากเพียงใด เพราะช่วงเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมาฮุ่ยเหอต้องกลับไปชำระสะสางงานที่เมืองเจิ้นหนานปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวสกุลเฉินอย่างเต็มที่และเพิ่งจะกลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้เอง หากแต่ก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าหานางตามลำพังหรือคิดจะค้างคืนกับนางก่อนการสมรสเป็นอันขาดแน่นอนว่างานนี้มีเฟยหรงทำหน้าที่ควบคุมดูแลขัดขวางทางคู่รักนกยวนยางอย่างเคร่งครัดเลยทีเดียว
หลังจากน้อมรับพระราชโองการแล้วทุกคนในเรือนสกุลเฉินก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นแต่หมอหลวงฮั่วเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน “เดี๋ยวก่อนขอรับ ยังมีราชโองการอีกหนึ่งฉบับ” หมอหลวงฮั่วกล่าวพร้อมหยิบราชโองการอีกฉบับเตรียมขึ้นมาอ่าน ทุกคนจึงรั้งไว้ในท่าเดิม “ท่านหญิงหนานผิงงดงามอ่อนโยน เฉลียวฉลาดเก่งกาจมากความสามารถ อีกทั้งยังมีใจรักมั่นอยู่กับหนานชินอ๋องพระอนุชาของฮ่องเต้”“ดังนั้นฝ่าบาทจึงมีพระกรุณามอบสมรสพระราชทานให้แก่คู่หนุ่มสาวได้ครองคู่ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร พร้อมมอบสินเดิมให้แก่เจ้าสาวผู้ทรงเกียรติเป็นเงิน 2000 ตำลึงทอง 2000 ตำลึงเงิน”“รวมทั้งผ้าไหมแพรพรรณชั้นเลิศ เครื่องทองเครื่องประดับ ข้าวของบรรณาการชั้นยอดอีก 10 หีบ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่เจ้าสาว จบราชโองการ”หมอหลวงฮั่วเอ่ยพระราชโองการฉบับที่สองจบก็เล่นเอาคนสกุลเฉินตกตะลึงตาค้างกันไปเลย อีกทั้งยังเข้าใจคำกล่าวของฮุ่ยเหอก่อนหน้านี้ได้ทันที&nb
ทั้งหมดพากันเข้ามาพูดคุยในเรือนสกุลเฉินแม่ทัพใหญ่เฉินกับเฉินฮูหยินถามไถ่เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของซือเหยาด้วยความคิดถึง พร้อมเอ่ยขอบคุณแม่บ้านถิงที่ช่วยดูแลซือเหยาเป็นอย่างดีรวมทั้งรับรู้เรื่องราวความทุกข์ยากลำบากที่บุตรสาวได้เผชิญมาจากครอบครัวที่โหดร้ายทารุณ จิตใจชั่วช้าอย่างสกุลอ้
กว่าฮุ่ยเหอจะยอมปล่อยซือเหยาให้เป็นอิสระก็สายมากแล้ว เขาตามตัวเจียหลินให้มาปรนนิบัตินางที่ห้องของตนเอง ทั้งยังสั่งให้โยกย้ายเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวของนางมาไว้ที่ห้องเขาด้วยซึ่งงานนี้ซือเหยาที่สำนึกผิดคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเข้าหาล่วงเกินฮุ่ยเหอก่อนจึงไม่กล้าเอ่ยโต้แย้งอะไรกลับไป&
แม่บ้านถิงยามนี้ย้ายออกมาจากจวนนายอำเภอได้ราวอาทิตย์กว่าแล้ว และนางถูกสกุลอ้ายสั่งฆ่าปิดปากจริงตามคาดหากแต่ได้คนของฮุ่ยเหอที่ไปเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของสกุลอ้ายรวมทั้งคอยคุ้มครองดูแลแม่บ้านถิงช่วยเอาไว้ได้ทันอีกทั้งฮุ่ยเหอยังให้คนของเขาสร้างสถานการณ์จนสกุลอ้ายเข้าใจว่าแม่บ้านถิ
ยืนสนทนาทักทายกันได้พักหนึ่งนายอำเภออ้ายก็เชื้อเชิญฮุ่ยเหอกับเข่อซิงเข้าไปในจวน “เชิญพวกท่านเข้าไปด้านใน นั่งจิบน้ำชาทานของว่างให้หายเหนื่อยก่อนเถอะ จะได้พูดคุยสนทนากันไปด้วย” นายอำเภออ้ายเชื้อเชิญแขกเข้าจวนไม่ร







